<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สาธารณสุข ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<atom:link href="https://brickinfotv.com/category/news/public-health/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://brickinfotv.com/category/news/public-health</link>
	<description>ข่าวสาร สาระ ความรู้ และความบันเทิง</description>
	<lastBuildDate>Fri, 08 May 2026 11:51:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.1</generator>

<image>
	<url>https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/07/cropped-06-Favicon-Brick-100x100.png</url>
	<title>สาธารณสุข ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<link>https://brickinfotv.com/category/news/public-health</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อังกฤษยืนยันพบพลเมือง 2 รายติดเชื้อไวรัสฮันตา เร่งกักตัวผู้เดินทางกลับจากเรือสำราญ ลำต้นเหตุ</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/308896</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 May 2026 11:50:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[Hantavirus]]></category>
		<category><![CDATA[MV Hondius]]></category>
		<category><![CDATA[WHO]]></category>
		<category><![CDATA[World Health Organization]]></category>
		<category><![CDATA[สหราชอาณาจักร]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักข่าวซินหัว]]></category>
		<category><![CDATA[หน่วยงานหลักประกันสุขภาพของสหราชอาณาจักร]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การอนามัยโลก]]></category>
		<category><![CDATA[เกาะตริสตัน ดา กูนยา]]></category>
		<category><![CDATA[เกาะเซนต์เฮเลนา]]></category>
		<category><![CDATA[เกาะเตเนริเฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็มวี ฮอนดิอุส]]></category>
		<category><![CDATA[ไวรัสฮันตา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=308896</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวซินหัว พันธมิตรของ สำนักข่าวบริคอินโฟ รายงานว่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/308896">อังกฤษยืนยันพบพลเมือง 2 รายติดเชื้อไวรัสฮันตา เร่งกักตัวผู้เดินทางกลับจากเรือสำราญ ลำต้นเหตุ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>สำนักข่าวซินหัว พันธมิตรของ <strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ </strong>รายงานว่า หน่วยงานหลักประกันสุขภาพของสหราชอาณาจักร รายงานการตรวจพบพลเมืองชาวอังกฤษจำนวน 2 ราย ยืนยันว่ามีการติดเชื้อ <strong>ไวรัสฮันตา (Hantavirus)</strong> และยังมีผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังอีก 1 ราย โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณเกาะตริสตัน ดา กูนยา (Tristan da Cunha) ทางตอนใต้ของมหาสมุทรแอตแลนติก ขณะที่ผู้โดยสารรายอื่น ๆ บนเรือสำราญ <strong>เอ็มวี ฮอนดิอุส (MV Hondius)</strong> ยังคงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด</p>



<p>สำหรับมาตรการควบคุมโรคนั้น ทางหน่วยงานหลักประกันสุขภาพระบุว่า แม้ขณะนี้จะยังไม่มีพลเมืองที่อยู่บนเรือ <strong>เอ็มวี ฮอนดิอุส (MV Hondius)</strong> รายใดแสดงอาการป่วยเพิ่มเติม แต่เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ผู้โดยสารและลูกเรือที่เป็นชาวสหราชอาณาจักรทุกคนจะต้องเข้าสู่กระบวนการ <strong>กักตัวเป็นเวลา 45 วัน</strong> ทันทีที่เดินทางถึงมาตุภูมิ โดยจะมีเจ้าหน้าที่รัฐบาลคอยอำนวยความสะดวกและเตรียมพร้อมรับตัวพลเมืองที่จะลงจากเรือเมื่อเข้าเทียบท่าที่เกาะเตเนริเฟ (Tenerife) ของสเปน ในวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคมนี้</p>



<p>นอกจากนี้ยังมีรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับกลุ่มพลเมือง 7 รายที่ลงจากเรือ ณ เกาะเซนต์เฮเลนา (St. Helena) ตั้งแต่วันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา โดยพบว่ามี 2 รายเดินทางกลับถึงสหราชอาณาจักรแล้วและกำลังกักตัวอยู่ที่บ้านพักซึ่งยังไม่มีอาการผิดปกติ ส่วนอีก 4 รายยังคงพำนักอยู่ที่เกาะเซนต์เฮเลนา และรายสุดท้ายได้รับการยืนยันว่าพำนักอยู่ภายนอกประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบและระบุตัวตนครบถ้วนแล้วทุกคน</p>



<p>ทางด้าน <strong>องค์การอนามัยโลก (World Health Organization &#8211; WHO)</strong> ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงสถิติว่า จากจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด 8 รายที่พบบนเรือสำราญลำดังกล่าว มีการยืนยันผลเป็นบวกว่าติดเชื้อ <strong>ไวรัสฮันตา (Hantavirus)</strong> แล้ว 5 ราย ส่วนอีก 3 รายยังจัดเป็นผู้ป่วยต้องสงสัย อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลกได้ออกมาย้ำเพื่อลดความตระหนกว่า การระบาดของไวรัสฮันตาบนเรือครั้งนี้ &#8220;ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของการระบาดใหญ่&#8221; เช่นเดียวกับวิกฤตการณ์ของโรคโควิด-19 โดยประเมินว่าความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อสาธารณชนในวงกว้างยังคงอยู่ในระดับต่ำ</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/308896">อังกฤษยืนยันพบพลเมือง 2 รายติดเชื้อไวรัสฮันตา เร่งกักตัวผู้เดินทางกลับจากเรือสำราญ ลำต้นเหตุ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รัฐบาลโต้ข่าว สปสช. จ่ายเงินโรงพยาบาลล่าช้า ยันโอนต่อเนื่องกว่า 217 ล้านบาท หลังโซเชียลผุดกระแสกังวล &#8220;สิทธิบัตรทอง&#8221; จะล่มสลาย</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/308838</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 May 2026 10:43:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[National Health Security Office]]></category>
		<category><![CDATA[พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[สปสช.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิบัตรทอง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 3]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลบางนา 1]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลมิตรประชา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=308838</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; รัฐบาลออกโรงชี้แจงกรณีดราม่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/308838">รัฐบาลโต้ข่าว สปสช. จ่ายเงินโรงพยาบาลล่าช้า ยันโอนต่อเนื่องกว่า 217 ล้านบาท หลังโซเชียลผุดกระแสกังวล &#8220;สิทธิบัตรทอง&#8221; จะล่มสลาย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/163825">รัฐบาล</a>ออกโรงชี้แจงกรณีดราม่าระบบการเบิกจ่ายเงิน <strong>กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ</strong> หรือ <strong>สิทธิบัตรทอง</strong> หลังมีการแพร่สะพัดว่าโรงพยาบาลต้องสำรองจ่ายจนแบกรับภาระไม่ไหว โดยยืนยันว่า <strong>สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)</strong> มีรอบการจ่ายเงินที่ชัดเจนและโอนเงินเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมแผนรองรับการโอนย้ายสิทธิผู้ป่วยกว่า 4 หมื่นราย หลัง <strong>โรงพยาบาลบางนา 1 (Bangna 1 Hospital)</strong> และ <strong>โรงพยาบาลมิตรประชา (Mitrapracha Hospital)</strong> สิ้นสุดสถานะหน่วยบริการ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้อย่างไร้รอยต่อตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 นี้</p>



<p>นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยข้อเท็จจริงถึงระบบการจ่ายเงินให้แก่หน่วยบริการว่า ไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว แต่แบ่งเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ การจ่ายแบบเหมาจ่ายรายหัว (OP–PP Cap) สำหรับบริการผู้ป่วยนอกและการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค และการจ่ายตามผลงานบริการจริง (Fee Schedule) ซึ่งจะมีการประมวลผล ตรวจสอบ และโอนเงินตามรอบหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ไม่ได้มีความล่าช้าหรือจ่ายไม่ครบตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์</p>



<p>จากการเปิดเผยตัวเลขงบประมาณที่โอนให้แก่หน่วยบริการคู่สัญญา พบว่า <strong>โรงพยาบาลบางนา 1 (Bangna 1 Hospital)</strong> ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2568 จนถึงปัจจุบัน ได้รับเงินโอนไปแล้วรวม 52.85 ล้านบาท ขณะที่ <strong>โรงพยาบาลมิตรประชา (Mitrapracha Hospital)</strong> ได้รับเงินโอนในช่วงเวลาเดียวกันรวม 164.15 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมทั้งค่าบริการผู้ป่วยใน ผู้ป่วยนอก บริการเฉพาะด้าน และงบลงทุนทางการแพทย์ โดยยอดรวมการโอนเงินให้ทั้งสองแห่งสูงกว่า 217 ล้านบาท</p>



<p>“เมื่อรวมทั้ง 2 โรงพยาบาล <strong>สปสช.</strong> โอนเงินเข้าบัญชีแล้วกว่า 217 ล้านบาท โดยจากข้อมูลวันที่โอนเงินในระบบ พบว่ามีการโอนเงินให้โรงพยาบาลทั้ง 2 แห่งอย่างต่อเนื่องหลายรอบในแต่ละเดือน ตามประเภทบริการ รอบการส่งข้อมูล รอบประมวลผล ตรวจสอบ และหลักเกณฑ์การจ่ายเงินของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ไม่ใช่การจ่ายแบบทิ้งช่วงหรือไม่มีการจ่ายเงินตามที่อาจเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน” นางสาวพลอยทะเล ระบุ</p>



<p>นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้เตรียมแผนรองรับกรณีการยกเลิกสถานะการเป็นหน่วยบริการของโรงพยาบาลทั้งสองแห่ง โดยตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 <strong>สิทธิบัตรทอง</strong> ของผู้ป่วยจะถูกโอนย้ายโดยอัตโนมัติ สำหรับผู้ที่เคยขึ้นทะเบียนกับ <strong>โรงพยาบาลมิตรประชา (Mitrapracha Hospital)</strong> จำนวน 18,831 คน จะถูกย้ายไปยังโรงพยาบาลพระมงคลเทพมุนี โดยมีโรงพยาบาลราชพิพัฒน์เป็นหน่วยบริการรับส่งต่อ</p>



<p>ในส่วนของผู้ถือสิทธิที่ขึ้นทะเบียนกับ <strong>โรงพยาบาลบางนา 1 (Bangna 1 Hospital)</strong> จำนวน 22,365 คน ทาง <strong>NHSO</strong> หรือ <strong>สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ</strong> จะดำเนินการโอนย้ายสิทธิไปยังโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 3 ซึ่งเป็นหน่วยบริการในพื้นที่ใกล้เคียงที่มีความพร้อมรองรับ ทั้งในระดับปฐมภูมิและหน่วยรับส่งต่อ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนในช่วงเปลี่ยนผ่านและให้การรักษาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/308838">รัฐบาลโต้ข่าว สปสช. จ่ายเงินโรงพยาบาลล่าช้า ยันโอนต่อเนื่องกว่า 217 ล้านบาท หลังโซเชียลผุดกระแสกังวล &#8220;สิทธิบัตรทอง&#8221; จะล่มสลาย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รัฐบาลประกาศให้วัคซีนนิวโมคอคคัส PCV เป็นสิทธิประโยชน์ฟรีสำหรับเด็กไทย เพื่อป้องกันโรคปอดอักเสบ</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/308536</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 May 2026 02:14:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[National Health Security Office]]></category>
		<category><![CDATA[ราชกิจจานุเบกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ลลิดา เพริศวิวัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[สปสช.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=308536</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/308536">รัฐบาลประกาศให้วัคซีนนิวโมคอคคัส PCV เป็นสิทธิประโยชน์ฟรีสำหรับเด็กไทย เพื่อป้องกันโรคปอดอักเสบ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ <strong>สปสช. (NHSO)</strong> ออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นทางการ กำหนดให้ <strong>วัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมคอคคัส ชนิดคอนจูเกต</strong> หรือ <strong>วัคซีน PCV (Pneumococcal Conjugate Vaccine)</strong> เป็นสิทธิบริการสาธารณสุขด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสำหรับเด็กไทยโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อยกระดับระบบสาธารณสุขเชิงป้องกันและลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยรุนแรงในเด็กเล็ก ซึ่งมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายแล้วตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป</p>



<p>นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำ<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/163737">สำนักนายกรัฐมนตรี</a> เปิดเผยรายละเอียดว่า การผลักดันวัคซีนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้เด็กไทยสามารถเข้าถึงการป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อลดอัตราการเกิดโรคติดเชื้อรุนแรงที่เกิดจากเชื้อนิวโมคอคคัส อาทิ <strong>โรคปอดอักเสบ (Pneumonia)</strong> <strong>เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis)</strong> และภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งถือเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตและภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มเด็กเล็ก</p>



<p>สำหรับการให้บริการ <strong>วัคซีน PCV</strong> นั้น ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มนำร่องดำเนินการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งประกาศล่าสุดที่ออกมานี้เป็นการรับรองให้เป็นบริการด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคตามสิทธิประโยชน์อย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างมาตรฐานที่เท่าเทียมในการดูแลสุขภาพเด็กทั่วประเทศ และถือเป็นการลงทุนด้านสาธารณสุขที่เน้นการป้องกันก่อนการรักษาซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมในระยะยาว</p>



<p>นางสาวลลิดา กล่าวถึงความสำคัญของนโยบายนี้ว่า การบรรจุวัคซีนดังกล่าวเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพถือเป็นก้าวสำคัญในการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและช่วยให้เด็กไทยเติบโตอย่างปลอดภัย “นี่คือการยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กไทยตั้งแต่ต้นทาง ให้ทุกคนเข้าถึงวัคซีนจำเป็นอย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างระบบสาธารณสุขที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน” ซึ่งเป็นแนวทางหลักที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางสุขภาพให้กับเยาวชน</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/308536">รัฐบาลประกาศให้วัคซีนนิวโมคอคคัส PCV เป็นสิทธิประโยชน์ฟรีสำหรับเด็กไทย เพื่อป้องกันโรคปอดอักเสบ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศุภมาส สั่ง สคบ. ลงพื้นที่โคราชตรวจสอบโรงงานผลิตน้ำดื่มปนเปื้อนเชื้อซัลโมเนลลา หวั่นกระทบสุขภาพประชาชน</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/308298</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 May 2026 03:24:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[Office of the Consumer Protection Board]]></category>
		<category><![CDATA[นครราชสีมา]]></category>
		<category><![CDATA[รณรงค์ พูลพิพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภมาส อิศรภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[สคบ.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=308298</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/308298">ศุภมาส สั่ง สคบ. ลงพื้นที่โคราชตรวจสอบโรงงานผลิตน้ำดื่มปนเปื้อนเชื้อซัลโมเนลลา หวั่นกระทบสุขภาพประชาชน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำ<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/163684">สำนักนายกรัฐมนตรี</a> สั่งการด่วนให้ <strong>สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค</strong> หรือ <strong>สคบ. (OCPB)</strong> ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีตรวจพบเชื้อ <strong>Salmonella spp.</strong> ปนเปื้อนในน้ำดื่มที่วางจำหน่ายในพื้นที่ หลังพบข้อมูลน่าสงสัยว่าสถานที่ผลิตน้ำดื่มดังกล่าวอาจเป็น <strong>โรงงานแปรรูปยางรถยนต์</strong> ที่นำมาจดทะเบียนแอบแฝง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อมาตรฐานและความปลอดภัยของผู้บริโภคอย่างร้ายแรง</p>



<p>กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก <strong>สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา</strong> ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับการสุ่มตรวจพบเชื้อปนเปื้อนในน้ำดื่ม ซึ่งนางสาวศุภมาส อิศรภักดี ระบุว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยด้านสุขภาพของประชาชนเป็นอันดับแรก โดยกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบฉลากสินค้า แหล่งที่มา และมาตรฐานการผลิตอย่างละเอียด พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกซื้อสินค้า</p>



<p>จากการตรวจสอบเบื้องต้นโดยเจ้าหน้าที่ <strong>สคบ. เขต 9 จังหวัดนครราชสีมา</strong> พบข้อมูลที่น่ากังวลว่าสถานที่ผลิตน้ำดื่มที่ถูกระบุถึงนั้น แท้จริงแล้วเป็นโรงงานที่มีกิจการหลักเกี่ยวกับการแปรรูปยางรถยนต์ แต่มีการนำพื้นที่มาจดทะเบียนเป็นสถานที่ผลิตน้ำดื่มเพิ่มเติม ซึ่งสภาพแวดล้อมดังกล่าวมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดสารปนเปื้อนในกระบวนการผลิต โดยหลังจากนี้จะมีการประสานงานร่วมกับ <strong>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า</strong> และหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อตรวจสอบวัตถุประสงค์การจดทะเบียน และดำเนินคดีตามกฎหมายหากพบการฝ่าฝืน</p>



<p>นางสาวศุภมาส อิศรภักดี กล่าวว่า &#8220;การบริโภคน้ำดื่มที่ไม่ได้มาตรฐานอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ รัฐบาลจะดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อคุ้มครองประชาชน หากพบเบาะแสหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถแจ้งเรื่องหรือขอคำปรึกษาได้ที่สายด่วน <strong>สคบ. 1166</strong> หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ของหน่วยงาน&#8221;</p>



<p>ด้าน นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ให้ข้อมูลทางกฎหมายเพิ่มเติมว่า กรณีน้ำดื่มปนเปื้อนนี้เข้าข่ายเป็น <strong>อาหารผิดมาตรฐาน</strong> ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ซึ่งมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท ขณะเดียวกัน <strong>สคบ. (Office of the Consumer Protection Board)</strong> มีอำนาจตามกฎหมายในการดำเนินคดีแพ่งแทนผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหาย หากมีประชาชนได้รับอันตรายจากการบริโภคน้ำดื่มดังกล่าว สามารถเข้าร้องทุกข์เพื่อขอรับการเยียวยาหรือให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการทางกฎหมายแทนได้ทันที</p>



<p>ทั้งนี้ ประชาชนสามารถร้องเรียนผ่านแอปพลิเคชัน <strong>OCPB Connect</strong> เว็บไซต์หลักของหน่วยงาน หรือศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเป็นธรรมและรวดเร็ว</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="944" height="856" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/05/water-contamination-korat-ocpb-investigation-1.webp" alt="" class="wp-image-308299" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/05/water-contamination-korat-ocpb-investigation-1.webp 944w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/05/water-contamination-korat-ocpb-investigation-1-300x272.webp 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/05/water-contamination-korat-ocpb-investigation-1-768x696.webp 768w" sizes="(max-width: 944px) 100vw, 944px" /></figure>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<iframe src="https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fnakhonratchasima.health%2Fposts%2Fpfbid03rEQrfKRHrs4PLM2HFxVjmuAw4QoC3QdATvPaPRDDBWCjTJdchGttfLxKSeKag4ol&#038;show_text=true&#038;width=500" width="500" height="681" style="border:none;overflow:hidden" scrolling="no" frameborder="0" allowfullscreen="true" allow="autoplay; clipboard-write; encrypted-media; picture-in-picture; web-share"></iframe>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/308298">ศุภมาส สั่ง สคบ. ลงพื้นที่โคราชตรวจสอบโรงงานผลิตน้ำดื่มปนเปื้อนเชื้อซัลโมเนลลา หวั่นกระทบสุขภาพประชาชน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รัฐบาลกวาดล้างผลิตภัณฑ์สุขภาพเถื่อน ปิดโฆษณาออนไลน์กว่า 1.2 แสนรายการ มูลค่าของกลางทะลุ 1.1 พันล้าน</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/308250</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 03 May 2026 09:36:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=308250</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; รัฐบาลเดินหน้ามาตรการเข้มงวด [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/308250">รัฐบาลกวาดล้างผลิตภัณฑ์สุขภาพเถื่อน ปิดโฆษณาออนไลน์กว่า 1.2 แสนรายการ มูลค่าของกลางทะลุ 1.1 พันล้าน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/163657">รัฐบาล</a>เดินหน้ามาตรการเข้มงวดปราบปราม <strong>ผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย</strong> และการโฆษณาเกินจริงผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเผยผลการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน สามารถ <strong>ปิดกั้นโฆษณาผิดกฎหมาย</strong> ได้มากกว่า 121,494 รายการ พร้อมทลายแหล่งกระทำผิดและอายัดของกลางรวมมูลค่ากว่า 1,152 ล้านบาท เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคในยุคดิจิทัลที่เผชิญความเสี่ยงจากการเลือกซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่มีการแอบอ้างสรรพคุณเกินจริงและลักลอบใช้สารอันตราย</p>



<p>นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปกป้องประชาชนจาก <strong>โฆษณาหลอกลวงผู้บริโภค</strong> ซึ่งมาพร้อมกับการเติบโตของการซื้อขายออนไลน์ โดยได้สั่งการให้ <strong>สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา</strong> หรือ <strong>อย. (FDA)</strong> ดำเนินมาตรการเชิงรุกและบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ซึ่งผลจากการปฏิบัติงานสามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดไปแล้ว 6,748 คดี และเข้าตรวจค้นทลายแหล่งผลิตหรือจำหน่ายที่ผิดกฎหมายได้ถึง 576 แห่ง ทั่วประเทศ</p>



<p>สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวัง <strong>สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (Food and Drug Administration)</strong> ได้นำเทคโนโลยี <strong>ปัญญาประดิษฐ์ (AI)</strong> และระบบ API มาใช้เชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มออนไลน์หลัก 10 แห่ง ประกอบด้วย <strong>ลาซาด้า (Lazada)</strong>, <strong>ช้อปปี้ (Shopee)</strong>, <strong>แกร็บ (Grab)</strong>, <strong>ไลน์แมน (LineMan)</strong>, <strong>ไลน์ (LINE)</strong>, <strong>เฟซบุ๊ก (Facebook)</strong>, <strong>อินสตาแกรม (Instagram)</strong>, <strong>เธรดส์ (Threads)</strong>, <strong>ติ๊กต็อก (TikTok)</strong> และ <strong>เลมอนเอท (Lemon8)</strong> เพื่อตรวจจับและคัดกรองผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เข้าข่ายผิดกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว</p>



<p>นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาฐานข้อมูล <strong>Blacklist Keywords</strong> กว่า 92,120 คำ เพื่อให้ระบบ AI ตรวจสอบคำโฆษณาต้องห้าม พร้อมขยายเครือข่ายเฝ้าระวังปิดกั้นโฆษณาภายใต้ระบบ <strong>Rapid Report</strong> ครอบคลุมพื้นที่ 76 จังหวัด และความร่วมมือจาก 3 สภาวิชาชีพ เพื่อยกระดับความรวดเร็วในการจัดการปัญหาโฆษณาเกินจริงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและทรัพย์สินของประชาชนในวงกว้าง</p>



<p>นางสาวพลอยทะเล ระบุว่า “เพื่อปกป้องสิทธิ์ ขอให้ผู้บริโภคเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างรอบคอบ ตรวจสอบเลข อย. ก่อนตัดสินใจ ไม่หลงเชื่อคำโฆษณาเกินจริง เมื่อพบความไม่เป็นธรรม สามารถร้องเรียนผ่าน 6 ช่องทาง ได้แก่ สายด่วน อย. 1556, Line @FDAThai, Facebook: FDAThai, E-mail: 1556@fda.moph.go.th, ตู้ ปณ. 1556 และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ”</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/308250">รัฐบาลกวาดล้างผลิตภัณฑ์สุขภาพเถื่อน ปิดโฆษณาออนไลน์กว่า 1.2 แสนรายการ มูลค่าของกลางทะลุ 1.1 พันล้าน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รัฐบาลปรับเพิ่มสิทธิทำฟันประกันสังคม แยกวงเงินผ่าฟันคุดสูงสุด 2,500 บาทต่อซี่ เริ่ม 1 พฤษภาคม 2569</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/308132</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 02 May 2026 07:36:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[Social Security Office]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[สปส.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานประกันสังคม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=308132</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; รัฐบาลประกาศปรับเพิ่มสิทธิปร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/308132">รัฐบาลปรับเพิ่มสิทธิทำฟันประกันสังคม แยกวงเงินผ่าฟันคุดสูงสุด 2,500 บาทต่อซี่ เริ่ม 1 พฤษภาคม 2569</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/163637">รัฐบาล</a>ประกาศปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมสำหรับผู้ประกันตนครั้งใหญ่ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ไฮไลต์สำคัญคือการแยกวงเงิน <strong>การผ่าฟันคุด</strong> ออกจากวงเงินพื้นฐานเดิม ทำให้ผู้ประกันตนสามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้สูงสุดถึง 2,500 บาทต่อซี่ พร้อมทั้งปรับเพิ่มวงเงิน <strong>ฟันปลอม</strong> และเพิ่มสิทธิ <strong>รากฟันเทียม</strong> เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและยกระดับคุณภาพชีวิตด้านสาธารณสุขให้แก่ผู้ประกันตนทั่วประเทศ</p>



<p>นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานได้มอบหมายให้ <strong>สำนักงานประกันสังคม</strong> หรือ <strong>Social Security Office (SSO)</strong> พัฒนาสิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรมสำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 โดยผู้ที่มีสิทธิรับบริการต้องเป็นผู้ที่ส่งเงินสมทบครบ 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนเข้ารับบริการ รวมถึงผู้ประกันตนที่ลาออกจากงานยังคงได้รับความคุ้มครองต่อเนื่องอีกไม่เกิน 6 เดือน</p>



<p>รายละเอียดการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ใหม่ระบุว่า ในส่วนของ <strong>ถอนฟัน อุดฟัน และขูดหินปูน</strong> ซึ่งเป็นสิทธิพื้นฐาน หากใช้บริการที่โรงพยาบาลเอกชนหรือคลินิกยังคงวงเงินอยู่ที่ 900 บาทต่อปี แต่หากเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลรัฐจะมีการปรับให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยเพิ่มรายการเกลารากฟันและขลิบแต่งกระดูกรวมอยู่ด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับการรักษาที่มีความจำเป็นมากขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="576" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/05/Thailand-social-security-office-sso-1024x576.webp" alt="สำนักงานประกันสังคม" class="wp-image-308133" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/05/Thailand-social-security-office-sso-1024x576.webp 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/05/Thailand-social-security-office-sso-300x169.webp 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/05/Thailand-social-security-office-sso-768x432.webp 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/05/Thailand-social-security-office-sso-1536x864.webp 1536w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/05/Thailand-social-security-office-sso.webp 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือ <strong>การผ่าฟันคุด</strong> ซึ่งเดิมต้องใช้วงเงินรวมกับค่าอุดฟัน 900 บาทต่อปี แต่สิทธิใหม่ได้แยกวงเงินออกมาต่างหาก โดยกรณีผ่าไม่ซับซ้อนสามารถเบิกได้สูงสุด 1,500 บาทต่อซี่ และกรณีผ่าซับซ้อนที่ต้องมีการกรอกระดูก สามารถเบิกได้สูงสุด 2,500 บาทต่อซี่ ทั้งนี้หากเข้ารับบริการในโรงพยาบาลรัฐที่ทำข้อตกลงจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายตามจริงตามมาตรฐาน ยกเว้นกรณีคลินิกนอกเวลา</p>



<p>นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงสิทธิ <strong>ฟันปลอมชนิดถอดได้</strong> โดยเพิ่มวงเงินรวมเป็น 1,500 – 6,000 บาท ตามจำนวนซี่และชนิดของวัสดุ พร้อมเพิ่มค่าซ่อมฟันปลอมอีก 900 บาทต่อครั้ง ขณะที่ผู้ประกันตนที่สูญเสียฟันทั้งปากจะได้รับสิทธิใหม่ในการ <strong>ฝังรากฟันเทียม</strong> เพื่อรองรับฟันเทียมชนิดถอดไม่ได้ โดยประกันสังคมจะช่วยจ่ายค่าผ่าตัด 17,500 บาทต่อราย และค่าชุดรากฟันเทียมอีก 3,300 บาท รวมถึงครอบคลุมถึงค่าติดตามผลการรักษา</p>



<p>“สำหรับผู้ประกันตนที่ใช้บริการนอกเหนือจากสถานพยาบาลคู่สัญญา จะต้องสำรองจ่ายค่ารักษาไปก่อน แล้วจึงนำหลักฐานมาขอรับเงินคืนตามหลักเกณฑ์ผ่านระบบ e-Self Service หรือยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ” นางสาวพลอยทะเล กล่าวทิ้งท้าย โดยผู้ประกันตนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/308132">รัฐบาลปรับเพิ่มสิทธิทำฟันประกันสังคม แยกวงเงินผ่าฟันคุดสูงสุด 2,500 บาทต่อซี่ เริ่ม 1 พฤษภาคม 2569</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BDI จับมือ สปสช. และ DGA เชื่อมข้อมูลสุขภาพ 2 หมื่นแห่งทั่วประเทศ หนุนใช้ AI ตรวจสอบเบิกจ่าย</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/307639</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2026 15:23:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[BDI]]></category>
		<category><![CDATA[Big Data Institute]]></category>
		<category><![CDATA[DGA]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Government Development Agency]]></category>
		<category><![CDATA[National Health Security Office]]></category>
		<category><![CDATA[จเด็จ ธรรมธัชอารี]]></category>
		<category><![CDATA[ธีรณี อจลากุล]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[สปสช]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ไอรดา เหลืองวิไล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=307639</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์กา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/307639">BDI จับมือ สปสช. และ DGA เชื่อมข้อมูลสุขภาพ 2 หมื่นแห่งทั่วประเทศ หนุนใช้ AI ตรวจสอบเบิกจ่าย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ <strong>BDI</strong> ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ <strong>สปสช.</strong> และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ <strong>DGA</strong> ลงนามความร่วมมือยกระดับโครงการ <strong>Health Link</strong> เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพทั่วประเทศครอบคลุมหน่วยบริการเกือบ 20,000 แห่ง มุ่งเป้าให้ประชาชนเข้าถึงประวัติการรักษาผ่านแอปพลิเคชัน <strong>ทางรัฐ</strong> ได้โดยตรง พร้อมนำเทคโนโลยี <strong>ปัญญาประดิษฐ์ (AI)</strong> มาใช้ในระบบตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินชดเชยค่าบริการทางการแพทย์ เพื่อความรวดเร็วและโปร่งใสในระบบสาธารณสุข</p>



<p>การบูรณาการข้อมูลครั้งนี้เป็นการเชื่อมต่อแพลตฟอร์ม <strong>Health Link</strong> เข้ากับฐานข้อมูลการเบิกจ่ายของ <strong>สปสช.</strong> ซึ่งรวมถึงข้อมูลจากคลินิกและร้านยาอีกกว่า 8,500 แห่ง ทำให้แพทย์สามารถเข้าถึงประวัติการรักษาและข้อมูลการใช้ยาของผู้ป่วยสิทธิ <strong>บัตรทอง 30 บาท</strong> ได้ทันทีเมื่อมีการย้ายหน่วยบริการ ช่วยลดขั้นตอนการตรวจซ้ำซ้อนและเพิ่มความปลอดภัยในการวินิจฉัยโรค โดยเฉพาะในกรณีฉุกเฉินที่ต้องการข้อมูลที่แม่นยำและรวดเร็ว</p>



<p><strong>นายแพทย์จเด็จ ธรรมธัชอารี</strong> เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (<strong>สปสช.</strong>) ระบุว่า ความร่วมมือนี้เป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลด้านสาธารณสุข โดย <strong>สปสช.</strong> จะเป็นกลไกหลักในการผลักดันให้หน่วยบริการในเครือข่ายเชื่อมต่อข้อมูลเข้าสู่ระบบตามมาตรฐานเดียวกัน &#8220;การเชื่อมโยงข้อมูลนี้จะช่วยให้แพทย์เข้าถึงประวัติสุขภาพผู้ป่วยได้ครบถ้วน ส่งผลให้การรักษามีความต่อเนื่อง ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มความปลอดภัย ขณะเดียวกันยังช่วยให้การตรวจสอบข้อมูลเบิกจ่ายมีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยยังคงให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด&#8221;</p>



<p>ด้าน <strong>ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล</strong> ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (<strong>BDI</strong>) เปิดเผยถึงการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ว่า ปัจจุบันมีการพัฒนาระบบ <strong>AI</strong> เพื่อช่วยตรวจสอบข้อมูลก่อนการเบิกจ่าย (<strong>Pre-audit</strong>) ในกลุ่มผู้ป่วยนอก เพื่อให้หน่วยบริการได้รับเงินค่าตอบแทนรวดเร็วขึ้น &#8220;เรามีแผนพัฒนาไปสู่ <strong>Agentic AI</strong> ที่จะยกระดับการวิเคราะห์และสนับสนุนการตัดสินใจจ่ายเงินค่าบริการให้มีความถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังได้พัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยอิเล็กทรอนิกส์ (<strong>e-Referral</strong>) นำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อให้การส่งต่อผู้ป่วยระหว่างคลินิกชุมชนอบอุ่นและโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ&#8221;</p>



<p>ขณะที่ <strong>นางไอรดา เหลืองวิไล</strong> รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (<strong>DGA</strong>) กล่าวเสริมถึงสถิติการใช้งานว่า แอปพลิเคชัน <strong>ทางรัฐ (Tang Rath)</strong> ได้เชื่อมต่อกับ <strong>Health Link</strong> ทำให้ประชาชนกว่า 30,000 คนเข้าดูประวัติการรักษาของตนเองแล้ว โดยตัวแอปพลิเคชันมียอดดาวน์โหลดสะสมกว่า 46 ล้านครั้ง และมีบริการภาครัฐรวมอยู่กว่า 476 บริการ ซึ่งถือเป็นช่องทางหลักที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสุขภาพและสิทธิต่างๆ ของรัฐได้อย่างปลอดภัยในที่เดียว</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/307639">BDI จับมือ สปสช. และ DGA เชื่อมข้อมูลสุขภาพ 2 หมื่นแห่งทั่วประเทศ หนุนใช้ AI ตรวจสอบเบิกจ่าย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อย. ยืนยันยาช่วยชีวิตและยาสมาธิสั้นมีสำรองพ้นวิกฤตขนส่งโลก มั่นใจสต็อกเพียงพอใช้ 3-6 เดือน</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/305314</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Apr 2026 04:33:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[Food and Drug Administration]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา]]></category>
		<category><![CDATA[สุภัทรา บุญเสริม]]></category>
		<category><![CDATA[อย.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=305314</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานข่าวบริคอินโฟ &#8211; สำนักงานคณะกรรมการอาหารแล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/305314">อย. ยืนยันยาช่วยชีวิตและยาสมาธิสั้นมีสำรองพ้นวิกฤตขนส่งโลก มั่นใจสต็อกเพียงพอใช้ 3-6 เดือน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักงานข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ <strong>อย. (FDA Thailand)</strong> ยืนยันความมั่นคงทางยาของประเทศไทย โดยระบุว่าปริมาณสำรอง <strong>วัตถุเสพติดทางการแพทย์</strong> ทั้งในกลุ่ม <strong>ยาช่วยชีวิต</strong> และ <strong>ยารักษาโรคสมาธิสั้น</strong> ยังคงมีเพียงพอต่อความต้องการใช้งานภายในประเทศ แม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อการขนส่งระหว่างประเทศ โดยมีการบริหารจัดการสต็อกอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการขาดแคลนและสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในการเข้าถึงยาจำเป็นอย่างต่อเนื่อง</p>



<p>เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่กระทบต่อระบบโลจิสติกส์ <strong>สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา</strong> ได้ติดตามและประเมินสถานการณ์ปริมาณสำรองยาอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับการจัดหา <strong>วัตถุเสพติดทางการแพทย์</strong> โดยได้ดำเนินการเร่งรัดการส่งมอบยาตามสัญญาจัดซื้อจากต่างประเทศให้รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงประสานงานกับผู้ผลิตภายในประเทศเพื่อเพิ่มการสำรองวัตถุดิบ โดยเฉพาะกลุ่มยาที่สำคัญ เช่น <strong>ยานำสลบ</strong> ยาแก้ปวด และกลุ่มยารักษา <strong>โรคสมาธิสั้น (ADHD)</strong></p>



<p>ปัจจุบันข้อมูลจากการตรวจสอบพบว่า <strong>วัตถุเสพติดทางการแพทย์</strong> ในกลุ่มยาจำเป็นเพื่อช่วยชีวิต มีปริมาณสำรองเพียงพอสำหรับการใช้ในประเทศไม่น้อยกว่า 3 ถึง 6 เดือน เช่นเดียวกับกลุ่ม <strong>ยารักษาโรคสมาธิสั้น</strong> ที่มีปริมาณสำรองอยู่ในระดับเดียวกัน สำหรับยาบางรายการที่อาจเกิดการขาดคราวชั่วคราวจากปัจจัยด้านการผลิต หรือไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มยาจำเป็นเร่งด่วน ทาง <strong>อย.</strong> ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและคาดว่าจะสามารถจัดส่งยาได้ตามปกติภายในระยะเวลา 1 ถึง 2 เดือน พร้อมทั้งเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงอื่นที่อาจกระทบต่อ <strong>ความมั่นคงทางยา</strong> ในภาพรวมของประเทศ</p>



<p>เลขาธิการฯ อย. กล่าวย้ำถึงแนวทางการทำงานว่า &#8220;อย. ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการวัตถุเสพติดทางการแพทย์อย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการจัดหา การสำรอง และการกระจายยา เพื่อให้สถานพยาบาลและผู้ป่วยเข้าถึงยาจำเป็นในการรักษาโรคได้อย่างต่อเนื่องและสร้างความมั่นคงด้านยาของประเทศในทุกสถานการณ์&#8221; การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุกเพื่อให้มั่นใจว่าระบบสาธารณสุขไทยจะไม่ประสบปัญหาภาวะขาดแคลนยาสำคัญในช่วงที่สถานการณ์โลกมีความผันผวน</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/305314">อย. ยืนยันยาช่วยชีวิตและยาสมาธิสั้นมีสำรองพ้นวิกฤตขนส่งโลก มั่นใจสต็อกเพียงพอใช้ 3-6 เดือน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สธ. ทดสอบ &#8220;โดรนขนส่งยา&#8221; พื้นที่เกาะพังงา นำร่องต้นแบบการแพทย์ทางอากาศลดข้อจำกัดการเดินเรือ</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/304949</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 29 Mar 2026 06:56:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[CAAT]]></category>
		<category><![CDATA[Civil Aviation Authority of Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Department of Medical Services]]></category>
		<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Ministry of Public Health]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดพังงา]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา พร้อมพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[สธ.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อนุกูล อ่อนจันทร์อม]]></category>
		<category><![CDATA[เกาะปันหยี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=304949</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้ายกระ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/304949">สธ. ทดสอบ &#8220;โดรนขนส่งยา&#8221; พื้นที่เกาะพังงา นำร่องต้นแบบการแพทย์ทางอากาศลดข้อจำกัดการเดินเรือ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/162687">กระทรวงสาธารณสุข</a>เดินหน้ายกระดับระบบบริการสุขภาพในพื้นที่ห่างไกลด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ล่าสุดลงพื้นที่ <strong>จังหวัดพังงา</strong> เพื่อทดสอบและสาธิตการใช้ <strong>อากาศยานไร้คนขับ (Drone)</strong> หรือ <strong>โดรนขนส่งยา</strong> และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ ณ <strong>เกาะปันหยี</strong> มุ่งเน้นการแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านการคมนาคมทางน้ำและระยะเวลาในการเดินทาง เพื่อสร้างต้นแบบ <strong>Medical Drone</strong> ที่ได้มาตรฐานก่อนขยายผลการใช้งานจริงให้ครอบคลุมพื้นที่เกาะและถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ</p>



<p>นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการ <strong>กระทรวงสาธารณสุข (Ministry of Public Health)</strong> พร้อมด้วยผู้บริหารจาก <strong>กรมการแพทย์ (Department of Medical Services)</strong> และหน่วยงานความมั่นคงทางอากาศ ร่วมสังเกตการณ์การทดสอบระบบขนส่งทางอากาศ ณ <strong>โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกาะปันหยี (รพ.สต.เกาะปันหยี)</strong> โดยการทดสอบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงบริการสาธารณสุข ลดระยะเวลารอคอย และสร้างความแน่นอนในการส่งมอบยา วัคซีน รวมถึงเลือดและอุปกรณ์ช่วยชีวิตในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งมักประสบปัญหาติดขัดจากการรอรอบเรือหรือสภาพอากาศในทะเล</p>



<p>นายพัฒนา ระบุว่ากระทรวงฯ ได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาวิจัยการใช้โดรนในภารกิจทางการแพทย์ โดยแบ่งพื้นที่นำร่องออกเป็น 3 รูปแบบ คือ พื้นที่ทะเล พื้นที่ป่า/ภูเขา และเขตเมือง สำหรับภาคใต้มีการทดสอบใน 3 จังหวัดสำคัญ ได้แก่ <strong>จังหวัดกระบี่</strong> <strong>จังหวัดสตูล</strong> และ <strong>จังหวัดพังงา</strong> ซึ่งผลจากการทดสอบในพื้นที่อื่น ๆ พบว่าสามารถลดระยะเวลาการขนส่งได้อย่างมีนัยสำคัญ เช่นที่กระบี่ลดจาก 20 นาที เหลือเพียง 5 นาที ส่วนที่พังงาแม้เวลาจะใกล้เคียงเดิมแต่ข้อดีคือความแม่นยำของเวลาที่ไม่ต้องพึ่งพาสภาพการเดินเรือ</p>



<p>&#8220;ภาพรวมการทดสอบถือว่าเป็นไปด้วยดีและสามารถใช้งานได้จริง หลังจากนี้จะนำผลการทดสอบทั้ง 3 พื้นที่ มาประเมินและปรับปรุง เพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบการใช้โดรนขนส่งยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ในพื้นที่เกาะและทะเลต่อไป&#8221; นายพัฒนา กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาต่อยอดในอนาคต</p>



<p>ด้าน นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เทคโนโลยีที่นำมาใช้เป็นโดรนประเภท <strong>VTOL (Vertical Take-off and Landing)</strong> ซึ่งสามารถขึ้นลงในแนวดิ่งได้ ทำให้สะดวกต่อพื้นที่ที่มีพื้นที่จำกัด แม้ปัจจุบันประเทศไทยจะยังไม่มีผู้ให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มตัว แต่การทดสอบนี้เป็นการเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานร่วมกับ <strong>สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT)</strong> เพื่อกำหนดเส้นทางบินเฉพาะ (Sand Box) และผลักดันให้การขนส่งยาด้วยโดรนเข้าสู่ระบบสิทธิประโยชน์การรักษาพยาบาลเพื่อให้โรงพยาบาลนำไปใช้ได้จริง</p>



<p>สำหรับการทดสอบในพื้นที่จังหวัดพังงาจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 14 เมษายน 2569 เพื่อเก็บข้อมูลเชิงเทคนิคและอุปสรรคต่าง ๆ ก่อนจะนำไปประมวลผลร่วมกับข้อมูลจากจังหวัดกระบี่และสตูล เพื่อวางโครงสร้างพื้นฐานด้านการแพทย์ทางอากาศ (Medical Aviation) ของไทยให้มีความสมบูรณ์และปลอดภัยตามมาตรฐานสากล เช่นเดียวกับที่มีการใช้งานแล้วในหลายประเทศทั่วโลก</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/304949">สธ. ทดสอบ &#8220;โดรนขนส่งยา&#8221; พื้นที่เกาะพังงา นำร่องต้นแบบการแพทย์ทางอากาศลดข้อจำกัดการเดินเรือ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดีป้า ผนึก สาธารณสุข ขยายผล 5G Ambulance ตั้งเป้าติดตั้งรถพยาบาล 124 คัน ช่วยผู้ป่วยกว่า 1.7 แสนรายต่อปี</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/304331</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Mar 2026 09:10:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[DEPA]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Economy Promotion Agency]]></category>
		<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ดีป้า]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภกร สิทธิไชย]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สพฉ.]]></category>
		<category><![CDATA[สฤษดิ์เดช เจริญไชย]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=304331</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/304331">ดีป้า ผนึก สาธารณสุข ขยายผล 5G Ambulance ตั้งเป้าติดตั้งรถพยาบาล 124 คัน ช่วยผู้ป่วยกว่า 1.7 แสนรายต่อปี</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล</strong> หรือ <strong>ดีป้า (depa)</strong> ร่วมกับ <strong>กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)</strong> ประกาศเดินหน้าขยายผลโครงการ <strong>5G Ambulance</strong> ยกระดับระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเปิดรับสมัครหน่วยงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ เพื่อติดตั้งอุปกรณ์เทคโนโลยีบน <strong>รถพยาบาล</strong> เพิ่มอีก 84 คัน ซึ่งจะทำให้มียอดรวมรถพยาบาลอัจฉริยะในโครงการทั้งหมด 124 คัน ครอบคลุมการช่วยเหลือผู้ป่วยให้เข้าถึงการรักษาที่รวดเร็วขึ้นมากกว่า 173,600 รายต่อปี</p>



<p><strong>นพ.สฤษดิ์เดช เจริญไชย</strong> ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขฉุกเฉิน สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินระดับปฏิบัติการหลักหมื่นคัน แต่การเข้าสู่สังคมสูงวัยและปัญหาโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ทำให้ผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงบริการได้ยากลำบาก โครงการ <strong>5G Ambulance</strong> จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการสื่อสารข้อมูลทางการแพทย์ และสนับสนุนการตัดสินใจของบุคลากรในสถานการณ์ที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว</p>



<p>“เทคโนโลยีต่าง ๆ ใน <strong>5G Ambulance</strong> จะช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานให้กับทีมแพทย์มากขึ้น โดยถือเป็นการยกระดับระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพ ซึ่ง กระทรวงสาธารณสุข รู้สึกยินดีที่ได้บูรณาการการทำงานอีกครั้งกับ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ <strong>ดีป้า</strong> ในการขยายผลโครงการ เพื่อที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ยกระดับระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินในประเทศให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น” นพ.สฤษดิ์เดช กล่าว</p>



<p>ด้าน <strong>ดร.ศุภกร สิทธิไชย</strong> รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ <strong>ดีป้า</strong> เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา <strong>เมืองอัจฉริยะ (Smart City)</strong> ซึ่งปัจจุบันไทยมีพื้นที่ประกาศเป็นเมืองอัจฉริยะแล้ว 37 แห่ง โดยในปี 2569 นี้ จะเปิดรับสมัครหน่วยงานรัฐที่มีรถพยาบาลผ่านการรับรองจาก <strong>สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)</strong> เพื่อรับการสนับสนุนอุปกรณ์ <strong>5G Router</strong> และระบบการแพทย์ทางไกล (<strong>Telemedicine</strong>) อาทิ แพลตฟอร์มบริการฉุกเฉิน เครื่องติดตามสัญญาณชีพ กล้องประจำกายเจ้าหน้าที่ และเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/03/depa-5g-ambulance-emergency-medical-services-2026-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-304336" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/03/depa-5g-ambulance-emergency-medical-services-2026-1-1024x683.jpg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/03/depa-5g-ambulance-emergency-medical-services-2026-1-300x200.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/03/depa-5g-ambulance-emergency-medical-services-2026-1-768x512.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/03/depa-5g-ambulance-emergency-medical-services-2026-1-1536x1024.jpg 1536w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/03/depa-5g-ambulance-emergency-medical-services-2026-1-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“สำหรับโครงการ <strong>5G Ambulance</strong> ปี 2568 <strong>ดีป้า</strong> ให้การสนับสนุนเทคโนโลยีดิจิทัลแก่รถพยาบาลจำนวนทั้งสิ้น 40 คัน ครอบคลุม 17 โรงพยาบาลใน 11 จังหวัด โดยในปี 2569 ตั้งเป้าขยายผลเพิ่มอีก 84 คัน ซึ่งจะส่งผลให้ภาพรวมการดำเนินโครงการต่อเนื่อง 2 ปี ประเทศไทยจะมี <strong>5G Ambulance</strong> รวม 124 คันทั่วประเทศ และคาดว่าจะสามารถรองรับการช่วยเหลือผู้ป่วยให้สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ทันท่วงทีมากกว่า 173,600 รายต่อปี” ดร.ศุภกร กล่าวเสริม</p>



<p>นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเสวนาถึงโอกาสของข้อมูลดิจิทัล โดยมีตัวแทนจาก <strong>สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Institute &#8211; BDI)</strong> และหน่วยงานภาคเอกชนร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ซึ่งหน่วยงานที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มีนาคม 2569 ผ่านช่องทางออนไลน์ของ <strong>ดีป้า</strong> เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาบริการสาธารณะที่ยั่งยืน</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/304331">ดีป้า ผนึก สาธารณสุข ขยายผล 5G Ambulance ตั้งเป้าติดตั้งรถพยาบาล 124 คัน ช่วยผู้ป่วยกว่า 1.7 แสนรายต่อปี</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
