<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรคเอดส์ ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<atom:link href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b9%8c/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://brickinfotv.com/tag/โรคเอดส์</link>
	<description>ข่าวสาร สาระ ความรู้ และความบันเทิง</description>
	<lastBuildDate>Tue, 02 Jul 2024 12:24:38 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1</generator>

<image>
	<url>https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/07/cropped-06-Favicon-Brick-100x100.png</url>
	<title>โรคเอดส์ ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<link>https://brickinfotv.com/tag/โรคเอดส์</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ชุดตรวจ HIV ด้วยตนเอง อย.เตือน! ก่อนซื้อสังเกตฉลากต้องมีเลข อย. ด้วย</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/244194</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Jul 2024 12:16:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[HIV]]></category>
		<category><![CDATA[คณะกรรมการอาหารและยา]]></category>
		<category><![CDATA[ชุดตรวจ HIV]]></category>
		<category><![CDATA[อย.]]></category>
		<category><![CDATA[เลิศชาย เลิศวุฒิ]]></category>
		<category><![CDATA[เอชไอวี]]></category>
		<category><![CDATA[โรคติดเชื้อเอชไอวี]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเอดส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=244194</guid>

					<description><![CDATA[<p>อย. แนะวิธีเลือกซื้อชุดตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีด้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/244194">ชุดตรวจ HIV ด้วยตนเอง อย.เตือน! ก่อนซื้อสังเกตฉลากต้องมีเลข อย. ด้วย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong><a href="https://oryor.com/media/infoGraphic/media_printing/2144" target="_blank" rel="noreferrer noopener">อย.</a> แนะวิธีเลือกซื้อชุดตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีด้วยตนเองที่ได้มาตรฐาน ต้องมีเลข อย. เพื่อให้ได้ชุดตรวจที่มีคุณภาพ</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>เภสัชกร<a href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%a7%e0%b8%b8%e0%b8%92%e0%b8%b4">เลิศชาย เลิศวุฒิ</a> รองเลขาธิการ<a href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b2">คณะกรรมการอาหารและยา</a> </strong>เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะโรคติดเชื้อเอชไอวี (HIV : Human Immunodeficiency Virus) ยังคงเป็นปัญหาและสาเหตุสำคัญของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตของประชากรทั่วโลก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เล็งเห็นถึงปัญหาที่เกิดจากโรคติดเชื้อเอชไอวี จึงได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชุดตรวจที่เกี่ยวข้องกับการตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีด้วยตนเอง พ.ศ. 2562 และประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง หลักเกณฑ์การขออนุญาตชุดตรวจที่เกี่ยวข้องกับการตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีด้วยตนเอง เพื่อเพิ่มทางเลือกในการตรวจคัดกรองเบื้องต้นด้วยตนเอง และรู้สถานการณ์ติดเชื้อตั้งแต่ระยะเริ่มแรก นำไปสู่การวินิจฉัยที่เหมาะสม ทั้งยังป้องกันการแพร่เชื้อเอชไอวี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ชุดตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีด้วยตนเอง จัดเป็นเครื่องมือแพทย์ ซึ่งตามประกาศกระทรวง<a href="https://brickinfotv.com/category/news/public-health" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สาธารณสุข</a> กำหนดให้มีหลักเกณฑ์ และระบบคุณภาพการผลิตที่ดี เช่น มาตรฐาน ISO 13485 รวมถึงกำหนดให้แสดงฉลากต่อผู้บริโภคในประเด็นที่สำคัญต่าง ๆ เช่น ข้อบ่งใช้ วิธีการใช้ วิธีการเก็บรักษา คำเตือน รายละเอียดการติดต่อเพื่อขอคำแนะนำให้คำปรึกษาและมีข้อความว่า “ใช้ตรวจคัดกรองเบื้องต้นด้วยตนเองเท่านั้น หากตรวจพบมีปฏิกิริยา (reactive) ต้องได้รับการตรวจยืนยันการวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวีจากหน่วยบริการที่สามารถตรวจยืนยันวินิจฉัยได้”</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-ป-จจ-บ-นประเทศไทยม-ช-ดตรวจท-ผ-านการข-นทะเบ-ยนท-งหมด-2-แบบค-อ"><strong>ปัจจุบันประเทศไทยมีชุดตรวจที่ผ่านการขึ้นทะเบียนทั้งหมด 2 แบบคือ</strong></h2>



<ol class="wp-block-list">
<li><strong>การตรวจด้วยวิธีการเจาะเลือดที่นิ้วมือ</strong> เป็นการเจาะเลือดจากปลายนื้วมือ แล้วนำตัวอย่างเลือดผสมน้ำยาทดสอบหยดลงบนแผ่นทดสอบ จากนั้นจึงอ่านค่าที่ได้จากแผ่นทดสอบ โดยการตรวจแบบนี้จะมีความแม่นยำและใช้เวลาเพียง 1-15 นาที สามารถรู้ผลได้ทันที (ขึ้นอยู่กับชนิดของชุดตรวจ)</li>



<li><strong>การตรวจด้วยวิธีการเก็บตัวอย่างน้ำในช่องปาก</strong> คือ การใช้แผ่นเก็บตัวอย่างที่ด้านปลายชุดตรวจ ป้ายที่ซอกเหงือกด้านบนและด้านล่าง 1 รอบต่อเนื่อง โดยให้แผ่นป้ายอยู่ภายในช่องปากหรืออยู่ในบริเวณเหงือกตลอดเวลา เมื่อเสร็จแล้วให้นำแผ่นปลายชุดตรวจ ใส่ลงในหลอดน้ำยา ทิ้งไว้ 20 นาที แล้วอ่านผลตรวจ วิธีการนี้ค่อนข้างสะดวกในกรณีที่ไม่ต้องการเจาะเลือดด้วยตนเองและใช้เวลาไม่นานในการอ่านผลสำคัญคือควรงดดื่มน้ำและกินอาหารก่อนตรวจอย่างน้อย 15 นาที และไม่ควรทำความสะอาดช่องปากก่อนตรวจอย่างน้อย 30 นาทีถอดที่ครอบฟันออกก่อนทุกครั้ง</li>
</ol>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-ช-ดตรวจเอชไอว-ด-วยต-วเองเหมาะก-บใคร">ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตัวเองเหมาะกับใคร ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">การใช้ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตัวเองเหมาะกับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อมาแล้ว 90 วัน เนื่องจากอยู่ในระยะที่ร่างกายสร้างแอนติบอดี้ต่อเชื้อเอชไอวี หากผู้ตรวจได้รับเชื้อแต่อยู่ในระยะฟักตัว อาจมีโอกาสตรวจไม่พบเชื้อเอชไอวีในร่างกาย ซึ่งผลการตรวจโดยชุดตรวจเอชไอวีอาจให้ผลเป็นลบ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วร่างกายมีเชื้อเอชไอวีอยู่</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/07/ชุดตรวจ-HIV-819x1024.jpg" alt="" class="wp-image-244195" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/07/ชุดตรวจ-HIV-819x1024.jpg 819w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/07/ชุดตรวจ-HIV-240x300.jpg 240w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/07/ชุดตรวจ-HIV-768x960.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/07/ชุดตรวจ-HIV-1229x1536.jpg 1229w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/07/ชุดตรวจ-HIV-1638x2048.jpg 1638w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/07/ชุดตรวจ-HIV.jpg 1800w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-ระว-งผลตรวจผ-ดพลาดและระว-งของปลอม">ระวังผลตรวจผิดพลาดและระวังของปลอม</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ในกรณีที่ใช้ชุดตรวจไม่ถูกต้อง เช่น ตรวจหลังจากมีความเสี่ยงเพียงไม่กี่วัน การหยดเลือดน้อยหรือมากเกินไป หรือกรณีอื่น ๆ อาจส่งผลให้การตรวจมีความผิดพลาด ทำให้การอ่านค่าจากชุดตรวจผิดได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ควรเลือกชุดตรวจเอชไอวีที่มีคุณภาพได้รับการรับรองมาตรฐานจาก อย. มีการแสดงฉลากข้อความภาษาไทยอย่างละเอียดประกอบด้วยชื่อและสถานที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าเลขที่หรืออักษรแสดงครั้งที่ผลิตเลขที่ใบอนุญาตเดือนและปีที่หมดอายุของชุดตรวจบรรจุภัณฑ์มีความสะอาดปลอดภัยมีคู่มือแนะนำการใช้งานอย่างละเอียดครบถ้วน</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-ช-ดตรวจด-วยต-วเองเป-นเพ-ยงการตรวจเบ-องต-นเท-าน-น">ชุดตรวจด้วยตัวเองเป็นเพียงการตรวจเบื้องต้นเท่านั้น!</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตัวเองเป็นเครื่องมือในการคัดกรองผู้ติดเชื้อเบื้องต้นเท่านั้นจึงไม่สามารถยืนยันได้100%ว่าติดเชื้อหรือไม่กรณีที่ผลออกมาเป็นบวกจะต้องเข้ารับการตรวจยืนยันจากสถานพยาบาลโดยเร็วที่สุดเพื่อยืนยันผลอย่างเป็นทางการโดยแพทย์อีกครั้งหนึ่งหากผลเป็นลบท่านควรได้รับบริการด้านการป้องกันเช่นการให้คำปรึกษาหรือใช้ถุงยางอนามัยเป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">รองเลขาธิการฯ กล่าวในตอนท้ายว่า ขอให้ประชาชนเลือกซื้อชุดตรวจคัดกรองการ<a href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b5" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ติดเชื้อเอชไอวี</a>ด้วยตนเองจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น ร้านขายยา ที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมสังเกตเลขใบอนุญาตเครื่องมือแพทย์ ซึ่งผ่านการรับรองจาก อย. อ่านฉลากก่อนซื้อ ตรวจดูวันที่ผลิต วันหมดอายุ และศึกษาวิธีการใช้จากเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง </p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p class="wp-block-paragraph">&#8220;ทั้งนี้ ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง เป็นชุดตรวจคัดกรองเบื้องต้น หากบนแถบแสดงผลเป็น “ลบ” และมีพฤติกรรมเสี่ยงครั้งล่าสุดในช่วงระยะเวลา 3 เดือนก่อนการตรวจ อาจยังอยู่ในระยะที่ชุดตรวจยังไม่สามารถตรวจพบการติดเชื้อได้ ในกรณีนี้ควรตรวจซ้ำอีกครั้ง อย่างน้อย 3 เดือนหลังจากมีพฤติกรรมเสี่ยงครั้งล่าสุด อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ได้รับยาต้านไวรัสแล้ว เพราะอาจทำให้เกิดผลลบปลอมได้ (false negative)&#8221;</p>
</blockquote>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/244194">ชุดตรวจ HIV ด้วยตนเอง อย.เตือน! ก่อนซื้อสังเกตฉลากต้องมีเลข อย. ด้วย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย พบผู้ติดเชื้อใหม่มากขึ้น 90% มาจากกลุ่มชายรักชายที่ไม่ป้องกัน</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/113520</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Jul 2021 08:17:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเอดส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=113520</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย เผยข้อมูลโอกาสและแนวโน้ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/113520">ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย พบผู้ติดเชื้อใหม่มากขึ้น 90% มาจากกลุ่มชายรักชายที่ไม่ป้องกัน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย เผยข้อมูลโอกาสและแนวโน้มของการติดเชื้อร่วมของไวรัสตับอักเสบ ซี (HCV) และไวรัสเอชไอวี (HIV) ในปัจจุบัน พบมากกว่า 90% มาจากกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย โดยไม่ป้องกัน และกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย โดยมีการใช้ยา PrEP ซึ่งเป็นยาที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อ HIV แต่ไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น HCV พร้อมระบุ 3 ปัจจัย ก่อให้เกิดการติดเชื้อร่วมระหว่าง 2 ไวรัสดังกล่าวในผู้ป่วย ดังนี้ 1. การมีเพศสัมพันธ์แบบหลายคู่นอนตั้งแต่ 2 ขึ้นไป 2. การใช้ยาเสพติดแบบฉีดหรือแบบสูดดมโดยเฉพาะยาไอซ์และโคเคน 3. มีการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น ซิฟิลิส ทั้งนี้แนะแนวทางการตรวจ จำเป็นต้องตรวจหาปริมาณเชื้อไวรัส HCV เพื่อบ่งบอกว่าเรากำลังติดเชื้อไวรัสอยู่หรือไม่ จำเป็นต้องได้รับการรักษาหรือไม่ และมีการตอบสนองต่อยาต้านไวรัสที่ให้รักษาอยู่หรือไม่ เพื่อดำเนินการรักษาตนเองถัดไป</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>พญ.อัญชลี อวิหิงสานนท์ ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย </strong>กล่าวว่า ไวรัสตับอักเสบซี และ HIV มีช่องทางการติดต่อเช่นเดียวกัน เราจึงพบว่าในคนไข้ HIV มีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี (HCV) เพิ่มขึ้น โดยกลุ่มที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีสูง คือในกลุ่มที่มีการใช้ยาเสพติดแบบฉีด และในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย โดยเฉพาะหากมีคู่นอนหลายคนและมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกันและมีการใช้ยาไอซ์ทั้งแบบสูดดมและแบบฉีดจะยิ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อ HCV สูงมากขึ้น ดังนั้นจึงถือว่าโรคไวรัสตับอักเสบซี เป็นหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย &nbsp;(men having sex with men : MSM) ปัจจุบันใน กทม. ผู้ติดเชื้อ HIV รายใหม่มากกว่า 90% จะเป็นกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและอายุน้อย ทำให้มีโอกาสพบการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีเพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มนี้&nbsp; และอีกกลุ่มที่มีโอกาสติดเชื้อ HCV เพิ่มขึ้น ก็คือกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายที่ไม่ติดเชื้อเอชไอวีและมีการใช้ยา tenofovir disoproxil fumarate (TDF)/emtricitabine (FTC) เพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีก่อนสัมผัสหรือที่เรียกว่า PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis)&nbsp; เนื่องจากยา PrEPเป็นยาที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อ HIV แต่ไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบซี ได้ ดังนั้นในคนกลุ่มนี้ถ้ามีคู่นอนหลายคนและมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกันก็จะพบการติดเชื้อซิฟิลิสและไวรัสตับอักเสบซีสูงขึ้นได้ โดยปัจจุบัน MSM ที่มีอายุ 20 – 30 ปี พบภาวการณ์ติดเชื้อHCV แบบเฉียบพลัน (acute HCV) มากขึ้น กล่าวโดยสรุปก็คือความเสี่ยงในการติดเชื้อ HCV จะประกอบไปด้วยปัจจัย 4 อย่างด้วยกัน คือ 1. การมีเพศสัมพันธ์แบบหลายคู่นอนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป&nbsp; 2. การใช้ยาเสพติดแบบฉีดหรือแบบสูดดมโดยเฉพาะยาไอซ์ และโคเคน 3. มีการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น ซิฟิลิส&nbsp; 4. มีการติดเชื้อเอชไอวีร่วมด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ ในคนที่มีการติดเชื้อ HIV ร่วมกับ HCV จะทำให้การแบ่งตัวของไวรัส HCV สูงขึ้น 8 – 20 เท่า เทียบกับการแบ่งตัวในผู้ติดเชื้อ HCV อย่างเดียว และพบปริมาณไวรัส HCV&nbsp; ในน้ำอสุจิหรือน้ำหล่อลื่นในผู้ติดเชื้อ HIV ร่วมกับ HCV สูงถึง 40% ในขณะที่พบเพียง 20% ในผู้ที่ติดเชื้อ HCV เพียงอย่างเดียว (37.8% vs 18.4%)&nbsp; จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมกลุ่มที่ติดเชื้อ HIV ร่วมกับ HCV จะมีโอกาสในการแพร่กระจายเชื้อ HCV ทางเพศสัมพันธ์สูงกว่ากลุ่มอื่น ซึ่งโดยปกติการกระจายเชื้อทางเพศสัมพันธ์พบได้น้อยมากถ้าผู้ติดเชื้อมี HCV อย่างเดียว</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>พญ.อัญชลี </strong>อธิบายต่อถึงอาการของผู้ป่วย HCV ร่วมกับ HIV มีความรุนแรงแตกต่างจากผู้ติดเชื้อ HCV อย่างเดียว (Mono-infection) ว่าในกรณีที่มีการติดเชื้อ HCV แบบเฉียบพลัน 80% ผู้ป่วยจะไม่มีอาการทั้งผู้ที่ติดเชื้อ HCV อย่างเดียว และผู้ที่ติดเชื้อ HIV ร่วมกับ HCV แต่ผู้ที่ติดเชื้อ HIV จะมีโอกาสมีการติดเชื้อ HCV แบบเรื้อรังได้มากกว่าผู้ที่ไม่ติดเชื้อ HIV &nbsp;โดยปกติแล้วการติดเชื้อ HCV ในกลุ่มคนที่อายุน้อยกว่า 30 ปีโดยไม่ติดเชื้อ HIV ร่วมด้วย มีโอกาสหายจากโรคติดเชื้อ HCV สูงถึง 20 – 30% แต่ขณะเดียวกันผู้ที่มีการติดเชื้อ HIV ร่วมด้วยจะมีโอกาสหายจากการติดเชื้อ HCV ลดลง เหลือเพียง 10-15% จึงมีโอกาสเป็นโรคติดเชื้อ HCV เรื้อรังสูงขึ้น และจะนำไปสู่โอกาสในการเป็นโรคตับแข็ง และมะเร็งตับเพิ่มขึ้นด้วย หากไม่ได้รับการรักษา และนอกจากนั้นในผู้ติดเชื้อ HIV ร่วมกับ HCV จะมีโอกาสเกิดโรคนอกตับสูงขึ้นด้วย ประมาณ 40 – 70% เช่น อาการอักเสบของเส้นเลือดที่ผิวหนัง (Cryoglobulinemia) มะเร็งต่อมน้ำเหลือง เบาหวาน เยื่อผังผืดที่ตับสูงขึ้น ความจำเสื่อม และมีโอกาสเกิดไตวายสูงขึ้นด้วย นอกจากนั้นผู้ติดเชื้อ HIV ร่วม อาจพบเม็ดเลือดขาว CD4+ ของผู้ป่วยลดน้อยลงหรือไม่สูงขึ้นหลังให้ยาต้าน HIV ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันต่ำลงได้ด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับแนวทางการตรวจผู้ติดเชื้อ HIV ร่วมกับ HCV ในปัจจุบัน จะเริ่มต้นจากการตรวจแอนติบอดีต่อ HCV (Anti-HCV Ab) หากพบว่ามีผลบวก จึงจะทำการตรวจปริมาณไวรัส HCV ในเลือด หรือเรียกว่า HCV RNA viral load ซึ่งหากพบว่ามีปริมาณไวรัส HCV ในเลือดแล้ว คนไข้ควรได้รับการรักษา แต่ยังมีข้อพึงระวังจากการตรวจ Anti-HCV Ab คือ ในกรณีที่ผู้ป่วยติดเชื้อ HIV ร่วมกับ HCV อาจพบว่าตรวจ Anti-HCV แล้วผลเป็นลบลวง พบได้ในกรณีที่คนไข้มีภูมิคุ้มกันต่ำมากๆ (CD4+ &lt; 100 cells/uL) โดยพบประมาณ 5 – 6% หรือในกรณีที่ผู้ป่วยเพิ่งรับเชื้อ HCV มาไม่เกิน 8 สัปดาห์ จะทำให้ตรวจ Anti-HCV Ab เป็นลบได้เช่นกัน และอีกกรณีที่อาจตรวจไม่พบ Anti-HCV Ab เป็นลบทั้งๆ ที่มีการติดเชื้อ HCV ซึ่งเรียกว่าผลลบลวง เช่น ผู้ป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรัง คนไข้เป็นโรคเส้นเลือดอักเสบที่ผิวหนัง (Cryoglobulinemia) ดังนั้นหากสงสัยจึงควรส่งคนไข้ไปตรวจหาปริมาณไวรัส HCV ในเลือดเพื่อยืนยัน &nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>พญ.อัญชลี </strong>กล่าวเสริมว่า กลุ่มคนที่ควรตรวจคัดกรองการติดเชื้อ HIV และ HCV มีดังนี้ 1. กลุ่มที่มีการใช้ยาเสพติดแบบฉีดและแบบสูดดม 2. กลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและหญิงข้ามเพศ (Transgender) 3. กลุ่มที่มีการติดเชื้อ HIV แต่ตรวจพบการติดเชื้อซิฟิลิส รวมทั้งมีค่าเอ็นไซม์ตับสูงขึ้น และ 4. กลุ่มอื่นๆ ที่ควรตรวจ เช่น กลุ่มคนที่มีประวัติการรับเลือดมาก่อนปี พ.ศ.2535 กลุ่มผู้ต้องขัง เนื่องจากมีการตรวจพบการติดเชื้อ HCV ในผู้ต้องขัง สูงถึง 3 – 7% กลุ่มคนเก็บขยะเพราะอาจถูกเข็มหรือของมีคมตำ และกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ก็ควรตรวจการติดเชื้อ HCV เช่นเดียวกัน โดยเมื่อติดเชื้อ HIV ร่วมกับ HCV แนะนำวิธีการดูแลตัวเอง ควรควบคุมพฤติกรรมที่ทำให้เกิดเยื่อพังผืดที่ตับมากขึ้น คือ งดการดื่มแอลกอฮอล์ หรือในกลุ่มคนที่รู้ว่าตนเองมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ ก็ควรเข้ารับการตรวจเป็นประจำ และป้องกันพฤติกรรมที่จะนำไปสู่ความเสี่ยงในการติดเชื้อ คือ การมีเพศสัมพันธ์แบบป้องกัน ไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น และไม่ควรมีคู่นอนหลายคน รวมทั้งหากเป็นผู้ป่วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เอชไอวี ให้กินยาต้าน HIV สม่ำเสมอ และเข้ารับการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของตนเองและคู่นอนเป็นประจำ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในด้านสิทธิ์การรักษาผู้ติดเชื้อ HIV ร่วมกับ HCV นั้น ในปัจจุบัน สปสช. ให้รับสิทธิ์การตรวจและรักษา HCV ฟรี ใน 2 กลุ่มแรก ได้แก่ กลุ่มผู้ติดเชื้อ HIV และผู้ใช้ยาเสพติดแบบฉีด และในอนาคตกำลังจะขยายสิทธิ์การตรวจฟรีเพิ่มขึ้น เช่น ในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย แต่ไม่ได้ติดเชื้อ HIV กลุ่มผู้ต้องขัง กลุ่มพนักงานเก็บขยะ กลุ่มผู้ป่วยฟอกไต กลุ่มคนที่มีเอ็นไซม์ตับขึ้นสูงแต่หาสาเหตุไม่ได้ กลุ่มที่ได้รับการสัก กลุ่มคนที่มีประวัติรับเลือดก่อนปี 2535 โดยสิทธิ์การรักษาในปัจจุบัน สปสช. ได้ให้สิทธิ์การรักษาฟรีทุกกลุ่มอยู่แล้ว แต่ต้องผ่านเกณฑ์ที่ สปสช. กำหนด คือ ผู้ติดเชื้อต้องมีเยื่อพังผืดสูงระดับนึง เพราะงบประมาณมีจำกัด สิทธิ์นี้จึงให้กับผู้ที่มีความเสี่ยงตับแข็งก่อน ซึ่งในปัจจุบันโอกาสในการรักษาหายขาดสูงถึง 95% เนื่องจากยามีการใช้ยารักษาที่มีประสิทธิภาพสูงมากขึ้น แต่ทั้งนี้การรักษา HCV ให้หายขาดแล้วจะไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อซ้ำ ดังนั้นถึงรักษาหายขาดแล้วก็ควรดูแลป้องกันตัวเองไม่ให้กลับมาติดเชื้อซ้ำอีก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติดแบบฉีด มีประวัติการติดเชื้อซ้ำ สูงถึง 15% และ ในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายพบการติดเชื้อ HCV ซ้ำประมาณ 20 – 30% ในระยะ 2 ปี</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยปัจจุบัน สามารถเข้ารับการตรวจปริมาณเชื้อไวรัส HIV และ HCV ได้เกือบทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่มีขนาดใหญ่ เนื่องจากเครื่องตรวจวิเคราะห์ที่สามารถทำการตรวจ HIV RNA ได้ จะสามารถตรวจ HCV ได้เช่นกัน มีความจำเป็นที่ต้องตรวจหาปริมาณเชื้อไวรัส HCV เพื่อจะบ่งบอกว่าเรากำลังติดเชื้อไวรัส HCV อยู่หรือไม่ จำเป็นต้องได้รับการรักษาหรือไม่ และมีการตอบสนองต่อยาต้านไวรัสที่ให้รักษาอยู่หรือไม่ การรักษา HCV ในผู้ติดเชื้อเอชไอวีมีประโยชน์หลายอย่าง ทั้งลดการเกิดโรคในตับ เช่น ตับแข็งและมะเร็งตับ และโรคนอกตับ เช่น ลดการเกิดเบาหวาน การเกิดไตวาย และที่สำคัญการรักษา HCV เป็นการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ HCV สู่คู่นอนอีกด้วย <strong>พญ.อัญชลี </strong>กล่าวทิ้งท้าย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ปัจจุบันการตรวจหาปริมาณเชื้อไวรัส HIV และ HCV ในประเทศไทย มีการนำนวัตกรรมทางห้องปฏิบัติการเข้ามารองรับการตรวจหาปริมาณด้วย &nbsp;เครื่องตรวจปริมาณไวรัสที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ อะลินิตี้ เอ็ม (Alinity m) เพื่อตรวจหาปริมาณไวรัสด้วยเทคโนโลยี real-time PCR มีความไวในการทดสอบ ที่ใช้เวลาในการทดสอบทั้ง HIV และ HCV ไม่ถึง 2 ชั่วโมง จากรูปแบบเดิมที่ใช้เวลาในการตรวจ 6-8 ชั่วโมงต่อรอบการทดสอบ อีกทั้งยังสามารถใช้เลือดจากผู้ป่วยเพียงหลอดเดียวก็สามารถสั่งการทดสอบได้ทั้ง 2 เทสต์ ดังนั้นแล้วข้อดีของเทคโนโลยีนี้คือ ช่วยให้ผู้ป่วยลดการเดินทางลง จากเดิมต้องมาตรวจเลือด 1 วันล่วงหน้า มาพบแพทย์อีก 1 วัน เหลือเพียงวันเดียวทั้งการตรวจเลือด และรอผลแลปในการพบแพทย์วันเดียวกันได้เลย และใช้เลือดในการทดสอบเพียง 1 หลอดเท่านั้น</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/113520">ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย พบผู้ติดเชื้อใหม่มากขึ้น 90% มาจากกลุ่มชายรักชายที่ไม่ป้องกัน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
