<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สนค. ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<atom:link href="https://brickinfotv.com/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%84/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://brickinfotv.com/tag/สนค</link>
	<description>ข่าวสาร สาระ ความรู้ และความบันเทิง</description>
	<lastBuildDate>Sat, 22 Aug 2026 09:00:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1.3</generator>

<image>
	<url>https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/07/cropped-06-Favicon-Brick-100x100.png</url>
	<title>สนค. ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<link>https://brickinfotv.com/tag/สนค</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ผลสำรวจไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ชี้ผู้ใช้สิทธิ 71.77% ยอดใช้จ่ายสะสมทะลุ 1.21 แสนล้านบาท</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/322635</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 22 Aug 2026 09:00:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[Trade Policy and Strategy Office]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ทำเนียบรัฐบาล]]></category>
		<category><![CDATA[ลลิดา เพริศวิวัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[สนค.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=322635</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; ผลสำรวจโครงการ ไทยช่วยไทย พล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/322635">ผลสำรวจไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ชี้ผู้ใช้สิทธิ 71.77% ยอดใช้จ่ายสะสมทะลุ 1.21 แสนล้านบาท</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> ผล<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/167963">สำรวจ</a>โครงการ <strong>ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)</strong> พบประชาชนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 71.77 เข้าร่วมใช้สิทธิ โดยมียอดการใช้จ่ายสะสมทั่วประเทศรวมกว่า 1.21 แสนล้านบาท ซึ่งช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจฐานราก</p>



<p class="wp-block-paragraph">นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจำนวน 5,465 ราย ประจำเดือนกรกฎาคม 2569 โดยสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ พบว่าผู้ใช้สิทธิส่วนใหญ่นำวงเงินไปใช้จ่ายกับสินค้าและบริการในชีวิตประจำวัน โดยหมวดอาหารพร้อมทานมีสัดส่วนสูงสุดที่ร้อยละ 48.22 รองลงมาคืออาหารสดร้อยละ 38.87 ของใช้ประจำวันและครัวเรือนร้อยละ 32.22 เครื่องประกอบอาหารร้อยละ 26.73 การสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีร้อยละ 23.97 เครื่องดื่มร้อยละ 21.23 และอาหารสำเร็จรูปร้อยละ 21.02</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านพฤติกรรมการใช้จ่ายพบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 36.96 มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น ร้อยละ 24.50 นำเงินส่วนที่เหลือจากการใช้สิทธิไปจัดสรรสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่น ร้อยละ 23.00 มีการซื้อสินค้าและบริการในชุมชนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีสัดส่วนที่นำเงินไปออม ชำระหนี้ เลือกซื้อสินค้าคุณภาพดีขึ้น และลดการก่อหนี้บัตรเครดิต ขณะเดียวกัน ร้อยละ 31.58 ระบุว่าจะกลับไปซื้อสินค้าจากร้านค้าเดิมส่วนใหญ่แม้สิ้นสุดมาตรการ และมีเพียงร้อยละ 0.88 ที่ระบุว่าจะไม่กลับไปซื้อร้านเดิม</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับข้อมูลการดำเนินโครงการ ณ วันที่ 21 สิงหาคม 2569 มีผู้ได้รับสิทธิรวม 26,040,623 ราย และมีร้านค้าที่ผ่านเกณฑ์ 1,192,957 ราย มียอดใช้จ่ายสะสมรวม 121,848.0 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินร่วมจ่ายจากภาครัฐ 70,054.4 ล้านบาท และเงินร่วมจ่ายจากประชาชน 51,793.6 ล้านบาท โดยยอดการใช้จ่ายส่วนใหญ่ยังคงเกิดขึ้นผ่านหน้าร้านค้าปกติเป็นหลัก</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจยังพบข้อจำกัดในการเข้าถึงสิทธิ ทั้งปัญหาการลงทะเบียนไม่ทัน ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ และอุปสรรคด้านเทคโนโลยี เช่น อุปกรณ์ไม่รองรับ การใช้งานแอปพลิเคชัน และขั้นตอนการยืนยันตัวตนในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งภาครัฐจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปประเมินเพื่อปรับปรุงระบบให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวกำหนดให้ภาครัฐร่วมจ่ายร้อยละ 60 ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน โดยสามารถใช้สิทธิได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/322635">ผลสำรวจไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ชี้ผู้ใช้สิทธิ 71.77% ยอดใช้จ่ายสะสมทะลุ 1.21 แสนล้านบาท</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เคทีซี แนะสำรวจเงินเฟ้อของตัวเอง ชี้ผลกระทบรายบุคคลต่างกันตามโครงสร้างรายจ่าย</title>
		<link>https://brickinfotv.com/article/315698</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Jul 2026 00:30:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[สนค.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า]]></category>
		<category><![CDATA[เคทีซี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=315698</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มห [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/315698">เคทีซี แนะสำรวจเงินเฟ้อของตัวเอง ชี้ผลกระทบรายบุคคลต่างกันตามโครงสร้างรายจ่าย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซี เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการวางแผนการเงินในยุคที่ค่าครองชีพเปลี่ยนแปลง โดยระบุว่า อัตราเงินเฟ้อที่ประกาศในระดับประเทศเป็นเพียงค่าเฉลี่ยจากตะกร้าสินค้าและบริการภาพรวม ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงในระดับบุคคลอาจแตกต่างกันไปตามโครงสร้างรายจ่ายและรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคน จึงมีความจำเป็นที่ผู้บริโภคควรสำรวจเงินเฟ้อของตัวเองก่อนเริ่มวางแผนทางการเงิน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ณ วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 2.42% และประมาณการทั้งปี 2569 อยู่ที่ 1.5% ถึง 2.5% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการในภาพรวม ทว่าในชีวิตจริง โครงสร้างรายจ่ายของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน เช่น มนุษย์เงินเดือนที่ต้องเดินทางทุกวันอาจได้รับผลกระทบจากค่าน้ำมันและค่าเดินทางมากกว่าผู้ที่ทำงานที่บ้าน ขณะที่ครอบครัวที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุอาจมีภาระค่าอาหารและค่ารักษาพยาบาลสูงกว่าคนโสด สิ่งที่แต่ละคนเผชิญจริงจึงเรียกว่าเงินเฟ้อของตัวเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทาง KTC ได้ให้คำแนะนำถึง 4 เรื่องสำคัญที่ควรสำรวจเพื่อรับมือกับภาวะดังกล่าว ประกอบด้วย การประเมินสัดส่วนรายจ่ายจำเป็น เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และค่าที่อยู่อาศัย ว่าคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมด ถัดมาคือการตรวจสอบความยืดหยุ่นของรายจ่าย โดยแยกรายจ่ายจำเป็นออกจากรายจ่ายที่สามารถเลื่อนหรือลดได้ เพื่อให้เห็นพื้นที่ในการปรับงบประมาณทางการเงินได้ชัดเจนยิ่งขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ควรสำรวจความพร้อมของเงินสำรองเพื่อเป็นกันชนเมื่อค่าครองชีพทยอยเพิ่มขึ้น โดยประเมินว่าหากรายจ่ายจำเป็นเพิ่มขึ้น 10% ถึง 15% ต่อเนื่องกัน 3 ถึง 6 เดือน จะยังคงมีสภาพคล่องเพียงพอหรือไม่ รวมถึงการตรวจสอบหมวดรายจ่ายที่อ่อนไหวต่อราคา เช่น พลังงาน อาหารสด และค่าสาธารณูปโภค ซึ่งหากรายจ่ายส่วนใหญ่ผูกอยู่กับหมวดเหล่านี้ ก็ควรติดตามสถานการณ์ราคาเป็นพิเศษและวางแผนใช้จ่ายอย่างรอบคอบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">การบริหารจัดการเงินเฟ้อของตัวเองไม่ได้หมายถึงการลดค่าใช้จ่ายทุกอย่างพร้อมกัน แต่คือการเลือกจัดการรายจ่ายให้เหมาะกับชีวิตจริง เริ่มจากการบันทึกรายจ่าย แยกประเภทค่าใช้จ่าย และเลือกใช้สิทธิประโยชน์ทางการเงินให้เหมาะกับรายจ่ายจำเป็นโดยไม่เพิ่มภาระเกินกำลัง สำหรับค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรมีการวางแผนล่วงหน้าและรักษาสภาพคล่องให้เพียงพอ หากจำเป็นต้องกระจายภาระการชำระเงิน ควรพิจารณาจากความสามารถในการจ่ายจริงเพื่อไม่ให้กระทบความมั่นคงทางการเงินในอนาคต</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/315698">เคทีซี แนะสำรวจเงินเฟ้อของตัวเอง ชี้ผลกระทบรายบุคคลต่างกันตามโครงสร้างรายจ่าย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจาะลึกแบรนด์ไทย โตสวนกระแสเศรษฐกิจ รับเทรนด์ Quality Shopping ดันยอดขายพุ่งบนอีคอมเมิร์ซ</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/297982</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Jan 2026 09:48:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Endless Holiday]]></category>
		<category><![CDATA[Lazada]]></category>
		<category><![CDATA[Rally Movement]]></category>
		<category><![CDATA[YVIS]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ลาซาด้า]]></category>
		<category><![CDATA[สนค.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=297982</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผู้บร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/297982">เจาะลึกแบรนด์ไทย โตสวนกระแสเศรษฐกิจ รับเทรนด์ Quality Shopping ดันยอดขายพุ่งบนอีคอมเมิร์ซ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่าย แต่พบว่า <strong>แบรนด์ไทย (Thai Brands)</strong> ในกลุ่มแฟชั่นและบิวตี้กลับสามารถสร้างการเติบโตสวนกระแสได้อย่างน่าสนใจ สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค <strong>Quality Shopping</strong> ที่ผู้ซื้อให้ความสำคัญกับคุณภาพและความคุ้มค่ามากกว่าราคาเพียงอย่างเดียว โดยข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จของการปรับตัวเข้าสู่แพลตฟอร์ม <strong>อีคอมเมิร์ซ (E-commerce)</strong> เพื่อสร้างฐานลูกค้าประจำและการซื้อซ้ำ ยืนยันด้วยตัวเลขยอดขายที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อมูลจาก <strong>สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์</strong> ระบุว่า ผู้บริโภคชาวไทยโดยเฉพาะกลุ่มอายุ 30 ปีขึ้นไป ให้ความไว้วางใจเลือกซื้อสินค้าแบรนด์ไทยในหมวดแฟชั่น เครื่องประดับ และสินค้าสุขภาพเพิ่มมากขึ้น โดยกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงนิยมจับจ่ายผ่านช่องทางออนไลน์เนื่องจากความเชื่อมั่นในมาตรฐาน สอดคล้องกับสถิติจาก <strong>Lazada (ลาซาด้า)</strong> ในแคมเปญ 12.12 ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่ายอดขายสินค้าแบรนด์บน <strong>LazMall</strong> เติบโตขึ้นถึง 51% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่าอีคอมเมิร์ซได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ไม่ใช่เพียงช่องทางการขาย แต่เป็นพื้นที่สำหรับการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัจจัยความสำเร็จของแบรนด์ไทยแถวหน้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เกิดจากการผสมผสานระหว่าง <strong>ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์</strong> และความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทย (Consumer Insights) โดยมีการใช้กลยุทธ์สร้างความต้องการในตลาด (Demand Generation) ผ่านการออกสินค้าคอลเลกชันพิเศษ หรือสินค้าลิมิเต็ด เพื่อสร้างความรู้สึกพิเศษและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ ยกตัวอย่างเช่นแบรนด์ <strong>Endless Holiday (เอนด์เลส ฮอลิดีย์)</strong> ที่ทำยอดขายในปี 2568 ได้กว่า 170 ล้านบาท โดยสัดส่วนกว่า 95% มาจากช่องทางลาซาด้า และมีการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลก</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์ที่น่าจับตามองอย่าง <strong>Rally Movement (แรลลี่ มูฟเม้นท์)</strong> ที่ใช้กลยุทธ์การเปิดตัวสินค้าแบบเอ็กซ์คลูซีฟจนเกิดกระแสสินค้าหมดอย่างรวดเร็ว (Sold Out) และแบรนด์เครื่องประดับ <strong>YVIS (ไววิส)</strong> ที่เน้นความถี่ในการออกคอลเลกชันใหม่และการร่วมงานกับแฟชั่นไอคอน เพื่อรักษาพื้นที่ในใจผู้บริโภค ทั้งนี้ การเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีเครื่องมือสนับสนุนอย่างครบวงจร ทั้งระบบการันตีคุณภาพสินค้า การขนส่ง และเทคโนโลยี AI ในการคัดกรองสินค้าให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย มีส่วนสำคัญช่วยให้แบรนด์ไทยสามารถเข้าถึงกลุ่มนักช้อปที่มีความตั้งใจซื้อสูง (High-intent shoppers) และสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/297982">เจาะลึกแบรนด์ไทย โตสวนกระแสเศรษฐกิจ รับเทรนด์ Quality Shopping ดันยอดขายพุ่งบนอีคอมเมิร์ซ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยูโอบี เผยตลาดอาหารโต 9.6 แสนล้าน แนะ SMEs ปรับกลยุทธ์สร้างแบรนด์หนีการแข่งขันสูง</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/297419</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Jan 2026 13:28:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Adaptis]]></category>
		<category><![CDATA[Bone Boost]]></category>
		<category><![CDATA[Bonnie Café & Bakery]]></category>
		<category><![CDATA[Guss Damn Good]]></category>
		<category><![CDATA[Hia Duan]]></category>
		<category><![CDATA[Lele Juice Bar]]></category>
		<category><![CDATA[MSIG]]></category>
		<category><![CDATA[TikTok]]></category>
		<category><![CDATA[UOB Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ยูโอบี พลาซา กรุงเทพฯ]]></category>
		<category><![CDATA[สนค.]]></category>
		<category><![CDATA[สยุมรัตน์ มาระเนตร]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า]]></category>
		<category><![CDATA[เฮียด่วน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=297419</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย (UOB  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/297419">ยูโอบี เผยตลาดอาหารโต 9.6 แสนล้าน แนะ SMEs ปรับกลยุทธ์สร้างแบรนด์หนีการแข่งขันสูง</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย (UOB Thailand)</strong> จัดงานสัมมนาเจาะลึกทิศทาง <strong>ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&amp;B)</strong> เผยมูลค่าตลาดสูงถึง 9.67 แสนล้านบาท แต่เผชิญภาวะการแข่งขันรุนแรงที่มีอัตราการเปิดและปิดกิจการสูงพอๆ กัน แนะผู้ประกอบการ <strong>SME</strong> เร่งปรับตัวใช้ดิจิทัลและสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งผ่านแพลตฟอร์มอย่าง <strong>TikTok</strong> พร้อมดึงแบรนด์ดังร่วมแชร์ประสบการณ์เอาตัวรอดในยุคพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไว</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลของ <strong>สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)</strong> กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่าในปี 2567 ยอดขายของธุรกิจบริการด้านอาหารมีมูลค่ารวมกว่า 9.67 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นทุกปี อย่างไรก็ตาม ข้อมูลยังชี้ให้เห็นว่าธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหารเป็นกลุ่มที่มีการจดทะเบียนนิติบุคคลจัดตั้งใหม่สูงสุด แต่ในขณะเดียวกันก็มีอัตราการเลิกกิจการสูงสุดเช่นกัน นางสยุมรัตน์ มาระเนตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสเอ็มอี <strong>ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย (UOB Thailand)</strong> กล่าวว่า <strong>ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&amp;B)</strong> เป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงมาก ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำเป็นต้องพัฒนาแบรนด์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อสร้างความแตกต่างและความสามารถในการแข่งขันในตลาด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในยุคปัจจุบัน ผู้บริโภคใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือหลักในการค้นหาและตัดสินใจซื้อ ข้อมูลจาก <strong>TikTok</strong> ระบุว่ากว่าร้อยละ 67 ของผู้ใช้งานค้นหาคอนเทนต์เกี่ยวกับอาหารอย่างตั้งใจ ส่งผลให้หมวดหมู่อาหารและเครื่องดื่มติดอันดับคอนเทนต์ยอดนิยมระดับโลก สำหรับเทคนิคการสร้างคอนเทนต์ให้เข้าถึงผู้บริโภคประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ คือ Hook (ดึงดูดความสนใจตั้งแต่แรก), Key Message (สื่อสารใจความสำคัญให้ชัดเจน) และ Call to Action (กระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อ) ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของ <strong>ธุรกิจ F&amp;B</strong> ในการใช้ช่องทางออนไลน์สร้างการเติบโต</p>



<p class="wp-block-paragraph">ภายในงานสัมมนา &#8220;Accelerate Your Brand: F&amp;B Growth Playbook for SMEs&#8221; ยังมีการแลกเปลี่ยนมุมมองจากเจ้าของแบรนด์ร้านอาหารชื่อดัง อาทิ <strong>Lele Juice Bar</strong>, <strong>Guss Damn Good</strong>, <strong>Bonnie Café &amp; Bakery</strong> และ <strong>เฮียด่วน (Hia Duan)</strong> โดยเน้นย้ำเรื่องการรักษาคุณภาพควบคู่กับความคิดสร้างสรรค์ นำเสนอแนวคิด &#8220;Story to Flavor&#8221; เพื่อสื่อสารผ่านอารมณ์ของลูกค้า รวมถึงกลยุทธ์การทำ Collaboration กับแบรนด์ที่มีชื่อเสียงเพื่อสร้างกระแสความสนใจใหม่ๆ ในตลาดอย่างต่อเนื่อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากกลยุทธ์การตลาด งานดังกล่าวยังนำเสนอโซลูชันสำหรับการบริหารจัดการธุรกิจผ่าน <strong>UOB BizSmart</strong> และพันธมิตร โดยมีการแชร์ประสบการณ์จากผู้ก่อตั้ง <strong>Bone Boost</strong> แบรนด์น้ำซุปกระดูก รวมถึงข้อมูลจาก <strong>Adaptis</strong> เกี่ยวกับระบบรับชำระเงิน และการบริหารความเสี่ยงด้านประกันภัยจาก <strong>MSIG</strong> ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการเสริมสภาพคล่องและป้องกันความเสี่ยงให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคง</p>



<p class="wp-block-paragraph">นางสยุมรัตน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งที่ธนาคารมุ่งหวังคือการเป็น Growth Partner ที่เข้าใจความท้าทายของผู้ประกอบการ และพร้อมสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ตั้งแต่การจัดการเงินทุน การลดความเสี่ยง ไปจนถึงการวางระบบหลังบ้าน เพื่อให้สามารถแข่งขันและขยายโอกาสในตลาดได้อย่างมั่นใจ</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/297419">ยูโอบี เผยตลาดอาหารโต 9.6 แสนล้าน แนะ SMEs ปรับกลยุทธ์สร้างแบรนด์หนีการแข่งขันสูง</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TNN จัดสัมมนาใหญ่ &#8220;EMPOWERING THAILAND&#8221; ถกยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทยปี 2568 รับมือ &#8220;ทรัมป์&#8221;</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/258216</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Nov 2024 16:56:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ทีวีดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[CIMB Thai Bank]]></category>
		<category><![CDATA[Ministry of Commerce]]></category>
		<category><![CDATA[Office of Trade Policy and Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[TAT]]></category>
		<category><![CDATA[The Federation of Thai Industries]]></category>
		<category><![CDATA[Tourism Authority of Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กีรติ กิจมานะวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ชลเดช เขมะรัตนา]]></category>
		<category><![CDATA[ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ปรัชญ์ เหตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[พารากอน ฮอลล์]]></category>
		<category><![CDATA[พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ลิสา พัทธ์วิวัฒน์ศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[วิน พรหมแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภกร สิทธิไชย]]></category>
		<category><![CDATA[ส.อ.ท.]]></category>
		<category><![CDATA[สนค.]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า]]></category>
		<category><![CDATA[อภิชาติ ประสิทธิ์นฤทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[อมรเทพ จาวลา]]></category>
		<category><![CDATA[อัทธ์ พิศาลวานิช]]></category>
		<category><![CDATA[เกรียงไกร เธียรนุกุล]]></category>
		<category><![CDATA[เผดิมภพ สงเคราะห์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=258216</guid>

					<description><![CDATA[<p>TNN ช่อง 16 จัดงานสัมมนา &#8220;: ยุทธศาสตร์ประเทศไทย 2 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/258216">TNN จัดสัมมนาใหญ่ &#8220;EMPOWERING THAILAND&#8221; ถกยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทยปี 2568 รับมือ &#8220;ทรัมป์&#8221;</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">TNN ช่อง 16 จัดงานสัมมนา &#8220;: ยุทธศาสตร์ประเทศไทย 2568&#8221; รวมผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและเอกชน วิเคราะห์ผลกระทบจากนโยบาย &#8220;ทรัมป์ 2.0&#8221; ที่มีต่อเศรษฐกิจไทย พร้อมแนะแนวทางรับมือและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในตลาดโลก</p>



<p class="wp-block-paragraph">งานสัมมนาครั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญต่างมองว่านโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อประเทศที่พึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐฯ </p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>นายเกรียงไกร เธียรนุกุล</strong> <strong>ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</strong> กล่าวถึง นโยบาย &#8220;ทรัมป์ 2.0&#8221; เป็นที่จับตามองของทั่วโลก เนื่องจากมีความแตกต่างจากนโยบายของรัฐบาลโจ ไบเดน โดยทั่วโลกกำลังรอดูว่าทรัมป์จะสามารถดำเนินนโยบายที่หาเสียงไว้ได้มากน้อยเพียงใด ภายใต้นโยบาย America First เพื่อดึงดูดการลงทุนกลับประเทศสหรัฐฯ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์</strong> <strong>ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)</strong> กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า เศรษฐกิจโลกในปีนี้ยังต้องรอประเมินในวันที่ 20 มกราคม 2568 เมื่อทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี เนื่องจากต้องดูความชัดเจนของนโยบายทรัมป์ว่าจะดำเนินตามที่หาเสียงไว้ได้หรือไม่ โดยนโยบายทรัมป์เน้นการปกป้องสินค้าภายในประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศที่ส่งออกมายังสหรัฐฯ ดังนั้น โอกาสของไทยภายใต้นโยบายทรัมป์คือการส่งสินค้าทดแทนไปยังประเทศที่ได้รับผลกระทบจากนโยบาย &#8220;ทรัมป์ 2.0&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่ <strong>ดร. อมรเทพ จาวลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย</strong> กล่าวว่า การกลับมาของทรัมป์จะทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า ราคาทองคำร่วงและผันผวน ราคาน้ำมันลดลง ส่งผลให้เงินเฟ้อและต้นทุนต่างๆ ลดลง ซึ่งจะกระทบเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่ราคาสินค้าในปีหน้าอาจไม่สูง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดูแลกำลังซื้อระดับล่าง ส่วนภาคอุตสาหกรรมและบริการมีแนวโน้มเติบโตดี แต่ควรคัดกรองทุนจีน</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับโอกาสของไทยในด้านต่างๆ เช่น การท่องเที่ยว โดย<strong>นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย</strong> กล่าวถึง นโยบายของทรัมป์ส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวของไทย เนื่องจากการแข็งขึ้นของค่าเงินบาทและแนวโน้มราคาน้ำมันที่ลดลง ทำให้ราคาบัตรโดยสารในเส้นทางไกลมีแนวโน้มลดลง ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยือนไทยได้มากขึ้น ผู้ประกอบการไทยจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับลูกค้าจากทุกตลาด พร้อมทั้งนำอัตลักษณ์ไทยและซอฟพาวเวอร์ไทยมาเสริม เชื่อว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกาได้มากขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศ</strong> ที่กล่าวว่า นโยบายทรัมป์ภาค 2 จะเข้มงวดกว่าภาคแรก โดยเฉพาะในด้านการค้า ทรัมป์ประกาศจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนไม่น้อยกว่า 60% และเก็บภาษีจากประเทศอื่นไม่น้อยกว่า 10-20% รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนจะถูกปรับขึ้น 200% หากจีนเกิดสงครามกับไต้หวัน จะถูกเก็บภาษีเพิ่ม 150-200% ซึ่งเป็นโอกาสให้ไทยส่งสินค้าทดแทนไปสหรัฐฯ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่ในช่วงบ่าย งานสัมมนายังมีการเสวนาในหัวข้อต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น การเพิ่มขีดความสามารถด้วยเทคโนโลยี การขับเคลื่อนองค์กรที่ยั่งยืน และการปรับพอร์ตการลงทุน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายวงการร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์</p>



<p class="wp-block-paragraph">งานสัมมนา &#8220;EMPOWERING THAILAND: ยุทธศาสตร์ประเทศไทย 2568&#8221; จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ณ พารากอน ฮอลล์ ผู้สนใจสามารถรับชมคลิปสัมมนาย้อนหลังได้ทางเว็บไซต์ <a target="_blank" rel="noreferrer noopener" href="https://www.google.com/url?sa=E&amp;source=gmail&amp;q=https://www.tnnthailand.com">www.tnnthailand.com</a> และ Youtube ของ TNN ช่อง 16</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/258216">TNN จัดสัมมนาใหญ่ &#8220;EMPOWERING THAILAND&#8221; ถกยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทยปี 2568 รับมือ &#8220;ทรัมป์&#8221;</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
