<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>จิรายุส์ ขุนนางประเสริฐ ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<atom:link href="https://brickinfotv.com/tag/%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B9%8C-%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%90/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://brickinfotv.com/tag/จิรายุส์-ขุนนางประเสริฐ</link>
	<description>ข่าวสาร สาระ ความรู้ และความบันเทิง</description>
	<lastBuildDate>Sat, 25 Apr 2020 06:27:07 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.3</generator>

<image>
	<url>https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/07/cropped-06-Favicon-Brick-100x100.png</url>
	<title>จิรายุส์ ขุนนางประเสริฐ ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<link>https://brickinfotv.com/tag/จิรายุส์-ขุนนางประเสริฐ</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ถอด 3 บทเรียนการเงิน ที่ &#8220;โควิด-19&#8221; ทิ้งไว้ไปใช้ต่อวิกฤติครั้งหน้า</title>
		<link>https://brickinfotv.com/article/55346</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 25 Apr 2020 06:22:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[จิรายุส์ ขุนนางประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ออมเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อไวรัสโคโรนา (coronavirus)]]></category>
		<category><![CDATA[ไวรัสโควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=55346</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ อาจจะเป็นเรื่องปวดหัวสำหรับหลาย ๆ คน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/55346">ถอด 3 บทเรียนการเงิน ที่ &#8220;โควิด-19&#8221; ทิ้งไว้ไปใช้ต่อวิกฤติครั้งหน้า</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ อาจจะเป็นเรื่องปวดหัวสำหรับหลาย ๆ คน เนื่องจากต้องมีการจัดการวางแผนที่ดี ประกอบกับระบบการศึกษาไทยก็ไม่มีหลักสูตรการเรียนการสอนเกี่ยวกับเรื่องการเงินโดยเฉพาะ ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องจำเป็นที่ทุกคนต้องใช้ด้วยกันทั้งนั้น พอพูดถึงเรื่องการจัดระเบียบทางการเงิน หรือการวางแผนทางการเงินจึงดูเหมือนเป็นเรื่องยากและไกลตัวใครต่อใครหลายคน</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดย : <a rel="noreferrer noopener" href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%90/" target="_blank">จิรายุส์ ขุนนางประเสริฐ</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">กระทั่ง การมาของ<a href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%94-19/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ไวรัสโควิด-19</a> เมื่อช่วงปลายปี 2562 และมาส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกในเชิงลบเมื่อช่วงต้นปี 2563 ส่งผลให้มีผู้คนตกงานเป็นจำนวนมาก ขณะที่บางคนที่มีงานทำก็มีอันต้องโดนลดเงินเดือนกันหลายคนตามภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ เพื่อช่วยแบกรับค่าใช้จ่ายขององค์กรให้ยังหยัดยืนท่ามกลางพายุที่ซัดเข้ามาอย่างรุนแรง</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม <a rel="noreferrer noopener" href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%94-19/" target="_blank">ไวรัสโควิด-19</a> ทำให้ผู้คนอดอยาก ชักหน้าไม่ถึงหลังเป็นจำนวนมาก เนื่องจากรายได้หายไป แต่รายจ่ายยังคงที่จนหลายคนถึงกับคิดสั้นปิลิดชีพตัวเองทิ้ง เพื่อหนีปัญหาตามรายงานข่าวที่เรา ๆ ได้เห็นมาในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าสถาบันการเงินจะมีมาตรการช่วยเหลือด้านการพักชำระหนี้ก็ตาม</p>



<ul class="wp-block-list"><li>อ่าน : <a rel="noreferrer noopener" href="https://brickinfotv.com/article/54009/" target="_blank">วิกฤตโควิด-19 แบบนี้ “ผ่อนชำระหนี้” หรือ “พักหนี้” ดี ?</a></li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ในภาวะวิกฤติ เช่นนี้จะเห็นว่ามีคนจำนวนอีกไม่น้อยที่ยังสามารถใช้ชีวิตในช่วงวิกฤติได้อย่างไม่เดือดร้อนมากนัก เมื่อลงลึกในรายระเอียดจะพบว่าคนเหล่านั้นส่วนใหญ่เป็นคนที่มีวินัยการเงินที่ดี และรู้จักการวางแผนทางการเงินจึงทำให้ฐานะการเงินของตนเองยังพอมีสภาพคล่องในภาวะวิกฤติ ดังนั้นเราจะมาถอดบทเรียนกับการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในครั้งนี้ว่าได้ให้บทเรียนทางการเงินกับเราอย่างไร และเราควรมีมาตรการรับมือกับวิกฤติการเงินที่มีโอกาสจะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างไร</p>



<h2 class="wp-block-heading">1. ไม่ควรมีรายได้ทางเดียว</h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่าเราไม่ควรมีรายได้ทางเดียว </strong>จะเห็นได้ว่าวิกฤติครั้งนี้ส่งผลให้พนักงานจำนวนไม่น้อยถูกปลดออกจากตำแหน่ง เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้องค์กร รวมถึงเหล่าพ่อค้าแม่ค้าลูกจ้างรายวันที่โดนผลกระทบจากการสั่งปิดกิจการ จึงขาดรายได้ นั่นทำให้เห็นว่าเราไม่ควรจะมีรายได้เป็นเงินเดือน หรือค่าจ้างรายวันทางเดียวเป็นอย่างยิ่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นช่วงวิกฤติครั้งนี้จึงให้บทเรียนว่าเราควรหารายได้มากกว่าหนึ่งทางนั่นเอง ซึ่งถ้าเรามีรายได้มากกว่าหนึ่งทางจะยิ่งเป็นการกระจายความเสี่ยงได้ดี และจะดียิ่งขึ้นถ้าเป็นรายได้ที่มาจากงานคนละประเภท เช่น เราทำงานประจำเป็นพนักงานออฟฟิศ แต่รายได้อีกทางของเรามาจากการรับจ้างตัดผมแบบเดลิเวอรี่ จะเป็นการกระจายความเสี่ยงที่ดีเพราะเป็นงานคนละประเภทกันโดยสิ้นเชิง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกันวิกฤติเศรษฐกิจส่วนใหญ่ที่ผ่านมา (ไม่นับไวรัสโควิด-19 เนื่องจากเป็นโรคระบาด ไม่ใช่วิกฤติที่เกิดขึ้นจากภาคการเงินเหมือนวิกฤติอื่น ๆ ในอดีต)มักกระทบการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมทุกครั้งที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจขึ้นอุตสาหกรรมการจ้างงานจึงได้รับผลกระทบรายแรก ๆ เสมอ</p>



<h2 class="wp-block-heading">2. ควรมีเงินเก็บสำหรับใช้อย่างน้อย 6 เดือน</h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่าเราควรมีเงินเก็บที่เป็นเงินเย็นสำรองไว้ใช้ในกรณีตกงานได้อย่างน้อย 6 เดือน </strong>การสะสมเงินสำรองไว้ใช้ได้นานถึง 6 เดือนเป็นเรื่องที่ดีและจำเป็นมากด้วย เพราะพฤติกรรมนี้จะทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างไม่กดดันทางการเงินมากนัก โดยเฉพาะเหล่ามนุษย์เงินเดือนที่สามารถโดนปลดออกจากงานได้ทุกเมื่อ จากแนวโน้มการใช้เทคโนโลยีเข้ามาทำงานแทนคนที่กำลังจะมาถึงในไม่ใช้ รวมไปถึงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่เกิดขึ้นแล้วตั้งแต่ก่อนการระบาดไวรัสโควิด-19</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นเมื่อการระบาดของโรคดังกล่าวจบลง เราก็ต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยเป็นอีเวนต์ต่อไปอย่างแน่นอน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อภาคการจ้างงานอย่างแน่นอน ดังนั้นการสำรองเงินไว้ใช้ได้นาน 6 เดือนจึงเป็นการวางแผนที่ดี เพราะถ้าเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น อย่างน้อยเราก็ยังพอมีเวลามาตั้งสติได้นานว่าจะประกอบอาชีพอะไรต่อไป ไม่ต้องรีบเร่งจนเลือกทางเลือกผิดทางจากปัจจัยเงินในกระเป๋าร่อยหรอนั่นเอง</p>



<h2 class="wp-block-heading">3. ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น</h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่าเราควรตัดรายจ่ายฟุ่มเฟือยออกไป </strong>หากเดินเข้าไปคุ้ยตามบ้านของแต่ละคน คงจะพบสิ่งของที่ไม่จำเป็นถูกวางทิ้งเอาไว้โดยไม่มีประโยชน์การใช้งานไม่มากก็น้อย ซึ่งที่ผ่านมาหลายคนมักใช้จ่ายเงินไปกับสินค้าที่ไม่จำเป็นโดยไม่ได้คิดนำเงินส่วนนั้นเก็บออม หรือนำไปลงทุน เพื่อสร้างความมั่งคั่งที่ดีในอนาคต (ปี 2562 ประชากร Gen Y  ในไทยเป็นหนี้เสียรวมกัน 15 ล้านล้านบาท ข้อมูลจาก TMB Analytics) แต่การมาของไวรัสโควิด-19 ทำให้เห็นว่าการจับจ่ายในประเทศลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะสินค้าประเภทฟุ่มเฟือย หลายคนเริ่มมีบทเรียนมากขึ้นที่จะไม่ใช้เงินฟุ่มเฟือย และคิดจะตัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ออกไปเพื่อนำเงินไปใช้ในทางที่เกิดประโยชน์กับชีวิตมากกว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">และทั้งหมดนี้คือบทเรียนทางการเงินที่เกิดจากวิกฤติโควิด-19 โดย Brickinfo รวบรวมเอามาเผยแพร่เพื่อต้องการให้หลาย ๆ คน เปลี่ยนพฤติกรรมทางการเงินให้มีสุขภาพทางการเงินที่ดีขึ้น เพื่อสามารถรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วยตนเอง โดยไม่ต้องหวังพึ่งพามาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้น</p>



<ul class="wp-block-list"><li>อ่าน : <a rel="noreferrer noopener" href="https://brickinfotv.com/article/51880/" target="_blank">ไวรัสโควิด-19 สร้างความเสียหายกว่าการทำสงคราม ?</a></li></ul>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/55346">ถอด 3 บทเรียนการเงิน ที่ &#8220;โควิด-19&#8221; ทิ้งไว้ไปใช้ต่อวิกฤติครั้งหน้า</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิกฤตโควิด-19 แบบนี้ &#8220;ผ่อนชำระหนี้&#8221; หรือ &#8220;พักหนี้&#8221; ดี ? &#124; Brickinfo มีคำตอบ</title>
		<link>https://brickinfotv.com/article/54009</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Apr 2020 13:35:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[จิรายุส์ ขุนนางประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[หนี้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=54009</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากวิกฤติไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจทั่วโลก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/54009">วิกฤตโควิด-19 แบบนี้ &#8220;ผ่อนชำระหนี้&#8221; หรือ &#8220;พักหนี้&#8221; ดี ? | Brickinfo มีคำตอบ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">จากวิกฤติไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจทั่วโลก มิหนำซ้ำยังทำให้รายได้ของประชาชนและธุรกิจต่าง ๆ พากันลดลงอย่างถ้วนหน้า เนื่องจากหลายธุรกิจต้องปิดกิจการลงในช่วงดังกล่าว คนจำนวนไม่น้อย ตกงาน ขาดรายได้ ซึ่งกลุ่มคนที่เดือดร้อนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ที่สุด คงหนีไม่พ้น คนที่มีภาระหนี้เพราะมีรายได้ลดลง แต่ยังมีค่างวดที่ต้องผ่อนชำระทุกเดือน</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดย :&nbsp;<a rel="noreferrer noopener" href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%90/" target="_blank">จิรายุส์ ขุนนางประเสริฐ</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">จากวิกฤติที่กระทบทุกภาคส่วนในขณะนี้ ช่วงนี้สถาบันการเงินทุกที่จึงมีมาตรการผ่อนปรนการชำระหนี้เพื่อช่วยเหลือและลดภาระให้ประชาชนและธุรกิจในหลายรูปแบบ เช่น การพักชำระเงินต้น หรือการพักชำระดอกเบี้ย เป็นต้น ซึ่งวันนี้เราจะมาหาคำตอบกันว่ามาตรการผ่อนปรนแต่ละวิธีหมายถึงอะไร และเมื่อจบช่วงผ่อนปรนแล้ว ยอดหนี้คงเหลือของแต่ละวิธีจะเป็นอย่างไร รวมทั้งถ้าต้องเลือกระหว่างผ่อนชำระตามปกติ หรือใช้มาตรการผ่อนปรน พวกเราควรเลือกทางไหนดี</p>



<ul class="wp-block-list"><li>อ่าน : <a rel="noreferrer noopener" href="https://brickinfotv.com/article/55346/" target="_blank">ถอด 3 บทเรียนการเงิน ที่ &#8220;โควิด-19&#8221; ทิ้งไว้ไปใช้ต่อวิกฤติครั้งหน้า</a></li></ul>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เริ่มจากวิธีที่ 1</strong> “การพักชำระเงินต้น” </h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>“การพักชำระเงินต้น”</strong> หมายถึง สถาบันการเงินผ่อนปรนให้ลูกหนี้ไม่ต้องชำระคืนเงินต้นตามเวลาที่กำหนด แต่ยังต้องชำระส่วนของดอกเบี้ยตามปกติ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น นาย ก. อาชีพขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง กู้สินเชื่อบ้านโดยตกลงกับธนาคาร A ว่าจะผ่อนชำระค่างวดเดือนละ 10,000 บาท แบ่งเป็นส่วนที่ชำระคืนเงินต้น 4,000 บาท และส่วนของดอกเบี้ย 6,000 บาท การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้นาย ก. มีรายได้ไม่พอที่จะชำระค่างวดผ่อนบ้านได้ทั้งหมด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ธนาคาร A จึงผ่อนปรนให้นาย ก. สามารถพักชำระเงินต้นเป็นระยะเวลา 6 เดือน หมายความว่า ในช่วงเดือนเมษายน &#8211; กันยายน 2563 ธนาคาร A ผ่อนปรนให้นาย ก. ยังไม่ต้องชำระค่างวดในส่วนที่ชำระคืนเงินต้น&nbsp;4,000 บาท แต่ให้ชำระเฉพาะส่วนของดอกเบี้ย 6,000 บาท ทำให้จากเดิมที่นาย ก. ต้องชำระค่างวดเดือนละ 10,000 บาท จะเหลือเพียง 6,000 บาทในช่วง 6 เดือนนี้&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อดีของวิธีนี้ คือ แม้นาย ก. จะไม่สามารถชำระค่างวดได้ครบในช่วง 6 เดือนนี้ ธนาคาร A จะไม่ถือว่านาย ก. ผิดนัดชำระหนี้ ดังนั้นประวัติการผ่อนจ่ายชำระหนี้จะไม่เสีย และในขณะที่ยังมีความไม่แน่นอนว่าปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะจบลงเมื่อใด นาย ก. ก็จะมีเงินเหลืออีก 4,000 บาทเพิ่มเติมในแต่ละเดือน จากการพักชำระเงินต้นกับธนาคาร A ไว้ใช้สำหรับการดำรงชีพ</p>



<h2 class="wp-block-heading">สำหรับวิธีที่ 2 “การพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย” </h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>“การพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย”</strong> คือการที่สถาบันการเงินผ่อนปรนให้ลูกหนี้สามารถ “เลื่อนงวดการผ่อนชำระ” ทั้งในส่วนชำระคืนเงินต้นและส่วนของดอกเบี้ย ออกไประยะหนึ่ง เช่น 6 เดือน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเดิม นาย ก. คนขับรถแท็กซี่ กู้ซื้อบ้านแต่ครั้งนี้เป็นลูกค้าของธนาคาร B ซึ่งจากวิกฤตไวรัสโควิด-19 ธนาคาร B ผ่อนปรนให้นาย ก. สามารถเลื่อนงวดการผ่อนชำระออกไปได้ 6 เดือน ระหว่างเดือนเมษายน &#8211; กันยายน 2563&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ถ้าจะอธิบายง่าย ๆ มาตรการนี้ คือ การเลื่อน “วันครบกำหนดชำระ” ค่างวดออกไป ซึ่งแม้นาย ก. จะไม่สามารถจ่ายค่างวดผ่อนบ้าน 10,000 บาทได้ ก็จะไม่ถือเป็นการผิดนัดชำระหนี้ และไม่เสียประวัติในฐานข้อมูลเครดิตบูโร นอกจากนี้ ข้อดีอีกประการ คือ ในช่วง 6 เดือนนี้ที่สถานการณ์ยังไม่แน่นอน นาย ก. ก็จะมีเงินเหลือ 10,000 บาทเพิ่มเติม จากการที่ “ยังไม่ต้องชำระค่างวด” ไว้เป็นสภาพคล่องใช้สำหรับดำรงชีพ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ดี การที่ธนาคาร B ผ่อนปรนให้นาย ก. “ยังไม่ต้องชำระค่างวด” ไม่ได้หมายความว่าจะยกหนี้ส่วนที่เหลือให้ เพียงแค่บอกว่า “ยังไม่ต้องชำระคืนในช่วงนี้” โดยในช่วงผ่อนปรนนี้ ดอกเบี้ยก็ยังคงเดินต่อไป</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เปรียบเทียบภาระทางการเงินภายใต้ทางเลือกต่าง ๆ</strong><strong></strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">คราวนี้ลองเปรียบเทียบว่าหลังจากเหตุการณ์ผ่านไป 6 เดือน ภายใต้ทางเลือกต่าง ๆ ภาระทางการเงินในแต่ละกรณีจะเป็นอย่างไร</p>



<p class="wp-block-paragraph">สมมติว่า ณ สิ้นเดือนมีนาคม เรามีภาระหนี้คงค้างอยู่ที่ 1,000,000 บาท และต้องผ่อนชำระเดือนละ 10,000 บาท แบ่งเป็นส่วนที่ชำระคืนเงินต้น 4,000 บาท และส่วนของดอกเบี้ย 6,000 บาท</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>กรณีที่ </strong><strong>1</strong> <strong>:</strong> <strong>“ผ่อนชำระปกติ” หรือจ่าย 10,000 บาท ทุกเดือน</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">6 เดือนต่อมา ภาระหนี้จะลดลงเหลือ 976,000 บาท คิดจาก 1,000,000 บาท &#8211; 24,000 บาท (หักส่วนที่ชำระคืนเงินต้นเดือนละ 4,000 บาท x 6 เดือน)</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>กรณีที่ </strong><strong>2</strong> <strong>:</strong> <strong>“พักชำระเงินต้น” เป็นเวลา 6 เดือน จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยเดือนละ 6,000 บาท ซึ่งช่วงนี้เจ้าหนี้อนุโลมและไม่ถือว่าเป็นการผิดนัดชำระหนี้ &nbsp;</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">6 เดือนต่อมา ภาระหนี้จะอยู่ที่ 1,000,000 บาท เท่ากับยอดหนี้ ณ สิ้นเดือนมีนาคม</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>กรณีที่ </strong><strong>3 :</strong> <strong>“พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย” หรือเลื่อนงวดการผ่อนชำระออกไปก่อน ซึ่งช่วงนี้เจ้าหนี้อนุโลมและไม่ถือว่าเป็นการผิดนัดชำระหนี้</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">6 เดือนต่อมา ภาระหนี้จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,036,000 &nbsp;บาท คิดจาก 1,000,000 บาท + 36,000 บาท (ส่วนที่เป็นดอกเบี้ยเดือนละ 6,000 บาท x 6 เดือน)&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<hr class="wp-block-separator has-text-color has-background has-herald-txt-background-color has-herald-txt-color"/>



<p class="wp-block-paragraph">โดยสรุปแล้ว มาตรการผ่อนปรนให้สามารถพักหรือเลื่อนชำระหนี้มีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 และไม่สามารถชำระค่างวดได้เต็มตามสัญญา โดยยังไม่ถือว่าผิดนัดชำระหนี้ และไม่ทำให้เสียประวัติการผ่อนชำระในฐานข้อมูลเครดิตบูโร นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่อนปรนประชาชนจะมีสภาพคล่องไว้สำหรับใช้จ่ายเพิ่มเติม</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ดี การผ่อนปรน คือ การเลื่อนกำหนดชำระหนี้ออกไป ภาระหนี้จะยังคงอยู่และในช่วงที่ผ่อนปรน ดอกเบี้ยยังเดินอยู่ ซึ่งแต่ละคนอาจได้รับผลกระทบแตกต่างกันและสามารถเลือกวิธีผ่อนชำระที่เหมาะสมกับรายได้และเงินในกระเป๋าสตางค์ของตัวเองได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ หากใครอยู่ในกลุ่มที่ยังพอมีศักยภาพ ขอแนะนำให้เลือกชำระตามปกติเพราะจะช่วยให้ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มเติม หนี้ไม่เพิ่ม และบางธนาคารให้สิทธิพิเศษปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม แต่สำหรับใครที่ได้รับผลกระทบ มีสภาพคล่องไม่พอ แนวทางการเลื่อนหรือพักชำระหนี้ก็จะเป็นทางออกหนึ่งสำหรับช่วงวิกฤติแบบนี้</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/54009">วิกฤตโควิด-19 แบบนี้ &#8220;ผ่อนชำระหนี้&#8221; หรือ &#8220;พักหนี้&#8221; ดี ? | Brickinfo มีคำตอบ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ศาสตร์พระราชา”เอาชนะทุกวิกฤตเศรษฐกิจ</title>
		<link>https://brickinfotv.com/article/52798</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Apr 2020 15:25:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[จิรายุส์ ขุนนางประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตร์พระราชา]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจพอเพียง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=52798</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าเป็นยุคของทุนนิยมขนานแท้ และ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/52798">“ศาสตร์พระราชา”เอาชนะทุกวิกฤตเศรษฐกิจ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ในยุคปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าเป็นยุคของทุนนิยมขนานแท้ และมีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งระบบทุนนิยมทำให้ทุกฝ่ายต้องพึ่งพากันและกัน หรือจะเรียกว่าภาวะอิงอาศัยกันก็ย่อมได้ โดยระบบดังกล่าวมีเงินเป็นจุดศูนย์กลางในการกระจายความเจริญ และความสะดวกสบายต่าง ๆ ดังจะเห็นได้ว่าคนในสมัยนี้มักจะไม่ทำอะไรบางอย่างด้วยตนเอง และใช้เงินจ้างให้คนอื่นมาทำสิ่งนั้นแทนที่ตนเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกัน เมื่อเราพึ่งพาเงินให้มีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตเป็นสำคัญ นั่นก็เท่ากับว่าเราได้ตกเข้าสู่ระบบทุนนิยม หรือ มันนี่เกม เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากการครอบครองเงินของเรายังต้องเผชิญกับภาวะความเสี่ยง เช่น เงินเฟ้อ, เงินฝืด เป็นต้น และเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจย่อมส่งผลกระทบกับเราด้วยเช่นกัน ซึ่งความรุนแรงก็มากน้อยแตกต่างแต่ละบุคคลไป ขึ้นอยู่ว่าใครจะมีภูมิคุ้มกันมากกว่ากัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้จากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างรุนแรง การระบาดดังกล่าวทำให้หลายต่อหลายคนต้องเดือดร้อนเพราะตกงาน และขาดรายได้ คนที่มีเงินมากหน่อยก็อาจจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก เนื่องจากมีเงินสำรองในการใช้จ่ายสำหรับช่วงวิกฤต</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น สิ่งที่ไม่คาดฝันอาจจะตามมาด้วยเช่นกัน เช่น ภาวะการกักตุนสินค้า นำไปสู่การขาดแคลนสินค้า ซึ่งการที่มีเงินสะสมไว้จำนวนมากก็อาจจะไม่ได้ช่วยให้เราฝ่าวิกฤตไปได้ เพราะไม่มีสินค้าให้เราซื้อ เมื่อเกิดเหตุเช่นนั้นเงินอาจจะกลายเป็นแค่เศษกระดาษใบหนึ่งที่ไม่มีความหมายไปเลยก็ได้ เหมือนครั้งหนึ่งที่เคยเกิดขึ้นในประเทศอาร์เจนตินา นั่นเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">และถ้าถามว่าเราจะเอาชนะระบบทุนนิยม ที่ต้องพึ่งพาคนอื่นได้อย่างไรละ&#8230;. ? คำตอบมันก็ยังพอมีนะ เพราะบนโลกใบนี้ยังมีทฤษฎีที่ทำให้เรา ๆ ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นหรือใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินในใช้ชีวิตประจำวันเลย ซึ่งทฤษฎีนั้นก็คือ <strong>“ศาสตร์พระราชา”</strong>ของในหลวงรัชกาลที่ ๙&nbsp; นั่นเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับทฤษฎีที่จะขอยกมาพูดถึงในครั้งนี้คือการทำ<strong>”เกษตรทฤษฎีใหม่”</strong>ในกรอบแนวคิด <strong>“เศรษฐกิจพอเพียง”</strong> ของในหลวงรัชกาลที่ ๙ &nbsp;ซึ่งวางแนวทางไว้ให้ชาวไทยได้ปฏิบัติตามแล้ว โดยการแบ่งที่ดินออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list"><li><strong>นาข้าว</strong> ให้ปลูกข้าวในฤดูฝนเพื่อให้เพียงพอกับการบริโภคในครอบครัว</li><li><strong>พืชผสมผสาน</strong> ประกอบด้วย ไม้ยืนต้น, สมุนไพร และผักผลไม้ เพื่อใช้ประกอบอาหารประจำวัน ตามเกณฑ์ขั้นต่ำ</li><li><strong>แหล่งน้ำ</strong> ขุดสระกักเก็บน้ำในฤดูฝนเพื่อให้ใช้พอกับการเพาะปลูกตลอดปี และใช้เลี้ยงปลารวมถึงปลูกพืชน้ำ พืชริมสระ โดยพระราชทานแนวทางการคำนวณว่าต้องมีน้ำ 1,000 ลูกบาศก์เมตร ต่อการเพาะปลูก 1 ไร่ โดยประมาณ</li><li><strong>ที่อยู่ และอื่นๆ</strong> เช่น ลานตาก,โรงเรือน, ถนน และกองปุ๋ยหมัก เป็นต้น</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกัน ตามหลัก <strong>“เกษตรทฤษฎีใหม่”</strong> ขั้นต้น การจัดแบ่งที่ดินเป็นตามอัตราส่วนร้อยละ 30:30:30:10 ตามลำดับ โดยที่ดินเพียง 1 ไร่ ก็สามารถดำเนินตามทฤษฎีดังกล่าวได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่า จากทฤษฎีดังกล่าว หากเราทำตามพระราชดำรัสในการจัดสรรที่ดิน เราแทบไม่ต้องใช้เงินในการใช้ชีวิตประจำวัน และไม่ต้องงพึ่งพาคนอื่นเลย เพราะในที่ดินที่แบ่งออกเป็น 4 ส่วน มันเพียงพอในการดำรงชีวิตในการอุปโภคและบริโภคแล้วนั่นเอง และหากเราบริโภคไม่หมด ก็ยังสามารถนำไปขายทำให้เกิดรายได้เข้ามาอีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">และเมื่อเกิดเหตุวิกฤตเช่น เศรษฐกิจพัง GDP ไม่โต หรือแม้แต่การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้ เชื่อเหลือเกินว่าคนที่ใช้ชีวิตตามทฤษฎีดังกล่าวของในหลวงรัชกาลที่ ๙ &nbsp;คงไม่โดนผลกระทบอะไรเลยก็ว่าได้ เพราะคนเหล่านั้นมีทั้งข้าว พืช ผลไม้ อยู่ในที่ดินของตนเองไว้เป็นเสบียงไม่ต้องเดือดร้อนกักตุนสินค้า หรือกังวลว่าสินค้าอุปโภคบริโภคจะขาดตลาดเมื่อใด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต้องบอกว่า ชาวไทยทั้งประเทศโชคดีมากที่มีในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นผู้วางแนวคิดในการใช้ชีวิตให้พวกเราไว้หมดแล้ว พระองค์ทรงมีวิธีคิดอย่างองค์รวม หรือมองอย่างครบวงจรในการที่จะพระราชทานพระราชดาริเกี่ยวกับโครงการหนึ่งนั้นจะทรงมองเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นและแนวทางแก้ไขอย่างเชื่อมโยง ดังเช่น กรณีของ <strong>“เกษตรทฤษฎีใหม่” </strong>ที่พระราชทานให้แก่ปวงชนชาวไทยเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพ แนวทางหนึ่งที่พระองค์ทรงมองอย่างองค์รวมตั้งแต่การถือครองที่ดิน การบริหารจัดการที่ดินและแหล่งน้ำอันเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการประกอบอาชีพนั่นเอง</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/52798">“ศาสตร์พระราชา”เอาชนะทุกวิกฤตเศรษฐกิจ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไวรัสโควิด-19 สร้างความเสียหายกว่าการทำสงคราม ?</title>
		<link>https://brickinfotv.com/article/51880</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 04 Apr 2020 14:39:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[จิรายุส์ ขุนนางประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อไวรัสโคโรนา (coronavirus)]]></category>
		<category><![CDATA[ไวรัสโควิด-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=51880</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ล่าสุดยังคงรุนแรงและ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/51880">ไวรัสโควิด-19 สร้างความเสียหายกว่าการทำสงคราม ?</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ล่าสุดยังคงรุนแรงและลุกลามไปทั่วโลก ซึ่งการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นในเดือน ธ.ค.2562 ในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน และขยายวงกว้างไปทั่วโลก ซึ่งไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดมาตั้งแต่เดือน ธ.ค.2562 จนถึงปัจจุบัน ฆ่าชีวิตประชากรโลกไปแล้วกว่า 53,190 คน<strong> (ยอดผู้เสียชีวิต ณ วันที่ 3 เม.ย.2563 ข้อมูลจาก BBC)</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">โดย : <a rel="noreferrer noopener" href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%90/" target="_blank">จิรายุส์ ขุนนางประเสริฐ</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">หากเทียบความรุนแรงของไวรัสโควิด-19 ครั้งนี้ ต้องบอกว่ามีอานุภาพการทำรายร้ายที่รุนแรงกว่าสงครามที่เคยผ่าน ๆ มาเสียด้วยซ้ำ หากจะเทียบจำนวนผู้เสียชีวิตของไวรัสโควิด-19 กับการทำสงครามกลางเมืองในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ยอดผู้เสียชีวิตจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ยังมีจำนวนที่มากกว่าการทำสงครามในแต่ละครั้งอยู่ดี</p>



<h2 class="wp-block-heading">ผู้เสียชีวิตเยอะกว่าสงครามอัฟกัน</h2>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับ ยอดผู้เสียชีวิตจากการทำสงครามกลางเมืองอัฟกานิสถานปี 2562 มีผู้เสียชีวิต 31,930 คน, สงครามกลางเมืองซีเรียปี 2561 มีผู้เสียชีวิต 23,000 คน, สงครามกลางเมืองโซมาเลียปี 2561-2562 มีผู้เสียชีวิต 6,266 คน, สงครามกลางเมืองไนจีเรีย มีผู้เสียชีวิต 17,156 คน และสงครามกลางเมืองอิรักปี 2561-2562 มีผู้เสียชีวิต 6,159 คน</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ดี หากนำจำนวนผู้เสียชีวิตจากการทำสงครามกลางเมือง 5 เหตุการณ์ดังกล่าวมารวมกัน จำนวนผู้เสียชีวิตจะมีทั้งหมด 84,508 คน ซึ่งมากกว่าอัตราการเสียชีวิตจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ขณะนี้ที่มีจำนวนผู้เสียชีวิต 53,190 คน แต่อย่าลืมว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังไม่ไต่ระดับไปถึงจุดพีคเสียด้วยซ้ำ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>องค์การอนามัยโลก (WHO)</strong> ได้ยกระดับการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ให้เป็นโรคติดต่อร้ายแรงและแสดงความกังวลว่ายอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกอาจพุ่งทะลุล้านคน โดยอัตราการเสียชีวิตในประเทศอิตาลี, สเปน, เยอรมัน และสหรัฐฯ มีจำนวนเพิ่มขึ้นในหลักพันคนทุกวัน โดยเฉพาะอิตาลี ที่มีประชากรผู้สูงอายุจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้มีอัตราการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 สูงขึ้นด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วน สถานการณ์ในประเทศไทย ศิริราชพยาบาลประเมินการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 อาจลากยาวออกไปอีกอย่างน้อย 6-9 เดือน และอาจส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 6-9 เดือน ซึ่งอัตราการเสียชีวิตทั่วโลกหากจะมีจำนวนแซงหน้า 84,508 คน ของเหตุการณ์ 5 สงครามกลางเมืองคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก</p>



<h2 class="wp-block-heading">โควิด-19 ยังไม่นับว่ารุนแรงที่สุดในโลก</h2>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังไม่นับว่าเป็นโรคระบาดที่รุนแรงครั้งแรกที่โลกเคยเผชิญหน้ามา ซึ่งหากย้อนไปในปี 2462 ในสมัยรัชกาลที่ 6 ครั้งนั้นสยามประเทศมีการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่อย่างรุนแรง ส่งผลให้ประชากรทั่วอาณาจักรสยามในครั้งนั้นเสียชีวิตถึง 80,223 ราย จากผู้ที่มีอาการป่วย 2,317,662 คน ซึ่งขณะนั้นสยามประเทศมีประชากรเพียงแค่ 9,207,355 คนเท่านั้น โดยอัตราการเสียชีวิตคิดเป็นเกือบ 1% ของจำนวนประชากรทั้งอาณาจักรเสียด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือหากจะย้อนไปไกลกว่านั้นอีกสักหน่อยในสมัยกรุงศรีอยุธยา รัชกาลสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ปี พ.ศ.1893 ก็มีการระบาดของโรคห่าที่รุนแรง ซึ่งคาดว่ามีหนูเป็นพาหะในการนำเชื้อโรค ทำให้มีผู้คนล้มตายไปเป็นจำนวนมาก และหลังจากนั้นปี พ.ศ.1991 ในสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลนนาถ พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 8 ของกรุงศรีอยุธยา ก็มีการกลับมาระบาดของโรคห่าอีกครั้ง ทำให้มีผู้คนล้มตายจำนวนมากอีกครั้ง ซึ่งการระบาดของโรคดังกล่าว ลากยาวมาจนถึงสมัยของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4 (หน่อพุทธางกูร) รัชกาลที่ 11 ของกรุงศรีอยุธยา ซึ่งพระองค์เสด็จสวรรคตด้วยโรคดังกล่าวอีกด้วย อย่างไรก็ดีโรคระบาดที่รุนแรงกลับมาระบาดอีกครั้งในรัชสมัยของสมเด็จพระเพทราชา กษัตริย์รัชกาลที่ 28 ของกรุงศรีอยุธยา ซึ่งครั้งนั้นมีผู้คนในพระนครเสียชีวิตไปกว่า 80,000 คน ตามการจดบันทึกพงศาวดาร</p>



<p class="wp-block-paragraph">จะเห็นได้ว่าการระบาดของโรคร้ายนั้นมีอันตรายกว่าการทำสงครามเสียด้วยซ้ำ เนื่องจากการทำสงครามแต่ละครั้งผู้ทำสงครามยังสามารถควบคุมจำนวนการเสียชีวิตได้ หากเห็นท่าไม่ดีก็มีการเจรจาพักรบ หรือหย่าศึกเพื่อบำรุงไพร่พลไม่ให้บอบช้ำเกินควร แต่โรคระบาดนั้นไม่มีใครที่สามารถควบคุมอัตราการเสียชีวิตได้เลย และไม่มีใครล่วงรู้ได้ด้วยว่าตนเองจะได้รับเชื้อไปเมื่อใด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ขณะนี้ เราทุกคนจำเป็นต้องให้ความร่วมมือกับมาตรการที่ทางการประกาศออกมาอย่างเคร่งครัด เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อให้น้อยลง และยังจะเป็นการลดอัตราการเสียชีวิตให้ลดลงได้ด้วย นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความปลอดภัยให้กับชีวิตของตนเองอีกด้วย</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/51880">ไวรัสโควิด-19 สร้างความเสียหายกว่าการทำสงคราม ?</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หรือความจริงแล้ว &#8220;สงครามเสียกรุงศรีครั้งแรก&#8221; เป็นเพียงสงครามปราบกบฏของหงสาวดีเท่านั้น ?</title>
		<link>https://brickinfotv.com/article/50893</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 29 Mar 2020 15:45:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงศรีอยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[จิรายุส์ ขุนนางประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[สงครามเสียกรุงศรีครั้งแรก]]></category>
		<category><![CDATA[สุเนตร ชุตินธรานนท์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=50893</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นที่รู้กันในตำราเรียนว่ากรุงศรีอยุธยาเสียเอกราชครั้ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/50893">หรือความจริงแล้ว &#8220;สงครามเสียกรุงศรีครั้งแรก&#8221; เป็นเพียงสงครามปราบกบฏของหงสาวดีเท่านั้น ?</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">เป็นที่รู้กันในตำราเรียนว่ากรุงศรีอยุธยาเสียเอกราชครั้งแรกให้กับหงสาวดีปี พ.ศ. 2112 จากเหตุการณ์ที่พระยาจักรีลักลอบเข้ามาเป็นไส้ศึกให้หงสาวดี ในรัชสมัยของสมเด็จพระมหินทราธิราช ตามที่สมเด็จกรมพระยาดํารงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานไว้ จากนั้นในตำราเรียนจึงสอนกันให้ท่องจำเรื่อยมาว่าเราเสียกรุงฯครั้งแรกในปีดังกล่าว</p>



<p class="wp-block-paragraph">เรื่องโดย : <a rel="noreferrer noopener" href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%90/" target="_blank">จิรายุส์ ขุนนางประเสริฐ</a> <br>อ้างอิงตาม : สุเนตร ชุตินธรานนท์ </p>



<p class="wp-block-paragraph">ทว่า หลักฐานฝั่งอยุธยาที่เก่ากว่าของสมเด็จกรมพระยาดํารงราชานุภาพ ระบุว่าในปี พ.ศ.2106 ครั้งสงครามช้างเผือก กรุงศรีอยุธยา ได้เสียช้างเผือกพลาย(ตัวผู้) 4 เชือก (ช้างเผือกถือเป็นสัญลักษณ์ของเจ้าเอกราช และพระมหากษัตริย์ผู้เกรียงไกร) และเมื่อเสียช้างเผือกไปให้หงสาวดี เท่ากับว่ากรุงศรีอยุธยาได้สูญเสียเอกราชให้หงสาวดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกัน หลักฐานยังระบุต่อไปว่านอกจากจะเสียช้างเผือกพลายแล้ว กรุงศรีอยุธยายังเสียพระราเมศวร รัชทายาทลำดับที่หนึ่งที่จะสืบราชบัลลังก์กรุงศรีอยุธยา ถัดจากพระมหาจักรพรรดิ ไปเป็นองค์ประกันที่หงสาวดี พร้อมกับขุนนางคนสำคัญด้วย</p>



<blockquote class="wp-block-quote has-text-align-center is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p><em> &#8220;ถ้าดูตามประเพณีเท่ากับว่ากรุงศรีอยุธยาได้เสียเอกราชตั้งแต่ปี พ.ศ.2106 แล้ว&#8221;</em></p></blockquote>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม พงศาวดารพม่า ฉบับมหายาสะวินจี พูดถึงสงครามปี พ.ศ.2106 ไว้ว่า พระเจ้าบุเรงนองได้สร้างพลับพลาไว้ แล้วโปรดให้สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ เสด็จออกจากพระนครไปเฝ้า โดยให้ขึ้นพระราชยานคานหามที่นอกประตูวังหลวง และมีทหารหงสาวดีคุมตัวไป ส่วนพระราชโอรสทุกพระองค์ ให้เดินด้วยพระบาทไปเฝ้า</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อถึงพลับพลา พระเจ้าบุเรงนองได้ประกาศว่าพระองค์คือเจ้าผู้ครองแว่นแคว้นในชมพูทวีป เป็นเอกราชาพร้อมด้วยเบญจพละ มีบารมียิ่งใหญ่ที่หาผู้ใดต่อรบด้วยได้ไม่ โดยให้สมเด็จพระมหาจักรพรรดิยอมรับในความยิ่งใหญ่ดังกล่าว พร้อมขอช้างเผือกพลาย 4 เชือก, พระราเมศวร, ออกญาจักรี ไปเป็นตัวประกันที่หงสาวดี และให้กรุงศรีอยุธยาส่งบรรณาการช้าง 302 เชือกต่อปี เงิน 300 ชั่งที่เก็บได้จากเมืองตะนาวศรี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่ วรรณกรรมเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าบุเรงนองที่มีชื่อว่า<strong>&#8220;ฮางตาวดี เซงพยูมยาเชง บเยดอโปง&#8221;</strong> ระบุไว้ว่า จากเหตุการณ์ที่พระมหาจักรพรรดิ และพระราชโอรสทุกพระองค์ เข้าเฝ้าพระเจ้าบุเรงนอง ในปี พ.ศ.2106 พระเจ้าบุเรงนองได้ให้พระมหาจักรพรรดิ และเจ้านายทุกพระองค์ของกรุงศรีอยุธยาสาบานต่อหน้าพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ว่าจะสละซึ่งชีวิตถวายงานรับใช้ โดยไม่คิดคดทรยศตราบชั่วลูกสืบหลาน</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากหลักฐานทั้ง 2 ฉบับของพม่า ให้การไปในทางเดียวกันกับหลักฐานของกรุงศรีอยุธยา จึงระบุได้ว่ากรุงศรีอยุธยา แท้จริงแล้วอาจเสียเอกราชให้หงสาวดีตั้งแต่ปี พ.ศ.2106</p>



<h2 class="wp-block-heading">อย่างไรก็ตาม วรรณกรรมเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าบุเรงนอง ยังระบุเหตุการณ์สงคราม พ.ศ.2112 ที่เราเข้าใจกันว่าเป็นสงครามเสียกรุงฯครั้งแรก ไว้ดังนี้</h2>



<p class="wp-block-paragraph">“ศักราช 930 (พ.ศ.2111) เจ้าแผ่นดินอยุธยาประเทศ 1 , ละไวประเทศ 1 , ล้านช้างประเทศ 1 ต่างสมคบคิดมิชอบเป็นมิจฉาทิฏฐิ อุปมาดั่งเทวทัต แล อชาตศัตรู ซ่องสุมกำลัง คิดการประทุษร้ายองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งนี้นานาประเทศเหล่านั้น ต่างสมคบแข็งข้อเป็นกบฎ ไม่ส่งบรรณาการ แม้จะได้ตกเป็นประเทศราชแห่งองค์มหาธรรมราชาช้างเผือก(พระเจ้าบุเรงนอง)แล้วสิ้น”</p>



<p class="wp-block-paragraph">ออกญาราม(สมเด็จพระมหาธรรมราช พระราชบิดาของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช), เจ้าเมืองกำแพงเพชร และเจ้าเมืองกาญจนบุรี ต่างรีบเร่งมายังหงสาวดีภายในเดือน 12 แล้วเร่งนำความกราบทูลแทบพระยุคลบาทพระเจ้าบุเรงนอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพระเจ้าบุเรงนองได้สดับฟังคำกราบทูลจึงมีกระแสรับสั่งว่า ทั่วปฐพีทั้งพื้นสมุทร ฤา จะมีอริราชศัตรูใดหาญกล้าต่อรบด้วยเรา เราผู้เป็นเอกราชาธิราชเจ้า ทวยผู้คิดประทุษร้ายต่อเราเห็นจะไม่อาลัยแก่ชีวิตเป็นแน่แล้ว ทั้งพระเกียรติยศแห่งเราจะมามีอันต้องเสื่อมเสีย</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>&#8220;จากบันทึกของวรรณกรรมเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าบุเรงนอง ยิ่งเป็นข้อมูลส่งเสริมว่า กรุงศรีอยุธยาเสียเอกราชตั้งแต่ พ.ศ.๒๑๐๖ ไปแล้ว โดยสงครามปี พ.ศ.๒๑๑๒ ที่หลายคนเข้าใจว่าเป็นการเสียกรุงครั้งแรก แท้จริงเป็นเพียงการยกทัพมาปราบกบฏกรุงศรีอยุธยาเท่านั้น&#8221;</p></blockquote>



<p class="wp-block-paragraph">และเมื่อหงสาวดีรบชนะกรุงศรีอยุธยาใน พ.ศ.2112 พงศาวดารพม่าฉบับมหายาสะวินจี ระบุว่าสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ทรงเสด็จสวรรณคตกลางสงคราม และสมเด็จพระมหินทราธิราช ขึ้นสืบราชบัลลังก์ต่อ โดยมีออกญาจักรีเข้าเป็นไส้ศึก ทำให้กรุงศรีอยุธยาแพ้สงคราม (ให้การตรงกันทั้งพงศาวดารไทยและพม่า)</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนวรรณกรรมเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าบุเรงนอง แปลความตอนหนึ่งในช่วงสงคราม พ.ศ.2112 ไว้ว่า ครั้นเมื่อตีได้กรุงศรีอยุธยาแล้ว ให้พระมหินทราธิราชกษัตริย์กรุงศรีอยุธยา พร้อมด้วยพระราชโอรสทุกพระองค์ เข้าถวายบังคมแทบเบื้องพระยุคลบาทพระมหาธรรมราชาธิราชเจ้าช้างเผือก(พระเจ้าบุเรงนอง)</p>



<p class="wp-block-paragraph">พระมหาธรรมราชาธิราชเจ้าช้างเผือก จึงมีพระราชดำรัสว่า แต่การก่อน เมื่อแรกตีได้กรุงศรีอยุธยานั้น พระเฑียรราชา(สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ)กษัตริย์อยุธยา โปรดให้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์หลายองค์ในกรุงมาประชุมพร้อมกัน เพื่อเป็นสักขีพยานเบื้องหน้าพระมหาเจดีย์ องค์ที่บรรจุไว้ซึ่งพระบรมสารีริกธาตุ แลให้สัตย์ปฏิญญากับเราว่าจะจงรักภักดี แต่กลับไม่รู้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ มาบัดนี้สัตย์ปฏิญญาที่ให้ไว้แต่ปางก่อน ได้เวียนมาส่งผล จึงพระเฑียรราชามิอาจจบชีวิตเยี่ยงขัตติยราช </p>



<p class="wp-block-paragraph">จากการนำพงศาวดารสามฉบับของไทย-พม่า มาเปรียบเทียบ สรุปได้ว่าพงศาวดารไทยระบุว่า พ.ศ.2106 กรุงศรีอยุธยาได้เสียช้างเผือกพลาย, พระราเมศวร และขุนนางคนสำคัญ ไปเป็นตัวประกันที่หงสาวดี แต่ไม่ได้ยอมรับอย่างเต็มปากว่าได้เสียเอกราชแล้ว ซึ่งตามประเพณีโบราณ การสูญเสียช้างเผือก รวมถึงเชื้อพระวงศ์ และทหารคนสำคัญไปไว้ให้กับเมืองใดเมืองหนึ่งเท่ากับว่า เมืองที่ควบคุมบุคคลสำคัญเหล่านั้นย่อมมีอิทธิพลเหนือเมืองที่สูญเสีย หรือพูดง่าย ๆ  ว่า มีสถานะเป็นเมืองขึ้นนั่นเอง</p>



<blockquote class="wp-block-quote has-text-align-center is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p><em>ส่วน พงศาวดารพม่าทั้ง 2 ฉบับ ต่างระบุตรงกันว่ากรุงศรีอยุธยาเสียเอกราชครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ.2106 และปี พ.ศ.2112 หงสาวดีแค่ยกทัพมาปราบกบฏเท่านั้น</em></p></blockquote>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/50893">หรือความจริงแล้ว &#8220;สงครามเสียกรุงศรีครั้งแรก&#8221; เป็นเพียงสงครามปราบกบฏของหงสาวดีเท่านั้น ?</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>7 กลเม็ดวิธีลืมแฟนเก่า ต้องเข้าใจ-ยอมรับความจริง และก้าวต่อไปข้างหน้า</title>
		<link>https://brickinfotv.com/article/48493</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 15 Mar 2020 10:22:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[จิรายุส์ ขุนนางประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีลืมแฟนเก่า]]></category>
		<category><![CDATA[แฟนเก่า.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=48493</guid>

					<description><![CDATA[<p>ว่ากันด้วยเรื่องรัก ๆ ใคร ๆ คงเป็นเรื่องที่ไม่เข้าใครออ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/48493">7 กลเม็ดวิธีลืมแฟนเก่า ต้องเข้าใจ-ยอมรับความจริง และก้าวต่อไปข้างหน้า</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ว่ากันด้วยเรื่องรัก ๆ ใคร ๆ คงเป็นเรื่องที่ไม่เข้าใครออกใคร แน่นอนว่ายามที่ความรักกำลังสดใสอะไรในชีวิตก็คงดูดีไปเสียทั้งหมด แต่เมื่อความรักนั้นจบลงทำให้หลายต่อหลายคนเสียอาการ และใช้ชีวิตต่อแทบไม่เป็นเลยทีเดียว สาเหตุที่เป็นแบบนั้น ผู้คนร้อยละร้อยต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่ายังไม่สามารถลืมแฟนเก่าได้ ทำให้ยังต้องดื่มด่ำกับความเสียใจอยู่อย่างนั้น แน่นอนว่าการที่เราจมปลักอยู่กับความเสียใจย่อมทำให้ชีวิตเรามีแต่แย่ลงเท่านั้น ดังนั้นวันนี้เราจึงได้รวบรวมกลเม็ดไว้ใช้ลืมแฟนเก่าไม่ให้ตามมาหลอกหลอนทุก ๆ คน ด้วยวิธีดังต่อไปนี้</p>



<h2 class="wp-block-heading">1.เรียนรู้ทำสิ่งใหม่ ๆ หรือหากิจกรรมทำ</h2>



<p class="wp-block-paragraph">การที่เราไม่ปล่อยให้ตัวเองมีเวลาว่างก็จะทำให้เราไม่คิดฟุ้งซ่าน และเผลอใจไปนึกถึงแต่เรื่องของแฟนเก่าของตัวเองมากจนเกินไป การหากิจกรรมทำเป็นสิ่งที่ดีในช่วงเวลาดังกล่าว เพราะจะทำให้สมาธิและความคิดของตัวเรานั้นไปจดจ่ออยู่กับสิ่งที่เรากำลังทำขณะนั้น จนทำให้ไม่มีเวลาไปคิดถึงคนที่ทำให้เราเสียใจ และหากยิ่งเป็นกิจกรรมใหม่ ๆ ที่เราไม่เคยทำมาก่อนก็จะยิ่งดึงดูดความสนใจของเราเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading">2.ปิดช่องทางการสื่อสารกับแฟนเก่าทุกช่องทาง<span style="text-decoration: underline;">ในช่วงแผลสด</span></h2>



<p class="wp-block-paragraph">แน่นอนว่าในช่วงที่เราเพิ่งโดนทิ้งมาใหม่ ๆ เราย่อมยังอาลัยกับคน ๆ นั้นอยู่เสมอ จนบางทีอาจทำให้หลายคนเผลอทำตัวน่ารำคาญ เช่นโทรหา, ตามตื๊อ หรือส่องแฟนเก่าผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะยิ่งทำให้ตัวเราจมอยู่กับความเสียใจไปเรื่อย ๆ ดังนั้น หากความรักครั้งนั้นได้จบลงแล้วจริง ๆ เราควรปิดกั้นการสื่อสารกับแฟนเก่าไปสักระยะหนึ่ง เพื่อทำให้เราได้กลับมาทบทวนและอยู่กับตัวเองจริง ๆ ไม่ต้องไปเห็นเรื่องราวของเขา ซึ่งจะยิ่งทำให้เราก้าวข้ามผ่านความเสียใจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น</p>



<h2 class="wp-block-heading">3.ใช้เวลากับตัวเองและครอบครัวมาก ๆ</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ทุกครั้งที่เราผิดหวังจากความรักจงจำไว้เสมอว่าบนโลกใบนี้มีคนที่รักเรามาก ๆ นั่นคือครอบครัวของเรานั่นเอง การได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองและครอบครัวในช่วงเวลาดังกล่าวจะทำให้สภาพจิตใจเราฟื้นตัวได้รวดเร็วขึ้น แต่ครอบครัวก็ต้องช่วยให้กำลังใจด้วยเช่นกัน  และที่สำคัญในช่วงเวลาที่เพิ่งเลิกกับแฟนเก่ามาหมาด ๆ อย่าเพิ่งรีบมีแฟนใหม่ด้วยเหตุผลเพียงเพราะแฟนเก่าเขาทิ้งเราไปมีแฟนใหม่ เพราะหากเรารีบไขว่คว้าเอาใครมาก็ได้ในช่วงนั้น เราอาจจะได้ตัวที่ห่วงกว่าคนเก่าเข้ามาในชีวิตของเราเพิ่มขึ้นอีกก็อาจจะเป็นไปได้</p>



<h2 class="wp-block-heading">4.เข้าใจและยอมรับ</h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong> </strong>หากเราเข้าใจและยอมรับกับเหตุการณ์ดังกล่าวได้ว่า มันก็เป็นเรื่องของกลไกลธรรมชาติที่ทุกคนต่างต้องผ่านกันไปด้วยกันทั้งนั้น และไม่มีใครบนโลกใบนี้ไม่เคยพบกับความผิดหวัง จะทำให้เราฟื้นตัวจากความเสียใจได้รวดเร็ว และไม่คิดโกรธเคืองแฟนเก่าที่ทำให้เราเสียใจ</p>



<h2 class="wp-block-heading">5.หยุดหาคำตอบว่าเหตุใดเขาถึงทิ้งเราไป</h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong> </strong>เมื่อใครสักคนทิ้งเราไป และเรามัวแต่มานั่งหาคำตอบว่าทำไมเขาถึงทิ้งเราไป จะยิ่งมีแต่ทำให้เราจมอยู่กับความเสียใจ ซึ่งเราไม่มีทางได้คำตอบจากการค้นหาในครั้งนี้อย่างแน่นอน เพราะการที่ใครสักคนเลือกจะเดินจากคนหนึ่งไป บางครั้งมันก็ไม่มีเหตุผลอะไรมาตอบคำถามทั้งนั้น ดังนั้นเราไม่ควรเก็บเรื่องดังกล่าวมาคิดให้ตัวเองปวดหัว แต่จงใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน และอนาคตที่กำลังจะมาถึงนั่นจึงจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด</p>



<h2 class="wp-block-heading">6.บ่นบ้างก็ได้</h2>



<p class="wp-block-paragraph">การได้ระบายหรือพูดความในใจที่อัดอั้นก็เป็นวิธีการปลดปล่อยที่ดีเหมือนกัน แต่ที่สำคัญเราต้องเลือกคนที่จะมานั่งฟังเราให้ดีด้วย เพราะบางคนอาจไม่ได้อยากมานั่งฟังปัญหาของใคร แต่หากเรามีเพื่อนหรือครอบครัวที่เป็นผู้ฟังที่ดี คน ๆ นั้นแหละคือคนที่เหมาะสมที่เราจะระบายความทุกข์ให้เขาฟัง เพราะบางทีเขาอาจแบ่งปันเรื่องราวของเขาที่ใกล้เคียงกับเรา จนเราคิดว่าเรื่องที่เราเจอมาก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนะ</p>



<h2 class="wp-block-heading">7.อย่าอาลัยอาวรณ์นานเกินไป</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ความรักที่เพิ่งจบไปคงไม่แปลกนักที่เราจะเสียใจ ซึ่งเราควรดื่มด่ำกับความเสียใจให้ถึงขีดสุด และค่อย ๆ พาตัวเองออกมาจากความเสียใจในครั้งนั้น ซึ่งขั้นตอนของวิธีนี้คืออย่าพยายามหวนคิดถึงความหลังที่แสนหอมหวาน และจงจำไว้ใส่ใจเสมอว่าเรื่องทั้งหมดได้จบลงไปแล้ว ให้เก็บความทรงจำนั้นไว้เป็นความสุข แต่ถ้าหากความทรงจำนั้นมันทำให้เราเสียใจก็พยายามอย่าไปนึกถึงมันมากนัก </p>



<p class="wp-block-paragraph">และทั้งหมดนี้ คือกลเม็ดวิธีลืมแฟนเก่าที่เรารวบรวมมาให้เพื่อน ๆ ได้ลองนำไปใช้ และหวังว่าเพื่อน ๆ  จะสามารถก้าวผ่านความเสียใจไปได้ สุดท้ายอยากจะบอกว่าทุกครั้งที่สิ่งใดจบลง จะเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่ ๆ เสมอ ดังนั้นเสียใจได้แต่อย่านาน ที่สำคัญรักตัวเองมาก ๆ และทำให้ชีวิตของตัวเองดีขึ้นจนเขาเสียดายที่ทิ้งเราไป ดีกว่าให้เขาหันกลับมาแล้วคิดถูกแล้วที่ทิ้งเราไป </p>



<p class="wp-block-paragraph">โดย : <a rel="noreferrer noopener" href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%90/" target="_blank">จิรายุส์ ขุนนางประเสริฐ</a> </p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/48493">7 กลเม็ดวิธีลืมแฟนเก่า ต้องเข้าใจ-ยอมรับความจริง และก้าวต่อไปข้างหน้า</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>2 ขั้นตอนง่าย ๆ ช่วยลดระยะเวลาผ่อนหนี้บ้านได้ 17ปี</title>
		<link>https://brickinfotv.com/article/47383</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 08 Mar 2020 05:40:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[จิรายุส์ ขุนนางประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่อนบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[หนี้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=47383</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนี้บ้านนับว่าเป็นหนี้ก้อนใหญ่ และยังมีระยะเวลาในการผ่อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/47383">2 ขั้นตอนง่าย ๆ ช่วยลดระยะเวลาผ่อนหนี้บ้านได้ 17ปี</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">หนี้บ้านนับว่าเป็นหนี้ก้อนใหญ่ และยังมีระยะเวลาในการผ่อนชำระนาน 20-40 ปีแล้วแต่สัญญาอีกด้วย มิหนำซ้ำยังมีอัตราดอกเบี้ยสูงมากในช่วง 3 ปีหลังจากการทำสัญญาเงินกู้กับธนาคาร ดังนั้นหนี้บ้านจึงเป็นหนี้ที่เราต้องเร่งเคลียร์ให้จบอย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อเป็นการลดภาระจำนวนดอกเบี้ยที่ตัวเราเองต้องจ่ายให้กับธนาคาร ดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดึงเคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยทำให้หนี้บ้านหมดได้เร็วขึ้น 10-17 ปีเลยทีเดียว</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดย : <a rel="noreferrer noopener" href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%90/" target="_blank">จิรายุส์ ขุนนางประเสริฐ</a> </p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สำหรับเคล็ดลับที่เราจะมาพูดถึงวันนี้มีด้วยกัน 2 วิธี ดังนี้</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1. เราต้องชำระหนี้ให้มากขึ้นจากสัญญา </strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อฟังดังนี้หลายคนอาจจะตะชิดตะขวงใจกันใช่ไหมว่าจะมีเทคนิคอะไรที่ดีไปกว่าเทคนิคนี้ แต่แน่นอนเมื่อเราเป็นหนี้วิธีที่จะปลดหนี้ได้ก็คือต้องนำเงินไปคืนเจ้าหนี้ใช่ไหมละ ทั้งนี้เราเองก็ไม่จำเป็นต้องโปะหนี้เป็นก้อนใหญ่ ๆ เสมอไปเพราะจะทำให้สภาพคล่องการเงินเราลดลงได้ ดังนั้นวิธีที่จะทำให้เราใช้หนี้ได้สบาย ๆ และลดเวลาลงมาได้คือควรโปะหนี้เพิ่มอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ยกตัวอย่างถ้าเราผ่อนหนี้บ้านอยู่เดือนละ 10,000 บาท และเมื่อครบปี เรานำเงินไปโปะหนี้บ้านเพิ่มอีก 10,000 บาท จะทำให้หนี้บ้านก้อนนี้มีอายุลดลง 7 ปี และลดดอกเบี้ยลงได้อีกถึง 30% เนื่องจากหนี้บ้านเป็นหนี้ชนิดลดเงินต้นลดดอกเบี้ย ถ้าเรามีเงินที่ไปโปะเงินต้นตั้งหากจากเงินผ่อนประจำจะทำให้เงินต้นลดลง และดอกเบี้ยก็ลดลงตามไปด้วย แต่ถ้าเราผ่อนตามสเต็ปที่ธนาคารตั้งเกณฑ์ไว้ให้ไป 20 หรือ 40 ปี แต่ละสัญญา โดยที่ไม่มีการนำเงินไปโปะเงินต้นบ้างเลย จะทำให้เราไม่สามารถลดระยะเวลาในการผ่อนชำระหนี้ลงได้เลย มิหนำซ้ำเรายังต้องเสียดอกเบี้ยให้ธนาคารเป็นเงินมหาศาลอีกด้วย ดังนั้นจำไว้ว่าเมื่อมีเงินเย็นควรนำไปโปะหนี้บ้าน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>2. เราต้องทำการรีไฟแนนซ์ทุก ๆ 3 ปี</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างที่เกริ่นไปนะครับว่าดอกเบี้ยของหนี้บ้านจะไปหฤโหดมหาแพงช่วง 3 ปีให้หลังจากที่เรากู้ธนาคารซึ่งจะเป็นช่วงดอกเบี้ยรอยตัวอาจขึ้นไปถึง 6-7% แล้วแต่ธนาคาร แต่ช่วง 3 ปีแรกจะมีอัตราดอกเบี้ยต่ำเฉลี่ย 3-4% เท่านั้นเอง ทำให้หลายคนชะล่าใจ และผ่อนตามสเต็ปธนาคารไปเรื่อย ๆ  ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าดอกเบี้ยหลัง 3 ปีไปแล้วมันแพงมาก แต่เรายังสามารถได้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกแบบ 3 ปีแรกไปตลอดได้ถ้าเรารู้จักต่อรองและเจรจากับธนาคารที่เราไปกู้เงินมาซื้อบ้าน ซึ่งโจทย์นี้ทางธนาคารจะไม่มีข้อเสนอมาให้เราเด็ดขาด เพราะทำให้ธนาคารขาดรายได้ แต่ต้องเป็นหน้าที่ของเรานี่แหละที่ทำเรื่องเสนอไปที่ธนาคารเจ้าหนี้ของเรา แต่หากเราไม่พอใจอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารเดิมเสนอให้ เราก็สามารถย้ายธนาคารได้นั่นก็คือการรีไฟแนนซ์นั่นแหละ ซึ่งในกรณีที่เรามีประวัติชำระหนี้ตรงเวลามาเสมอ การขอรีไฟแนนซ์ไปธนาคารใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องยากครับ เพราะธนาคารใหม่จะได้ข้อมูลการชำระเงินย้อนหลัง 3 ปีของเราจากธนาคารเดิมมาเป็นตัวพิจารณา เรียกได้ว่ามีคนคัดกรองมาให้แล้วเป็นอย่างดี ซึ่งจะทำให้เราการรีไฟแนนซ์เป็นเรื่องง่าย แต่เมื่อเราดำเนินหนี้มาถึงจุดที่ต้องต่อรองดอกเบี้ยกับธนาคารแล้วควรเจรจากับธนาคารอย่างน้อย 2-3 แห่ง เพื่อเปรียบเทียบดอกเบี้ยว่าธนาคารแห่งใดเสนอให้ถูกที่สุด เพื่อทำให้เราไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยจำนวนมากนั่นเอง  การที่เรารีไฟแนนซ์ทุก ๆ 3 ปีจะทำให้อัตราดอกเบี้ยของเราลดน้อยลง ซึ่งจะทำให้เงินที่เราจ่ายหนี้ธนาคารแต่ละงวดมันจะไปลบเงินต้นมากขึ้นด้วยนั่นเอง และจะทำให้ระยะเวลาในการชำระหนี้ลดลงตามไปด้วย ซึ่งการรีไฟแนนซ์ทุก ๆ 3 ปี จะทำให้เราผ่อนหนี้บ้านได้เร็วขึ้นอีก 10 ปี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น
หากเราทำการชำระหนี้เพิ่ม 1 งวดต่อปีเพียง 10% ของยอดชำระในแต่ละปี
และหมั่นเจรจาลดอัตราดอกเบี้ยทุก ๆ 3 ปี ก็จะทำให้เราปลดหนี้เร็วขึ้นได้ถึง 17
ปีเลยทีเดียว ซึ่งนี่ก็คือเทคนิคง่าย ๆ ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/47383">2 ขั้นตอนง่าย ๆ ช่วยลดระยะเวลาผ่อนหนี้บ้านได้ 17ปี</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผ่อน 0% ดีจริงหรือ ร้านค้า-ธนาคาร-ลูกค้า ใครได้ ใครเสีย ?</title>
		<link>https://brickinfotv.com/article/44371</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Feb 2020 13:15:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[จิรายุส์ ขุนนางประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่อน 0%]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=44371</guid>

					<description><![CDATA[<p>โดย : จิรายุส์ ขุนนางประเสริฐ ในยุคปัจจุบัน การที่เราจะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/44371">ผ่อน 0% ดีจริงหรือ ร้านค้า-ธนาคาร-ลูกค้า ใครได้ ใครเสีย ?</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">โดย : <a rel="noreferrer noopener" href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%90/" target="_blank">จิรายุส์ ขุนนางประเสริฐ</a> </p>



<p class="wp-block-paragraph">ในยุคปัจจุบัน การที่เราจะซื้อของอะไรสักอย่าง ล้วนแล้วแต่มีโปรโมชั่นของการผ่อนชำระเข้ามาเป็นทางเลือกให้เราด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอย่าง โทรศัพท์มือถือ, เสื้อผ้า, รองเท้า, อาหารยังผ่อน, คลอดลูกยังมีผ่อน ล่าสุดมีโปรโมชั่นเที่ยวก่อนผ่อนทีหลังจากสายการบินหนึ่งอีกด้วย ประกอบกับยังมีโปรโมชั่นผ่อนด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% เข้ามากระตุ้นการซื้อของผู้บริโภคเข้าไปอีก ยิ่งทำให้ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ เป็นหนี้ง่ายขึ้น และเป็นหนี้อย่างไม่รู้ตัว หลายครั้งเราซื้อสินค้าเพราะมองแค่ว่ามันราคาถูก โดยไม่ได้คิดใช้ประโยชน์จากของสิ่งนั้นที่เราซื้อมาแม้แต่นิดเดียว</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับ
การที่เราจะผ่อนจ่ายของอะไรสักชิ้นก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไรมากนัก
แต่เราควรมีวินัยคิดก่อนจ่ายสักนิด
ว่าของที่เราซื้อมานั้นเราได้ใช้ประโยชน์จริงหรือไม่ แต่ต้องยอมรับว่าประชากรส่วนใหญ่ของประเทศไทยขาดความยับยั้งชั่งใจอยู่มาก
ยิ่งมีโปรโมชั่นผ่อนด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% และเปิดโอกาสให้ผ่อนนานยิ่งขาดสติในการใช้เงินกันมาก
นั่นจึงทำให้หนี้ครัวเรือนของประเทศไทยสูงขึ้นกว่า 78.8% เมื่อเทียบกับ GDP หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 13 ล้านล้านบาท ในปี 2562
ตามรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)&nbsp;
และยังสูงเป็นอันดับที่ 2 ของเอเชียอีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม ข้อดีของการผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% สำหรับลูกค้าอย่างเรา ๆ คือทำให้เราไม่ต้องควักเงินซื้อของเต็มจำนวนของราคา โดยผ่อนจ่ายเป็นงวด เช่นผ่อนจ่าย 10 เดือน จากมูลค่าของที่ราคา 1 หมื่นบาท ก็ทำให้เราจ่ายแค่เดือนละ 1 พันบาทเท่านั้น แถมไม่มีดอกเบี้ยด้วย ยิ่งเป็นข้อดีคูณสองไปอีก เพราะทำให้เรามีเงินเหลือไว้ใช้สำหรับอย่างอื่นในการดำรงชีวิตในแต่ละเดือน และทำให้เราสามารถซื้อของแพงได้ง่ายขึ้นนั่นเอง</p>



<h2 class="wp-block-heading">ร้านค้าขายได้เยอะ ไม่ต้องเช็คประวัติ เพราะธนาคารการันตีให้</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่ ข้อดีของร้านค้า
คือสามารถขายของได้มากขึ้น ยอดขายเพิ่มจากโปรโมชั่นดังกล่าว โดยที่ไม่ต้องมาเสียเวลาเช็คประวัติลูกค้าเองว่าลูกค้าจะมีเงินมาจ่ายเงินส่วนที่เหลือหรือไม่
เพราะมีตัวกลางคือสถาบันการเงินคอยตรวจสอบประวัติลูกค้าให้ก่อนแล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนธนาคาร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผู้ได้รับประโยชน์จากโปรโมชั่นผ่อนด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% เนื่องจากการรูดบัตรเครดิตของลูกค้าในการซื้อของ บางครั้งมักมีค่าธรรมเนียมในการให้บริการ 2-3% โดยบางกรณีจะเก็บกับลูกค้า หรือร้านค้าก็ได้ รายได้จากส่วนนี้ก็จะกลายเป็นกำไรของธนาคาร นอกจากนี้หากลูกค้าอย่างเรา ๆ ไม่สามารถชำระหนี้ตามเวลาที่ธนาคารกำหนด ทางธนาคารก็สามารถคิดดอกเบี้ยจากผู้บริโภคได้สูงสุด 18% ต่อปีนั่นเอง โดยธนาคารจะมีการส่งจดหมาย หรือส่งเอสเอ็มเอสมาเตือนผู้บริโภค ซึ่งค่าใช้จ่ายในการดำเนินการส่วนนี้จะเรียกเก็บกับลูกหนี้ ก็คือเราอีกด้วย หรือที่เรียกกันว่าค่าธรรมเนียมในการทวงถามนั่นเอง ขณะเดียวกัน ธนาคารยังจะได้ข้อมูลต่าง ๆ ของเราไปอีก และจะนำข้อมูลเหล่านั้นมาตกผลึก เพื่อทำผลิตภัณฑ์ของธนาคารเช่นการลงทุนต่าง ๆ มาขายเราต่ออีก</p>



<h2 class="wp-block-heading">รู้สึกซึื้อของถูกแต่ระวังเสียนิสัย</h2>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ในข้อดี
มักมีข้อเสียที่พ่วงท้ายมาด้วยเสมอ เพราะการผ่อนด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 10 เดือน
มันยิ่งทำให้คนบางคนมองว่าของที่เราซื้อนั้นมันราคาถูกมาก
เพราะเราไม่ต้องจ่ายราคาเต็มและไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย
หลายคนจึงมักเกิดพฤติกรรมขาดความยับยั้งชั่งใจในการซื้อของ
โดยเฉพาะสินค้าฟุ่มเฟือย
ทำให้เกิดหนี้ที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนสูงเกือบเทียบเท่ารายได้ หรือร้ายไปกว่านั้นอาจเกิดหนี้ที่ต้องจ่ายมากกว่ารายได้เสียอีก
เพราะหลายคนเห็นอะไรก็ราคาถูกไปเสียหมด จึงตัดสินใจซื้อและใช้โปรโมชั่นผ่อนนาน 10
เดือน ด้วยดอกเบี้ย 0% พอมารู้ตัวอีกทีเมื่อมีบิลเรียกเก็บ
ก็สายไปเสียแล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ เมื่อทราบถึงข้อดีข้อเสียของการซื้อของแบบผ่อนจ่ายด้วยอัตราดอกเบี้ย
0% กันแล้ว ก็ต้องหมั่นสำรวจความต้องการของตนเองก่อนใช้เงินให้ดีกันด้วยนะครับ
เพราะการซื้อสินค้าผ่านช่องทางผ่อนชำระด้วยโปรโมชั่นดังกล่าว มีทั้งข้อดีและข้อเสียควบคู่กันไป
แต่หากเรารู้จักวางแผน ตั้งสติ แยกแยะ ว่าสิ่งของชิ้นใดจำเป็นหรือไม่จำเป็นต่อการดำรงชีพ
และควบคุมการใช้จ่ายไม่ให้เกินตัวกับรายได้ในแต่ละเดือน เราก็จะไม่ตกเป็นเหยื่อของโปรโมชั่นต่าง
ๆ แต่ในทางกลับกัน เราจะกลายเป็นผู้ได้ประโยชน์จากการตลาดแบบนี้อย่างผู้ชาญฉลาดนั่นเอง</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/44371">ผ่อน 0% ดีจริงหรือ ร้านค้า-ธนาคาร-ลูกค้า ใครได้ ใครเสีย ?</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“รถ” กับ “บ้าน” ควรซื้ออะไรก่อนกันดี ?</title>
		<link>https://brickinfotv.com/article/42693</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Feb 2020 17:59:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[จิรายุส์ ขุนนางประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ที่อยู่อาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=42693</guid>

					<description><![CDATA[<p>มันเป็นเรื่องปกติของคนเราที่พอเรียนจบและเริ่มทำงาน ก็ต้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/42693">“รถ” กับ “บ้าน” ควรซื้ออะไรก่อนกันดี ?</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">มันเป็นเรื่องปกติของคนเราที่พอเรียนจบและเริ่มทำงาน ก็ต้องมีความอยากได้สินทรัพย์ที่เป็นของตนเอง ซึ่ง 2 สิ่งยอดนิยมที่ยั่วยวนใจคนวัยทำงานคงหนีไม่พ้น <strong>“บ้าน”</strong> กับ <strong>“รถยนต์”</strong> แต่หลายคนก็มักจะตัดสินใจไม่ถูกว่าควรจะเลือกซื้ออะไรก่อนกันดี เนื่องจากหลายคนมีการปรึกษาคนรอบตัวแต่ก็ได้คำตอบที่ต่างกันออกไปจึงคิดไม่ตก ดังนั้นเราจะมาไขข้อสงสัยกันว่าระหว่าง <strong>“บ้าน”</strong> กับ <strong>“รถยนต์”</strong> ควรซื้ออะไรก่อนดี</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดย : <a rel="noreferrer noopener" href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%90/" target="_blank">จิรายุส์ ขุนนางประเสริฐ</a> </p>



<p class="wp-block-paragraph">ต้องบอกว่าการตัดสินใจซื้อบ้านก่อน
หรือซื้อรถยนต์ก่อนไม่มีอะไรผิดหรือถูก
เนื่องจากเป้าหมายการใช้ชีวิตของแต่ละคนต่างกันออกไป
หากใช้การตัดสินใจในยุคก่อนคนส่วนใหญ่มักจะบอกว่าให้ซื้อบ้านก่อนเพราะเป็นสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มราคาขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อทุกปี
และควรซื้อบ้านใกล้ที่ทำงานจะได้ไม่ต้องซื้อรถยนต์ นำมาซึ่งการประหยัดค่าเดินทางอีกด้วย
แต่อย่าลืมว่าบ้านนั้นมีระยะเวลาผ่อนที่ยาวนานกว่ารถยนต์มากเลยทีเดียว ซึ่งบ้านใช้ระยะเวลาผ่อน
20-40 ปี แล้วแต่สัญญา โดยบ้านนั้นจะกลายเป็นสินทรัพย์ได้ก็ต่อเมื่อต้องผ่อนหมดแล้วเท่านั้น
</p>



<h2 class="wp-block-heading">คนรุ่นใหม่งานก็เปลี่ยนบ่อย บ้านก็แพงขึ้น</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะเดียวกัน การตัดสินใจซื้อบ้านใกล้ที่ทำงาน
จะแน่ใจได้อย่างไรว่าคุณจะตัดสินใจทำงานที่นั่นไปอีกกี่ปี เพราะคน Gen Y (ประชากรในวัย 20 -37 ปี) มักทำงานเฉลี่ยแห่งละ 2
ปี 5 เดือน เท่านั้น ตามการวิจัยของ ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ
(SAB) และแน่นอนว่าราคาบ้านมักปรับขึ้นทุกปี แต่การซื้อขายก็ไม่ได้คล่องแคล่วเช่นเดียวกับสินทรัพย์อื่น
เพราะเป็นสินทรัพย์ราคาแพงและไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้นั่นเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วน
รถยนต์ซึ่งเป็นความต้องการของคนยุคใหม่ในจำนวนอีกไม่น้อยเช่นกัน
เนื่องจากสามารถอำนวยความสะดวกสบายในการเดินทางให้กับเราได้
ประกอบกับยังสามารถยกระดับให้เราดูเป็นคนมีฐานะและมีความน่าเชื่อถือขึ้นมาได้อีกระดับ
เพียงแค่การมีรถยนต์ขับไปอวดคนอื่น นอกจากนี้การผ่อนรถยนต์ยังมีระยะเวลาที่สั้นกว่าการผ่อนบ้านอีกด้วย
โดยใช้เวลาประมาณ 5-7 ปี ก็จะช่วยสร้างเครดิตทางการเงินให้กับเราได้อีกด้วย แต่ก็อย่าลืมว่ารถยนต์นั้นเป็นสินทรัพย์ที่มีแต่ความเสื่อมในแง่มูลค่า
เพียงแค่ถอยออกมาจากโชว์รูม 1 วัน ราคาก็ร่วงไปหลายบาทแล้ว
และยังต้องมีค่าบำรุงรักษา เช่นค่าน้ำมัน ค่าประกันภัย ค่าเช็คสภาพรถยนต์ ค่าเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง
เป็นต้น ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยด้วยกันทั้งนั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น การจะให้ใครคนหนึ่งมาฟันธงว่าเราควรซื้ออะไรก่อนกัน
และใช้เกณฑ์การตัดสินใจของคนคนนั้นมาชี้วัด คงใช้ไม่ได้นั่นเอง
แต่หากเราดันเกิดมีหนี้รถยนต์ และบ้านพร้อมกัน แต่เรามีเงินที่จะสามารถไปปิดหนี้ก้อนใดก้อนหนึ่งได้
เราควรเลือกปิดหนี้รถยนต์ก่อนหนี้บ้าน เนื่องจากหนี้รถยนต์มีอัตราดอกเบี้ยที่แพงกว่าบ้าน
ซึ่งจะช่วยทำให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยให้กับสถาบันการเงินไปได้จำนวนหนึ่ง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1080" height="1080" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/02/070263-1.jpg" alt="" class="wp-image-42696" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/02/070263-1.jpg 1080w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/02/070263-1-300x300.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/02/070263-1-1024x1024.jpg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/02/070263-1-100x100.jpg 100w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/02/070263-1-768x768.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/02/070263-1-990x990.jpg 990w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading">ทีนี้ จะสำรวจตัวเองอย่างไรบ้างว่าควรซื้อบ้าน หรือรถยนต์ก่อนกัน ลองสำรวจตามลักษณะ ดังนี้</h2>



<ol class="wp-block-list"><li><strong>กรณีเลือกซื้อรถยนต์ก่อน</strong> ต้องดูความจำเป็นว่าเราสามารถใช้ประโยชน์อะไรจากรถยนต์มากกว่าการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตนเองได้หรือไม่ เช่นการซื้อรถยนต์มาเพื่อประกอบอาชีพ อาทิ การเป็นเซลล์ ซึ่งในยุคปัจจุบันหลายบริษัทมักระบุในสัญญาว่าคนที่จะมาสมัครเป็นเซลล์จะต้องมีรถยนต์เป็นของตัวเองในการขับไปพบลูกค้า ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของอาชีพเซลล์เป็นอย่างมาก หากไม่มีรถยนต์ก็ไม่สามารถทำอาชีพนี้ได้ นอกจากนี้เรายังสามารถสร้างอาชีพเพิ่มจากรถยนต์ได้ เช่นการขับแกร็บยามว่าง หรือการซื้อรถยนต์มาเพื่อประกอบอาชีพ เช่นพ่อค้าแม่ค้าต่าง ๆ ที่ต้องใช้รถยนต์เพื่อการขนของสำหรับตั้งร้านตามจุดต่าง ๆ ที่เราไปเช่าหน้าร้าน หรือการใช้รถยนต์วิ่งรับของมาขายนั่นเอง หากสำรวจและพบว่าการซื้อรถยนต์ของตัวเองสามารถใช้ประโยชน์ในลักษณะดังกล่าวที่กล่าวมาได้ก็ยังถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ไม่พลาด</li><li><strong>กรณีเลือกซื้อบ้านก่อน </strong>โดยปกติแล้วการกู้เงินจากธนาคารเพื่อมาซื้อบ้าน ธนาคารมักจะกำหนดอัตราการผ่อนชำระคืนเงินกู้ในอัตราไม่เกิน 40% ของเงินเดือนตัวเอง เช่นเรามีรายได้ 2 หมื่นบาท อาจต้องผ่อนบ้านเดือนละ 8 พันบาท ก็จะทำให้เราเหลือเงิน 1.2 หมื่นบาท ไว้ใช้กินใช้และเป็นเงินออมแต่ละเดือน โดยเราต้องทำเช่นนี้ไปอีก 20-40 ปี </li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น ต้องถามตัวเองเสียก่อนว่าเราจะสามารถทำเช่นนี้ไปได้ในระยะยาวหรือไม่
ขณะเดียวกันการซื้อบ้านก่อนรถยนต์คุณจะต้องไม่เดือดร้อนเรื่องการเดินทางไปทำงานด้วยเช่นกัน
และหากสามารถนำบ้านมาสร้างรายได้ เช่นเปิดร้านของชำ หรือเปิดร้านขายข้าว เป็นต้น
ก็จะยิ่งเป็นสิ่งที่ดีด้วยนั่นเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">และทั้งหมดนี้คือข้อสังเกตว่าเราควรตัดสินใจซื้อบ้านหรือรถยนต์ก่อนกันดี
ซึ่งการตัดสินใจนั้นต้องใช้วิถีการดำเนินชีวิตของเราเป็นหลักในการตัดสินใจ ไม่ควรตัดสินใจตามคนอื่น
เพราะการเลือกถูกหรือผิดนั้น ขึ้นอยู่กับวิถีการดำเนินชีวิตของตัวเรานั่นเอง</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/42693">“รถ” กับ “บ้าน” ควรซื้ออะไรก่อนกันดี ?</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>19 ปี บนถนนสายดนตรีที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบของ ”โปเตโต้”</title>
		<link>https://brickinfotv.com/article/40603</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 26 Jan 2020 18:16:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[บันเทิงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[POTATO]]></category>
		<category><![CDATA[จิรายุส์ ขุนนางประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[โปเตโต้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=40603</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากให้เอ่ยชื่อวงดนตรีอันดับต้น ๆ ของเมืองไทยในปัจจุบัน  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/40603">19 ปี บนถนนสายดนตรีที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบของ ”โปเตโต้”</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>หากให้เอ่ยชื่อวงดนตรีอันดับต้น ๆ ของเมืองไทยในปัจจุบัน แน่นอนว่าจะต้องมีชื่อของ ”โปเตโต้” หลุดออกมาจากปากใครหลายคน โดยในยุคนี้ ”โปเตโต้” คือ วงดนตรีแถวหน้าของเมืองไทยที่ไม่มีใครไม่รู้จัก แต่กว่าจะประสบความสำเร็จเช่นทุกวันนี้ วงร็อคหัวมันวงนี้ฝ่ามรสุมที่โถมเข้ามาใส่จนแทบต้องยุบวงทิ้งไว้เพียงชื่อให้แฟนเพลงได้ระลึกถึงอยู่หลายครั้ง </strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">โดย : <a rel="noreferrer noopener" href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%90/" target="_blank">จิรายุส์ ขุนนางประเสริฐ</a> </p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>”โปเตโต้”</strong>ถูกแกรมมี่ฟอร์มวงขึ้นในปี 2543 ด้วยสมาชิกตั้งต้น 3 คน ภายใต้ชื่อ<strong>“Backstage Boys” </strong>ประกอบด้วย <strong>“ปีย์”</strong>หรือ <strong>ชนิตว์ อ้นอารี</strong>
ทำหน้าที่ร้องนำ <strong>“โน๊ต”</strong>หรือ <strong>นันทไกร ฉ่ำใจหาย</strong> รับบทกีตาร์ของวง และ<strong>”บ๋อม” </strong>หรือ <strong>สุวาทิน วัฒนวิทูกูร</strong> มือกลองคนแรกของวง หลังจากนั้นก็ได้ <strong>“นุช”</strong>หรือ <strong>อรนุช ตั้งเดชาวุฒิ</strong> มือเบสสาวเข้ามาร่วงวง เป็นคนสุดท้าย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทว่า โปรดิวเซอร์ที่ดูแล<strong>“Backstage Boys”</strong> อยู่ในขณะนั้น
ก็ได้ทำเซอร์ไพรส์ด้วยการเพิ่มนักร้องนำของวงเข้ามาอีก 1 คน นั่นก็คือ<strong>”ปั๊ป”</strong>หรือ <strong>พัฒน์ชัย ภักดีสู่สุข </strong>และเปลี่ยนมาใช้ชื่อวงว่า<strong>”โปเตโต้”</strong> โดยในปี 2544 คือจุดเริ่มต้นของการออกเดินทางบนถนนสายดนตรีของวงร็อคหัวมันน้องใหม่
ภายใต้ชื่ออัลบั้มที่ชื่อ<strong>”โปเตโต้”</strong></p>



<figure class="wp-block-embed-youtube wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="คนดีไม่มีที่อยู่ - Potato : นักผจญเพลง" width="740" height="416" src="https://www.youtube.com/embed/-0tZHfRA7tg?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>”โปเตโต้”</strong>ออกอัลบั้มแรกโดยมีเพลงฮิตติดหูแฟนเพลงอยู่ 2 เพลงนั่นก็คือ <strong>“คนดีไม่มีที่อยู่”</strong> และ<strong>”ทำนองที่หายไป”</strong> แต่ยอดขายก็ยังไม่เป็นไปตามเป้าที่แกรมมี่วางไว้ หรือพูดง่าย ๆ นั่นก็คือเจ๊ง ประกอบกับการมีนักร้องนำ 2 คน ยิ่งทำให้<strong>”โปเตโต้” </strong>ถูกแฟนเพลงในยุคนั้นเปรียบว่าเป็นวงลูกกวาด ซึ่งก็คือวงที่ไม่ได้เก่งและรอวันจะหายไปจากวงการในไม่ช้า</p>



<p class="wp-block-paragraph">สถานการณ์ของ<strong>”โปเตโต้”</strong>ระส่ำหนักเข้าไปอีก เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2545 <strong>“ปีย์”</strong> นักร้องนำหลักของวงมีอันต้องเสียชีวิตอย่างกะทันหันด้วยวัยเพียง 20
ปี เท่านั้น จากเหตุการณ์ไฟดูดในห้องน้ำ ซึ่งขณะนั้น<strong>”โปเตโต้”</strong>กำลังเตรียมงานที่จะขึ้นอัลบั้มชุดที่ 2
ด้วยการนำทีมของโปรดิวเซอร์คนใหม่อย่าง<strong>”ฟองเบียร์”</strong>หรือ <strong>ปฏิเวธ อุทัยเฉลิม</strong> </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="484" height="252" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/ชนิตว์-อ้นอารี.jpg" alt="" class="wp-image-40605" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/ชนิตว์-อ้นอารี.jpg 484w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/ชนิตว์-อ้นอารี-300x156.jpg 300w" sizes="(max-width: 484px) 100vw, 484px" /><figcaption><strong>“ปีย์”</strong>หรือ <strong>ชนิตว์ อ้นอารี</strong> </figcaption></figure></div>



<p class="wp-block-paragraph">หลังการเสียชีวิตของ <strong>“ปีย์”</strong> มือเบสของวงอย่าง<strong>“นุช”</strong> ตัดสินใจลาออกจากวงโดยให้เหตุผลว่ากำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ขณะที่แกรมมี่สั่งให้โปรเจ็คการทำวง<strong>”โปเตโต้”</strong>หยุดไปอย่างไม่มีกำหนด พูดง่าย ๆ นั่นก็คือรอยุบวงนั่นเอง จากอัลบั้มแรกไม่ทำกำไร ประกอบกับสมาชิกในวงหายไปแล้ว 2 คน</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>“ฟองเบียร์”</strong> ถูกย้ายไปแต่งเพลงให้ <strong>”แจ๊คคูล่า”</strong> ส่วนโปเตโต้พยายามดิ้นรนหาสมาชิกใหม่ของวง ซึ่งก็ได้ <strong>”โอม”</strong> หรือ <strong>ปิยวัฒน์ อนุกูร</strong> เข้ามารบบทมือเบสแทนที่ <strong>”นุช”</strong> ที่ลาออกไป อย่างไรก็ตาม <strong>”โปเตโต้”</strong> คงต้องเอ่ยคำว่าขอบคุณแรง ๆ ให้กับ <strong>”แจ๊คคูล่า”</strong> ที่ปฏิเสธเพลง<strong>”กล้าพอไหม” </strong>ที่<strong>”ฟองเบียร์”</strong>เขียนให้ </p>



<p class="wp-block-paragraph">เพราะสุดท้ายเพลง <strong>”กล้าพอไหม”</strong> ถูกเขี่ยออกจากลิสต์เพลงของ <strong>”แจ๊คคูล่า”</strong> มาให้ <strong>”โปเตโต้”</strong> ซึ่งทำให้ <strong>”โปเตโต้”</strong> มีเพลงโปรโมทสำหรับขึ้นอัลบั้มที่สอง และได้ไปต่อ โดย <strong>”กล้าพอไหม”</strong> ยังกลายเป็นเพลงที่ฮิตที่สุดในอัลบั้มที่ 2 ของ <strong>”โปเตโต้”</strong> อีกด้วย นอกจากนี้ในอัลบั้มที่ 2 &#8220;<strong>โปเตโต้”</strong>ยังมีเพลง <strong>”ไม่ให้เธอไป” </strong>ซึ่งเป็นเพลงที่ <strong>”ปีย์”</strong> แต่งทำนองที่ไม่มีเนื้องร้องทิ้งไว้ให้ ”<strong>ฟองเบียร์”</strong> ก่อนเสียชีวิต โดยตอนจบของเพลง<strong>”ปีย์”</strong>ตะโกนคำว่าไม่ให้เธอไปออกมา“<strong>ฟองเบียร์”</strong> จึงใช้เป็นชื่อเพลงเพื่อเป็นเกียรติให้ <strong>”ปีย์”</strong> และจึงเขียนเนื้อร้องขึ้นมาและ <strong>”ไม่ให้เธอไป” </strong>ก็เป็นอีก 1 เพลงในอัลบั้มที่ 2 ที่ทำให้แฟนเพลงรู้จัก<strong>”โปเตโต้”</strong>มากขึ้น</p>



<figure class="wp-block-embed-youtube wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="กล้าพอไหม - POTATO【OFFICIAL MV】" width="740" height="416" src="https://www.youtube.com/embed/Iq-0v-BTFJs?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ถึงแม้ว่าจะเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมา ทุกการแสดงคอนเสิร์ตสดของ <strong>”โปเตโต้”</strong>ช่วงนั้นก็ยังไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับของผู้ว่าจ้างงานสักเท่าไรนัก หลายงานที่<strong>”โปเตโต้”</strong>ต้องเล่นแบบลิปซิ้ง ทำให้เกิดความบั่นทอนกำลังใจกับสมาชิกในวงไม่น้อย โดยเมื่อเข้าสู่ปี 2547 <strong>”โปเตโต้”</strong>ก็ต้องพบกับจุดเปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อ<strong>”โน๊ต”</strong>มือกีตาร์ของวงขอลาออก ทำให้<strong>”โปเตโต้ </strong>ต้องวุ่นกับการหาสมาชิกใหม่อีกครั้ง โดยสุดท้ายไปจบที่ <strong>“วิน”</strong>หรือ <strong>รัตนพล เก่งเรียน</strong> ซึ่งขณะนั้นกำลังศึกษาอยู่ในระดับ ม.5 เท่านั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปี 2548 <strong>”โปเตโต้”</strong>เดินทางต่อด้วยอัลบั้มที่ 3 พร้อมกับสมาชิกใหม่อีกครั้ง โดยในอัลบั้มนี้ถือเป็นอัลบั้มชุดที่ประสบความสำเร็จที่สุดของ<strong>”โปเตโต้”</strong> ก็ว่าได้ เนื่องจากมีเพลงฮิตที่แฟนเพลงให้การตอบรับดีถึง 6 เพลง จาก 12 เพลงในอัลบั้ม ประกอบด้วย <strong>“ที่เดิม” “ปากดี” “ลา ลา ลา” “ภาษากาย” “รักแท้ดูแลไม่ได้”</strong> และ<strong>หวังดีเสมอ</strong> </p>



<blockquote class="wp-block-quote has-text-align-center is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p><strong>“ความสำเร็จถูกยัดใส่มือโปเตโต้จนลืมที่จะพัฒนาฝีมือขึ้นไป”</strong> </p><cite> ปั๊ป โปเตโต้ กล่าว </cite></blockquote>



<p class="wp-block-paragraph">อัลบั้มชุดที่ 4 ของ<strong>”โปเตโต้”</strong> ปล่อยออกมาในปี 2550 แต่กระแสเทียบกับอัลบั้มที่ 3 ถือว่ายังเป็นรองอยู่มาก
โดยในปีเดียวนั้นเอง <strong>“บ๋อม” </strong>1
ใน 3 สมาชิกที่ก่อตั้งวงก็ได้ลาออกจากวงหลังมีกระแสข่าวความขัดแย้งภายในวงเริ่มขึ้น
และ 1 ปีให้หลัง <strong>“วิน”</strong> ก็ลาออกจากวงไปด้วยเช่นกัน
โดยเมื่อสิ้นสุดอัลบั้ม<strong>”ฮิวแมน”</strong>ในปี
2554 <strong>“ฟองเบียร์”</strong>โปรดิวเซอร์
และนักแต่งเพลงคู่บารมีของวงก็ตัดสินใจลาออก
และหันไปดูแลศิลปินรายอื่นของแกรมมี่แทน</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>”โปเตโต้”</strong>กลับมาตั้งลำ</h2>



<figure class="wp-block-embed-youtube wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="ทิ้งไว้กลางทาง - POTATO「Official MV」" width="740" height="416" src="https://www.youtube.com/embed/zYNsQ6ibdZs?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p class="wp-block-paragraph">อีกครั้ง และค่อย ๆ
ปล่อยซิงเกิลออกมาทีละเพลงตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป
โดยยังมีเพลงที่ได้รับความนิยมอย่าง<strong>”ทิ้งไว้กลางทาง”</strong> ที่สามารถทำยอดวิวในยูทูปทะลุ 100 ล้านวิวได้
นอกจากนั้นยังมีเพลงที่หลายคนให้การยอมรับอย่าง <strong>“กี่พรุ่งนี้” “รอย”</strong> และ<strong>”เธอทำให้ได้รู้”</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">และทั้งหมดนี้ คืออุปสรรคที่วงร็อคแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง<strong>”โปเตโต้”</strong>ฝ่าฟันและยืนหยัดอยู่บนถนนสายดนตรีมายาวนานกว่า 19 ปี โดย <strong>“บ๋อม”</strong> อดีตมือกลองของวงได้เคยกล่าวบนเวทีคอนเสิร์ตของ<strong>”โปเตโต้”</strong> หลังกลับมาร่วมแจมกับเพื่อน ๆ อีกครั้งว่า <strong>“ทุกครั้งที่โปเตโต้มีการเปลี่ยนแปลง
โปเตโต้จะก้าวไปข้างหน้าเสมอ”</strong>
นั่นแสดงถึงมิตรภาพของเพื่อนที่ครั้งหนึ่งเคยออกเดินทางตามหาความฝันมาด้วยกัน </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1200" height="955" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/12/3.ศิลปิน-POTATO-โปเตโต้.jpg" alt="" class="wp-image-36007" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/12/3.ศิลปิน-POTATO-โปเตโต้.jpg 1200w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/12/3.ศิลปิน-POTATO-โปเตโต้-300x239.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/12/3.ศิลปิน-POTATO-โปเตโต้-1024x815.jpg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/12/3.ศิลปิน-POTATO-โปเตโต้-768x611.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/12/3.ศิลปิน-POTATO-โปเตโต้-990x788.jpg 990w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ท้ายสุดคงต้องติดตามว่า<strong>”โปเตโต้”</strong> จะมีทิศทางในการก้าวต่อไปอย่างไร
เพราะวงดนตรีวงนี้เป็นวงที่มีการเปลี่ยนแปลงเยอะที่สุด แต่ชื่อของ<strong>”โปเตโต้”</strong>ยังคงถูกพูดถึงในฐานะวงร็อคแถวหน้าของเมืองไทยทุกครั้ง</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/40603">19 ปี บนถนนสายดนตรีที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบของ ”โปเตโต้”</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
