<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>CISCO ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<atom:link href="https://brickinfotv.com/tag/cisco/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://brickinfotv.com/tag/cisco</link>
	<description>ข่าวสาร สาระ ความรู้ และความบันเทิง</description>
	<lastBuildDate>Thu, 04 Jun 2026 12:31:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1</generator>

<image>
	<url>https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/07/cropped-06-Favicon-Brick-100x100.png</url>
	<title>CISCO ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<link>https://brickinfotv.com/tag/cisco</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ซิสโก้ เปิดตัว Cisco Cloud Control แพลตฟอร์ม Agentic AI รวมศูนย์ ยกระดับการบริหารและปกป้องโครงสร้างพื้นฐานไอที</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/311775</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 12:31:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Agentic AI]]></category>
		<category><![CDATA[AgenticOps]]></category>
		<category><![CDATA[CISCO]]></category>
		<category><![CDATA[Cisco Cloud Control]]></category>
		<category><![CDATA[Cisco IQ]]></category>
		<category><![CDATA[Live Protect]]></category>
		<category><![CDATA[OpenAI Codex]]></category>
		<category><![CDATA[Quantum-Safe Infrastructure]]></category>
		<category><![CDATA[จีทู พาเทล]]></category>
		<category><![CDATA[ซิสโก้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=311775</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; บริษัท ซิสโก้ (Cisco) ประกาศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/311775">ซิสโก้ เปิดตัว Cisco Cloud Control แพลตฟอร์ม Agentic AI รวมศูนย์ ยกระดับการบริหารและปกป้องโครงสร้างพื้นฐานไอที</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> บริษัท ซิสโก้ (<strong>Cisco</strong>) ประกาศเปิดตัว <strong>Cisco Cloud Control</strong> แพลตฟอร์มรวมศูนย์อัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อให้มนุษย์และเอเจนต์เอไอ (<strong>AI agents</strong>) ทำงานร่วมกันในการบริหารจัดการ ตรวจสอบ และปกป้องโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่สำคัญ พร้อมขับเคลื่อนรูปแบบการดำเนินงาน <strong>AgenticOps</strong> ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างแอปพลิเคชันและเอเจนต์ของตนเองได้ด้วยภาษาธรรมชาติ นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวนวัตกรรมความปลอดภัยใหม่เพื่อยกระดับการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ในยุคเอไอ รวมถึงการรับมือกับภัยคุกคามจากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต</p>



<p class="wp-block-paragraph">ภายในงาน <strong>Cisco Live US 2026</strong> ได้มีการเปิดเผยว่า <strong>Cisco Cloud Control</strong> จะทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมการบริหารจัดการเพียงหนึ่งเดียว (<strong>Single Management Plane</strong>) ที่เชื่อมโยงสินทรัพย์ไอทีทั้งหมดขององค์กรเข้าด้วยกัน ทั้งระบบเครือข่าย ความปลอดภัย การประมวลผล การสังเกตการณ์ระบบ และการทำงานร่วมกัน โดยทั้งมนุษย์และเอเจนต์เอไอจะทำงานบนเลเยอร์ข้อมูล (<strong>Data Layer</strong>) เดียวกันและใช้ระบบปฏิบัติการร่วมกัน โดยที่มนุษย์ยังคงเป็นผู้ควบคุมสูงสุด อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบนิเวศภายนอก เช่น แอมะซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (<strong>AWS</strong>), ไมโครซอฟท์ (<strong>Microsoft</strong>), กูเกิล คลาวด์ (<strong>Google Cloud</strong>) ที่รวม วิซ (<strong>Wiz</strong>) เข้าไว้ด้วยกัน, ลิเนียร์ (<strong>Linear</strong>), เพเจอร์ดิวตี้ (<strong>PagerDuty</strong>), เซอร์วิสนาว (<strong>ServiceNow</strong>) และ สแลค (<strong>Slack</strong>)</p>



<p class="wp-block-paragraph">จีทู พาเทล ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของซิสโก้ กล่าวว่า &#8220;เอเจนต์ AI สามารถคิดวิเคราะห์และดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วระดับ software speed ซึ่งสิ่งนี้จะเปลี่ยนทุกอย่างเกี่ยวกับวิธีที่เราขยายระบบ บริหารจัดการ และปกป้องโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ <strong>Cisco Cloud Control</strong> คือศูนย์บัญชาการสำหรับเอเจนต์ AI มันคือแพลตฟอร์มที่ทีมของคุณและเอเจนต์ AI จะทำงานร่วมกันในสภาพแวดล้อมเดียวกัน ด้วยข้อมูลชุดเดียวกัน โดยมีมนุษย์เป็นผู้ควบคุม&#8221;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/06/Cisco-Live-US-2026_AI-Canvas-copy-1024x576.webp" alt="" class="wp-image-311776" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/06/Cisco-Live-US-2026_AI-Canvas-copy-1024x576.webp 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/06/Cisco-Live-US-2026_AI-Canvas-copy-300x169.webp 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/06/Cisco-Live-US-2026_AI-Canvas-copy-768x432.webp 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/06/Cisco-Live-US-2026_AI-Canvas-copy-1536x864.webp 1536w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/06/Cisco-Live-US-2026_AI-Canvas-copy-2048x1152.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับคุณสมบัติเด่นของแพลตฟอร์มประกอบด้วย <strong>Cisco AI Canvas</strong> พื้นที่ทำงานแบบ <strong>Generative</strong> สำหรับการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาร่วมกัน และ <strong>Cloud Control Studio</strong> ที่ประกอบด้วย <strong>Agent Builder</strong> สำหรับสร้างเอเจนต์ตามนโยบายองค์กรผ่านโปรโตคอล <strong>Open Model Context Protocol</strong> (<strong>MCP</strong>) และ <strong>App Builder</strong> ที่ช่วยสร้างแอปพลิเคชันจากคำสั่งภาษาธรรมชาติ โดยมี <strong>OpenAI Codex</strong> ฝังอยู่ภายในเพื่อส่งมอบงาน นอกจากนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวยังขับเคลื่อนด้วยข้อมูลการตรวจวัดระยะไกลข้ามโดเมน (<strong>Cross-domain Telemetry</strong>) และโมเดลที่สร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ รวมถึง <strong>Deep Network Model</strong> ของซิสโก้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในด้านความปลอดภัย ซิสโก้ได้ขยายความสามารถของฟีเจอร์ <strong>Live Protect</strong> ซึ่งทำหน้าที่เป็นระบบภูมิคุ้มกันดิจิทัลเพื่อปกป้องผลิตภัณฑ์จากช่องโหว่ใหม่ ๆ ในระหว่างที่ระบบกำลังทำงานโดยไม่ต้องรีบูตหรืออัปเกรดระบบ ปัจจุบันพร้อมใช้งานแล้วในสวิตช์ตระกูล <strong>N9000 series</strong> และสิทธิ์การใช้งาน <strong>Nexus One</strong> โดยมีแผนจะขยายไปยังสมาร์ทสวิตช์สำหรับองค์กรและเราเตอร์ในช่วงปลายปีนี้ พร้อมทั้งมีการนำเสนอ <strong>Hybrid Mesh Firewall</strong> เพื่อขยายการปกป้องครอบคลุมเครือข่ายและแอปพลิเคชัน นอกจากนี้ ซิสโก้ยังได้เปิดตัวโอเพนซอร์สข้อกำหนดความปลอดภัย <strong>Foundry Security Spec</strong> ภายใต้การร่วมมือทดสอบผลิตภัณฑ์ร่วมกับ แอนโทรปิก (<strong>Anthropic</strong>) ในโครงการ <strong>Project Glasswing</strong> และ โอเพนเอไอ (<strong>OpenAI</strong>) ในโครงการ <strong>Daybreak</strong> รวมถึงยกระดับโซลูชัน <strong>AI Defense</strong>, <strong>Zero Trust</strong> สำหรับเอเจนต์ และ <strong>Agentic SOC</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="700" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/06/Cisco-Live-US-2026_Cisco-IQ-copy-1024x700.webp" alt="" class="wp-image-311777" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/06/Cisco-Live-US-2026_Cisco-IQ-copy-1024x700.webp 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/06/Cisco-Live-US-2026_Cisco-IQ-copy-300x205.webp 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/06/Cisco-Live-US-2026_Cisco-IQ-copy-768x525.webp 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/06/Cisco-Live-US-2026_Cisco-IQ-copy-1536x1050.webp 1536w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/06/Cisco-Live-US-2026_Cisco-IQ-copy-2048x1401.webp 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ซิสโก้ยังได้วางแนวทางไปสู่โครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัยจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม (<strong>Quantum-Safe Infrastructure</strong>) เพื่อป้องกันการโจมตีประเภทดักเก็บข้อมูลวันนี้เพื่อไปถอดรหัสในวันหน้า (<strong>Harvest now, decrypt later</strong>) โดยตั้งเป้าเปิดใช้งานความสามารถในการสื่อสารที่ปลอดภัยจากภัยควอนตัมในพอร์ตโฟลิโอหลักภายในเดือนธันวาคม 2569 ซึ่งอุปกรณ์เราเตอร์ สวิตช์ และไฟร์วอลล์ที่เปิดตัวใหม่จะมาพร้อมระบบบูตที่ปลอดภัยจากควอนตัม (<strong>Quantum-safe secure boot</strong>) เป็นค่าเริ่มต้น ขณะเดียวกันบริการ <strong>Cisco IQ</strong> ที่รวมเข้ากับแพลตฟอร์มจะให้บริการประเมินความพร้อม <strong>Quantum Ready Assessments</strong> และกรอบการทำงาน <strong>Quantum Resilience Framework</strong> เพื่อช่วยองค์กรจัดการการเข้ารหัสลับยุคหลังควอนตัม (<strong>Post-quantum Cryptography</strong>)</p>



<p class="wp-block-paragraph">เพื่อสร้างความยืดหยุ่นในระยะยาว ซิสโก้ได้ประกาศเปิดตัวบริการ <strong>Resilient Infrastructure Services</strong> ผ่าน <strong>Cisco Support</strong> เพื่อช่วยบรรเทาความเสี่ยงจากภัยคุกคามของโมเดลเอไอระดับแถวหน้า ผ่านคู่มือ <strong>Resilient Infrastructure Playbook</strong> พร้อมเพิ่มทางเลือกการติดตั้งใช้งานภายในองค์กร (<strong>On-premises</strong>) เพื่อรองรับข้อกำหนดด้านอธิปไตยของข้อมูล และฟีเจอร์ <strong>Peer Benchmarking</strong> สำหรับเปรียบเทียบข้อมูลเชิงลึกด้านความเสี่ยงและการสิ้นสุดการสนับสนุน (<strong>Last Day of Support &#8211; LDOS</strong>) กับองค์กรที่มีขนาดใกล้เคียงกัน โดย <strong>Cisco Cloud Control</strong> เริ่มเปิดให้ใช้งานแบบจำกัดในสหรัฐอเมริกาแล้ววันนี้ ส่วนบริการอื่น ๆ มีแผนจะเปิดให้ใช้งานทั่วโลกในเดือนกรกฎาคม 2569</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/311775">ซิสโก้ เปิดตัว Cisco Cloud Control แพลตฟอร์ม Agentic AI รวมศูนย์ ยกระดับการบริหารและปกป้องโครงสร้างพื้นฐานไอที</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซิสโก้ จับมือ NVIDIA ขยายขีดความสามารถ ‘Secure AI Factory’ รุกตลาด AI ปลายทางและดาต้าเซ็นเตอร์</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/305795</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Apr 2026 09:36:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[CISCO]]></category>
		<category><![CDATA[Cisco AI Defense]]></category>
		<category><![CDATA[Cisco Silicon One]]></category>
		<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[NVIDIA]]></category>
		<category><![CDATA[NVIDIA Spectrum-X]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ชัค ร็อบบินส์]]></category>
		<category><![CDATA[ซิสโก้]]></category>
		<category><![CDATA[เจนเซ่น หวง]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็นวิเดีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=305795</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; ซิสโก้ (Cisco) ประกาศความร่ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/305795">ซิสโก้ จับมือ NVIDIA ขยายขีดความสามารถ ‘Secure AI Factory’ รุกตลาด AI ปลายทางและดาต้าเซ็นเตอร์</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> ซิสโก้ (Cisco) ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ เอ็นวิเดีย (NVIDIA) เพื่อยกระดับโซลูชัน <strong>Secure AI Factory with NVIDIA</strong> มุ่งเน้นการขยายขอบเขตการใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ให้ครอบคลุมตั้งแต่ศูนย์ข้อมูลส่วนกลาง (Data Center) ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานส่วนหน้าหรือปลายทาง (Edge) เช่น โรงพยาบาล คลังสินค้า และโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การลดระยะเวลาการติดตั้งระบบจากหลายเดือนเหลือเพียงไม่กี่สัปดาห์ พร้อมชูระบบรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจรที่ฝังอยู่ในทุกเลเยอร์ของโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ในจุดที่ข้อมูลถูกสร้างขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">การพัฒนาในครั้งนี้ ซิสโก้ (Cisco) ได้นำชิปสวิตช์ <strong>NVIDIA Spectrum-X</strong> มาผสานเข้ากับระบบปฏิบัติการเครือข่ายของตนเอง เพื่อมอบทางเลือกสถาปัตยกรรมที่ยืดหยุ่นให้แก่ลูกค้า ทั้งในรูปแบบมาตรฐาน <strong>NVIDIA Cloud Partner (NCP)</strong> และสถาปัตยกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย <strong>Cisco Silicon One</strong> โดยมีเป้าหมายเพื่อรองรับเวิร์กโหลด AI ที่หนักหน่วงผ่านสวิตช์รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง <strong>Cisco N9100</strong> ที่ให้แบนด์วิดท์สูงถึง 102.4 Tbps ขับเคลื่อนด้วยชิป <strong>NVIDIA Spectrum-6</strong> และรุ่น 800G ที่ใช้ชิป <strong>NVIDIA Spectrum-4</strong> ซึ่งพร้อมออกสู่ตลาดเพื่อตอบโจทย์การประมวลผลประสิทธิภาพสูง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในด้านความปลอดภัย ซิสโก้ได้ขยายขอบเขตการบังคับใช้นโยบาย <strong>Cisco Hybrid Mesh Firewall</strong> ไปยังหน่วยประมวลผล <strong>NVIDIA BlueField DPU</strong> ที่ติดตั้งในเซิร์ฟเวอร์จีพียู (GPU) ช่วยให้สามารถสกัดกั้นภัยคุกคามได้ตั้งแต่ระดับเซิร์ฟเวอร์ก่อนจะเข้าถึงข้อมูลสำคัญ นอกจากนี้ยังมีระบบ <strong>Cisco AI Defense</strong> ที่เข้ามาช่วยปกป้องการทำงานของ AI Agent และรองรับแพลตฟอร์ม <strong>NVIDIA OpenShell</strong> เพื่อกำกับดูแลคำสั่งและการทำงานของเอเจนต์อัตโนมัติให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยที่กำหนดไว้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ชัค ร็อบบินส์ (Chuck Robbins) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ซิสโก้ (Cisco) ระบุว่า &#8220;องค์กรส่วนใหญ่ตระหนักถึงศักยภาพของ AI แต่โจทย์ใหญ่คือการนำมาใช้ในสเกลใหญ่ให้ปลอดภัย ความร่วมมือกับ NVIDIA ในครั้งนี้คือการสร้างมาตรฐานใหม่ด้านประสิทธิภาพ เพื่อให้การติดตั้งและรักษาความปลอดภัยโครงสร้างพื้นฐาน AI กลายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นสำหรับทุกองค์กร&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่ เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ เอ็นวิเดีย (NVIDIA) กล่าวเสริมว่า &#8220;ระบบรักษาความปลอดภัยต้องถูกฝังอยู่ในทุกระดับ ตั้งแต่ชิปไปจนถึงซอฟต์แวร์ เพื่อปกป้องข้อมูลและแอปพลิเคชัน การสร้างรากฐานที่มั่นคงร่วมกับซิสโก้จะช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถขยายขีดความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์จากศูนย์กลางไปจนถึงปลายทางได้อย่างมั่นใจ&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ การขยายตัวของ AI ยังมุ่งเน้นไปที่การประมวลผลที่จุดใช้งาน (AI Inference) ผ่านผลิตภัณฑ์อย่าง <strong>Cisco AI Grid with NVIDIA</strong> สำหรับกลุ่มผู้ให้บริการเครือข่าย และการรองรับจีพียู <strong>NVIDIA RTX PRO 4500 Blackwell Server Edition</strong> บนระบบ <strong>Cisco UCS</strong> เพื่อให้การรันเวิร์กโหลด AI ที่ปลายทางทำได้โดยไม่ต้องใช้พื้นที่หรือพลังงานมหาศาลเหมือนในดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งจะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถนำระบบอัตโนมัติไปใช้จัดการเวิร์กโฟลว์สำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/305795">ซิสโก้ จับมือ NVIDIA ขยายขีดความสามารถ ‘Secure AI Factory’ รุกตลาด AI ปลายทางและดาต้าเซ็นเตอร์</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซิสโก้เปิดตัวชิป Silicon One G300 ขับเคลื่อนคลัสเตอร์ AI ขนาดใหญ่ พร้อมยกระดับความปลอดภัยด้วย AgenticOps</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/300390</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Feb 2026 09:55:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[CISCO]]></category>
		<category><![CDATA[Cisco Systems]]></category>
		<category><![CDATA[จีทู พาเทล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซิสโก้ ซีสเต็มส์]]></category>
		<category><![CDATA[อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=300390</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; ซิสโก้ (Cisco) ประกาศเปิดตัว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/300390">ซิสโก้เปิดตัวชิป Silicon One G300 ขับเคลื่อนคลัสเตอร์ AI ขนาดใหญ่ พร้อมยกระดับความปลอดภัยด้วย AgenticOps</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>ซิสโก้ (Cisco)</strong> ประกาศเปิดตัวนวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการใช้งาน <strong>AI</strong> อย่างเต็มรูปแบบในงาน <strong>Cisco Live EMEA</strong> ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม โดยไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัวชิปสวิตช์รุ่นใหม่ <strong>Cisco Silicon One G300</strong> ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับคลัสเตอร์ <strong>AI</strong> ขนาดกิกะวัตต์ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ <strong>GPU</strong> ให้เร็วขึ้นถึง 28% พร้อมเปิดตัวโซลูชัน <strong>AgenticOps</strong> และการอัปเดตระบบความปลอดภัย <strong>Cisco AI Defense</strong> เพื่อตอบโจทย์ความซับซ้อนของเวิร์กโหลดในยุค <strong>Agentic AI</strong> ที่เน้นความปลอดภัยและอธิปไตยทางดิจิทัลเป็นสำคัญ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของฮาร์ดแวร์ <strong>Cisco Silicon One G300</strong> มาพร้อมระบบ <strong>Intelligent Collective Networking</strong> ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเครือข่ายได้ 33% เมื่อเทียบกับการจัดการทราฟฟิกทั่วไป โดยซิสโก้ได้นำเสนอระบบ <strong>Cisco N9100</strong> และ <strong>Cisco 8000</strong> ที่ขับเคลื่อนด้วยชิปรุ่นนี้เพื่อรองรับกลุ่มผู้สร้างเครือข่ายระดับ <strong>Hyperscalers</strong> และระบบคลาวด์ส่วนตัวที่มีความปลอดภัยสูง นอกจากนี้ยังมีระบบ <strong>Cisco Nexus One</strong> ซึ่งเป็นชุดควบคุมการจัดการแบบรวมศูนย์ เพื่อช่วยลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งแบบติดตั้งในองค์กร (<strong>On-premises</strong>) และบนคลาวด์</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทางด้านการบริหารจัดการระบบ ซิสโก้ได้นำเสนอเทคโนโลยี <strong>AgenticOps</strong> ใหม่ที่เน้นการทำงานอัตโนมัติ โดยอาศัยข้อมูลจากระบบ <strong>Telemetry</strong> ข้ามโดเมน ทั้งจาก <strong>Cisco Networking</strong>, <strong>Security Cloud Control</strong>, <strong>Splunk</strong> และ <strong>Cisco Nexus One</strong> ความสามารถนี้จะช่วยให้ทีมไอทีสามารถตรวจสอบและดำเนินงานในระดับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความซับซ้อนในขั้นตอนการทำงานที่ต้องใช้การตัดสินใจแบบเรียลไทม์</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับการรักษาความปลอดภัย มีการอัปเดตครั้งสำคัญใน <strong>Cisco AI Defense</strong> ที่เพิ่มการกำกับดูแลห่วงโซ่อุปทาน <strong>AI (AI supply chain governance)</strong> และการป้องกันในขณะประมวลผล (<strong>Runtime protections</strong>) เพื่อป้องกันการถูกเจาะระบบหรือบิดเบือนข้อมูลจากเครื่องมือ <strong>Agentic</strong> รวมถึงการยกระดับ <strong>Cisco Secure Access Service Edge (SASE)</strong> ด้วยระบบตรวจสอบทราฟฟิกที่รับรู้ถึงเป้าหมาย (<strong>Intent-aware inspection</strong>) เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมของทราฟฟิกและป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>นายจีทู พาเทล (Jeetu Patel)</strong> ประธานและหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ <strong>Cisco</strong> กล่าวว่า &#8220;นวัตกรรม <strong>AI</strong> กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็วกว่าที่เคยเป็นมา เราจึงมุ่งมั่นส่งมอบโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญเพื่อให้ลูกค้าสามารถขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว และนำ <strong>AI</strong> มาใช้ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย การประกาศในวันนี้แสดงให้เห็นถึงพลังของซิสโก้ในฐานะแพลตฟอร์มที่ครบวงจร โดยนำนวัตกรรมด้านชิปซิลิคอนและระบบ, <strong>AgenticOps</strong>, ความปลอดภัย และการตรวจสอบสถานะมาผสานรวมกันเพื่อสร้างมูลค่าสูงสุดให้กับลูกค้า ตั้งแต่ในดาต้าเซ็นเตอร์ไปจนถึงสถานที่ทำงาน&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ซิสโก้ยังให้ความสำคัญกับลูกค้าที่ต้องการสภาพแวดล้อมแบบปิด โดยทีม <strong>Cisco Customer Experience (CX)</strong> พร้อมให้บริการติดตั้งในรูปแบบ <strong>Air-gapped</strong> และ <strong>Hybrid</strong> พร้อมทั้งเปิดตัวศูนย์บริการ <strong>Cisco Critical National Services Centers (CNSCs)</strong> เพิ่มเติมในสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และสเปน เพื่อสนับสนุนองค์กรที่มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยขั้นสูงสุดตามนโยบายจัดการข้อมูลที่เข้มงวดของแต่ละประเทศ</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/300390">ซิสโก้เปิดตัวชิป Silicon One G300 ขับเคลื่อนคลัสเตอร์ AI ขนาดใหญ่ พร้อมยกระดับความปลอดภัยด้วย AgenticOps</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นูทานิคซ์ เพิ่มฟีเจอร์ใหม่บน Nutanix Cloud Platform หนุนองค์กรสร้าง Distributed Sovereign Cloud และ AI ที่ปลอดภัย</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/296290</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Dec 2025 00:44:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Amazon Web Services]]></category>
		<category><![CDATA[CISCO]]></category>
		<category><![CDATA[Google Cloud]]></category>
		<category><![CDATA[Intel]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft Azure]]></category>
		<category><![CDATA[NCP]]></category>
		<category><![CDATA[Nutanix]]></category>
		<category><![CDATA[Nutanix Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[NVIDIA]]></category>
		<category><![CDATA[OVHcloud]]></category>
		<category><![CDATA[นูทานิคซ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท นูทานิคซ์ (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=296290</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; นูทานิคซ์ (Nutanix) ผู้นำด้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/296290">นูทานิคซ์ เพิ่มฟีเจอร์ใหม่บน Nutanix Cloud Platform หนุนองค์กรสร้าง Distributed Sovereign Cloud และ AI ที่ปลอดภัย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>นูทานิคซ์ (Nutanix)</strong> ผู้นำด้านไฮบริดมัลติคลาวด์คอมพิวติ้ง ประกาศขยายขีดความสามารถใหม่บน <strong>Nutanix Cloud Platform (NCP)</strong> เพื่อยกระดับการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานไอทีแบบ <strong>Distributed Sovereign Cloud</strong> โดยมุ่งเน้นการเพิ่มความยืดหยุ่น ความปลอดภัย และการควบคุมข้อมูลให้กับองค์กรที่ต้องทำงานบนสภาพแวดล้อมแบบกระจายศูนย์ ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันดั้งเดิม แอปพลิเคชันสมัยใหม่ หรือเวิร์กโหลด <strong>AI</strong> รวมถึงสภาพแวดล้อมที่ตัดขาดการเชื่อมต่ออย่างสมบูรณ์ (Fully Disconnected Environments) และระบบคลาวด์ที่เน้นความเป็นอธิปไตยของข้อมูล (Sovereign Services)</p>



<p class="wp-block-paragraph">การขยายตัวขององค์กรไปสู่หลายภูมิภาคและการใช้คลาวด์ที่หลากหลาย ทำให้เกิดความซับซ้อนในการปฏิบัติตามกฎระเบียบเรื่องความเป็นอธิปไตยของข้อมูล (Data Sovereignty) และความต่อเนื่องทางธุรกิจ ฟีเจอร์ใหม่ใน <strong>Nutanix Cloud Platform (NCP)</strong> จึงถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าสามารถกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานไอทีได้ทั้งแบบติดตั้งภายในองค์กร (On-premises) และบนผู้ให้บริการคลาวด์แบบ Sovereign ช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านความยืดหยุ่น (Resilience) และความปลอดภัย โดยเฉพาะการรองรับเวิร์กโหลดคลาวด์เนทีฟและ AI ที่ต้องการการกำกับดูแลที่เข้มงวด ผ่าน <strong>Nutanix Kubernetes Platform (NKP)</strong> และ <strong>Nutanix Enterprise AI (NAI)</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">นายโทมัส คอร์เนลลี่ รองประธานอาวุโส ฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์ของ <strong>นูทานิคซ์ (Nutanix)</strong> กล่าวว่า &#8220;เมื่อสถาปัตยกรรม Cloud Sovereign กลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับองค์กร เราจึงนำเสนอการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ <strong>NCP</strong> หลายรายการ เพื่อช่วยให้ลูกค้าตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้โดยไม่ต้องสูญเสียข้อได้เปรียบของโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์แบบกระจายศูนย์ ความสามารถใหม่เหล่านี้ช่วยให้ลูกค้ามีความชัดเจนและการควบคุมที่จำเป็นในการกำหนดขอบเขตความเป็นอธิปไตยของตัวเองบนสภาพแวดล้อมแบบกระจาย และใช้ประโยชน์จากความแข็งแกร่ง ยืดหยุ่น รวมถึงความคล่องตัวที่คลาวด์แบบกระจายศูนย์มีให้&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในด้านความปลอดภัยและการควบคุม <strong>NCP</strong> ได้เพิ่มความสามารถในการบริหารจัดการไลฟ์ไซเคิลแบบสอดประสานกันสำหรับสภาพแวดล้อมที่ตัดขาดการเชื่อมต่อ (Dark-site) และ On-premises โดยโซลูชัน <strong>Nutanix Central</strong> สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมที่ลูกค้าควบคุมเองได้แล้ว นอกจากนี้ยังมีการขยายความร่วมมือกับพันธมิตร โดยเปิดตัว <strong>Nutanix Government Cloud Clusters (GC2)</strong> บน <strong>Amazon Web Services (AWS)</strong> สำหรับหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อสร้าง Sovereign Cloud ที่ไม่มีการใช้ SaaS ภายนอก ขณะที่ <strong>Nutanix Cloud Clusters (NC2)</strong> บน <strong>Google Cloud</strong> พร้อมให้บริการใน 17 ภูมิภาคทั่วโลก และ <strong>NC2</strong> บน <strong>Microsoft Azure</strong> ก็ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง เช่น CSA Star Level 2 ที่จะได้รับในปี 2025 รวมถึงมาตรฐาน ISO และ SOC 2 Type 2</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับเวิร์กโหลดสมัยใหม่ <strong>Nutanix Kubernetes Platform (NKP)</strong> จะมาพร้อมอิมเมจ Ubuntu Pro ที่ผ่านการตรวจสอบ FIPS 140-3 และมาตรฐาน STIG เพื่อรองรับองค์กรที่มีข้อกำหนดความปลอดภัยเข้มงวด รวมถึงการขยายความสามารถด้าน Network Security ไปยังเวิร์กโหลดคอนเทนเนอร์ ในขณะที่ <strong>Nutanix Enterprise AI (NAI)</strong> ซึ่งเปิดตัวร่วมกับ <strong>NVIDIA</strong> ได้รับการปรับปรุงให้รองรับ NVIDIA NIM microservices ที่รันบนคอนเทนเนอร์มาตรฐานความปลอดภัยสูง ช่วยให้องค์กรภาครัฐและเอกชนสามารถรันโมเดล AI ได้อย่างปลอดภัย พร้อมระบบควบคุมการเข้าถึงและตรวจสอบที่ละเอียดขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">เพื่อรับมือกับภัยคุกคามและการหยุดชะงักของระบบ <strong>นูทานิคซ์ (Nutanix)</strong> ได้นำเสนอระบบกู้คืนความเสียหายแบบแบ่งระดับ (Tiered Disaster Recovery) ที่ช่วยให้องค์กรจับคู่ระดับการป้องกันให้เหมาะสมกับเวิร์กโหลด เพิ่มความทนทานแม้เกิดเหตุขัดข้องในศูนย์ข้อมูลหรือ Region สูงสุดถึงสามแห่ง พร้อมฟีเจอร์ Snapshot บนมัลติคลาวด์ และการย้ายเวิร์กโหลดแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ เครื่องมือ <strong>Nutanix Infrastructure Manager</strong> ตัวใหม่ จะช่วยรวมศูนย์การบริหารจัดการเครือข่ายและระบบจากส่วนกลาง ทำให้ผู้ดูแลระบบมองเห็นภาพรวมทั้ง VLANs และนโยบายความปลอดภัยทั้งระบบ On-premises และ Public Cloud</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากพันธมิตรและลูกค้า โดย Mr. Dave Pearson จาก <strong>IDC</strong> ให้ความเห็นว่าระบบ Distributed Sovereign Cloud กำลังเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการปฏิบัติตามกฎระเบียบโดยไม่เสียความสม่ำเสมอในการดำเนินงาน ด้าน Mr. John Fanelli จาก <strong>NVIDIA</strong> ระบุว่าการผสานรวมแพลตฟอร์มของนูทานิคซ์เข้ากับเทคโนโลยีของ NVIDIA ช่วยให้องค์กรสร้างและดำเนินงานระบบ Sovereign AI ประสิทธิภาพสูงได้ ในขณะที่ผู้บริหารจาก <strong>Intel</strong>, <strong>Cisco</strong> และ <strong>OVHcloud</strong> ต่างยืนยันถึงความสำคัญของความร่วมมือนี้ในการช่วยให้ลูกค้าสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ปลอดภัย และเป็นไปตามข้อกำหนดสากล</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/296290">นูทานิคซ์ เพิ่มฟีเจอร์ใหม่บน Nutanix Cloud Platform หนุนองค์กรสร้าง Distributed Sovereign Cloud และ AI ที่ปลอดภัย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซิสโก้ เปิดตัวชิป Silicon One P200 และ Router 8223 ความเร็ว 51.2T รับเทรนด์ AI Workloads ข้ามศูนย์ข้อมูล</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/295958</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Dec 2025 10:51:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Alibaba Cloud]]></category>
		<category><![CDATA[CISCO]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft]]></category>
		<category><![CDATA[ซิสโก้]]></category>
		<category><![CDATA[มาร์ติน ลุนด์]]></category>
		<category><![CDATA[อาลีบาบา คลาวด์]]></category>
		<category><![CDATA[เดนนิส ไค]]></category>
		<category><![CDATA[เดฟ มอลซ์]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=295958</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; ซิสโก้ (Cisco) ประกาศเปิดตัว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/295958">ซิสโก้ เปิดตัวชิป Silicon One P200 และ Router 8223 ความเร็ว 51.2T รับเทรนด์ AI Workloads ข้ามศูนย์ข้อมูล</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>ซิสโก้ (Cisco)</strong> ประกาศเปิดตัวนวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายล่าสุดเพื่อรองรับการขยายตัวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้แก่ ระบบ <strong>Cisco 8223</strong> ซึ่งเป็น Fixed Ethernet Router ที่มีความเร็ว 51.2 Terabits ต่อวินาที (Tbps) และชิปเซ็ต <strong>Cisco Silicon One P200</strong> รุ่นใหม่ โดยเทคโนโลยีทั้งสองถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาคอขวดในการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการ <strong>Distributed AI Workloads</strong> ที่ต้องการแบนด์วิดท์มหาศาล และความปลอดภัยระดับสูงสำหรับการเชื่อมต่อข้ามศูนย์ข้อมูลของผู้ให้บริการระดับ Hyperscale</p>



<p class="wp-block-paragraph">สถานการณ์ปัจจุบันของศูนย์ข้อมูลทั่วโลกกำลังเผชิญกับข้อจำกัดด้านพลังงานและพื้นที่ จากการประมวลผล <strong>AI Workloads</strong> ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ให้บริการ Hyperscale ไม่สามารถพึ่งพาเพียงการขยายระบบภายในศูนย์ข้อมูลเดิม (Scale-up หรือ Scale-out) ได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ &#8220;Scale-across&#8221; หรือการกระจายภาระงานไปยังศูนย์ข้อมูลหลายแห่ง <strong>Cisco 8223</strong> จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์นี้ โดยเป็น Router แบบ Fixed Chassis ขนาด 3RU ที่ขับเคลื่อนด้วยชิป <strong>Silicon One P200</strong> สามารถรองรับการส่งข้อมูลที่หนาแน่นระหว่างศูนย์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดปัญหาคอขวดด้านความจุ (Capacity Bottlenecks) และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในด้านประสิทธิภาพทางเทคนิค <strong>Cisco 8223</strong> ถือเป็นระบบ Fixed Routing ที่มีความหนาแน่นสูงสุดในปัจจุบัน มาพร้อมพอร์ตเชื่อมต่อแบบ <strong>800GE</strong> จำนวน 64 พอร์ต สามารถประมวลผลได้กว่า 2 หมื่นล้านแพ็กเก็ตต่อวินาที (Packets per second) และรองรับแบนด์วิดท์ขยายได้สูงสุดถึง 3 Exabits ต่อวินาที นอกจากนี้ยังรองรับเทคโนโลยี <strong>800GE Coherent Optics</strong> ที่ช่วยให้การเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ข้อมูลและแอปพลิเคชันในระยะไกลถึง 1,000 กิโลเมตรเป็นไปได้อย่างราบรื่น โดยมีเทคโนโลยี <strong>Deep Buffering</strong> จากชิป P200 ช่วยจัดการ Traffic ที่พุ่งสูงขึ้นจากการเทรนโมเดล AI ป้องกันการชะลอตัวของเครือข่าย</p>



<p class="wp-block-paragraph">มาร์ติน ลุนด์ รองประธานบริหาร Common Hardware Group ของ <strong>ซิสโก้</strong> ระบุว่า ความต้องการประมวลผล AI ในปัจจุบันเติบโตเกินกว่าขีดความสามารถของศูนย์ข้อมูลเดี่ยวขนาดใหญ่ที่สุด ทำให้ความจำเป็นในการเชื่อมต่อหลายศูนย์ข้อมูลอย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้มีมากขึ้น แม้จะตั้งอยู่ห่างกัน ซึ่ง <strong>Cisco 8223</strong> และชิป <strong>Silicon One P200</strong> จะเข้ามาช่วยมอบแบนด์วิดท์และความสามารถในการขยายตัว (Scalability) ที่จำเป็นสำหรับสถาปัตยกรรมศูนย์ข้อมูลแบบกระจาย</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับความยืดหยุ่นและการใช้งาน <strong>Cisco 8223</strong> จะเปิดให้ใช้งานร่วมกับระบบปฏิบัติการ <strong>Open-Source SONiC</strong> ในช่วงแรก และจะรองรับ <strong>IOS XR</strong> ในอนาคต นอกจากนี้ ตัวชิป <strong>Silicon One P200</strong> ยังสามารถนำไปติดตั้งในแพลตฟอร์มแบบ Modular และ Disaggregated Chassis ได้ เพื่อให้สอดคล้องกับสถาปัตยกรรมเครือข่ายที่หลากหลาย โดยระบบยังมาพร้อมฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูง เช่น <strong>Line-Rate Encryption</strong> ที่รองรับอัลกอริทึมป้องกันภัยคุกคามแบบ Post-Quantum เพื่อปกป้องข้อมูล AI ที่มีความสำคัญ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทางด้านพันธมิตรและลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ได้เริ่มนำเทคโนโลยีนี้ไปปรับใช้แล้ว โดย เดฟ มอลซ์ รองประธานองค์กรฝ่าย Azure Networking ของ <strong>Microsoft</strong> กล่าวว่า ขนาดของ Cloud และ AI ที่เพิ่มขึ้นต้องการเครือข่ายที่เร็วและมี Buffer มากขึ้น ซึ่ง <strong>Silicon One P200</strong> ช่วยตอบโจทย์นี้ และช่วยให้ Microsoft ขยายการใช้งานไปสู่บทบาทต่าง ๆ ใน Data Center และ WAN ได้ง่ายขึ้น ขณะที่ เดนนิส ไค รองประธานและหัวหน้าโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายของ <strong>อาลีบาบา คลาวด์ (Alibaba Cloud)</strong> เปิดเผยว่า มีแผนจะใช้ P200 เพื่อสร้างแพลตฟอร์มชิปเดี่ยวสำหรับสถาปัตยกรรม eCore เพื่อเพิ่มความเสถียรและรองรับการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานในยุค AI</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/295958">ซิสโก้ เปิดตัวชิป Silicon One P200 และ Router 8223 ความเร็ว 51.2T รับเทรนด์ AI Workloads ข้ามศูนย์ข้อมูล</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จุฬาฯ ผนึก ซิสโก้-เอ็มเฟค เปิดตัว ‘CU Living ARCH 5.0’ ต้นแบบ Digital Twin พลัง AI แห่งแรกในไทย ปูพรมบริหารอาคาร-พลังงานอัจฉริยะ</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/294691</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nopparit Kamolsuwan]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Dec 2025 13:22:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[CISCO]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Twin]]></category>
		<category><![CDATA[MFEC]]></category>
		<category><![CDATA[Smart City]]></category>
		<category><![CDATA[คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[คลาเรนซ์ บาร์โบซา]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[ซิสโก้]]></category>
		<category><![CDATA[ดำรงศักดิ์ รีตานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[อรรจน์ เศรษฐบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็มเฟค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=294691</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมมื [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/294691">จุฬาฯ ผนึก ซิสโก้-เอ็มเฟค เปิดตัว ‘CU Living ARCH 5.0’ ต้นแบบ Digital Twin พลัง AI แห่งแรกในไทย ปูพรมบริหารอาคาร-พลังงานอัจฉริยะ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมมือกับ ซิสโก้ (Cisco) และ บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFEC เปิดตัวโครงการ <strong>&#8220;CU Living ARCH 5.0&#8221;</strong> โครงการสถาปัตยกรรม <strong>Digital Twin</strong> ที่ตอบสนองและขับเคลื่อนด้วย <strong>AI</strong> แห่งแรกของประเทศไทย ภายใต้โครงการ Cisco Country Digital Acceleration (CDA) โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนพื้นที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ให้กลายเป็นห้องปฏิบัติการจริง (Living Laboratory) เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากระบบอาคารและเซ็นเซอร์ต่าง ๆ มาประมวลผลบริหารจัดการพลังงาน พื้นที่ และสภาพแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านสู่สังคม 5.0</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>นายวีระ อารีรัตนศักดิ์, กรรมการผู้จัดการ ซิสโก้ ประเทศไทย และเมียนมาร์ กล่าวว่า</strong> &#8220;วิสัยทัศน์สังคม 5.0 ของประเทศไทยให้ความสำคัญกับ ‘คน’ ในการเป็นศูนย์กลางความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และโครงการ CU Living ARCH 5.0 ทำให้วิสัยทัศน์นี้เป็นจริงด้วยการใช้ประโยชน์จาก AI และนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี ซิสโก้ภูมิใจที่ได้มีส่วนขับเคลื่อนโครงการสถาปัตยกรรม Digital Twin ที่ตอบสนองและขับเคลื่อนด้วย AI แห่งแรกของประเทศไทย โดยส่งมอบเทคโนโลยีพื้นฐานที่เป็นหัวใจสำคัญของโครงการสำคัญนี้ เรายินดีที่จะร่วมมือกับจุฬาฯ และ MFEC ในการนำความรู้และประสบการณ์จากโครงการนี้ไปขยายผล และสร้างต้นแบบสำหรับการพัฒนาสภาพแวดล้อมอาคารที่ชาญฉลาดและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ไปยังสถาบันการศึกษา ภาคธุรกิจ และเมืองต่างๆ ทั่วประเทศไทย&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>นายดำรงศักดิ์ รีตานนท์</strong> หัวหน้าฝ่ายโครงสร้างพื้นฐานและการบูรณาการ ของ <strong>MFEC</strong> ให้ข้อมูลถึงความเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคว่า การทำ <strong>Digital Twin</strong> คือการสร้างคู่แฝดในโลกดิจิทัลที่ต้องอาศัยข้อมูลจากเซ็นเซอร์จำนวนมหาศาล ซึ่งในอดีตการควบคุมอาคารต้องใช้การเขียนโปรแกรมแบบเงื่อนไข หรือ <strong>If/Else</strong> (ถ้าเกิด A ให้ทำ B) แต่การนำ <strong>AI</strong> เข้ามาใช้ในโครงการนี้ จะช่วยลดภาระการเขียนคำสั่งที่ซับซ้อน ทำให้ระบบสามารถเรียนรู้และประมวลผลได้เอง ซึ่งจะเปลี่ยนรูปแบบการดูแลรักษาอาคารจากเดิมที่เป็นการ &#8220;ซ่อมเมื่อเสีย&#8221; (Reactive) ไปสู่การ &#8220;บริหารจัดการเชิงรุก&#8221; (Proactive) เพื่อป้องกันปัญหาก่อนที่จะเกิดขึ้น คล้ายคลึงกับแนวทางที่เริ่มมีการทดลองใช้ในโรงพยาบาลที่ประเทศจีน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านมุมมองทางวิชาการ <strong>ศ.ดร.อรรจน์ เศรษฐบุตร</strong> รองคณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ <strong>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> ระบุว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ภาคการศึกษาได้วิจัยเรื่องผลกระทบของสภาพอากาศต่ออาคารมาโดยตลอด แต่โครงการนี้ถือเป็นการยกระดับจากการคาดการณ์ในกระดาษ มาสู่การใช้ข้อมูลจริงเพื่อสร้างโมเดลทำนายการใช้พลังงาน (Predictive Model) ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ให้นิสิตได้สัมผัสกับเทคโนโลยีจริง เพื่อนำไปต่อยอดนวัตกรรมที่ยั่งยืนในอนาคต</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของการพัฒนาบุคลากร <strong>นายคลาเรนซ์ บาร์โบซา</strong> ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายดิจิทัลของ <strong>ซิสโก้ (Cisco)</strong> กล่าวเสริมว่า นอกเหนือจากการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) แล้ว ทางซิสโก้ยังได้ร่วมมือกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ในการพัฒนาหลักสูตรผ่านโครงการ <strong>Cisco Networking Academy</strong> เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับแรงงานรุ่นใหม่ (Next-gen workforce) ให้มีความเข้าใจในเทคโนโลยี <strong>AI</strong> และมีความยืดหยุ่นทางดิจิทัล (Digital Resilience) ซึ่งเป็นทักษะจำเป็นสำหรับตลาดแรงงานในอนาคต</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับโครงสร้างพื้นฐานของโครงการนี้ <strong>MFEC</strong> ในฐานะผู้ติดตั้งระบบ ได้นำแพลตฟอร์มบริหารจัดการอาคารอัจฉริยะ <strong>&#8220;MIIoT&#8221; (MFEC Intelligent IoT)</strong> เข้ามาเชื่อมต่อระบบภายในระยะเวลา 4 เดือน โดยทำงานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานของ <strong>ซิสโก้ (Cisco)</strong> ได้แก่ <strong>Cisco Catalyst switches</strong>, <strong>Meraki sensors</strong> และกล้องวงจรปิด เพื่อทำหน้าที่เป็น &#8220;ประสาทสัมผัส&#8221; ในการเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์ อาทิ อุณหภูมิ, คุณภาพอากาศ, การใช้พลังงาน และจำนวนผู้สัญจร (Occupancy) ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งไปยังแพลตฟอร์ม <strong>Cisco Spaces</strong> เพื่อวิเคราะห์และแสดงผลผ่าน Dashboard ที่ออกแบบแยกเฉพาะสำหรับ 2 กลุ่มผู้ใช้ คือ ทีมวิศวกรที่ต้องการข้อมูลเชิงเทคนิค และ ผู้บริหารที่ต้องการข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ โครงการ <strong>CU Living ARCH 5.0</strong> เริ่มต้นนำร่องในพื้นที่ 2,000 ตารางเมตร และมีแผนขยายผลครอบคลุมพื้นที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์อีก 28,000 ตารางเมตร โดยคาดว่าระบบจะมีความพร้อมในการใช้งาน <strong>AI</strong> เต็มรูปแบบในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 โดยจุฬาฯ และพันธมิตร มีเป้าหมายที่จะถอดบทเรียนความสำเร็จนี้ เพื่อส่งต่อเป็นองค์ความรู้ให้กับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ หน่วยงานภาครัฐ และภาคธุรกิจ เพื่อผลักดันการพัฒนา <strong>Smart City</strong> ของประเทศไทยต่อไป</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/294691">จุฬาฯ ผนึก ซิสโก้-เอ็มเฟค เปิดตัว ‘CU Living ARCH 5.0’ ต้นแบบ Digital Twin พลัง AI แห่งแรกในไทย ปูพรมบริหารอาคาร-พลังงานอัจฉริยะ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Cisco-NVIDIA เปิดตัวสถาปัตยกรรม AI สำหรับ Neocloud องค์กร และ 6G พร้อมสวิตช์ N9100 ใช้ Spectrum-X</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/292080</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Oct 2025 15:50:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[6G]]></category>
		<category><![CDATA[AI Infrastructure]]></category>
		<category><![CDATA[CISCO]]></category>
		<category><![CDATA[Cisco N9100]]></category>
		<category><![CDATA[Cisco Secure AI Factory]]></category>
		<category><![CDATA[Enterprise AI]]></category>
		<category><![CDATA[Neocloud]]></category>
		<category><![CDATA[NVIDIA]]></category>
		<category><![CDATA[NVIDIA Cloud Partner]]></category>
		<category><![CDATA[NVIDIA Spectrum-X]]></category>
		<category><![CDATA[Sovereign Cloud]]></category>
		<category><![CDATA[จีตู ปาเทล]]></category>
		<category><![CDATA[จีลาด เชนเนอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ซิสโก้]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็นวิเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างพื้นฐาน AI]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=292080</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; ซิสโก้ (Cisco) บริษัทเทคโนโล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/292080">Cisco-NVIDIA เปิดตัวสถาปัตยกรรม AI สำหรับ Neocloud องค์กร และ 6G พร้อมสวิตช์ N9100 ใช้ Spectrum-X</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>ซิสโก้ (Cisco)</strong> บริษัทเทคโนโลยีเครือข่ายชั้นนำ ร่วมกับ <strong>เอ็นวิเดีย (NVIDIA)</strong> ผู้นำด้านการประมวลผลสำหรับ AI ประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการพัฒนา <strong>โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI</strong> ที่ปลอดภัยและขยายตัวได้สำหรับทุกกลุ่มตลาด โดยมีไฮไลท์คือการเปิดตัว <strong>Cisco N9100 series switch</strong> ซึ่งเป็นสวิตช์สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์รุ่นแรกที่พัฒนาร่วมกับ <strong>NVIDIA</strong> โดยใช้ชิป <strong>NVIDIA Spectrum-X Ethernet switch silicon</strong> เพื่อนำเสนอ <strong>Reference Architecture</strong> ที่สอดคล้องกับมาตรฐาน <strong>NVIDIA Cloud Partner</strong> แก่กลุ่มลูกค้า <strong>neocloud</strong> และ <strong>sovereign cloud</strong> นอกจากนี้ ยังเสริมความแข็งแกร่งให้กับโซลูชัน <strong>Cisco Secure AI Factory with NVIDIA</strong> สำหรับกลุ่มองค์กร และเปิดตัว <strong>AI-native wireless stack for 6G</strong> ร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ย่อหน้า ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นการมอบความยืดหยุ่นสูงสุดแก่ลูกค้าในการสร้างและบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่ม <strong>neocloud</strong> และ <strong>sovereign cloud</strong> ซึ่ง <strong>Cisco N9100 series switch</strong> นำเสนอทางเลือกระบบปฏิบัติการ <strong>Cisco NX-OS</strong> หรือ <strong>SONiC</strong> และเป็นพื้นฐานในการนำเสนอ <strong>Reference Architecture</strong> ที่อ้างอิงหลักการออกแบบของ <strong>NVIDIA Cloud Partner</strong> ซึ่งใช้สวิตช์ที่ขับเคลื่อนด้วย <strong>Cisco Silicon One</strong> รวมถึงสวิตช์ที่มี <strong>NVIDIA Spectrum-X</strong> มาในตัว เพื่อยกระดับเครือข่ายอีเธอร์เน็ตสำหรับ <strong>AI workload</strong> นอกจากนี้ <strong>Cisco</strong> ยังคงนำเสนอโมเดลการทำงานแบบรวมศูนย์ (unified operating model) ผ่าน <strong>Cisco Nexus Dashboard</strong> ครอบคลุมพอร์ตโฟลิโอ <strong>Nexus data center switching</strong> ทั้งหมด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ย่อหน้า สำหรับลูกค้ากลุ่มองค์กร <strong>Cisco</strong> ได้เสริมความสามารถของโซลูชัน <strong>Cisco Secure AI Factory with NVIDIA</strong> ซึ่งมุ่งเน้นสถาปัตยกรรมที่ครอบคลุมด้าน <strong>ความปลอดภัย</strong> และ <strong>การสังเกตการณ์ (Observability)</strong> สำหรับโครงสร้างด้าน AI โดยมีการผสานรวม <strong>Cisco AI Defense</strong> เข้ากับ <strong>NVIDIA NeMo Guardrails</strong> เพื่อเพิ่มความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับ <strong>AI applications</strong> และมีการใช้ <strong>Splunk Observability Cloud</strong> เพื่อติดตามประสิทธิภาพ คุณภาพ ความปลอดภัย และต้นทุนของ <strong>AI application stack</strong> รวมถึงใช้ <strong>Splunk Enterprise Security</strong> เพื่อปกป้อง <strong>AI workloads</strong> นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐาน <strong>Core AI Infrastructure</strong> ใหม่ ๆ เช่น <strong>Cisco Nexus Hyperfabric AI</strong> ที่ใช้ <strong>Cisco G200 Silicon One</strong> และ <strong>Cisco UCS</strong> เซิร์ฟเวอร์ที่รองรับ <strong>NVIDIA GPU</strong> ประสิทธิภาพสูง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ย่อหน้า นายจีตู ปาเทล (Jeetu Patel), ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ <strong>ซิสโก้</strong>, กล่าวว่า “เรากำลังอยู่บนจุดเริ่มต้นของการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยสถาปัตยกรรมใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดด้านพลังงาน การประมวลผล และประสิทธิภาพของเครือข่าย <strong>ซิสโก้</strong> และ <strong>NVIDIA</strong> ได้จับมือกันเป็นผู้นำในการกำหนดนิยามของเทคโนโลยีที่จะมาขับเคลื่อน <strong>AI-ready data center</strong> ในทุก ๆ องค์กร ตั้งแต่กลุ่ม <strong>neocloud</strong> กลุ่มผู้ให้บริการระดับโลกไปจนถึงองค์กรระดับ <strong>เอนเตอร์ไพรซ์</strong>”</p>



<p class="wp-block-paragraph">ย่อหน้า ด้านนายจีลาด เชนเนอร์ (Gilad Shainer), รองประธานอาวุโสฝ่ายเครือข่ายของ <strong>NVIDIA</strong>, ระบุว่า “<strong>NVIDIA Spectrum-X Ethernet</strong> มอบประสิทธิภาพของ <strong>accelerated networking</strong> ให้กับ Ethernet ด้วยการทำงานร่วมกับ <strong>Cloud Reference Architectures</strong> ของ <strong>ซิสโก้</strong> และหลักการออกแบบ <strong>NVIDIA Cloud Partner</strong> ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกปรับใช้ <strong>Spectrum-X Ethernet</strong> โดยใช้ <strong>Cisco N9100 series</strong> ใหม่ล่าสุด หรือสวิตช์ที่ขับเคลื่อนด้วย <strong>Cisco Silicon One</strong> เพื่อสร้างเครือข่าย AI แบบเปิดที่มีประสิทธิภาพสูง”</p>



<p class="wp-block-paragraph">ย่อหน้า สำหรับการพัฒนาเครือข่ายยุคใหม่ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม <strong>ซิสโก้</strong>, <strong>NVIDIA</strong> และพันธมิตร ได้ร่วมกันเปิดตัว <strong>American AI-RAN stack</strong> ซึ่งเป็น <strong>AI-native wireless stack for 6G</strong> เป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรม โดยผสานรวม <strong>user plane function</strong> และ <strong>5G core software</strong> ของ <strong>ซิสโก้</strong> เข้ากับ <strong>NVIDIA AI Aerial platform</strong> เพื่อสร้างรากฐานที่รองรับการทำงานของ <strong>physical AI</strong> และ <strong>integrated sensing</strong> ซึ่งจะช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสามารถผสาน AI เข้ากับเครือข่ายมือถือของตนได้ โดยเริ่มจากบริการ <strong>5G advanced</strong> และเป็นการวางรากฐานสำหรับ <strong>6G</strong> ต่อไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">ย่อหน้า ความร่วมมือครั้งนี้ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ร่วมกันต่ออนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย <strong>AI</strong> ที่ต้องรองรับการขยายตัว มีความสามารถในการสังเกตการณ์ และมีความปลอดภัย</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/292080">Cisco-NVIDIA เปิดตัวสถาปัตยกรรม AI สำหรับ Neocloud องค์กร และ 6G พร้อมสวิตช์ N9100 ใช้ Spectrum-X</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผลสำรวจ Cisco AI Readiness Index 2025: องค์กรที่พร้อม AI กวาดโอกาสทางธุรกิจสูงกว่า 3 เท่า</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/technology/290706</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Oct 2025 11:25:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[AI agents]]></category>
		<category><![CDATA[AI Infrastructure Debt]]></category>
		<category><![CDATA[CISCO]]></category>
		<category><![CDATA[Cisco AI Readiness Index 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Pacesetters]]></category>
		<category><![CDATA[ซิสโก้]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาระหนี้โครงสร้างพื้นฐาน AI]]></category>
		<category><![CDATA[วีระ อารีรัตนศักดิ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=290706</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; ผลการศึกษาล่าสุดจาก ซิสโก้ ( [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/technology/290706">ผลสำรวจ Cisco AI Readiness Index 2025: องค์กรที่พร้อม AI กวาดโอกาสทางธุรกิจสูงกว่า 3 เท่า</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> ผลการศึกษาล่าสุดจาก <strong>ซิสโก้ (Cisco)</strong> เปิดเผยว่า <strong>กลุ่ม Pacesetters</strong> ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทขนาดเล็กที่มีความมุ่งมั่นและดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอในการนำ <strong>ปัญญาประดิษฐ์ (AI)</strong> มาใช้ มีโอกาสสูงกว่าคู่แข่งถึง <strong>3 เท่า</strong> ในการนำโครงการทดลอง <strong>AI</strong> ไปสู่การใช้งานจริง และมีโอกาสมากกว่า <strong>20%</strong> ที่จะเห็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดได้จากการใช้ <strong>AI</strong> โดยกลุ่ม Pacesetters นี้คิดเป็น <strong>21%</strong> ขององค์กรที่สำรวจในประเทศไทย และ <strong>13%</strong> ทั่วโลก ซึ่งการค้นพบนี้สะท้อนให้เห็นว่า <strong>&#8220;ความพร้อมนำมาซึ่งมูลค่าที่แท้จริง&#8221;</strong> ในทุกมิติของธุรกิจ</p>



<p class="wp-block-paragraph">รายงาน <strong>&#8216;ดัชนีความพร้อมด้าน AI ประจำปี 2568 (Cisco AI Readiness Index 2025)&#8217;</strong> ครั้งที่ 3 ของ <strong>Cisco</strong> ซึ่งสำรวจผู้นำด้าน <strong>AI</strong> กว่า <strong>8,000 คน</strong> ใน <strong>30 ตลาด</strong> และ <strong>26 อุตสาหกรรม</strong> ทั่วโลก ได้เผยแนวทางของกลุ่ม <strong>Pacesetters</strong> ที่สร้างความยืดหยุ่นทางธุรกิจ (Resilience) ผ่านการใช้แนวทางเชิงระบบที่เป็นระเบียบ ซึ่งสร้างความสมดุลระหว่างตัวขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์กับข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น โดย <strong>98%</strong> ของกลุ่มนี้ได้ออกแบบเครือข่ายของตนให้พร้อมรับมือกับการเติบโต การขยายขนาด และความซับซ้อนของ <strong>AI</strong> ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของบริษัทในประเทศไทยที่ทำได้เพียง <strong>52%</strong> นอกจากนี้ ผลการศึกษายังเน้นย้ำถึงความท้าทายที่กำลังเกิดขึ้นอย่าง <strong>AI Agents</strong> และ <strong>AI Infrastructure Debt</strong> ที่อาจบ่อนทำลายมูลค่า <strong>AI</strong> ในระยะยาว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="576" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/10/cisco-ai-readiness-index-2025-pacesetters-1024x576.png" alt="" class="wp-image-290707" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/10/cisco-ai-readiness-index-2025-pacesetters-1024x576.png 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/10/cisco-ai-readiness-index-2025-pacesetters-300x169.png 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/10/cisco-ai-readiness-index-2025-pacesetters-768x432.png 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/10/cisco-ai-readiness-index-2025-pacesetters.png 1280w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>นายวีระ อารีรัตนศักดิ์</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท <strong>ซิสโก้ (Cisco)</strong> ประเทศไทย และเมียนมาร์ กล่าวว่า “ผลการศึกษาความพร้อมด้าน <strong>AI</strong> ของ <strong>Cisco</strong> ในปีนี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ‘ความพร้อมนำมาซึ่งมูลค่าที่แท้จริง’ ในทุกๆ ด้าน กลุ่ม <strong>Pacesetters</strong> พิสูจน์ให้เห็นสิ่งนี้ พวกเขามีโอกาสมากกว่า <strong>3 เท่า</strong> ในการนำโครงการทดลอง <strong>AI</strong> สู่การใช้งานจริง และมีโอกาสมากกว่าถึง <strong>20%</strong> ที่จะเห็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดได้จากการใช้ <strong>AI</strong> ในขณะที่องค์กรต่างๆ กำลังนำ <strong>AI agents</strong> มาใช้งาน ความสำเร็จของพวกเขาขึ้นอยู่กับความพร้อม การมีวินัย และการลงมือทำ”</p>



<p class="wp-block-paragraph">การวิจัยของ <strong>Cisco</strong> ยังระบุถึงลักษณะเด่นของกลุ่ม <strong>Pacesetters</strong> ที่สร้างผลตอบแทนทางธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ โดยพวกเขามีการ <strong>ผนวก AI เข้าเป็นแกนหลักของธุรกิจ</strong> มีแผนงานด้าน <strong>AI</strong> ที่ชัดเจน (99% เทียบกับ 73% ในประเทศไทย) และมีกลยุทธ์การจัดหาเงินทุนระยะสั้นและระยะยาว (96% เทียบกับ 55% ในประเทศไทย) พวกเขายัง <strong>สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมสำหรับการเติบโต</strong> โดย <strong>71%</strong> ของกลุ่มนี้ระบุว่าเครือข่ายของพวกเขามีความยืดหยุ่นอย่างเต็มที่และสามารถขยายได้ทันทีสำหรับโครงการ <strong>AI</strong> (เทียบกับ 27% ในประเทศไทย) นอกจากนี้ กลุ่มผู้นำยัง <strong>สามารถนำร่องโครงการไปสู่การใช้งานจริงได้สำเร็จ</strong> โดย <strong>77%</strong> ได้ทำโครงการใช้งาน <strong>AI</strong> เหล่านั้นเสร็จสมบูรณ์แล้ว (เทียบกับ 27% ในประเทศไทย) และ <strong>95%</strong> มีการติดตามผลกระทบจากการลงทุนด้าน <strong>AI</strong> ซึ่งสูงกว่าองค์กรอื่นๆ มากกว่าสองเท่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับประเด็นด้าน <strong>AI agents</strong> นั้น ดัชนีพบว่า <strong>98%</strong> ขององค์กรในประเทศไทยวางแผนนำมาใช้งาน และ <strong>31%</strong> คาดว่าจะให้ <strong>AI agents</strong> ทำงานร่วมกับพนักงานในปีหน้า แต่สำหรับบริษัทส่วนใหญ่แล้ว <strong>โครงสร้างพื้นฐานยังไม่พร้อม</strong> โดย <strong>29%</strong> ระบุว่าเครือข่ายของตนไม่สามารถรองรับความซับซ้อน หรือปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นได้ นอกจากนี้ รายงานยังได้นำเสนอแนวคิดใหม่คือ <strong>&#8220;ภาระหนี้โครงสร้างพื้นฐาน AI&#8221; (AI Infrastructure Debt)</strong> ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าของคอขวดที่อาจบ่อนทำลายมูลค่า <strong>AI</strong> โดยสัญญาณเตือนได้เริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว เช่น <strong>61%</strong> ประสบปัญหาในการ <strong>รวมศูนย์ข้อมูล (Centralize Data)</strong> และมีเพียง <strong>31%</strong> เท่านั้นที่มีความจุ <strong>GPU</strong> ที่เพียงพอ ปัญหาเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างความมุ่งมั่นด้าน <strong>AI (AI Ambition)</strong> กับความพร้อมในการปฏิบัติงาน <strong>(Operational Readiness)</strong> ซึ่งเป็นสิ่งที่องค์กรจำเป็นต้องเร่งแก้ไขเพื่อก้าวทันการเปลี่ยนแปลง</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><a href="https://www.cisco.com/c/m/en_us/solutions/ai/readiness-index/realizing-the-value-of-ai.html"><strong>ดาวน์โหลดรายงาน: &#8220;ความพร้อม” นำไปสู่มูลค่า</strong></a></li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ผลการศึกษาดัชนีความพร้อมด้าน AI ของซิสโก้ ปี 2568 เป็นผลการศึกษาระดับโลก ซึ่งดำเนินการมาเป็นปีที่ 3 โดยอิงจากการสำรวจแบบ double-blind กับผู้นำระดับสูงด้าน IT และธุรกิจ 8,000 คน ที่รับผิดชอบกลยุทธ์ด้าน AI ในองค์กรที่มีพนักงานมากกว่า 500 คน ครอบคลุม 26 อุตสาหกรรม</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/technology/290706">ผลสำรวจ Cisco AI Readiness Index 2025: องค์กรที่พร้อม AI กวาดโอกาสทางธุรกิจสูงกว่า 3 เท่า</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Cisco เปิดตัว Splunk Enterprise Security 2 รุ่นใหม่ ชู Agentic AI ยกระดับศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัย (SOC) ให้ตอบสนองภัยคุกคามได้รวดเร็วขึ้น</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/289781</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Oct 2025 11:32:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Agentic AI]]></category>
		<category><![CDATA[CISCO]]></category>
		<category><![CDATA[SecOps]]></category>
		<category><![CDATA[SOC]]></category>
		<category><![CDATA[Splunk]]></category>
		<category><![CDATA[Splunk Enterprise Security]]></category>
		<category><![CDATA[Splunk Enterprise Security Essentials Edition]]></category>
		<category><![CDATA[Splunk Enterprise Security Premier Edition]]></category>
		<category><![CDATA[Splunk Security]]></category>
		<category><![CDATA[TDIR]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ซิสโก้]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=289781</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; ซิสโก้ (Cisco) ได้ประกาศเปิด [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/289781">Cisco เปิดตัว Splunk Enterprise Security 2 รุ่นใหม่ ชู Agentic AI ยกระดับศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัย (SOC) ให้ตอบสนองภัยคุกคามได้รวดเร็วขึ้น</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>ซิสโก้ (Cisco)</strong> ได้ประกาศเปิดตัวโซลูชันด้านความปลอดภัย 2 รูปแบบใหม่ ได้แก่ <strong>Splunk Enterprise Security Essentials Edition</strong> และ <strong>Splunk Enterprise Security Premier Edition</strong> โดยทั้งสองรุ่นนี้มาพร้อมกับทางเลือกสำหรับ <strong>SecOps</strong> ที่ขับเคลื่อนด้วย <strong>Agentic AI</strong> เพื่อผนวกรวมขั้นตอนการทำงานด้านความปลอดภัยตั้งแต่การตรวจจับภัยคุกคาม การสืบสวน และการตอบสนอง (TDIR) เข้าไว้ด้วยกันผ่าน <strong>Splunk Enterprise Security 8.2</strong> ซึ่งเป็นโซลูชัน <strong>SIEM</strong> ชั้นนำ การพัฒนานี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามได้เร็วขึ้น และใช้โซลูชันความปลอดภัยที่ง่ายขึ้น นอกจากนี้ <strong>Cisco</strong> ยังเปิดเผยถึงฟีเจอร์ AI อีกหลายตัวที่เตรียมเปิดตัวเพื่อขับเคลื่อน <strong>Agentic Security Operations Center (SOC)</strong> แห่งอนาคต</p>



<p class="wp-block-paragraph">ฟีเจอร์ใหม่นี้ได้นำ <strong>Agentic AI</strong> มาเป็นหัวใจหลักของ <strong>SOC</strong> และขยายขีดความสามารถด้านความปลอดภัยไปทั่วทั้งเครือข่ายอย่างราบรื่น <strong>AI agents</strong> ภายใน <strong>Splunk</strong> สามารถทำได้มากกว่าการควบคุมและทำงานอัตโนมัติในขั้นตอนที่ซับซ้อน โดยเปลี่ยนงานที่ต้องทำด้วยคน (manual) ให้เป็น <strong>‘การดำเนินงานด้านความปลอดภัยแบบเชิงรุกและอัตโนมัติ’</strong> ซึ่งช่วยปรับปรุงการจัดการภัยคุกคามและทำให้ทีมรักษาความปลอดภัยทำงานได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ไมค์ ฮอร์น</strong> รองประธานอาวุโส และผู้จัดการทั่วไป ของ <strong>Splunk Security</strong> กล่าวว่า &#8220;ผู้ไม่หวังดีกำลังใช้ AI ในการสร้างภัยคุกคามอยู่แล้ว ดังนั้นผู้รักษาความปลอดภัยจำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบทุกอย่างที่เป็นไปได้ ผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยของเรารวมการตรวจจับ การสืบสวน และการตอบสนองเข้าไว้ในเวิร์คสเปซเดียวที่ใช้งานง่าย ขจัดปัญหาเครื่องมือที่กระจัดกระจาย และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดย <strong>AI</strong> ที่ฝังอยู่ในระบบจะช่วยลดเสียงรบกวนจากการเตือนภัย และลดเวลาการสืบสวนจากหลายชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่นาที ตอนนี้ <strong>ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัย (SOC)</strong> ทุกแห่งสามารถเตรียมความพร้อมให้ดีขึ้น เพื่อก้าวนำหน้าภัยคุกคามขั้นสูง และเสริมพลังให้นักวิเคราะห์ในทุกระดับ&#8221;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="674" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/10/cisco-splunk-agentic-ai-soc-security-1024x674.png" alt="" class="wp-image-289782" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/10/cisco-splunk-agentic-ai-soc-security-1024x674.png 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/10/cisco-splunk-agentic-ai-soc-security-300x197.png 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/10/cisco-splunk-agentic-ai-soc-security-768x505.png 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/10/cisco-splunk-agentic-ai-soc-security.png 1520w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">เพื่อช่วยองค์กรในการสร้าง <strong>Agentic SOC</strong> ที่มีความสามารถในการมองเห็น (visibility) ชัดเจนขึ้น ลูกค้าสามารถเลือกได้ระหว่าง 2 ตัวเลือก โดย <strong>Splunk Enterprise Security Premier Edition</strong> จะรวมชุดโซลูชัน <strong>Splunk Enterprise Security 8.2</strong>, <strong>Splunk SOAR</strong>, <strong>Splunk UEBA</strong> และ <strong>Splunk AI Assistant</strong> เข้าไว้ด้วยกันในแพ็กเกจเดียว ขณะที่ <strong>Splunk Enterprise Security Essentials Edition</strong> จะรวม <strong>Splunk Enterprise Security 8.2</strong> และ <strong>Splunk AI Assistant in Security</strong> เข้าด้วยกันเป็นแพ็กเกจเดียว</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับความสามารถเพิ่มเติมที่ขับเคลื่อนด้วย <strong>AI</strong> ซึ่งมีแผนจะเปิดตัวในปี 2026 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินงานด้านความปลอดภัย รวมถึง <strong>Triage Agent</strong> ระบบคัดกรองที่ขับเคลื่อนด้วย <strong>AI</strong> ที่ประเมิน จัดลำดับความสำคัญ และอธิบายการเตือนภัย, <strong>Malware Reversal Agent</strong> สำหรับการย้อนกลับโค้ดที่เป็นอันตรายที่ขับเคลื่อนด้วย <strong>AI</strong>, <strong>AI Playbook Authoring</strong> สำหรับการแปลงเจตนาในภาษาธรรมชาติเป็น <strong>SOAR playbooks</strong> ที่ใช้งานได้, <strong>Response Importer</strong> ที่ใช้ <strong>AI agents</strong> เพื่อนำเข้าขั้นตอนการดำเนินงานมาตรฐาน (SOPs) ไปยังแผนการตอบสนองของ <strong>Enterprise Security</strong>, <strong>AI-Enhanced Detection Library</strong> และ <strong>Personalized Detection SPL Generator</strong> ที่ช่วยปรับแต่งการตรวจจับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของการบูรณาการกับโซลูชันความปลอดภัยอื่น ๆ ของ <strong>Cisco</strong> เพื่อเร่งความเร็ว <strong>SOC</strong> นั้น มีการรวม <strong>Isovalent Runtime Security (eBPF)</strong> เข้าสู่ <strong>Splunk</strong> เพื่อการมองเห็นที่ละเอียดในเวิร์คโหลด และการรวม <strong>Cisco Firewall Data</strong> ผ่าน <strong>Federated Search</strong> ของ <strong>Splunk Cloud Platform</strong> สำหรับ <strong>Amazon S3</strong> และ <strong>Security Analytics and Logging (SAL)</strong> ซึ่งช่วยให้นักวิเคราะห์สามารถวิเคราะห์ความปลอดภัยบน <strong>firewall logs</strong> ที่เก็บไว้ใน <strong>SAL</strong> ได้โดยตรงจาก <strong>Splunk Cloud Platform</strong> โดยไม่ต้องนำเข้าข้อมูล</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>Splunk Enterprise Security Essentials Edition</strong> และ <strong>Splunk AI Assistant in Security</strong> พร้อมให้บริการแล้วทั่วโลกในทุกภูมิภาค ส่วน <strong>Splunk Enterprise Security Premier Edition</strong> เปิดให้เข้าถึงในช่วง <strong>early access</strong> แล้ว ส่วนความสามารถในการบูรณาการของ <strong>Cisco</strong> และความสามารถเพิ่มเติมที่ขับเคลื่อนด้วย <strong>AI</strong> เช่น <strong>Triage Agent</strong> และอื่น ๆ มีกำหนดพร้อมให้บริการในปี 2026</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/289781">Cisco เปิดตัว Splunk Enterprise Security 2 รุ่นใหม่ ชู Agentic AI ยกระดับศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัย (SOC) ให้ตอบสนองภัยคุกคามได้รวดเร็วขึ้น</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซิสโก้ชี้ องค์กรไทยต้องปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานไอทีรับมือ AI ดันไทยสู่ศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ในภูมิภาค</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/287985</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 20 Sep 2025 03:21:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[CISCO]]></category>
		<category><![CDATA[Cisco Systems]]></category>
		<category><![CDATA[Cybersecurity]]></category>
		<category><![CDATA[Data Center]]></category>
		<category><![CDATA[การ์ทเนอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ซิสโก้]]></category>
		<category><![CDATA[ดาต้าเซ็นเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[วีระ อารีรัตนศักดิ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=287985</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; ซิสโก้ (Cisco) บริษัทเทคโนโล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/287985">ซิสโก้ชี้ องค์กรไทยต้องปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานไอทีรับมือ AI ดันไทยสู่ศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ในภูมิภาค</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> ซิสโก้ (Cisco) บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก แนะองค์กรธุรกิจในประเทศไทยเร่งปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีให้ทันสมัย เพื่อรองรับการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังสร้างความต้องการอย่างมหาศาลต่อการใช้งานดาต้าเซ็นเตอร์ โดยระบุว่า แม้การลงทุนใน <strong>ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center)</strong> ของไทยจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ส่วนใหญ่ยังไม่มีความพร้อมเต็มที่สำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับ AI</p>



<p class="wp-block-paragraph">รายงานของ Cisco ระบุว่า ปัจจุบันงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI ต้องการประสิทธิภาพเครือข่ายที่สูงกว่าโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิมจะรองรับได้ จากผลการศึกษา <strong>Cisco&#8217;s 2025 Networking Report</strong> พบว่า ผู้นำด้านไอทีในประเทศไทยมองว่ามีดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ถึงหนึ่งในสามที่ได้รับการปรับให้เหมาะสมกับงาน <strong>AI</strong> ที่มีความซับซ้อน ขณะที่คาดการณ์ว่าความจุของศูนย์ข้อมูลในไทยจะขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงสามเท่าในอีก 3 ปีข้างหน้า ทำให้องค์กรต้องเปลี่ยนวิธีการออกแบบ การขยายขนาด และการรักษาความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับความต้องการด้าน AI ที่เพิ่มขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">การสำรวจจาก <strong>Cisco&#8217;s 2024 AI Readiness Index</strong> ชี้ให้เห็นว่า หลายบริษัทมีความจำเป็นเร่งด่วนในการนำ AI มาใช้ในปีที่ผ่านมา แต่ในขณะเดียวกัน AI ก็สร้างความท้าทายใหม่ ๆ ทั้งความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น แรงกดดันต่อโครงสร้างพื้นฐานเดิม รวมถึงปัญหาด้านความน่าเชื่อถือ</p>



<p class="wp-block-paragraph">นายวีระ อารีรัตนศักดิ์, กรรมการผู้จัดการซิสโก้ประจำประเทศไทยและเมียนมาร์ กล่าวว่า “เทคโนโลยีกำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็วกว่าที่ผ่านมา และองค์กรในไทยมีเวลาจำกัดในการเตรียมโครงสร้างที่สำคัญและปลอดภัยสำหรับ AI อย่างเหมาะสม ด้วยการรวมเครือข่าย, ความปลอดภัย, การสังเกตการณ์ และการทำงานร่วมกัน ซิสโก้พร้อมช่วยองค์กรในไทยเชื่อมต่อและปกป้องข้อมูลในยุค AI พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จาก AI และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล”</p>



<p class="wp-block-paragraph">เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว <strong>Cisco</strong> จึงนำเสนอ <strong>โซลูชันโครงสร้างพื้นฐาน AI</strong> และระบบรักษาความปลอดภัยที่โดดเด่นผ่านการบูรณาการแพลตฟอร์มต่าง ๆ เข้าด้วยกัน โดยมีเป้าหมายหลัก 3 ประการ คือ สร้าง <strong>ดาต้าเซ็นเตอร์ที่พร้อมใช้งาน AI</strong> ทำให้สถานที่ทำงานพร้อมสำหรับอนาคต และเสริมสร้าง <strong>ความยืดหยุ่นทางดิจิทัล</strong> ให้กับโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด เพื่อรับมือกับภัยคุกคามทุกรูปแบบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">บริษัทได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในด้าน AI โดยได้รับคำสั่งซื้อโครงสร้างพื้นฐาน AI มูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์ ในปีงบประมาณ 2025 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายเดิมถึงสองเท่า และยังได้ร่วมมือกับ NVIDIA ในการพัฒนาโซลูชัน <strong>Cisco Secure AI Factory</strong> เพื่อให้การสร้างเครือข่ายดาต้าเซ็นเตอร์ง่ายขึ้น พร้อมทั้งการเข้าซื้อกิจการ Splunk และ Robust Intelligence เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยและการวิเคราะห์ข้อมูล นอกจากนี้ <strong>Cisco Networking Academy</strong> ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม Country Digital Acceleration ยังได้ฝึกฝนทักษะดิจิทัลด้าน AI, <strong>Cybersecurity</strong> และ <strong>Networking</strong> ให้แก่นักเรียนไทยไปแล้วกว่า 117,000 คน</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/287985">ซิสโก้ชี้ องค์กรไทยต้องปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานไอทีรับมือ AI ดันไทยสู่ศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ในภูมิภาค</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
