<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>AI ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<atom:link href="https://brickinfotv.com/tag/ai/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://brickinfotv.com/tag/ai</link>
	<description>ข่าวสาร สาระ ความรู้ และความบันเทิง</description>
	<lastBuildDate>Thu, 25 Jun 2026 10:01:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.1</generator>

<image>
	<url>https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/07/cropped-06-Favicon-Brick-100x100.png</url>
	<title>AI ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<link>https://brickinfotv.com/tag/ai</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เดลล์ เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ PowerEdge XE8812 ชูสถาปัตยกรรม NVIDIA Vera Rubin NVL4 ยกระดับ AI และ HPC ระดับโลก</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/314089</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Jun 2026 10:01:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[CDC Data Centres]]></category>
		<category><![CDATA[Dell Technologies]]></category>
		<category><![CDATA[HPC]]></category>
		<category><![CDATA[InstaDeep]]></category>
		<category><![CDATA[Lawrence Berkeley National Laboratory]]></category>
		<category><![CDATA[NERSC]]></category>
		<category><![CDATA[NVIDIA]]></category>
		<category><![CDATA[OCP]]></category>
		<category><![CDATA[Wellcome Sanger Institute]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ฝรั่งเศส]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยโมนาช]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[สหราชอาณาจักร]]></category>
		<category><![CDATA[ออสเตรเลีย]]></category>
		<category><![CDATA[เดลล์ เทคโนโลยีส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=314089</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; เดลล์ เทคโนโลยีส์ (Dell Tech [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/314089">เดลล์ เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ PowerEdge XE8812 ชูสถาปัตยกรรม NVIDIA Vera Rubin NVL4 ยกระดับ AI และ HPC ระดับโลก</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> เดลล์ เทคโนโลยีส์ (Dell Technologies) ประกาศเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ <strong>Dell PowerEdge XE8812</strong> ภายใต้โซลูชัน Dell AI Factory with NVIDIA ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการประมวลผลประสิทธิภาพสูงหรือ <strong>HPC</strong> และเวิร์กโหลด <strong>AI</strong> ขนาดใหญ่ โดยเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับสถาปัตยกรรม NVIDIA Vera Rubin NVL4 ที่สามารถรองรับชิปประมวลผลกราฟิกหรือ GPU ได้สูงสุดถึง 144 ตัวต่อแร็ค เพื่อตอบสนองความต้องการขององค์กรทั่วโลกที่กำลังขยายการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน <strong>AI</strong> อย่างต่อเนื่อง</p>



<p>เซิร์ฟเวอร์ <strong>Dell PowerEdge XE8812</strong> ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพการจัดการพลังงานสูงสุดบนพื้นที่ที่จำกัด โดยใช้มาตรฐานแร็คแบบเปิด ORv3 ที่มาพร้อมระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวโดยตรงสำหรับทั้ง CPU และ GPU โดยไม่อาศัยพัดลมระบายอากาศ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มความจุหน่วยความจำต่อซ็อกเก็ตและหน่วยความจำ GPU ขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ส่งผลให้แกนประมวลผลเพิ่มขึ้นจาก 144 เป็น 176 คอร์ ช่วยให้องค์กรสามารถรันโมเดล <strong>AI</strong> ขนาดใหญ่และจำลองข้อมูลทั้งหมดได้ภายในหน่วยความจำโดยตรง ช่วยลดความหน่วงจากการถ่ายโอนข้อมูล ทั้งนี้ตัวระบบยังถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์การจัดการอย่าง iDRAC และ OpenManage Enterprise เพื่ออำนวยความสะดวกให้ทีมไอทีสามารถตรวจสอบสถานะและติดตั้งระบบร่วมกับแร็ค Dell PowerRack 9100 จนพร้อมใช้งานจริงได้ภายในเวลาเพียงหกชั่วโมงกว่า</p>



<p>ปัจจุบันโซลูชัน Dell AI Factory มีลูกค้าองค์กรนำไปใช้งานแล้วกว่า 5,000 รายทั่วโลก เพื่อขับเคลื่อนโครงการสำคัญระดับประเทศและระดับสากล ตัวอย่างเช่นในสหรัฐอเมริกา เดลล์และเอ็นวิเดีย (<strong>NVIDIA</strong>) ได้ร่วมมือกับกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ พัฒนาซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Doudna ด้วยเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่นี้เพื่อสนับสนุนงานวิจัยระดับโมเลกุลและดาราศาสตร์ ขณะที่ในประเทศฝรั่งเศส บริษัท InstaDeep ได้นำไปขยายคลัสเตอร์ Kyber เพื่อฝึกโมเดลสำหรับการออกแบบแผงวงจรอัตโนมัติ ส่วนในสหราชอาณาจักร สถาบัน Wellcome Sanger Institute ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในการถอดรหัสดีเอ็นเอเพื่อสร้างฐานข้อมูลทางพันธุกรรมขนาดใหญ่ และในออสเตรเลีย มหาวิทยาลัยโมนาชได้พัฒนาระบบซูเปอร์คอมพิวเตอร์เพื่อสนับสนุนงานวิจัยด้านการตรวจจับมะเร็งและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>



<p>อรุณ นารายานัน รองประธานอาวุโสฝ่าย Compute and Networking ของเดลล์ เทคโนโลยีส์ (Dell Technologies) ระบุว่า สถาบันที่ดำเนินงานวิจัยระดับโลกควรมีโครงสร้างพื้นฐานที่สอดรับกับความซับซ้อนของงาน ซึ่งเซิร์ฟเวอร์ <strong>Dell PowerEdge XE8812</strong> ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อมอบความหนาแน่น หน่วยความจำ และสถาปัตยกรรมที่ช่วยให้องค์กรสามารถรองรับเวิร์กโหลดที่เคยเป็นข้อจำกัดในอดีตได้ ทางด้าน คริส มาร์ริออตต์ รองประธานฝ่าย Enterprise Platforms ของเอ็นวิเดีย (<strong>NVIDIA</strong>) กล่าวเสริมว่า การหลอมรวมกันระหว่าง <strong>AI</strong> และ <strong>HPC</strong> กำลังเปลี่ยนความคาดหวังต่อโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ได้ผสานสถาปัตยกรรม NVIDIA Vera Rubin NVL4 เข้ากับความเชี่ยวชาญของเดลล์ เพื่อมอบประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการประมวลผลทางวิทยาศาสตร์</p>



<p>สำหรับกำหนดการวางจำหน่าย เซิร์ฟเวอร์ <strong>Dell PowerEdge XE8812</strong> จะพร้อมทำตลาดและให้บริการแก่องค์กรทั่วโลกในช่วงต้นปีหน้าเป็นต้นไป</p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/314089">เดลล์ เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ PowerEdge XE8812 ชูสถาปัตยกรรม NVIDIA Vera Rubin NVL4 ยกระดับ AI และ HPC ระดับโลก</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิกฤตคอนเทนต์ AI ล้นตลาด ทำไมผู้บริโภคเริ่มเบื่อหน่าย พร้อมแนะทางรอดให้ครีเอเตอร์และแบรนด์ &#124; Brick Insight</title>
		<link>https://brickinfotv.com/program/313824</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Jun 2026 03:10:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Brick Insight]]></category>
		<category><![CDATA[รายการ]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Coke]]></category>
		<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Marvel Studios]]></category>
		<category><![CDATA[The Wall Street Journal]]></category>
		<category><![CDATA[WSJ]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[มาร์เวล สตูดิโอส์]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[เดอะ วอลล์สตรีท เจอร์นัล]]></category>
		<category><![CDATA[โค้ก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=313824</guid>

					<description><![CDATA[<p>Brick Insight &#8211; ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/program/313824">วิกฤตคอนเทนต์ AI ล้นตลาด ทำไมผู้บริโภคเริ่มเบื่อหน่าย พร้อมแนะทางรอดให้ครีเอเตอร์และแบรนด์ | Brick Insight</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>Brick Insight &#8211;</strong> ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทสำคัญในการผลิตสื่อ ส่งผลให้ต้นทุนต่ำและสร้างงานได้รวดเร็ว แต่ปัจจุบันกลับพบปัญหาใหญ่เมื่อผู้บริโภคเริ่มเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายกับ <strong>คอนเทนต์ AI</strong> เนื่องจากขาดความเป็นมนุษย์และสะท้อนถึงความมักง่ายของผู้ผลิต ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวกำลังสร้างผลกระทบเชิงลบต่อความน่าเชื่อถือของทั้ง <strong>คอนเทนต์ครีเอเตอร์ (Content Creator)</strong> และ <strong>แบรนด์สินค้า (Brand)</strong> อย่างไม่รู้ตัว พร้อมจุดประกายให้เกิดเทรนด์การตลาดที่ต่อต้านการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในการสื่อสาร</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><a href="https://brickinfotv.com/program/311665">AI แย่งงาน เจนซี ผลกระทบปัญญาประดิษฐ์ต่อเด็กจบใหม่ในตลาดยุคดิจิทัล</a></li>
</ul>



<p>สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกเบื่อหน่ายไม่ได้เกิดจากตัวเทคโนโลยี <strong>เอไอ (AI)</strong> โดยตรง แต่เกิดจากการเห็นความมักง่ายและความพยายามอันน้อยนิดในการสร้างสรรค์ผลงาน เมื่อมีการนำเทคโนโลยีมาใช้สร้างคอนเทนต์เป็นอาชีพหรือใช้เพื่อโปรโมตแบรนด์อย่างขาดศิลปะ สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่ความล้มเหลว ปัญหาสำคัญคือคอนเทนต์เหล่านี้ขาดความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าระบบจะพยายามประมวลผลให้เหมือนมนุษย์มากเพียงใดก็ตาม ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือกรณีโฆษณาของแบรนด์ระดับโลกอย่าง <strong>โค้ก (Coke)</strong> ที่เผยแพร่ผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ แต่กลับส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของแบรนด์เนื่องจากการนำเสนอที่ขาดความเป็นธรรมชาติ</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="ชวนไขคำตอบ ทำไมบางคน เริ่ม “เบื่อ” คอนเทนต์จาก AI รวมเรื่องที่คอนเทนต์ครีเอเตอร์-แบรนด์ควรระวัง" width="740" height="416" src="https://www.youtube.com/embed/UVKkuywMmsA?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>นอกจากความน่าเบื่อหน่ายแล้ว ความเลวร้ายของ <strong>คอนเทนต์ที่สร้างจาก AI</strong> ยังลุกลามไปสู่การหลอกลวงผู้บริโภคอย่างเป็นระบบ เช่น การสร้าง <strong>อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer)</strong> สายสุขภาพปลอมขึ้นมาเพื่อหลอกขายอาหารเสริมให้กับผู้สูงอายุในต่างประเทศ หรือการประดิษฐ์เรื่องราวหลอกลวงเพื่อเรียกความสงสาร โดยการอ้างว่าเด็กพิเศษคนหนึ่งถูกกลั่นแกล้งแต่ยังพยายามทำงานฝีมือเพื่อหาเลี้ยงชีพ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นเพียงวิดีโอจำลองที่สร้างขึ้นเพื่อหากินกับความรู้สึกของคนทั่วโลก</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><a href="https://brickinfotv.com/program/309704">ทำความรู้จัก AI Slop คอนเทนต์คุณภาพต่ำที่สร้างจากปัญญาประดิษฐ์ พร้อมเตือนหายนะจากการใช้งานโดยขาดการตรวจสอบ</a></li>
</ul>



<p>กระแสความต่อต้านนี้ก่อให้เกิดเทรนด์ <strong>Anti-AI Marketing</strong> ในต่างประเทศ เพื่อดึงเสน่ห์ความเป็นมนุษย์กลับมาสู่การสื่อสารระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค นอกจากนี้ยังมีกระแสจากกลุ่ม <strong>เจนซี (Gen Z)</strong> ที่แม้จะเติบโตมาในยุคดิจิทัล แต่กลับโหยหาความสนุกสนานในยุคปี 2016 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 และก่อนที่วิดีโอ 3 มิติสำเร็จรูปจะล้นฟีดโซเชียลมีเดีย พวกเขาคิดถึงยุคที่ผู้คนออกไปทำกิจกรรมร่วมกันอย่างการเล่นเกม <strong>โปเกมอน โก (Pokemon Go)</strong> หรือการชมภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง <strong>มาร์เวล สตูดิโอส์ กัปตันอเมริกา: ซิวิลวอร์ (Marvel Studios&#8217;s Captain America: Civil War)</strong>, <strong>ซูโทเปีย (Zootopia)</strong>, <strong>โร้ควัน (Rogue One)</strong>, <strong>โมอาน่า (Moana)</strong>, <strong>นครดารา (La La Land)</strong> และ <strong>เดดพูล (Deadpool)</strong> ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจล่าสุดของสื่อใหญ่อย่าง <strong>เดอะ วอลล์สตรีท เจอร์นัล (The Wall Street Journal)</strong> เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ระบุว่าชาวอเมริกันเกือบครึ่งมีความรู้สึกไปในทางลบต่อเทคโนโลยีดังกล่าว</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<blockquote class="twitter-tweet"><p lang="en" dir="ltr">The only thing growing faster than the artificial-intelligence industry may be Americans’ negative feelings about it. <a href="https://t.co/P7rwYsbVWU">https://t.co/P7rwYsbVWU</a> <a href="https://t.co/3rAOBQSmwn">pic.twitter.com/3rAOBQSmwn</a></p>&mdash; The Wall Street Journal (@WSJ) <a href="https://x.com/WSJ/status/2057027209605362039?ref_src=twsrc%5Etfw">May 20, 2026</a></blockquote> <script async src="https://platform.x.com/widgets.js" charset="utf-8"></script>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>สำหรับทางออกสำคัญในการรับมือกับยุคที่คนเบื่อหน่ายเทคโนโลยี คือการนำแนวคิด <strong>Human-in-the-Loop</strong> หรือการให้มนุษย์เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการทำงานมาปรับใช้ เช่น การให้ปัญญาประดิษฐ์เป็นผู้ร่างโครงสร้าง (AI Draft) แล้วมนุษย์นำมาขัดเกลา (Human Craft) หรือการหาไอเดียเริ่มต้นแล้วให้มนุษย์เป็นผู้เล่าเรื่อง เพื่อให้คอนเทนต์สามารถสร้างการรับรู้และความรู้สึกร่วมกับผู้ชมได้ การใช้งานที่ถูกต้องคือการใส่บริบทและตัวตนของผู้สร้างลงไป เพื่อเปลี่ยนให้เทคโนโลยีกลายเป็นเพียงผู้ช่วยที่ฉลาด มากกว่าจะเป็นนายจ้างที่ทำงานแทนมนุษย์แบบเบ็ดเสร็จ</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/program/313824">วิกฤตคอนเทนต์ AI ล้นตลาด ทำไมผู้บริโภคเริ่มเบื่อหน่าย พร้อมแนะทางรอดให้ครีเอเตอร์และแบรนด์ | Brick Insight</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ยอมรับ เมตา (Meta) ตัดสินใจพลาดเรื่องปรับโครงสร้างทีมงาน AI ยืนยันปีนี้ไม่มีเลิกจ้างเพิ่ม</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/312845</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 13 Jun 2026 17:10:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Mark Zuckerberg]]></category>
		<category><![CDATA[Meta]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[เมตา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=312845</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอข [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/312845">มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ยอมรับ เมตา (Meta) ตัดสินใจพลาดเรื่องปรับโครงสร้างทีมงาน AI ยืนยันปีนี้ไม่มีเลิกจ้างเพิ่ม</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก</strong> ซีอีโอของ <strong>เมตา (Meta)</strong> ออกมายอมรับผ่านบันทึกข้อความภายในบริษัทว่า ท่ามกลางการทุ่มเม็ดเงินมหาศาลเพื่อพลิกโฉมองค์กรเข้าสู่เทคโนโลยี <strong>ปัญญาประดิษฐ์ (AI)</strong> บริษัทได้ทำผิดพลาดในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างกำลังคน อย่างไรก็ตาม บริษัทยืนยันว่าจะพยายามรักษาเสถียรภาพและจะไม่มีการเลิกจ้างพนักงานครั้งใหญ่เพิ่มเติมอีกในปีนี้</p>



<p>การเปิดเผยครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ <strong>Meta</strong> ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีการปลดพนักงานทั่วโลกถึง 10% และโยกย้ายพนักงานกว่า 7,000 คนไปทำงานในโครงการใหม่ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานด้าน <strong>AI</strong> โดย <strong>มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก</strong> ได้อธิบายในบันทึกข้อความถึงความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและความท้าทายที่ตามมาว่า ด้วยความซับซ้อนของการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ บริษัทได้ทำผิดพลาดไปแล้ว และเกือบจะแน่นอนว่าอาจจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นอีก</p>



<p>ซีอีโอของ <strong>เมตา</strong> เน้นย้ำว่าเขากำลังมุ่งเน้นไปที่การสร้างความมั่นคงให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้สำหรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรในอนาคต โดยกล่าวว่าเขาไม่อยากรับปากเกินจริง เพราะโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่อยู่นอกเหนือการควบคุม พร้อมกันนี้ บริษัทยังพยายามจัดหาบทบาทหน้าที่ใหม่ให้กับพนักงานที่ถูกโยกย้ายมาฝึกฝนโมเดล <strong>AI</strong> โดยระบุว่า การสร้างบทบาทใหม่ที่สำคัญช่วยให้บริษัทสามารถลดขนาดทีมลงได้ และหากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นในบางจุด บริษัทยังสามารถโยกย้ายพนักงานบางส่วนกลับไปได้ตามเดิม</p>



<p>นอกจากนี้ <strong>Meta</strong> ยังมีแผนเพิ่มงบประมาณสำหรับการสร้างความสัมพันธ์ในทีมและกิจกรรมองค์กร รวมถึงการจัดงานแฮกกาธอนขนาดใหญ่ในเดือนกรกฎาคมเพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกันข้ามสายงานและการพัฒนาโมเดลรุ่นล่าสุด ในส่วนของการบริหารจัดการ <strong>มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก</strong> รับทราบถึงข้อกังวลเกี่ยวกับภาระหน้าที่ของหัวหน้างานที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในหน่วยงานวิศวกรรม AI ประยุกต์ ที่มีสัดส่วนพนักงานต่อผู้จัดการสูงถึง 50 ต่อ 1 ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะปรับลดสัดส่วนดังกล่าวลง ทั้งนี้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัทยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์รายจ่ายลงทุนประจำปีขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 1.25 แสนล้าน ถึง 1.45 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ</p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/312845">มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ยอมรับ เมตา (Meta) ตัดสินใจพลาดเรื่องปรับโครงสร้างทีมงาน AI ยืนยันปีนี้ไม่มีเลิกจ้างเพิ่ม</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นายกฯ อนุทิน เยือนเวียดนามหารือเอกชนไทย ชูแนวคิดเติบโตร่วมกัน ดันเศรษฐกิจภูมิภาค</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/312106</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Jun 2026 06:39:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Amata Group]]></category>
		<category><![CDATA[CP]]></category>
		<category><![CDATA[CP Group]]></category>
		<category><![CDATA[FPT Corporation]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[ThaiCham]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มอมตะ]]></category>
		<category><![CDATA[รัชดา ธนาดิเรก]]></category>
		<category><![CDATA[สนั่น อังอุบลกุล]]></category>
		<category><![CDATA[สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม]]></category>
		<category><![CDATA[หอการค้าและอุตสาหกรรมไทยในเวียดนาม]]></category>
		<category><![CDATA[อนุทิน ชาญวีรกูล]]></category>
		<category><![CDATA[ฮานอย]]></category>
		<category><![CDATA[เครือเจริญโภคภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[เวียดนาม]]></category>
		<category><![CDATA[โต เลิม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมแฟร์มอนท์ ฮานอย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=312106</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/312106">นายกฯ อนุทิน เยือนเวียดนามหารือเอกชนไทย ชูแนวคิดเติบโตร่วมกัน ดันเศรษฐกิจภูมิภาค</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> นายอนุทิน ชาญวีรกูล <a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/164919">นายกรัฐมนตรี </a>ประเดิมภารกิจแรกในการเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ นำทัพหารือภาคเอกชนไทยและหอการค้าไทยในเวียดนาม (ThaiCham) ชูแนวคิดเติบโตไปด้วยกัน หวังเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานและยกระดับการลงทุนข้ามพรมแดน พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือระหว่างกลุ่มอมตะ (Amata Group) และเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) กับบริษัทเอฟพีที (FPT Corporation) ของเวียดนาม</p>



<p>8 มิถุนายน 2569 เวลา 11.00 น. ณ โรงแรมแฟร์มอนท์ ฮานอย (Fairmont Hanoi) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้หารือกับผู้แทน<strong>หอการค้าและอุตสาหกรรมไทยในเวียดนาม (ThaiCham)</strong> พร้อมผู้แทนภาคเอกชนไทยกว่า 30 คน จากหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น เกษตรและอาหาร ค้าปลีก การเงิน พลังงาน นิคมอุตสาหกรรม วัสดุก่อสร้าง และสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับโอกาสและความท้าทายในการดำเนินธุรกิจในเวียดนาม โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่าการเยือนครั้งนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด ซึ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากการเยือนไทยของนายโต เลิม ประธานาธิบดีเวียดนาม</p>



<p>นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงแนวคิดการเติบโตไปด้วยกัน โดยชี้ให้เห็นว่าเวียดนามมีบทบาทสำคัญใน<strong>ห่วงโซ่อุปทานการผลิตของโลก</strong> ขณะที่ไทยมีความเข้มแข็งด้านอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ และการบริการ ทั้งสองประเทศจึงมีศักยภาพที่จะร่วมกันเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของอาเซียน นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังมีเป้าหมายที่จะหารือกับผู้นำระดับสูงของเวียดนาม ทั้งประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี และประธานสภาแห่งชาติเวียดนาม เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน หรือ <strong>Ease of Doing Business</strong> และผลักดันการลงทุนระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศให้เพิ่มมากขึ้น</p>



<p>ทางด้านนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการอาวุโส<strong>สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย</strong> และนายกสมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม กล่าวว่า การนำคณะรัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูงด้านเศรษฐกิจ และฝ่ายความมั่นคงชุดใหญ่เดินทางมาเยือนและพบปะภาคเอกชนในครั้งนี้ ถือเป็นโมเดลทีมไทยแลนด์ พลัส ที่ภาครัฐและเอกชนจับมือทำงานร่วมกันเพื่อยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่ตัวแทนภาคเอกชนไทยได้กล่าวขอบคุณและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดีของเวียดนามในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งไทยสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อต่อยอดความร่วมมือได้</p>



<p>ในช่วงท้ายของการหารือ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า &#8220;รัฐบาลนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกท่าน ไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้รัฐบาลไทยสามารถตอบโจทย์ภาคธุรกิจของคนไทยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพต่อไป&#8221; หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ (MOU) จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ ความร่วมมือในการพัฒนามาตรฐานนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ (Smart Industrial Estate) ระหว่าง<strong>กลุ่มอมตะ (Amata Group)</strong> กับบริษัท <strong>FPT Corporation</strong> และความร่วมมือด้านการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระหว่าง<strong>เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group)</strong> กับบริษัท <strong>FPT Corporation</strong></p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/312106">นายกฯ อนุทิน เยือนเวียดนามหารือเอกชนไทย ชูแนวคิดเติบโตร่วมกัน ดันเศรษฐกิจภูมิภาค</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AI แย่งงาน เจนซี ผลกระทบปัญญาประดิษฐ์ต่อเด็กจบใหม่ในตลาดยุคดิจิทัล</title>
		<link>https://brickinfotv.com/program/311665</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Jun 2026 14:00:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Brick Insight]]></category>
		<category><![CDATA[รายการ]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[IT Industry]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[วงการไอที]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=311665</guid>

					<description><![CDATA[<p>Brick Insight &#8211; เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (A [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/program/311665">AI แย่งงาน เจนซี ผลกระทบปัญญาประดิษฐ์ต่อเด็กจบใหม่ในตลาดยุคดิจิทัล</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>Brick Insight &#8211;</strong> เทคโนโลยี<strong>ปัญญาประดิษฐ์</strong> หรือ <strong>AI (Artificial Intelligence)</strong> กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงตลาดแรงงานทั่วโลกอย่างกะทันหัน โดยเฉพาะกลุ่ม<strong>เด็กจบใหม่</strong>และกลุ่ม<strong>เจนซี (Gen Z)</strong> ที่ต้องเผชิญกับภาวะการจ้างงานที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากสถานประกอบการและองค์กรธุรกิจต่าง ๆ เริ่มนำเทคโนโลยีนี้เข้ามาใช้ทดแทนแรงงานมนุษย์เพื่อลดต้นทุน ส่งผลให้ตำแหน่งงานระดับเริ่มต้น (Entry-level) ที่เคยเป็นก้าวแรกของชีวิตการทำงานกำลังค่อย ๆ เลือนหายไปจากตลาด</p>



<p>จาก<a href="https://www.reveliolabs.com/news/macro/is-ai-responsible-for-the-rise-in-entry-level-unemployment/">ข้อมูล</a>เมื่อเดือนมิถุนายน 2568 อัตราการประกาศรับเด็กจบใหม่ลดลงถึง 35% เมื่อเทียบกับปี 2566 แม้ว่าในรายงานจะไม่ได้บอกตรงๆว่าเป็นผลมาจาก AI แต่อาชีพที่รับสมัครลดลง คือ อาชีพที่ AI ทำได้ดีกว่า เช่น data engineers , นักพัฒนาซอร์ฟแวร์ , พนักงานคอลเซ็นเตอร์ และนักวิเคราะห์ข้อมูล โดยเฉพาะสายการเงินและสายวิเคราะห์ความเสี่ยง ขณะที่<a href="https://www.theguardian.com/money/2025/oct/09/gen-z-face-job-pocalypse-as-global-firms-prioritise-ai-over-new-hires-report-says">ผลสำรวจ</a>นายจ้างฝั่งโลกตะวันตก พบว่า 41% บอกว่า ยอมรับได้ถ้า AI จะเข้ามาทดแทนคนทำงานในองค์กร และในนั้น 31% มองว่า จะมองหา AI เพื่อนำมาทำงาน ก่อนที่จะเลือกรับสมัครคนใหม่ๆ</p>



<p>อ่าน : <a href="https://brickinfotv.com/news/309210">ผลสำรวจการ์ทเนอร์ชี้ซีอีโอ 80% เตรียมรื้อระบบการทำงานครั้งใหญ่ รับมือยุคธุรกิจอัตโนมัติจากอิทธิพล AI</a></p>



<p>นับตั้งแต่การเปิดตัวของ <strong>ChatGPT</strong> สู่สาธารณะเมื่อราว 4 ปีก่อน เทคโนโลยี<strong>ปัญญาประดิษฐ์</strong>ได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วจนมีหลากหลายระบบเกิดขึ้นในปัจจุบัน ความสามารถของ <strong>AI</strong> ในการทำงานซ้ำ ๆ ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า เริ่มส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน<strong>วงการไอที (IT Industry)</strong> ซึ่งเดิมทีเคยเป็นสายงานที่ให้ผลตอบแทนและอัตราเงินเดือนเริ่มต้นสำหรับเด็กจบใหม่ในระดับที่สูงกว่าสายงานอื่น ๆ แต่ในปัจจุบัน พนักงานบางส่วนเริ่มถูกมอบหมายให้ทำงานเพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าตัว โดยใช้เหตุผลว่ามีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสนับสนุน ทั้งในด้านงานออกแบบกราฟิก งานขาย และงานดูแลลูกค้า</p>



<p>ในการบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีของบางบริษัท ผู้บริหารสามารถนำ <strong>AI</strong> มาใช้อยู่ในกระบวนการเขียนโปรแกรมขั้นพื้นฐาน รวมถึงการสร้างระบบอัตโนมัติที่สามารถตรวจสอบช่องโหว่ของรหัสคอมพิวเตอร์ (Code) ได้โดยตรง โดยการให้ปัญญาประดิษฐ์ตัวหนึ่งทำหน้าที่เขียนระบบ และใช้อีกตัวหนึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาด ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้สามารถดำเนินการได้โดยสัดส่วนการใช้แรงงานมนุษย์ที่ลดลงอย่างมาก แม้ในมุมของธุรกิจจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตลงได้จริง แต่ในทางกลับกันก็นับเป็นภัยเงียบที่ส่งผลต่อโอกาสการจ้างงานของแรงงานไร้ประสบการณ์</p>



<p>ปัจจัยเหล่านี้สร้างแรงกดดันต่อกลุ่ม<strong>เจนซี (Gen Z)</strong> อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากเป็นกลุ่มประชากรที่เติบโตมาในช่วงเวลาของความผันผวน ทั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (COVID-19) ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และความไม่มั่นคงในอาชีพการงาน </p>



<p>อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในครั้งนี้ไม่ได้เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์มนุษย์ เพราะในอดีตเคยมีตำแหน่งงาน เช่น ช่างเรียงพิมพ์ ที่สูญหายไปหลังการเข้ามาของเครื่องพิมพ์ระบบดิจิทัล รวมถึงอาชีพนักพิสูจน์อักษรที่เริ่มลดจำนวนลงเช่นกัน </p>



<p>แต่อีกด้านหนึ่ง ความท้าทายนี้ก็ผลักดันให้เกิดอาชีพใหม่ ๆ ที่ต้องอาศัยทักษะความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่เทคโนโลยีทำแทนไม่ได้ เช่น <strong>ผู้เชี่ยวชาญในการเขียนพร้อมท์ (Prompt Engineer)</strong> หรือเจ้าหน้าที่เขียนคำสั่งปัญญาประดิษฐ์เฉพาะด้าน รวมถึงทำให้คนรุ่นใหม่หันมาให้ความสนใจในสายงานวิชาชีพและช่างฝีมือเพิ่มมากขึ้น</p>



<p>ทั้งนี้ สิ่งที่ภาคส่วนต่าง ๆ ต้องพึงระวังในอนาคตคือ ความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายเมื่อเทคโนโลยีเหล่านี้เหลือผู้เล่นเพียงไม่กี่รายในตลาด เนื่องจากเมื่อองค์กรธุรกิจมีความจำเป็นต้องพึ่งพาและใช้งานระบบจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและการทำงานแล้ว ผู้ให้บริการอาจปรับเพิ่มอัตราค่าบริการรายเดือนขึ้นในภายหลัง ซึ่งเป็นลักษณะทางธุรกิจที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในแพลตฟอร์มบริการรับส่งผู้โดยสาร-ขนส่งอาหาร </p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อ่าน : <a href="https://brickinfotv.com/news/310701">การ์ทเนอร์ชี้ เลิกจ้างพนักงานเพราะ AI ไม่ช่วยเพิ่ม ROI คาดการณ์ธุรกิจอัตโนมัติจะสร้างงานใหม่ในระยะยาว</a></li>
</ul>



<p>ดังนั้น การปรับเปลี่ยนแนวคิดและการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของเทคโนโลยีจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับแรงงานในยุคปัจจุบัน</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="AI แย่งงาน Gen Z เมื่อคนรุ่นใหม่กลายเป็น &quot;เหยื่อ&quot; ของเทคโนโลยีนี้? | Brick Insight" width="740" height="416" src="https://www.youtube.com/embed/A77r1IBwd3U?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/program/311665">AI แย่งงาน เจนซี ผลกระทบปัญญาประดิษฐ์ต่อเด็กจบใหม่ในตลาดยุคดิจิทัล</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Gartner Survey Reveals AI-Driven Layoffs Fail to Deliver Expected ROI</title>
		<link>https://brickinfotv.com/en/310704</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 May 2026 14:26:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Brickinfo English]]></category>
		<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[Gartner]]></category>
		<category><![CDATA[Gartner Inc]]></category>
		<category><![CDATA[Helen Poitevin]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=310704</guid>

					<description><![CDATA[<p>Brickinfo News Agency &#8211; Despite approximately 80% [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/en/310704">Gartner Survey Reveals AI-Driven Layoffs Fail to Deliver Expected ROI</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>Brickinfo News Agency &#8211;</strong> Despite approximately 80% of organizations reporting workforce reductions when deploying <strong>autonomous business</strong> capabilities, a recent survey indicates these layoffs do not translate into higher returns on investment. The data highlights a disconnect between executive expectations and actual business outcomes, showing that simply cutting staff in favor of <strong>AI agents</strong> and automation does not generate the anticipated financial success.</p>



<p>Conducted by technology insights company Gartner in the third quarter of 2025, the survey polled 350 global business executives from enterprises with at least $1 billion in annual revenue. The findings revealed that workforce reduction rates were almost identical among companies experiencing high ROI from <strong>autonomous technologies</strong> and those seeing negative or minimal gains. This suggests that achieving profitability relies on how the technology is integrated and managed, rather than how many jobs are eliminated.</p>



<p>Gartner emphasizes that true <strong>autonomous business</strong> shifts organizations toward a human-amplified model, utilizing tools like <strong>intelligent automation</strong>, digital twins, and robotic process automation alongside human oversight. Helen Poitevin, a Gartner analyst, noted that many CEOs mistakenly use layoffs to demonstrate quick AI returns to stakeholders. &#8220;Workforce reductions may create budget room, but they do not create return,&#8221; Poitevin stated. She explained that organizations improving their ROI are aggressively investing in the skills and operating models that allow human workers to guide and scale <strong>autonomous systems</strong>.</p>



<p>Looking ahead, the adoption of <strong>AI agents</strong> is projected to drive massive corporate investments, with Gartner forecasting global software spending in this sector to jump from $86.4 billion in 2025 to $376.3 billion by 2027. Because human oversight remains crucial for high-stakes, trust-dependent consumer interactions, the firm predicts that <strong>autonomous business</strong> will actually become a net-positive job creator between 2028 and 2029. &#8220;Long term, autonomous business will create more work for humans, not less,&#8221; Poitevin added, pointing to demographic shifts and the strict necessity of human governance in running these advanced technological systems.</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/en/310704">Gartner Survey Reveals AI-Driven Layoffs Fail to Deliver Expected ROI</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การ์ทเนอร์ชี้ เลิกจ้างพนักงานเพราะ AI ไม่ช่วยเพิ่ม ROI คาดการณ์ธุรกิจอัตโนมัติจะสร้างงานใหม่ในระยะยาว</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/310701</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 May 2026 14:24:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Gartner]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[การ์ทเนอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[เฮเลน พอยเตอแวง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=310701</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; การ์ทเนอร์ (Gartner) เปิดเผย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/310701">การ์ทเนอร์ชี้ เลิกจ้างพนักงานเพราะ AI ไม่ช่วยเพิ่ม ROI คาดการณ์ธุรกิจอัตโนมัติจะสร้างงานใหม่ในระยะยาว</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>การ์ทเนอร์ (Gartner)</strong> เปิดเผยผลสำรวจล่าสุดระบุว่า องค์กรที่นำเทคโนโลยีมาปรับใช้เป็น <strong>ธุรกิจอัตโนมัติ (Autonomous Business)</strong> กว่า 80% มีการปรับลดจำนวนพนักงานลง แต่การเลิกจ้างดังกล่าวกลับไม่ได้ส่งผลต่อการเพิ่ม<strong>ผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI)</strong> อย่างมีนัยสำคัญ ชี้องค์กรควรหันมาลงทุนในการพัฒนาทักษะของมนุษย์เพื่อทำงานร่วมกับ <strong>ปัญญาประดิษฐ์ (AI)</strong> พร้อมคาดการณ์ว่าในระยะยาวเทคโนโลยีเหล่านี้จะกลับมาเป็นปัจจัยบวกในการสร้างงานใหม่</p>



<p>ผลการสำรวจผู้บริหารธุรกิจทั่วโลกจำนวน 350 รายในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 ซึ่งเป็นองค์กรที่มีรายได้ต่อปีมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีการใช้งาน <strong>เอไอเอเจนต์ (AI Agents)</strong>, <strong>ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ (Intelligent Automation)</strong> หรือ <strong>เทคโนโลยีอัตโนมัติขั้นสูง (Autonomous Technologies)</strong> พบว่า อัตราการปรับลดพนักงานในกลุ่มองค์กรที่ได้รับ <strong>ROI</strong> สูงจากเทคโนโลยี มีสัดส่วนใกล้เคียงกับกลุ่มที่ประสบความสำเร็จเพียงเล็กน้อยหรือมีผลลัพธ์ติดลบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการลดต้นทุนบุคคลไม่ได้เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของการดำเนินธุรกิจด้วยระบบอัตโนมัติ</p>



<p>การนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ ไม่ว่าจะเป็น <strong>AI Agents</strong>, <strong>ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ</strong>, <strong>RPA (Robotic Process Automation)</strong>, <strong>ดิจิทัลทวิน (Digital Twins)</strong> และ <strong>สินทรัพย์ดิจิทัลที่แปลงเป็นโทเค็น (Tokenized Assets)</strong> จะช่วยผลักดันให้องค์กรก้าวไปสู่ความสามารถในการทำงานด้วยตนเองอย่างแท้จริง ซึ่งเครื่องจักรและมนุษย์จะมีอิสระในการทำงานมากขึ้น โดยเป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่การสร้างธุรกิจที่ไร้มนุษย์ แต่เป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อขยายขีดความสามารถของมนุษย์ให้สูงขึ้น</p>



<p>เฮเลน พอยเตอแวง รองประธานฝ่ายนักวิเคราะห์ของ <strong>การ์ทเนอร์ (Gartner)</strong> ระบุว่า ซีอีโอจำนวนมากใช้วิธีเลิกจ้างพนักงานเพื่อให้เห็นผลตอบแทนที่รวดเร็วจากการใช้ <strong>AI</strong> ซึ่งเป็นทัศนคติที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากการลดจำนวนพนักงานอาจช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างในงบประมาณ แต่ไม่ได้ช่วยสร้างผลตอบแทน องค์กรที่สามารถเพิ่ม <strong>ROI</strong> ได้จริงคือองค์กรที่เสริมศักยภาพของคนให้สูงขึ้น ผ่านการลงทุนอย่างจริงจังในด้านทักษะ ตำแหน่งงาน และโมเดลการดำเนินงาน เพื่อให้มนุษย์สามารถแนะนำและขยายขีดความสามารถของระบบอัตโนมัติได้</p>



<p>สำหรับแนวโน้มในอนาคต <strong>Gartner</strong> คาดการณ์ว่าในปี 2569 มูลค่าการใช้จ่ายด้านซอฟต์แวร์ <strong>AI Agents</strong> จะสูงถึง 206.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะเพิ่มขึ้นแตะ 376.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2570 นอกจากนี้ เมื่อความเป็นอิสระในการทำงานของทั้งมนุษย์และเครื่องจักรเพิ่มขึ้น ภายในช่วงปี 2571-2572 <strong>ธุรกิจอัตโนมัติ (Autonomous Business)</strong> จะกลายเป็นตัวขับเคลื่อนเชิงบวกในการสร้างงานใหม่ โดยได้รับแรงหนุนจากรูปแบบการทำงานประเภทใหม่ที่ <strong>ปัญญาประดิษฐ์</strong> ไม่สามารถเข้ามาทดแทนได้</p>



<p>รองประธานฝ่ายนักวิเคราะห์ของ <strong>การ์ทเนอร์</strong> ยังกล่าวสรุปเพิ่มเติมว่า ในระยะยาวธุรกิจอัตโนมัติจะสร้างงานให้มนุษย์มากขึ้น ไม่ใช่ลดลง ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่คงอยู่ยาวนาน เช่น การลดลงของประชากร และช่วงเวลาสำคัญที่ผู้บริโภคต้องอาศัยความน่าเชื่อถือและการตัดสินใจที่เดิมพันสูง จะเป็นเครื่องรับประกันว่ากลุ่มคนที่มีศักยภาพจะยังคงเป็นศูนย์กลางสำคัญในการขับเคลื่อน กำกับดูแล และขยายขนาดของธุรกิจอัตโนมัติต่อไป</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/310701">การ์ทเนอร์ชี้ เลิกจ้างพนักงานเพราะ AI ไม่ช่วยเพิ่ม ROI คาดการณ์ธุรกิจอัตโนมัติจะสร้างงานใหม่ในระยะยาว</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>YouTube เจอครีเอเตอร์ประท้วงหนัก หลังเปิดตัว AI รีมิกซ์คลิป Shorts ของคนอื่น</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/310333</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 May 2026 15:34:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Elia Stellaria]]></category>
		<category><![CDATA[FalloutPlays]]></category>
		<category><![CDATA[GaijinGoombah]]></category>
		<category><![CDATA[Google Omni]]></category>
		<category><![CDATA[Jacksfilms]]></category>
		<category><![CDATA[Syndicate]]></category>
		<category><![CDATA[The Spiffing Brit]]></category>
		<category><![CDATA[YouTube]]></category>
		<category><![CDATA[YouTube Shorts]]></category>
		<category><![CDATA[ครีเอเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ยูทูบ]]></category>
		<category><![CDATA[ยูทูบเบอร์]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[เจเนอเรทีฟ ไอไอ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=310333</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; แพลตฟอร์มวิดีโอชื่อดังอย่าง  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/310333">YouTube เจอครีเอเตอร์ประท้วงหนัก หลังเปิดตัว AI รีมิกซ์คลิป Shorts ของคนอื่น</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> แพลตฟอร์มวิดีโอชื่อดังอย่าง <strong>ยูทูบ (YouTube)</strong> กำลังเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ หรือ ครีเอเตอร์ หลังจากได้เปิดตัวชุดเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ใหม่ล่าสุด ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยี <strong>Google Omni</strong> ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถนำคลิปสั้น หรือ <strong>YouTube Shorts</strong> ของบุคคลอื่นมาปรับแต่งและ &#8220;รีมิกซ์&#8221; (Remix) ได้ จนสร้างความไม่พอใจให้กับเหล่า<strong>ยูทูบเบอร์ (YouTubers)</strong> ที่มองว่าเป็นการละเมิดและทำลายคุณค่าของผลงานออริจินัล</p>



<p>สำหรับการเปิดตัวเทคโนโลยี <strong>Google Omni AI</strong> ในครั้งนี้ จะช่วยให้ครีเอเตอร์คนอื่น ๆ สามารถนำคลิปวิดีโอ <strong>Shorts</strong> ที่ถูกอัปโหลดไว้บนแพลตฟอร์มแล้ว มาดัดแปลงแก้ไขใหม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนธีมหลักของวิดีโอ การเพิ่มสิ่งต่าง ๆ เข้าไปในฉากหลัง หรือการปรับแต่งรายละเอียดปลีกย่อยอื่น ๆ แม้ทางแพลตฟอร์มจะระบุว่า วิดีโอที่ผ่านการรีมิกซ์จะมีการใส่ลายน้ำดิจิทัล (Digital Watermarks) พร้อมระบุข้อมูลเมทาดาตา (Metadata) และมีการแนบลิงก์เชื่อมโยงกลับไปยังวิดีโอต้นฉบับเพื่อให้ผู้สร้างสรรค์ผลงานตัวจริงได้รับเครดิต รวมถึงเปิดทางเลือกให้ครีเอเตอร์สามารถกดตั้งค่าไม่เข้าร่วม (Opt out) เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นนำวิดีโอของตนไปรีมิกซ์ได้ก็ตาม แต่มาตรการดังกล่าวกลับไม่ได้ช่วยลดความกังวลของชุมชนผู้ผลิตเนื้อหาแต่อย่างใด</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<blockquote class="twitter-tweet" data-media-max-width="560"><p lang="en" dir="ltr">Announced today at <a href="https://twitter.com/hashtag/GoogleIO?src=hash&amp;ref_src=twsrc%5Etfw">#GoogleIO</a>, check out new ways you can create and search on <a href="https://twitter.com/YouTube?ref_src=twsrc%5Etfw">@youtube</a>:<br><br><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.1.0/72x72/1f4ac.png" alt="💬" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />Search complex questions using Ask YouTube, our new conversational search experience.<br><br><img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.1.0/72x72/1f504.png" alt="🔄" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" />Gemini Omni is coming to YouTube Shorts Remix and the YouTube Create app. Add yourself to your… <a href="https://t.co/b8372ppI6W">pic.twitter.com/b8372ppI6W</a></p>&mdash; Updates From YouTube (@UpdatesFromYT) <a href="https://twitter.com/UpdatesFromYT/status/2056793876866662627?ref_src=twsrc%5Etfw">May 19, 2026</a></blockquote> <script async src="https://platform.twitter.com/widgets.js" charset="utf-8"></script>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>กลุ่มครีเอเตอร์ชื่อดังจำนวนมากได้ออกมาแสดงความไม่พอใจและต่อต้านแนวทางนี้อย่างรุนแรง โดย Jacksfilms ได้แสดงความเห็นสั้น ๆ เพื่อปฏิเสธฟีเจอร์นี้ว่า &#8220;ไม่ล่ะ ขอบคุณ&#8221; ขณะที่ The Spiffing Brit ได้ตั้งคำถามถึงแพลตฟอร์มอย่างดุเดือดว่า &#8220;ขอโทษนะ ยูทูบ นี่มันเรื่องอะไรกัน&#8230; พวกคุณไม่เห็นสิ่งที่พวกเขาทำกับ Grok หรือไง&#8221; </p>



<p>ด้าน GaijinGoombah กล่าวว่า &#8220;เจเนอเรทีฟ ไอไอ (Generative AI) ควรจะไสหัวไปได้แล้ว&#8221; ส่วนวีทูบเบอร์อย่าง Elia Stellaria ได้ร่วมแสดงความเห็นเชิงประชดประชันว่า &#8220;เพราะนี่คือสิ่งที่พวกเราทุกคนต้องการอย่างแน่นอนล่ะมั้ง คอนเทนต์ขยะที่ไร้วิญญาณเพิ่มขึ้นน่ะ&#8221; </p>



<p>นอกจากกระแสต่อต้านในตัวเทคโนโลยีแล้ว ผู้ใช้งานหลายรายยังตั้งข้อสังเกตและส่งสัญญาณเตือนว่า ระบบของทางแพลตฟอร์มได้กำหนดให้บัญชีของครีเอเตอร์ทุกคนเข้าร่วมฟีเจอร์นี้โดยอัตโนมัติ (Automatically opted-in) ซึ่งหากครีเอเตอร์คนใดที่ไม่ต้องการให้คลิปของตนเองถูกนำไปรีมิกซ์ จะต้องเผชิญกับขั้นตอนที่ยุ่งยากและมีอุปสรรคหลายอย่างในการเข้าไปกดตั้งค่านำตัวเองออกจากระบบนี้</p>



<p>อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากฟีเจอร์การรีมิกซ์วิดีโอแล้ว แพลตฟอร์มยังได้เปิดตัวระบบค้นหาแบบใหม่ในชื่อ Ask YouTube ซึ่งมีลักษณะการทำงานคล้ายคลึงกับการค้นหาด้วย <strong>Google Gemini</strong> ทว่าในปัจจุบัน ฟีเจอร์ดังกล่าวยังจำกัดการใช้งานเฉพาะกลุ่มผู้สมัครสมาชิก ยูทูบ พรีเมียม (YouTube Premium) ในประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ทั้งนี้ ทางแพลตฟอร์มได้พยายามเพิ่มมาตรการสำหรับผู้ใช้ที่กังวลเรื่องการถูกนำเนื้อหาไปใช้โดยปัญญาประดิษฐ์ ด้วยการปรับปรุงระบบให้สามารถแจ้งลบคลิปวิดีโอประเภทดีปเฟก (Deepfakes) ได้ง่ายขึ้น และเปิดให้ผู้ใช้สามารถลงทะเบียนระบบตรวจจับความคล้ายคลึงของใบหน้าและตัวตน (Likeness detection technology) ภายในระบบ Content ID ได้</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/310333">YouTube เจอครีเอเตอร์ประท้วงหนัก หลังเปิดตัว AI รีมิกซ์คลิป Shorts ของคนอื่น</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Gartner Warns AI Could Account for 50% of IT Greenhouse Gas Emissions by 2028</title>
		<link>https://brickinfotv.com/en/310050</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 May 2026 10:54:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Brickinfo English]]></category>
		<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Autumn Stanish]]></category>
		<category><![CDATA[England]]></category>
		<category><![CDATA[Gartner]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Ireland]]></category>
		<category><![CDATA[Netherlands]]></category>
		<category><![CDATA[United States]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=310050</guid>

					<description><![CDATA[<p>Brickinfo News Agency &#8211; The rapid advancement of  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/en/310050">Gartner Warns AI Could Account for 50% of IT Greenhouse Gas Emissions by 2028</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>Brickinfo News Agency &#8211;</strong> The rapid advancement of <strong>artificial intelligence (AI) models</strong> is driving business transformation, but its soaring environmental footprint is raising major sustainability alarms. <strong>Gartner</strong> predicts that <strong>AI models</strong> will account for 50% of IT <strong>greenhouse gas (GHG) emissions</strong> by 2028, marking a massive surge from approximately 10% in 2025. This rapid growth strains corporate budgets and threatens to derail <strong>corporate sustainability goals</strong> due to the massive <strong>computing power</strong>, new IT infrastructure, and advanced cooling systems required to train and run these complex systems.</p>



<p>The environmental impact of AI extends far beyond direct <strong>energy consumption</strong>. Critical factors such as <strong>water use</strong>, hard-to-track <strong>supply chain emissions</strong>, e-waste, and hidden lifecycle costs are routinely overlooked. Compounding the issue is a distinct lack of transparent, standardized reporting from technology vendors, which makes it difficult to calculate the carbon footprint of individual <strong>AI models</strong>. To achieve <strong>sustainable AI adoption</strong>, organizations must shift toward demanding comprehensive vendor transparency and adopting holistic measurement frameworks that integrate sustainability into their core <strong>business strategy</strong>.</p>



<p>Accurately measuring the environmental footprint depends heavily on the complexity of the AI model, including its size, parameters, volume of training data, and computational requirements. Organizations frequently use an aggregate approach to evaluate the <strong>carbon footprint</strong> as a subset of the overall IT footprint, benchmarking metrics like <strong>power usage effectiveness (PUE)</strong>, <strong>water usage effectiveness (WUE)</strong>, and IT equipment utilization. While this provides a high-level view, pinning down the footprint of individual models remains challenging due to the lack of detailed data from vendors.</p>



<p>To better capture this complexity, newly developed model-specific methodologies are emerging to quantify the lifecycle impact by breaking it down into component parts, including hardware, software, data lifecycle, water use, and energy consumption. These can be supplemented with software-based emission tracking tools and <strong>AI energy scores</strong> from organizations like Hugging Face and the Green Software Foundation. According to Autumn Stanish, director analyst at Gartner, these tracking solutions are rapidly improving. &#8220;Where possible, prioritize the use of component-based measurements, as that is the most accurate methodology for measurement,&#8221; Stanish noted.</p>



<p>Beyond technical metrics, social pushback has emerged as one of the largest barriers to effective <strong>AI deployment</strong>. Countries like the United States, England, the Netherlands, and Ireland have faced community boycotts over <strong>AI data center</strong> growth plans due to concerns regarding grid stability and local water availability. In response, operators are being urged to integrate social equity considerations. This includes implementing heat recovery systems to warm nearby buildings, investing in water recycling initiatives, and partnering with local recyclers to minimize electronic waste. Additionally, investing in new solar or wind farms helps local grids access cleaner power, ensuring that vulnerable populations are not left behind.</p>



<p>Embedding sustainability into an <strong>AI strategy</strong> requires leaders to focus heavily on <strong>model efficiency</strong>. Designing energy-efficient systems, such as sparse architectures, drastically cuts computation requirements. Furthermore, leveraging pre-trained, specialized models rather than massive general-purpose large language models (LLMs) can deliver identical functionality at a fraction of the environmental cost. Organizations must also evaluate cloud versus on-premise infrastructure deployment options on a case-by-case basis to align technological innovation with long-term environmental resilience.</p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/en/310050">Gartner Warns AI Could Account for 50% of IT Greenhouse Gas Emissions by 2028</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอพี ไทยแลนด์ จับมือ Meta อัปสกิล AI พัฒนาศักยภาพบุคลากร ยกระดับการอยู่อาศัย</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/309982</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 May 2026 16:28:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[AP Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Meta]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพฯ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[เมตา]]></category>
		<category><![CDATA[เอพี ไทยแลนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=309982</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด ( [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/309982">เอพี ไทยแลนด์ จับมือ Meta อัปสกิล AI พัฒนาศักยภาพบุคลากร ยกระดับการอยู่อาศัย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) เดินหน้ายกระดับศักยภาพบุคลากรด้านดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับ <strong>Meta (เมตา)</strong> แพลตฟอร์มระดับโลกเป็นปีที่ 3 จัดเวิร์กชอปพิเศษเพื่อพัฒนาทักษะด้าน <strong>ปัญญาประดิษฐ์ (AI)</strong> และเจาะลึกระบบนิเวศดิจิทัล หวังนำเทคโนโลยีและข้อมูลเชิงลึกมาพัฒนารูปแบบการทำงานเพื่อยกระดับการสร้างประสบการณ์ และส่งมอบโครงการที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้าในทุกมิติ</p>



<p>การร่วมมือในครั้งนี้เป็นการผสานระบบนิเวศดิจิทัลระดับโลกเข้ากับแนวคิดการทำงานหลัก <strong>AP CODE</strong> เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง โดยมีทีมผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจาก <strong>Meta</strong> มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ ครอบคลุมตั้งแต่กลยุทธ์การใช้เครื่องมือเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมาย ไปจนถึงการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่ซ่อนอยู่ของลูกค้า เพื่อสร้างความผูกพันและสานความสัมพันธ์ระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้ทีมงานได้ร่วมทำงานกับองค์กรพันธมิตรชั้นนำเพื่อก้าวนำเทรนด์เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ</p>



<p>นายกิตติเชษฐ์ สถิตย์นพชัย รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาดองค์กรและดิจิทัล บริษัท <strong>เอพี ไทยแลนด์</strong> จำกัด (มหาชน) หรือ <strong>AP Thailand</strong> กล่าวว่า เอพี ไทยแลนด์ ไม่หยุดเพียงการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพ แต่เป้าหมายสูงสุดคือการส่งมอบ Living Quality เพื่อชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ให้กับทุกครอบครัวทั่วประเทศไทย ดังนั้น เอพีจึงมุ่งมั่นและให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของทีมงาน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จทั้งหมด</p>



<p>&#8220;ความร่วมมือกับ <strong>Meta</strong> ที่ต่อเนื่องมาตลอด 3 ปี ไม่เพียงเพิ่มพูนองค์ความรู้ในมิติใหม่ๆ ด้าน <strong>AI</strong> และดิจิทัลให้กับทีมงาน แต่ยังเปิดมุมมองใหม่ในการทำความเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าอย่างลึกซึ้งมากยิ่งนี้ รวมถึงการสื่อสารและสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เอพีสามารถพัฒนาสินค้า บริการ และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า พร้อมรองรับความหลากหลายของรูปแบบชีวิตในอนาคต&#8221; นายกิตติเชษฐ์ กล่าว</p>



<p>ทั้งนี้ <strong>เอพี ไทยแลนด์</strong> มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นสะพานเชื่อมต่อในการทำงานเพื่อมองเห็นความต้องการของครอบครัวเมือง สำหรับนำไปใช้พัฒนาและส่งมอบโครงการที่อยู่อาศัยทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม บ้านแฝด และคอนโดมิเนียม นอกจากนี้ความร่วมมือดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยเปิดโอกาสให้บุคลากรได้ทดลองแนวคิดใหม่ๆ และทำงานร่วมกับพันธมิตรระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของบุคลากรและองค์กรอย่างยั่งยืน</p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/309982">เอพี ไทยแลนด์ จับมือ Meta อัปสกิล AI พัฒนาศักยภาพบุคลากร ยกระดับการอยู่อาศัย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
