<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ยูนิเซฟ ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<atom:link href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%9f/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://brickinfotv.com/tag/ยูนิเซฟ</link>
	<description>ข่าวสาร สาระ ความรู้ และความบันเทิง</description>
	<lastBuildDate>Fri, 19 Sep 2025 06:41:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.1</generator>

<image>
	<url>https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/07/cropped-06-Favicon-Brick-100x100.png</url>
	<title>ยูนิเซฟ ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<link>https://brickinfotv.com/tag/ยูนิเซฟ</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>พลังเยาวชนไทยสู้โลกรวน รายงานยูนิเซฟชี้ไร้สิทธิ์ร่วมตัดสินใจ สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนในการสนับสนุน</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/287904</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Sep 2025 06:41:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน-สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[#CountMeIn]]></category>
		<category><![CDATA[Between Generations One Planet]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[จากรุ่นสู่รุ่น ในโลกใบเดียวกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิเซฟ]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวชนไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=287904</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; รายงานฉบับใหม่จากองค์การยูนิ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/287904">พลังเยาวชนไทยสู้โลกรวน รายงานยูนิเซฟชี้ไร้สิทธิ์ร่วมตัดสินใจ สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนในการสนับสนุน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> รายงานฉบับใหม่จากองค์การยูนิเซฟ (UNICEF) เผยว่า <strong>เด็กและเยาวชนไทย</strong>กำลังก้าวขึ้นเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้กับ<strong>วิกฤตสภาพภูมิอากาศ</strong>ทั้งในระดับประเทศและท้องถิ่น แต่เสียงของพวกเขากลับถูกมองข้าม ไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเพียงพอ และบางครั้งยังต้องเผชิญกับการถูกคุกคาม รายงาน &#8220;จากรุ่นสู่รุ่น ในโลกใบเดียวกัน&#8221; (Between Generations, One Planet) นี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของแคมเปญ <strong>#CountMeIn 2025</strong> ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมให้เยาวชนมีบทบาทในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง</p>



<p>รายงานนี้จัดทำขึ้นจากการรวบรวมข้อมูลและข้อคิดเห็นจากเยาวชนกว่า 110 องค์กรทั่วประเทศไทย พบว่าแม้เยาวชนจะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเด็นสิ่งแวดล้อม ทั้งการสร้างการรับรู้ในชุมชนและการผลักดันนโยบาย แต่พวกเขามักถูกกีดกันออกจากกระบวนการตัดสินใจที่สำคัญ หลายคนยังขาดทั้งงบประมาณและทรัพยากรที่จำเป็นในการดำเนินกิจกรรม นอกจากนี้ <strong>เด็กและเยาวชน</strong>จากชุมชนชายขอบหรือพื้นที่ชนบท โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์และเด็กพิการ มักถูกมองข้ามจากเวทีระดับประเทศ รายงานยังชี้ให้เห็นถึงประเด็นความปลอดภัย โดยระบุว่าเยาวชนบางส่วนรู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่อแสดงความคิดเห็น ซึ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการคุ้มครองและเปิดโอกาสให้พวกเขาได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง</p>



<p>นางเซเวอรีน เลโอนาร์ดี รักษาการผู้อำนวยการ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า &#8220;เด็กและเยาวชนไม่ได้เป็นเพียงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้วย รายงานและแคมเปญนี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เยาวชนไม่เพียงต้องได้รับการรับฟัง แต่ต้องได้รับการสนับสนุน การคุ้มครอง และการเสริมพลังให้มีส่วนร่วมในการออกแบบแนวทางที่โลกต้องการอย่างเร่งด่วน&#8221;</p>



<p><strong>ประเทศไทย</strong>อยู่ในอันดับที่ 30 ของดัชนีความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศโลกปี 2568 และรายงานของยูนิเซฟเมื่อปี 2566 ยังระบุว่าเด็กในประเทศไทยต้องเผชิญความเสี่ยงสูงจากปัญหาดังกล่าว โดยภัยแล้ง คลื่นความร้อน และน้ำท่วมส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกลุ่มเด็กยากจนและเปราะบางที่สุด แคมเปญ <strong>#CountMeIn 2025</strong> จึงนำเสนอเรื่องราวของเยาวชนผู้สร้างแรงบันดาลใจ 3 คน ได้แก่ สิริกานต์ เส่งหล้า อายุ 18 ปี เยาวชนชาติพันธุ์ม้งจากเชียงใหม่, ปัณณ์พิตรา ภูธร อายุ 22 ปี สมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาเยาวชนยูนิเซฟจากร้อยเอ็ด และไครียะห์ ระหมันยะ อายุ 23 ปี หรือ &#8220;ลูกสาวแห่งทะเล&#8221; จากสงขลา ซึ่งเคยลุกขึ้นคัดค้านการทำลายชายฝั่งบ้านเกิด</p>



<p>รายงานและแคมเปญดังกล่าวเรียกร้องให้ภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน ร่วมกันสนับสนุนโครงการที่นำโดยเยาวชน ปกป้องนักปกป้องสิ่งแวดล้อมรุ่นใหม่ และสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัย เปิดกว้าง และมีโครงสร้างที่ชัดเจน เพื่อให้ <strong>เด็กและเยาวชน</strong> สามารถมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการกำหนดนโยบายและการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/287904">พลังเยาวชนไทยสู้โลกรวน รายงานยูนิเซฟชี้ไร้สิทธิ์ร่วมตัดสินใจ สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนในการสนับสนุน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยูนิเซฟเปิดตัวแคมเปญ “กินไรดี” รณรงค์ลดภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนในเด็ก ส่งเสริมการกินดี</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/272864</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Apr 2025 05:59:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิเซฟ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=272864</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; องค์การยูนิเซฟ (UNICEF) เปิด [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/272864">ยูนิเซฟเปิดตัวแคมเปญ “กินไรดี” รณรงค์ลดภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนในเด็ก ส่งเสริมการกินดี</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> องค์การยูนิเซฟ (UNICEF) เปิดตัวแคมเปญใหม่ภายใต้ชื่อ <strong>“กินไรดี”</strong> มุ่งเน้นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนกลุ่ม <strong>Gen Z</strong> (อายุ 13–24 ปี) รวมถึงพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กเล็ก หันมาใส่ใจและเลือกบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น โดยแคมเปญนี้มีเป้าหมายสำคัญในการสร้างความตระหนักถึงผลกระทบด้านลบจากการบริโภคอาหารที่ไม่ส่งเสริมสุขภาพ พร้อมนำเสนอแนวทางที่ปฏิบัติได้จริงเพื่อสร้างนิสัยการกินที่ดีในชีวิตประจำวัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/04/UNICEF-KinRaiDee-01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-272865" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/04/UNICEF-KinRaiDee-01-1024x683.jpg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/04/UNICEF-KinRaiDee-01-300x200.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/04/UNICEF-KinRaiDee-01-768x512.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/04/UNICEF-KinRaiDee-01-1536x1024.jpg 1536w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/04/UNICEF-KinRaiDee-01-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สถานการณ์ด้านโภชนาการของเด็กในประเทศไทยในช่วง 50 ปีที่ผ่านมานั้นมีการพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างมาก ทำให้อัตราการเสียชีวิตของเด็กลดลงและคุณภาพชีวิตโดยรวมดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าดังกล่าวกลับชะลอตัวลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่ยังคงพบว่าเด็กกว่า 1 ใน 5 คนประสบภาวะเตี้ยแคระแกร็น ในขณะเดียวกัน ปัญหาที่น่ากังวลอีกประการหนึ่งคือ อัตราเด็กที่มีน้ำหนักเกินและเป็นโรคอ้วนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเขตเมือง</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="เปลี่ยนจาก “กินไรดี” เป็นเลือกกินดี ก่อนที่สุขภาพอนาคตจะจ่ายไม่ไหว!" width="740" height="416" src="https://www.youtube.com/embed/4FTunkTk0hE?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา อัตราเด็กที่มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า จากร้อยละ 6 เป็นร้อยละ 13 ในกลุ่มเด็กอายุ 6-14 ปี และในกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15–18 ปี พบว่ามีถึงร้อยละ 14 ที่มีภาวะดังกล่าว หากแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไป สหพันธ์โรคอ้วนโลก (World Obesity Federation) คาดการณ์ว่าภายในปี พ.ศ. 2578 เด็กกว่าร้อยละ 60 ในประเทศไทยจะประสบปัญหาน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ซึ่งจะนำไปสู่ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="961" height="541" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/04/UNICEF-KinRaiDee-banner-TH.png" alt="" class="wp-image-272866" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/04/UNICEF-KinRaiDee-banner-TH.png 961w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/04/UNICEF-KinRaiDee-banner-TH-300x169.png 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/04/UNICEF-KinRaiDee-banner-TH-768x432.png 768w" sizes="(max-width: 961px) 100vw, 961px" /></figure>



<p>แม้ว่าสังคมจะเริ่มตระหนักถึงอันตรายของการบริโภคอาหารที่มีไขมัน น้ำตาล และโซเดียมสูง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำอัดลม และขนมขบเคี้ยวแปรรูป แต่เด็กและเยาวชนจำนวนมากยังคงเลือกบริโภคอาหารโดยคำนึงถึงรสชาติและความสะดวกสบายเป็นหลัก มากกว่าคุณค่าทางโภชนาการ แคมเปญ <strong>“กินไรดี”</strong> จึงถูกออกแบบมาเพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคตินี้ โดยกระตุ้นให้เด็ก เยาวชน และผู้ปกครอง หันกลับมาพิจารณาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว</p>



<p>นางคยอนซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย (UNICEF Thailand) กล่าวว่า “การส่งเสริมโภชนาการที่ดีไม่ใช่แค่เพื่อประโยชน์ของเด็กและเยาวชนในวันนี้เท่านั้น แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่แข็งแรงและมั่นคงของประเทศไทย โภชนาการที่ดีคือรากฐานของการเจริญเติบโตทั้งทางร่างกาย พัฒนาการทางสติปัญญา และศักยภาพในอนาคตของเด็ก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ ภายใต้แคมเปญ ‘กินไรดี’ เราอยากชวนให้ทุกคนเปลี่ยนคำถามจาก ‘กินอะไรดี’ เป็น ‘กินอะไรถึงจะดี’ เพราะปัจจุบันเด็กและเยาวชนในประเทศไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงจากการกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ดังนั้น ถึงเวลาที่เราจะต้องให้ความรู้และสร้างพลังให้พวกเขาเลือกสิ่งที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/04/UNICEF-KinRaiDee-03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-272867" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/04/UNICEF-KinRaiDee-03-1024x683.jpg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/04/UNICEF-KinRaiDee-03-300x200.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/04/UNICEF-KinRaiDee-03-768x512.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/04/UNICEF-KinRaiDee-03-1536x1024.jpg 1536w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/04/UNICEF-KinRaiDee-03-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แคมเปญ <strong>“กินไรดี”</strong> เริ่มต้นด้วยการเผยแพร่วิดีโอสั้นความยาว 90 วินาที ที่นำเสนอผลกระทบที่มักถูกมองข้ามจากการบริโภคอาหารที่มีไขมัน น้ำตาล และโซเดียมสูง นอกจากนี้ ยังมีแบบทดสอบออนไลน์ในรูปแบบเกมสั้น ๆ ที่เชิญชวนให้ผู้เล่นสำรวจพฤติกรรมการกินของตนเองในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งให้คำแนะนำง่าย ๆ ในการเริ่มต้นวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดีขึ้น แคมเปญนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากเฟรนด์ ออฟ ยูนิเซฟ (Friends of UNICEF) อาทิ เป๊ก ผลิตโชค อายนบุตร, หนูดี วนิษา เรซ และพอลล่า เทย์เลอร์ รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์และนักสร้างสรรค์เนื้อหาด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์อีกมากมาย เพื่อทำให้การกินดีเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่าย สนุก และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่</p>



<p>แคมเปญ <strong>“กินไรดี”</strong> จะดำเนินงานอย่างต่อเนื่องไปจนถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2568 ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ พร้อมนำเสนอเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ กิจกรรมที่น่าสนใจ และเคล็ดลับจากอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อให้การกินดีกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวและเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตในระยะยาว</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/272864">ยูนิเซฟเปิดตัวแคมเปญ “กินไรดี” รณรงค์ลดภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนในเด็ก ส่งเสริมการกินดี</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มลพิษทางอากาศคร่าชีวิตเด็กเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกกว่า 100 คนต่อวัน ยูนิเซฟ เรียกร้องแก้ปัญหาเร่งด่วน</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/266391</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Feb 2025 16:40:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[WHO]]></category>
		<category><![CDATA[จูน คุนูกิ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารโลก]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษทางอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิเซฟ]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การอนามัยโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=266391</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; ยูนิเซฟ (UNICEF) เผยผลการวิเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/266391">มลพิษทางอากาศคร่าชีวิตเด็กเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกกว่า 100 คนต่อวัน ยูนิเซฟ เรียกร้องแก้ปัญหาเร่งด่วน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> ยูนิเซฟ (UNICEF) เผยผลการวิเคราะห์ล่าสุด พบมลพิษทางอากาศส่งผลกระทบรุนแรงต่อเด็กในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้ง เชื่อมโยงกับการเสียชีวิตของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี กว่า 100 คนต่อวัน</p>



<p>การวิเคราะห์ระบุว่า เด็กทุกคนในเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก หรือประมาณ 500 ล้านคน อาศัยอยู่ในประเทศที่มลพิษทางอากาศอยู่ในระดับอันตราย โดยกว่าครึ่งหนึ่งของการเสียชีวิต เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศในครัวเรือนจากการใช้เชื้อเพลิงแข็งในการหุงต้ม เด็ก 325 ล้านคน อาศัยอยู่ในประเทศที่มี <strong>ฝุ่น PM2.5</strong> เฉลี่ยต่อปีสูงกว่าระดับที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ถึง 5 เท่า ขณะที่ 373 ล้านคน อยู่ในประเทศที่มีระดับไนโตรเจนไดออกไซด์สูง และเด็กร้อยละ 91 หรือ 453 ล้านคน อาศัยในประเทศที่มีมลพิษโอโซนเกินมาตรฐาน</p>



<p>จูน คุนูกิ ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กล่าวว่า “ทุกลมหายใจคือชีวิต แต่สำหรับเด็กจำนวนมาก ลมหายใจอาจนำมาซึ่งอันตราย&#8230;อากาศที่พวกเขาหายใจเข้าไปกลับเต็มไปด้วยมลพิษในระดับที่เป็นอันตราย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต ทำลายปอด และบั่นทอนพัฒนาการทางสติปัญญา”</p>



<p>มลพิษทางอากาศ ส่งผลกระทบต่อเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักแรกเกิดต่ำ โรคหอบหืด ปอดถูกทำลาย และพัฒนาการล่าช้า นอกจากนี้ ยังเพิ่มโอกาสเสี่ยงโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ และหลอดเลือด ธนาคารโลก ประมาณการว่าในปี 2562 <strong>มลพิษ</strong> ฝุ่น PM2.5 ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกสูงถึงร้อยละ 9.3 ของ GDP หรือมากกว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ</p>



<p>ยูนิเซฟ เรียกร้องให้รัฐบาล ภาคธุรกิจ และภาคสาธารณสุข เร่งดำเนินการลดผลกระทบของ <strong>มลพิษทางอากาศ</strong> เช่น เปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด บังคับใช้มาตรฐานคุณภาพอากาศ ปรับปรุงการรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ และส่งเสริมให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/266391">มลพิษทางอากาศคร่าชีวิตเด็กเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกกว่า 100 คนต่อวัน ยูนิเซฟ เรียกร้องแก้ปัญหาเร่งด่วน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยูนิเซฟชี้เด็ก 13.6 ล้านคนในประเทศไทยเผชิญความเสี่ยงจากฝุ่น PM2.5</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/264659</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Jan 2025 06:07:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEFThailand]]></category>
		<category><![CDATA[คยองซอน คิม]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM2.5]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นPM]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นละออง]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิเซฟ]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การยูนิเซฟ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=264659</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ, 27 ม.ค. 68 สำนักข่าวบริคอินโฟ — ยูนิเซฟมีความ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/264659">ยูนิเซฟชี้เด็ก 13.6 ล้านคนในประเทศไทยเผชิญความเสี่ยงจากฝุ่น PM2.5</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>กรุงเทพฯ, 27 ม.ค. 68 สำนักข่าวบริคอินโฟ</strong> — ยูนิเซฟมีความกังวลอย่างยิ่งต่อระดับค่าฝุ่น PM2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้นในประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กประมาณ <strong>13.6 ล้านคนทั่วประเทศ</strong> สถานการณ์ที่น่าห่วงนี้ต้องการการดำเนินการเร่งด่วนและจริงจังเพื่อปกป้องสุขภาพและความเป็นอยู่ของเด็ก</p>



<p>จากรายงาน <a href="https://www.unicef.org/eap/reports/over-tipping-point">Over the Tipping Point report</a> ของ ยูนิเซฟ ในปี 2566 พบว่า จำนวนเด็กในประเทศไทยที่เผชิญความเสี่ยงสูงจากฝุ่น PM2.5 นั้นมีมากกว่าจำนวนเด็กที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางสภาพอากาศอื่น ๆ เช่น น้ำท่วม คลื่นความร้อน และภัยแล้ง</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="ฝุ่น PM2.5 ส่งผลต่อชีวิตเด็กคนหนึ่งขนาดไหน?" width="740" height="416" src="https://www.youtube.com/embed/-bloPR6RVlA?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>&nbsp;“เราต้องการความมุ่งมั่น ความร่วมมือ และการดำเนินการที่เด็ดขาดจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาครัฐและภาคธุรกิจ เพื่อจัดการกับสาเหตุของมลพิษทางอากาศอย่างจริงจัง” <strong>นางคยองซอน คิม ผู้อำนวยการ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย</strong> กล่าว “นี่เป็นหนทางเดียวที่จะช่วยให้เด็กทุกคนได้เติบโตในโลกที่ปลอดภัย สะอาด และยั่งยืน”</p>



<p>ในประเทศไทย ระดับฝุ่น PM2.5 ที่เป็นอันตรายในช่วงนี้ ส่งผลให้เกิดการเรียกร้องให้มีการแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น เพื่อที่เด็ก ๆ จะได้ไม่ต้องเสียวันเรียนไปโดยเปล่าประโยชน์ ทั้งนี้ <strong>ยูนิเซฟกำลังจัดทำการศึกษาวิจัยโครงสร้างพื้นฐานของโรงเรียนทั่วประเทศ โดยเน้นการปรับปรุงอาคารและห้องเรียนให้สามารถรับมือกับภัยพิบัติทางสภาพอากาศ รวมถึงฝุ่น </strong><strong>PM2.5 ได้ดียิ่งขึ้น </strong>งานวิจัยนี้ซึ่งคาดว่าจะเผยแพร่ในปีนี้ จะเป็นข้อมูลสำคัญในการผลักดันการดำเนินการของรัฐบาลและระดมทรัพยากรเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม</p>



<p>เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีถือเป็นกลุ่มที่เปราะบางต่อมลพิษทางอากาศเป็นพิเศษ โดย<strong>ฝุ่น </strong><strong>PM2.5</strong> <strong>สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา</strong> <strong>และส่งผลต่อเนื่องในระยะยาว</strong> เช่น การคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักแรกเกิดต่ำ และปัญหาการพัฒนาสมอง นอกจากนี้ เด็กยังหายใจรับอากาศมากกว่าผู้ใหญ่เมื่อเทียบปริมาณต่อน้ำหนักตัว และดูดซับมลพิษมากกว่าผู้ใหญ่ ในขณะที่ปอด ร่างกาย และสมองยังคงเจริญเติบโตไม่เต็มที่</p>



<p>PM2.5 คือ ฝุ่นละอองขนาดเล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน&nbsp; ซึ่งเล็กพอที่จะเข้าสู่ปอดลึกและกระแสเลือด อนุภาคเหล่านี้สามารถทำลายระบบอวัยวะหลายส่วน และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ เช่น โรคหอบหืด ปอดอักเสบ และโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรังในเด็ก การสัมผัสฝุ่น PM2.5 ในระยะยาวยังเชื่อมโยงกับโรคไม่ติดต่อในผู้ใหญ่ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน และมะเร็งปอด</p>



<p>จากรายงานสภาวะอากาศโลก <a href="https://www.unicef.org/press-releases/air-pollution-accounted-81-million-deaths-globally-2021-becoming-second-leading-risk">(<em>the State of Global Air)</em></a> ฉบับที่ 5 ซึ่งเผยแพร่โดย Health Effects Institute และ ยูนิเซฟ ชี้ว่า <strong>ในปี </strong><strong>2564 มีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีราว 700,000 คนทั่วโลก หรือคิดเป็นวันละเกือบ 2,000 คน</strong> ต้องเสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ ซึ่งได้กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับที่สองของการเสียชีวิตของเด็กกลุ่มอายุนี้ทั่วโลก รองจากภาวะทุพโภชนาการ รายงานยังระบุด้วยว่าฝุ่น PM2.5 เป็นตัวบ่งชี้ที่แม่นยำและชัดเจนที่สุดในการคาดการณ์ปัญหาสุขภาพของประชากรทั่วโลกในอนาคต</p>



<p><strong>เด็กกลุ่มเปราะบางที่สุด</strong>คือกลุ่มที่ต้องรับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศมากที่สุด เพราะพวกเขามีทางเลือกน้อยกว่าที่จะปกป้องตัวเองจากฝุ่น PM2.5 ข้อมูลทั่วโลกแสดงให้เห็นว่า เด็กในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลางได้รับผลกระทบมากกว่าประเทศที่มีรายได้สูง โดยมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าอย่างชัดเจน</p>



<p>ยูนิเซฟยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยและภาคเอกชนเร่งแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ เพื่อลดมลพิษทางอากาศและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเน้นย้ำว่าการตัดสินใจที่กล้าหาญและมองการณ์ไกลเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการแก้ปัญหาระยะยาวแทนการใช้มาตรการระยะสั้น</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/264659">ยูนิเซฟชี้เด็ก 13.6 ล้านคนในประเทศไทยเผชิญความเสี่ยงจากฝุ่น PM2.5</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิกฤตสภาพภูมิอากาศทำนักเรียนกว่า 242 ล้านคนทั่วโลกหยุดเรียนในปี 2567</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/264324</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nopparit Kamolsuwan]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jan 2025 06:22:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิเซฟ]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การยูนิเซฟ]]></category>
		<category><![CDATA[แคทเธอรีน รัสเซลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=264324</guid>

					<description><![CDATA[<p>นิวยอร์ก, 24 ม.ค. 68 &#8211; สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/264324">วิกฤตสภาพภูมิอากาศทำนักเรียนกว่า 242 ล้านคนทั่วโลกหยุดเรียนในปี 2567</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>นิวยอร์ก, 24 ม.ค. 68 &#8211; สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> รายงานวิเคราะห์ฉบับใหม่ของ <strong>ยูนิเซฟ (UNICEF)</strong> เผยว่าวิกฤตสภาพภูมิอากาศรุนแรงในปี 2567 ส่งผลกระทบต่อการศึกษาของนักเรียนอย่างน้อย 242 ล้านคนใน 85 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอัฟกานิสถาน บังกลาเทศ โมซัมบิก ปากีสถาน และฟิลิปปินส์ ภัยพิบัติต่างๆ เช่น คลื่นความร้อน พายุไซโคลน น้ำท่วม และภัยแล้ง ซ้ำเติมวิกฤตการเรียนรู้ที่มีอยู่เดิม รายงาน <strong>Learning Interrupted: Global Snapshot of Climate-Related School Disruptions in 2024</strong> ชี้ให้เห็นว่า คลื่นความร้อนเป็นภัยพิบัติทางสภาพอากาศหลักที่ทำให้โรงเรียนต้องปิดการเรียนการสอน โดยในเดือนเมษายนเพียงเดือนเดียว มีนักเรียนกว่า 118 ล้านคนได้รับผลกระทบ บังกลาเทศและฟิลิปปินส์ต้องปิดโรงเรียน ขณะที่กัมพูชาปรับลดเวลาเรียนลง 2 ชั่วโมงต่อวัน</p>



<p>แคทเธอรีน รัสเซลล์ ผู้อำนวยการบริหาร องค์การยูนิเซฟ กล่าวว่า “เด็กมีความเปราะบางและได้รับผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศมากกว่าผู้ใหญ่ ร่างกายของพวกเขาร้อนขึ้นเร็วกว่าและเย็นลงช้ากว่าผู้ใหญ่ เด็ก ๆ ขาดสมาธิในห้องเรียนที่ร้อนหรือขาดการระบายอากาศ น้ำท่วมถนนหรือโรงเรียนทำให้พวกเขาไม่ได้เรียนหนังสือ เมื่อปีที่แล้ว สภาพอากาศสุดขั้วทำให้นักเรียน 1 ใน 7 คนไปโรงเรียนไม่ได้” นอกจากนี้ ภัยพิบัติเหล่านี้ยังสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์การเรียน กีดขวางเส้นทาง และส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมการเรียนรู้</p>



<p>เอเชียใต้เป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยมีนักเรียน 128 ล้านคนต้องหยุดเรียนเนื่องจากสภาพอากาศ ขณะที่เอเชียตะวันออกและแปซิฟิกมีนักเรียน 50 ล้านคนได้รับผลกระทบ เอลนีโญยังคงส่งผลกระทบร้ายแรงต่อแอฟริกา โดยเฉพาะฝนตกหนักและน้ำท่วมในแอฟริกาตะวันออก และภัยแล้งในแอฟริกาตอนใต้ รายงานเน้นย้ำว่าโรงเรียนและระบบการศึกษาส่วนใหญ่ยังขาดความพร้อมในการปกป้องนักเรียนจากผลกระทบเหล่านี้ งบประมาณที่ลงทุนด้านสภาพอากาศในภาคการศึกษายังอยู่ในระดับต่ำ</p>



<p>ยูนิเซฟเรียกร้องให้ผู้นำทั่วโลกและภาคเอกชนดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อปกป้องเด็ก ๆ โดยผลักดันแผนระดับชาติ ลงทุนในสถานศึกษาที่ทนทานต่อภัยพิบัติ จัดหาเงินทุนเพื่อพัฒนาความยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศในภาคการศึกษา และบูรณาการการศึกษาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รัสเซลล์กล่าวเพิ่มเติมว่า “การศึกษาเป็นหนึ่งในบริการที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางสภาพอากาศบ่อยที่สุด แต่กลับถูกมองข้ามในเชิงนโยบาย อนาคตของเด็กต้องเป็นสิ่งสำคัญลำดับแรกในทุกแผนงานและการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ”</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/264324">วิกฤตสภาพภูมิอากาศทำนักเรียนกว่า 242 ล้านคนทั่วโลกหยุดเรียนในปี 2567</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;ยูนิเซฟ&#8221; เนรมิตพระปรางค์วัดอรุณฯ เป็นสีฟ้า ในงาน &#8220;Turn Blue&#8221; ระลึกถึงวันเด็กสากล ย้ำจุดยืนในการสร้างสิทธิและอนาคตของเด็ก</title>
		<link>https://brickinfotv.com/entertainment/258171</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Nov 2024 11:22:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวบันเทิง]]></category>
		<category><![CDATA[บันเทิงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[Turn Blue]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิเซฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เป๊ก-ผลิตโชค อายนบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=258171</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนื่องในวันเด็กสากล วันที่ 20 พฤศจิกายน องค์การยูนิเซฟ  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/entertainment/258171">&#8220;ยูนิเซฟ&#8221; เนรมิตพระปรางค์วัดอรุณฯ เป็นสีฟ้า ในงาน &#8220;Turn Blue&#8221; ระลึกถึงวันเด็กสากล ย้ำจุดยืนในการสร้างสิทธิและอนาคตของเด็ก</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เนื่องในวันเด็กสากล วันที่ 20 พฤศจิกายน <strong>องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ได้จัดงาน “Turn Blue” เนรมิตพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของประเทศไทย ให้ส่องแสงสีฟ้า</strong> โดยงานนี้มีตัวแทนจากภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคธุรกิจ ตลอดจนเด็กและเยาวชน มาร่วมกันแสดงพลังและความมุ่งมั่นในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้แก่เด็กทุกคน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/04_พระปรางค์วัดอรุณหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญข_0-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-258172" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/04_พระปรางค์วัดอรุณหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญข_0-1024x683.jpg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/04_พระปรางค์วัดอรุณหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญข_0-300x200.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/04_พระปรางค์วัดอรุณหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญข_0-768x512.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/04_พระปรางค์วัดอรุณหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญข_0-1536x1024.jpg 1536w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/04_พระปรางค์วัดอรุณหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญข_0-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p> ซึ่งการเปิดไฟสีฟ้านี้เป็นกิจกรรมของยูนิเซฟทั่วโลกเพื่อระลึกถึงวันเด็กสากล โดยสถานที่สำคัญระดับโลกหลายแห่งได้เคยเข้าร่วมประดับไฟสีฟ้ามาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น เช่น หอไอเฟล (Tour Eiffel) ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส, อะโครโพลิส (Acropolis) ในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ และ ตึกเอ็มไพร์สเตต (Empire State Building) ในนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อแสดงสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีเพื่อสร้างวันข้างหน้าที่มั่นคงและเปี่ยมไปด้วยโอกาสสำหรับเด็กทุกคนทั่วโลก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/02_งาน-Turn-blue_0-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-258173" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/02_งาน-Turn-blue_0-1024x682.jpg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/02_งาน-Turn-blue_0-300x200.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/02_งาน-Turn-blue_0-768x512.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/02_งาน-Turn-blue_0-1536x1023.jpg 1536w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/02_งาน-Turn-blue_0-2048x1364.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สำหรับกิจกรรมพิเศษในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “A BETTER TOMORROW TODAY – วันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า” ของยูนิเซฟประเทศไทย ที่สะท้อนถึงความท้าทายที่เด็กและเยาวชนกำลังเผชิญทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนในสังคมได้ร่วมลงมือสร้างอนาคตที่ปลอดภัยและเท่าเทียมสำหรับเด็กทุกคน โดยมีกิจกรรมทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการเปิดตัว UNICEF Box of Life หรือ กล่องช่วยชีวิต เพื่อระดมทุนช่วยเหลือเด็กที่กำลังเผชิญกับวิกฤตทั่วโลก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/10_คุณเป๊ก-ผลิตโชค-อายนบุตร-Friend-of-UNICEF-_0-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-258175" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/10_คุณเป๊ก-ผลิตโชค-อายนบุตร-Friend-of-UNICEF-_0-1024x682.jpg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/10_คุณเป๊ก-ผลิตโชค-อายนบุตร-Friend-of-UNICEF-_0-300x200.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/10_คุณเป๊ก-ผลิตโชค-อายนบุตร-Friend-of-UNICEF-_0-768x512.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/10_คุณเป๊ก-ผลิตโชค-อายนบุตร-Friend-of-UNICEF-_0-1536x1023.jpg 1536w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/10_คุณเป๊ก-ผลิตโชค-อายนบุตร-Friend-of-UNICEF-_0-2048x1364.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/14_คุณเวียร์-ศุกลวัฒน์-มาร่วมงาน_0-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-258176" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/14_คุณเวียร์-ศุกลวัฒน์-มาร่วมงาน_0-1024x682.jpg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/14_คุณเวียร์-ศุกลวัฒน์-มาร่วมงาน_0-300x200.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/14_คุณเวียร์-ศุกลวัฒน์-มาร่วมงาน_0-768x512.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/14_คุณเวียร์-ศุกลวัฒน์-มาร่วมงาน_0-1536x1023.jpg 1536w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/14_คุณเวียร์-ศุกลวัฒน์-มาร่วมงาน_0-2048x1364.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>โดยงานนี้ มีผู้สนับสนุนยูนิเซฟที่มีชื่อเสียงมาร่วมงานมากมาย นำโดย ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน ทูตสันถวไมตรี องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย, คุณคยองซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย, คุณ นวลพรรณ ล่ำซำ ทูตองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย, คุณศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่มาร่วมแสดงจุดยืนในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับเด็กในประเทศไทยและทั่วโลก รวมถึง Friend of UNICEF มาร่วมงาน เพื่อแสดงการสนับสนุนภารกิจของยูนิเซฟ ได้แก่ <strong>หนูดี วนิษา เรซ, เป๊ก ผลิตโชค อายนบุตร, พร้อมนักแสดงและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง เวียร์ ศุกลวัฒน์, แอนนา เสืองามเอี่ยม และเซอฟปอม รษิกา พานิวงศ์</strong> อีกทั้งยังมีตัวแทนเด็กและเยาวชนที่มาร่วมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันแก้ไขวิกฤตที่เด็ก ๆ กำลังเผชิญอยู่</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/07_ฯพณฯ-อานันท์-ปันยารชุน-ทูตสันถวไมตรี-องค์_-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-258177" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/07_ฯพณฯ-อานันท์-ปันยารชุน-ทูตสันถวไมตรี-องค์_-1024x682.jpg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/07_ฯพณฯ-อานันท์-ปันยารชุน-ทูตสันถวไมตรี-องค์_-300x200.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/07_ฯพณฯ-อานันท์-ปันยารชุน-ทูตสันถวไมตรี-องค์_-768x512.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/07_ฯพณฯ-อานันท์-ปันยารชุน-ทูตสันถวไมตรี-องค์_-1536x1023.jpg 1536w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/07_ฯพณฯ-อานันท์-ปันยารชุน-ทูตสันถวไมตรี-องค์_-2048x1364.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong>ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน ซึ่งดำรงตำแหน่งทูตสันถวไมตรีขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย มาเป็นระยะเวลา 28 ปี</strong> กล่าวว่า “ในช่วง 75 ปีที่ผ่านมา ยูนิเซฟได้ทำงานเคียงข้างประเทศไทยเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับเด็กทุกคน ซึ่งเราได้เห็นความก้าวหน้าที่ชัดเจนในด้านสิทธิและคุณภาพชีวิตของเด็ก และในวันนี้เรามารวมตัวกันที่วัดอรุณฯ เพื่อเปิดไฟสีฟ้าของยูนิเซฟเป็นครั้งแรก นี่เป็นสิ่งที่เตือนใจเราว่ายังมีปัญหามากมายที่ต้องแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แสงสีฟ้านี้จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความมุ่งมั่นของยูนิเซฟที่จะเดินหน้าทำงานต่อไปจนกว่าเด็กทุกคน ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก จะได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และสามารถพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="816" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/03_แขกผู้มาร่วมพิธีเปิดไฟสีฟ้า_0-1024x816.jpg" alt="" class="wp-image-258178" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/03_แขกผู้มาร่วมพิธีเปิดไฟสีฟ้า_0-1024x816.jpg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/03_แขกผู้มาร่วมพิธีเปิดไฟสีฟ้า_0-300x239.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/03_แขกผู้มาร่วมพิธีเปิดไฟสีฟ้า_0-768x612.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/03_แขกผู้มาร่วมพิธีเปิดไฟสีฟ้า_0-1536x1224.jpg 1536w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/03_แขกผู้มาร่วมพิธีเปิดไฟสีฟ้า_0-2048x1633.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>งานนี้ยังมีเด็กและเยาวชนมาร่วมแสดงความคิดเห็นและสะท้อนถึงสิ่งที่พวกเขาต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคม โดยนางสาว ผลินภัทร์ จงธนากร วัย 16 ปี ตัวแทนเด็กและเยาวชนจากยูนิเซฟ กล่าวว่า “ดิฉันเชื่อว่าหากเราร่วมกันสร้างโลกที่ปลอดภัยและมั่นคงสำหรับเด็ก ๆ โลกที่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้ค้นพบตัวตนและสัมผัสกับความสุข สักวันหนึ่ง เราจะได้เห็นเยาวชนทุกคนเปี่ยมไปด้วยความฝันและความหวังในหัวใจ แม้เส้นทางสู่อนาคตที่สงบสุขอาจเต็มไปด้วยความซับซ้อนและอุปสรรค แต่เส้นทางนี้ย่อมเปี่ยมไปด้วยความหมายที่จะเติมเต็มชีวิต&#8221;</p>



<p>ในวันเด็กสากลนี้ ยูนิเซฟได้เผยรายงานระดับโลกที่สำคัญเรื่อง <a href="https://www.unicef.org/reports/state-of-worlds-children/2024">&#8220;รายงานสภาวะเด็กโลก 2567: อนาคตของวัยเด็กในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง&#8221;</a><strong> </strong>โดยรายงานนี้มุ่งวิเคราะห์ 3 แนวโน้มหลักที่ส่งผลต่อชีวิตของเด็กทั่วโลก ได้แก่ วิกฤตสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร และความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล ซึ่งชี้ว่าอนาคตของวัยเด็กกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง หากไม่มีการแก้ไขอย่างจริงจัง ในประเทศไทย เด็กเกือบทุกคนมีแนวโน้มที่จะเผชิญกับคลื่นความร้อนที่ถี่ขึ้นภายในปี 2593 หากไม่มีการดำเนินการอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว ยิ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการลงทุนในเด็กปฐมวัย โดยเด็กจำนวนมากกำลังเผชิญความเสี่ยงต่อการมีพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญาล่าช้า ในขณะที่เด็กชั้นประถมศึกษาประมาณครึ่งหนึ่งขาดทักษะการอ่านและคำนวณ อีกทั้งยังมีเยาวชนกว่า 1.4 ล้านคนที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา การจ้างงาน หรือการฝึกอบรม (NEET) โดยหลายคนมองว่าระบบการศึกษาในปัจจุบันไม่ได้เตรียมความพร้อมพวกเขาสำหรับอนาคต ปัญหาเหล่านี้สะท้อนความท้าทายด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ ซึ่งประเทศไทยควรต้องปฏิบัติตามพันธกรณี เพื่อปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างการสนับสนุนเด็กและเยาวชน เพื่อให้พวกเขาเติบโตอย่างแข็งแรงและพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/08_คุณคยองซอน-คิม-ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-258179" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/08_คุณคยองซอน-คิม-ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ-1024x682.jpg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/08_คุณคยองซอน-คิม-ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ-300x200.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/08_คุณคยองซอน-คิม-ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ-768x512.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/08_คุณคยองซอน-คิม-ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ-1536x1023.jpg 1536w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/08_คุณคยองซอน-คิม-ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ-2048x1364.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong>คุณคยองซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ กล่าวว่า </strong>&#8220;ความท้าทายที่เด็กในปัจจุบันต้องเผชิญเป็นปัญหาระดับโลกที่ไร้พรมแดนและส่งผลกระทบต่อทุกสังคม แม้แต่ประเทศไทยเองก็ตาม เด็ก ๆ กำลังเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ  ตั้งแต่ภัยธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ส่งผลต่อการเข้าถึงการศึกษาและโอกาสในชีวิต การประดับไฟสีฟ้าที่วัดอรุณฯ จึงเป็นเครื่องเตือนใจให้คนทั่วประเทศตระหนักว่านี่คือความรับผิดชอบร่วมกัน ยูนิเซฟจะยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานเคียงข้างประเทศไทย โดยร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างอนาคตที่ปลอดภัยและเท่าเทียมสำหรับเด็กทุกคนอย่างแท้จริง&#8221;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/09_คุณนวลพรรณ-ล่ำซำ-ทูตองค์การยูนิเซฟ-ประเท_0-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-258180" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/09_คุณนวลพรรณ-ล่ำซำ-ทูตองค์การยูนิเซฟ-ประเท_0-1024x682.jpg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/09_คุณนวลพรรณ-ล่ำซำ-ทูตองค์การยูนิเซฟ-ประเท_0-300x200.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/09_คุณนวลพรรณ-ล่ำซำ-ทูตองค์การยูนิเซฟ-ประเท_0-768x511.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/09_คุณนวลพรรณ-ล่ำซำ-ทูตองค์การยูนิเซฟ-ประเท_0-1536x1023.jpg 1536w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/09_คุณนวลพรรณ-ล่ำซำ-ทูตองค์การยูนิเซฟ-ประเท_0-2048x1364.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ด้าน <strong>มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ</strong> ได้ยืนยันความมุ่งมั่นในฐานะทูตยูนิเซฟประเทศไทย ว่า “การลงทุนในเด็กคือการลงทุนที่สำคัญที่สุดที่ประเทศสามารถทำได้ ไม่เพียงเพื่อประโยชน์ต่อเด็กแต่ละคน แต่ยังเพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับอนาคตของสังคมโดยรวมอีกด้วย ในบทบาททูตยูนิเซฟ ประเทศไทย แป้งมีความตั้งใจที่จะสนับสนุนสิทธิเด็ก พร้อมทั้งสร้างความร่วมมือและระดมทุน เพื่อช่วยให้ยูนิเซฟสามารถสร้างอนาคตให้แก่เด็ก ๆต่อไปได้ เพราะเด็กทุกคนควรได้รับการศึกษา การดูแล และการสนับสนุนที่จำเป็นสำหรับพวกเขา เราสามารถร่วมกันสร้างประเทศไทยและโลกที่เด็กทุกคนมีสุขภาพดี มีชีวิตที่ดี และมีความสุข&#8221;</p>



<p>มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ <strong>A BETTER TOMORROW TODAY – วันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า</strong> สามารถเข้าชมรายละเอียดที่เว็บไซต์ <a href="http://www.unicef.or.th/better-tomorrow">www.unicef.or.th/better-tomorrow</a></p>



<p> สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดาวน์โหลดได้ที่ <a href="https://www.unicef.org/reports/state-of-worlds-children/2024"><em><strong>The State of the World’s Children 2024: The Future of Childhood in a Changing World</strong></em></a></p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/entertainment/258171">&#8220;ยูนิเซฟ&#8221; เนรมิตพระปรางค์วัดอรุณฯ เป็นสีฟ้า ในงาน &#8220;Turn Blue&#8221; ระลึกถึงวันเด็กสากล ย้ำจุดยืนในการสร้างสิทธิและอนาคตของเด็ก</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยูนิเซฟเปิดตัวแคมเปญ “Box of Life &#8211; กล่องช่วยชีวิต” ชวนคนไทยส่งความช่วยเหลือเร่งด่วนสู่เด็กในภาวะวิกฤต</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/social/257514</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nopparit Kamolsuwan]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 Nov 2024 09:15:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[Box of Life]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEFThailand]]></category>
		<category><![CDATA[กล่องช่วยชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ชาคริต แย้มนาม]]></category>
		<category><![CDATA[ปอป้อ-ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย]]></category>
		<category><![CDATA[มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิเซฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=257514</guid>

					<description><![CDATA[<p>องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ “Box of Life” ปล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/social/257514">ยูนิเซฟเปิดตัวแคมเปญ “Box of Life &#8211; กล่องช่วยชีวิต” ชวนคนไทยส่งความช่วยเหลือเร่งด่วนสู่เด็กในภาวะวิกฤต</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ “Box of Life” ปลุกพลังทุกคนมาร่วมลงมือทำและบริจาคเพื่อมอบความช่วยเหลือแก่เด็กที่กำลังเผชิญวิกฤตในด้านต่างๆ ภายใต้แคมเปญ “A Better Tomorrow Today” โดยมุ่งเน้นให้ทุกคนร่วมสร้างอนาคตที่ดีกว่าแก่เด็กๆ ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกที่ขาดแคลนสิ่งจำเป็นพื้นฐาน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เด็กเผชิญกับวิกฤตการณ์ด้านสุขภาพ ภาวะขาดแคลนอาหาร ภัยพิบัติ และความไม่เท่าเทียมทางสังคม</p>



<p>“Box of Life” หรือ &#8220;กล่องช่วยชีวิต&#8221; ของยูนิเซฟ เป็นชุดสิ่งของจำเป็นขั้นพื้นฐาน ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือเด็ก ๆ ที่อยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ประกอบด้วย เช่น วัคซีนป้องกันโรค อาหารบำบัดฉุกเฉิน เม็ดทำน้ำดื่มสะอาด ชุดสุขอนามัย และอุปกรณ์การศึกษา ซึ่งไม่เพียงช่วยให้เด็ก ๆ ปลอดภัย แต่ยังสร้างพื้นฐานที่ดีแก่การเติบโตและพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ แม้ในยามที่ต้องเผชิญความยากลำบาก การสนับสนุน Box of Life จึงเป็นเหมือนการวางรากฐานอนาคตที่มั่นคงให้แก่เด็กทุกคน เพื่อให้พวกเขามีโอกาสเติบโตอย่างปลอดภัย แข็งแรง และเปี่ยมด้วยความหวัง</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="มาร่วมกับ มาดามแป้ง ชาคริต เจมส์ จิ ปอป้อ และยูนิเซฟสร้างการเปลี่ยนแปลงวันนี้" width="740" height="416" src="https://www.youtube.com/embed/k7SyzFC1vjA?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>โดยแคมเปญนี้ได้รับการสนับสนุนจากบุคคลที่มีชื่อเสียง นำโดย มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ ทูตองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย, นักแสดงชื่อดัง เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข และ ชาคริต แย้มนาม รวมถึงนักกีฬาแบดมินตัน ปอป้อ-ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย ซึ่งทั้ง 4 ท่านได้ร่วมเป็นกระบอกเสียงสำคัญ ในการส่งต่อข้อความว่าเด็กทุกคนควรได้รับการสนับสนุน เพื่อสร้างอนาคตที่สดใส</p>



<p>นางคยองซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “เด็กๆ ทั่วโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นภัยต่อสุขภาพ ความปลอดภัย และอนาคตของพวกเขา วันนี้คือเวลาที่เราต้องผนึกกำลังกัน ไม่เพียงเพื่อรับมือกับวิกฤต แต่ต้องมั่นใจว่าจะไม่มีเด็กคนใดต้องต่อสู้เพียงลำพัง ‘Box of Life’ จึงเป็นมากกว่ากล่องบรรจุสิ่งของจำเป็น แต่เป็นดั่งสะพานสู่อนาคตที่สดใส และสัญลักษณ์แห่งความหวังและโอกาส ดังนั้นทุกการสนับสนุน คือการร่วมกันเส้นทางชีวิตที่จะนำพาเด็ก ๆ เติบโตอย่างแข็งแกร่งในวันข้างหน้า”</p>



<p>ยูนิเซฟยังได้นำเสนอวิดีโอ “Box of Life” ผ่านเครือข่ายรถไฟฟ้าบีทีเอสทั่วกรุงเทพมหานคร ทั้งยังมีกิจกรรมพิเศษ “Train to the Future” ที่แปลงโฉมขบวนรถไฟฟ้าให้กลายเป็นแกลเลอรีเคลื่อนที่แสดงผลงานศิลปะอันทรงพลังของเด็กๆ ที่ได้ถ่ายทอดความฝันและแรงบันดาลใจผ่านลวดลายอันสดใส สร้างสรรค์ขบวนรถไฟให้เป็นสัญลักษณ์แห่งการเดินทางสู่โลกที่ปลอดภัย สมบูรณ์ และเปี่ยมด้วยความหวัง เป็นการส่งเสียงแทนเด็กๆ ทั่วโลกที่กำลังเผชิญความยากลำบาก และเรียกร้องโอกาสที่เท่าเทียมเพื่อก้าวสู่อนาคตที่ดีกว่า</p>



<p>ปัจจุบัน เด็กนับล้านทั่วโลกกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากและวิกฤตที่สามารถป้องกันได้ ทุก ๆ วัน มีเด็ก 13,400 ชีวิตต้องเสียชีวิตเพียงเพราะขาดสิ่งพื้นฐานอย่างวัคซีน น้ำสะอาด และสุขอนามัยที่ดี ขณะที่เด็กอีกกว่า 45 ล้านคนกำลังประสบภาวะขาดสารอาหารขั้นวิกฤต ส่งผลให้เด็กเสียชีวิตถึงหนึ่งล้านคนต่อปี ไม่เพียงเท่านั้น โรคมาลาเรียเพียงโรคเดียวก็คร่าชีวิตเด็ก ๆ ปีละ 400,000 คน ทั้งยังมีเด็กอีก 250 ล้านคนที่ขาดโอกาสในการศึกษา โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ความขัดแย้ง ทั้งที่การศึกษาคือความหวังเดียวที่จะพาพวกเขาหลุดพ้นจากความยากลำบาก และที่น่าวิตกยิ่งขึ้นคือ เด็กในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกถึงร้อยละ 65 กำลังเผชิญภัยคุกคามจากวิกฤตสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมหรือมลพิษ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกถึงเกือบสองเท่า</p>



<p><strong>มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ</strong> กล่าวเสริมว่า “ตัวเลขทางสถิติเหล่านี้เป็นเพียงภาพสะท้อนส่วนหนึ่งของความจริง เพราะเบื้องหลังตัวเลขแต่ละตัวคือชีวิตของเด็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยศักยภาพ ความฝัน และสิทธิอันชอบธรรมที่จะได้ก้าวเดินสู่อนาคตอันสดใส ปัญหาและวิกฤตต่าง ๆ นี้สามารถยุติลงได้ หากเราร่วมแรงร่วมใจกัน และต้องเริ่มลงมือในวันนี้ ทุกการสนับสนุนในแคมเปญ &#8216;Box of Life&#8217; คือก้าวสำคัญในการช่วยชีวิตและปกป้องอนาคตของพวกเขา เราไม่ได้เพียงส่งมอบความช่วยเหลือเท่านั้น แต่ยังส่งต่อความหวัง พลังใจ และโอกาสให้เด็กทุกคนได้เติบโตอย่างปลอดภัยและแข็งแกร่ง”</p>



<p>ด้าน <strong>ปอป้อ-ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย</strong> กล่าวว่า “อนาคตของเด็กจะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญคือการได้รับโอกาส ซึ่งรวมถึงการสร้างแรงบันดาลใจและการมอบความหวังให้พวกเขา การได้เห็นเด็ก ๆ มีโอกาสพัฒนาตนเองและเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดสำหรับสังคม”</p>



<p>ส่วน <strong>ชาคริต แย้มนาม</strong> เผยว่า “ผมเชื่อว่าเด็กทุกคนควรได้รับการสนับสนุนทั้งด้านการศึกษาและพัฒนาทักษะชีวิตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ทุกการสนับสนุนที่เรามอบให้เด็ก ๆ คือการมอบโอกาสและความหวังในชีวิตที่ดีขึ้น โดยเราทุกคนสามารถเป็นฮีโร่และสร้างการเปลี่ยนแปลงให้แก่เด็กเหล่านี้ได้”</p>



<p>และ<strong>เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข</strong> กล่าวเสริมว่า “การสนับสนุนเด็ก ๆ ไม่ว่าจะผ่านการบริจาค การร่วมกิจกรรม หรือการแบ่งปันข้อมูล ล้วนเป็นการสร้างโอกาสที่จะช่วยให้พวกเขาเติบโตขึ้นมาเป็นพลังสำคัญที่ดีให้กับสังคมในอนาคตได้ และผมอยากเป็นหนึ่งในกระบอกเสียงที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ และช่วยสร้างอนาคตที่สดใสให้กับเด็กทุกคน โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในภาวะยากลำบากที่สุด”</p>



<p>ในฐานะองค์กรหลักของโลกที่ทำงานด้านมนุษยธรรม ยูนิเซฟมุ่งมั่นที่จะเข้าถึงเด็กผู้เปราะบางที่สุด แม้ในพื้นที่ ๆ เข้าถึงยากที่สุด โดยตั้งเป้าส่งมอบสุขอนามัยที่ดีให้แก่ประชากรหนึ่งพันล้านคนทั่วโลกภายในปี 2573 โดย &#8216;Box of Life&#8217; จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายนี้ อีกทั้งยังเดินหน้าสร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตเด็ก ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566 ยูนิเซฟได้จัดส่งวัคซีน 2.8 พันล้านโดสใน 105 ประเทศ ครอบคลุมเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เกือบครึ่งหนึ่งของโลก ยูนิเซฟยังจัดหาอาหารบำบัดฉุกเฉินร้อยละ 80 ซึ่งได้ช่วยชีวิตเด็กหลายล้านคน พร้อมส่งมอบสื่อการเรียนรู้กว่า 42 ล้านชิ้นถึงเด็ก 28.3 ล้านคน รวมถึงเด็กในพื้นที่วิกฤต</p>



<p>โครงการ Box of Life จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพราะทุกการบริจาคไม่เพียงสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและสังคมที่เข้มแข็ง แต่ยังจุดประกายอนาคตอันสดใสให้แก่เด็ก ๆ ที่จะเติบโตขึ้นเป็นผู้นำ นักคิด นักสร้างสรรค์ และผู้ที่พร้อมจะสร้างความเปลี่ยนแปลงในอนาคต</p>



<p>มาร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงอนาคตของเด็กตั้งแต่วันนี้ ในแคมเปญ “A Better Tomorrow Today &#8211; วันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า” โดย ร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเด็กกับยูนิเซฟ | UNICEF Thailand ผ่านการสนับสนุน Box of Life และทุกการบริจาค 1,500 บาท จะได้รับพวงกุญแจยูนิเซฟที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการสนับสนุนและส่งต่อความหวังให้กับเด็กและเยาวชน เข้าชมรายละเอียดได้ทาง <a href="http://www.unicef.org/thailand/th/better-tomorrow-today">www.unicef.org/thailand/th/better-tomorrow-today</a></p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/social/257514">ยูนิเซฟเปิดตัวแคมเปญ “Box of Life &#8211; กล่องช่วยชีวิต” ชวนคนไทยส่งความช่วยเหลือเร่งด่วนสู่เด็กในภาวะวิกฤต</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>UNICEF-พันธมิตร เรียกร้องให้ขยายวันลาเลี้ยงดูบุตรแบบได้รับค่าจ้าง เพื่อสนับสนุนครอบครัววัยทำงาน</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/255647</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nopparit Kamolsuwan]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Oct 2024 09:18:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEFThailand]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิเซฟ]]></category>
		<category><![CDATA[วันลาเลี้ยงดูบุตรแบบได้รับค่าจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[สถานเอกอัครราชทูตสวีเดน]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=255647</guid>

					<description><![CDATA[<p>ยูนิเซฟร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสวีเดน และสมาคมเครือข่าย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/255647">UNICEF-พันธมิตร เรียกร้องให้ขยายวันลาเลี้ยงดูบุตรแบบได้รับค่าจ้าง เพื่อสนับสนุนครอบครัววัยทำงาน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ยูนิเซฟร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสวีเดน และสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย จัดประชุมเสริมสร้างความเป็นผู้นำทางความคิดในหัวข้อ <em>“</em>การสนับสนุนพ่อแม่มือใหม่ด้วยวันหยุดเลี้ยงดูบุตร<em>: </em>สถานการณ์ปัจจุบันแนวปฏิบัติและการขับเคลื่อนต่อไป<em>”&nbsp; </em>โดยเชิญตัวแทนภาครัฐและเอกชนมาร่วมแลกเปลี่ยนถึงประโยชน์ของการขยายวันลาเลี้ยงดูบุตรแบบได้รับค่าจ้างสำหรับแม่และพ่อ และนโยบายอื่น ๆ ที่เป็นมิตรต่อครอบครัวเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเด็ก</p>



<p>ในการประชุมครั้งนี้ ยูนิเซฟและพันธมิตรเรียกร้องให้ภาครัฐและเอกชนขยายวันลาเลี้ยงดูบุตรแบบได้รับค่าจ้างให้กับพนักงานทั้งหญิงและชาย เพื่อให้พวกเขาสามารถดูแลลูกได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในช่วงแรกของชีวิตที่สมองมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีการสร้างการเชื่อมต่อใหม่ถึง 1,000 จุดต่อวินาที ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในชีวิต โดยผู้เชี่ยวชาญต่างชี้ให้เห็นว่าการขยายวันลานี้ไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อเด็ก ครอบครัว และธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนที่สำคัญสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมและทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทย</p>



<p>เมื่อเร็ว ๆ นี้ ยูนิเซฟได้ทำการสำรวจบริษัท 10 แห่ง โดยพบว่า การขยายสิทธิวันลาช่วยเสริมสร้างความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร ลดอัตราการลาออก และประหยัดค่าใช้จ่ายในการสรรหาพนักงานใหม่ นอกจากนี้ ยังช่วยดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีศักยภาพสูง และยังพบว่าผู้หญิงร้อยละ 43 และผู้ชายร้อยละ 71 ระบุว่าสิทธิลาคลอดแบบได้รับค่าจ้างเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกบริษัท</p>



<p>คยองซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “ช่วงขวบปีแรกของชีวิตเป็นช่วงเวลาที่มีค่าอย่างไม่มีอะไรมาทดแทนได้ ในช่วงนี้ทารกต้องการการดูแลใส่ใจ ความผูกพันจากพ่อแม่ โภชนาการที่เหมาะสม และการดูแลสุขภาพที่จำเป็น เช่น การสร้างภูมิคุ้มกัน พ่อแม่วัยทำงานต้องมีเวลาและให้สิ่งเหล่านั้นกับลูก ทำให้การลาเลี้ยงดูบุตรแบบได้รับค่าจ้างเป็นสิ่งจำเป็นที่เอื้อประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ทั้งเด็ก ครอบครัว นายจ้าง และสังคมโดยรวม โดยเฉพาะในสังคมสูงวัยอย่างประเทศไทย ซึ่งไม่มีการลงทุนใดจะสำคัญมากไปกว่าการลงทุนในการพัฒนาเด็กปฐมวัย”</p>



<p>แอนนา ฮัมมาร์เกรน เอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย กล่าวว่า “สวีเดนได้ประจักษ์ถึงผลลัพธ์ที่ชัดเจนจากการลงทุนในนโยบายที่สนับสนุนครอบครัวโดยตรง ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เราได้ให้ความสำคัญกับโครงการต่าง ๆ เช่น การลาคลอดบุตรและการให้เงินอุดหนุนค่าเลี้ยงดูบุตร ประสบการณ์ของเราชี้ให้เห็นว่าความพยายามเหล่านี้ไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับครอบครัวและความเท่าเทียมทางเพศเท่านั้น แต่ยังเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับสังคมและเศรษฐกิจของเราโดยรวมอีกด้วย เราภูมิใจที่บริษัทสวีเดนจำนวน 12 แห่งในประเทศไทยเป็นผู้นำในการให้คำมั่นว่าจะให้สิทธิการลาคลอดบุตรเป็นเวลาหนึ่งเดือน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนผู้ปกครองในที่ทำงาน”&nbsp;</p>



<p>ปัจจุบัน ประเทศไทยยังตามหลังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และจีน ในเรื่องนโยบายการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตร โดยมีจำนวนวันลาที่ได้รับค่าจ้างน้อยกว่าอย่างชัดเจน ทั้งนี้ องค์การแรงงานระหว่างประเทศแนะนำให้แม่สามารถลาคลอดอย่างน้อย 18 สัปดาห์ แต่แม่ในภาคเอกชนไทยได้รับวันลาเพียง 98 วัน หรือ 14 สัปดาห์ โดยได้ค่าจ้างเต็มจำนวนจากนายจ้างเพียง 45 วัน และได้รับเงินจากสวัสดิการประกันสังคม 45 วันไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน ในขณะที่แม่ที่ทำงานในภาครัฐสามารถลาคลอดได้สูงสุด 6 เดือน ทั้งนี้ สิทธิลาของพ่อยังต่างกันมาก โดยพ่อที่ทำงานในภาครัฐมีสิทธิลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรแบบได้รับค่าจ้าง 15 วัน แต่ภาคเอกชนยังไม่มีนโยบายนี้เลย</p>



<p>การศึกษาแสดงให้เห็นว่าการลาคลอดที่นานขึ้นช่วยเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ลดอัตราการเสียชีวิตของทารก และส่งเสริมพัฒนาการทางปัญญาของเด็ก ขณะเดียวกันก็ช่วยให้แม่รับมือกับภาวะซึมเศร้าหลังคลอดได้ดีขึ้น การขยายสิทธิพ่อลาคลอดยังช่วยให้พ่อมีส่วนร่วมในการเลี้ยงลูกมากขึ้น สร้างสมดุลความรับผิดชอบและกระชับสายสัมพันธ์ในครอบครัว</p>



<p>จากการสำรวจพบว่าแม่ 7 ใน 10 คนและพ่อ 3 ใน 10 คนเห็นว่าสิทธิลาเลี้ยงดูบุตรในประเทศไทยยังไม่เพียงพอ โดยแม่หลายคนต้องการลาคลอดอย่างน้อย 6 เดือนเพื่อให้นมลูกซึ่งสำคัญต่อพัฒนาการของเด็ก ทั้งนี้ จากการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทยโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติและยูนิเซฟในปี 2565 พบว่าเด็กในประเทศไทยเพียงร้อยละ 29 เท่านั้นที่กินนมแม่เพียงอย่างเดียว ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในอัตราที่ต่ำที่สุดในโลก</p>



<p>ธันยพร กริชติทายาวุธ ผู้บริหารสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (UNGCNT) กล่าวว่า “การขยายระยะเวลาการลาคลอดแบบมีค่าตอบแทนในประเทศไทย มิไม่ใช่เพียงสวัสดิการของพนักงานเท่านั้น แต่เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่ออนาคตของชาติที่ไม่อาจมองข้าม เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพเด็ก ความเป็นอยู่ที่ดีของพ่อแม่ การขับเคลื่่อนเศรษฐกิจ ความเสมอภาคทางเพศ และความมั่นคงของสังคมโดยรวม เราต้องดำเนินการเป็นเรื่องเร่งด่วนและจำเป็นอย่างยิ่ง”</p>



<p>นอกจากการขยายสิทธิลาเลี้ยงดูบุตร ยูนิเซฟยังเรียกร้องให้ภาครัฐและเอกชนนำนโยบายที่เป็นมิตรต่อครอบครัวมาปฏิบัติอย่างทั่วถึง โดยสอดคล้องกับกฎหมายสมรสเท่าเทียมและครอบคลุมถึงครอบครัวที่มีบุตรบุญธรรม พร้อมทั้งจัดให้มีมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติม เช่น การส่งเสริมการให้นมบุตร การจัดเวลาทำงานแบบยืดหยุ่น การจัดบริการดูแลเลี้ยงเด็กที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม และการจัดสรรสวัสดิการสำหรับเด็ก ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเติบโตของเด็กและครอบครัว ตลอดจนการพัฒนาทุนมนุษย์อันเป็นรากฐานสำคัญของภาคธุรกิจและสังคมไทย</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/255647">UNICEF-พันธมิตร เรียกร้องให้ขยายวันลาเลี้ยงดูบุตรแบบได้รับค่าจ้าง เพื่อสนับสนุนครอบครัววัยทำงาน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>UNICEF จับมือรัฐบาลไทย ต่อสู้กับการล่วงละเมิดทางเพศเด็กผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งกำลังเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อเด็กไทย</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/222235</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Feb 2024 15:26:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEFThailand]]></category>
		<category><![CDATA[การล่วงละเมิดทางเพศเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[การล่วงละเมิดทางเพศเด็กผ่านช่องทางออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิเซฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=222235</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนื่องในวันส่งเสริมอินเทอร์เน็ตปลอดภัยแห่งชาติ ยูนิเซฟจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/222235">UNICEF จับมือรัฐบาลไทย ต่อสู้กับการล่วงละเมิดทางเพศเด็กผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งกำลังเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อเด็กไทย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เนื่องใน<strong>วันส่งเสริมอินเทอร์เน็ตปลอดภัยแห่งชาติ </strong>ยูนิเซฟจับมือรัฐบาลไทย ภาคประชาสังคม และภาคเอกชนเพื่อยกระดับการต่อสู้กับการแสวงประโยชน์และการล่วงละเมิดทางเพศเด็กทางออนไลน์ ซึ่งเป็นภัยร้ายแรงที่กำลังคุกคามชีวิตเด็ก ๆ ในประเทศไทย โดยภาคส่วนต่าง ๆ ได้รวมตัวกันในงานประชุมระดับชาติว่าด้วยการคุ้มครองเด็กในยุคดิจิทัล ซึ่งจัดขึ้นในวันนี้เพื่อร่วมกันปรับปรุงกฎหมาย นโยบาย และบริการคุ้มครองเด็กเพื่อรับมือกับความท้าทายที่เด็กและเยาวชนต้องเผชิญบนโลกออนไลน์</p>



<p>จากรายงานเรื่อง หยุดยั้งอันตรายในประเทศไทย (Disrupting Harm in Thailand)&nbsp; ซึ่งจัดทำโดยยูนิเซฟ ร่วมกับเอ็คแพท และอินเตอร์โพล <a>พบว่า ในปี </a>2564 &nbsp;มีเด็กอายุระหว่าง 12-17 ปีราว 400,000 คนในประเทศไทย หรือร้อยละ 9 ตกเป็นผู้เสียหายจากการล่วงละเมิดและแสวงประโยชน์ทางเพศทางออนไลน์ ผ่านวิธีการหลากหลายรูปแบบโดยคนแปลกหน้าหรือบุคคลที่เด็กรู้จัก เช่น การส่งต่อภาพทางเพศของพวกเขาโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการแบล็คเมลหรือข่มขู่เด็กให้เข้าร่วมกิจกรรมทางเพศ โดยสัญญาว่าจะให้เงินหรือสิ่งของเป็นการตอบแทน รายงานฉบับนี้ยังพบว่า เด็ก ๆ มักไม่บอกใครและไม่รู้จะไปขอความช่วยเหลือที่ไหน โดยมีเพียงร้อยละ 1-3 เท่านั้นที่แจ้งตำรวจ นอกจากนี้ ยังพบว่าเด็ก ๆ มักโทษตัวเองและเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและคนทั่วไปก็คิดแบบนั้นเช่นกัน</p>



<p><strong>การประชุมระดับชาติว่าด้วยการคุ้มครองเด็กในยุคดิจิทัล ประจำปี 2567 ภายใต้หัวข้อ “สู่สภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัยและครอบคลุมยิ่งขึ้นสำหรับเด็กและเยาวชน”</strong> จัดโดยยูนิเซฟ ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัยประเทศไทย โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงและผู้เชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองเด็ก กฎหมาย และเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนเด็กและเยาวชนร่วมกันหาแนวทางและพัฒนากลยุทธ์ด้านนโยบายและแนวปฏิบัติเพื่อการคุ้มครองเด็กและการสร้างสภาพแวดล้อมทางดิจิทัลที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับเด็กไทย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/02/Safe-internet-day-01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-222236" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/02/Safe-internet-day-01-1024x683.jpg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/02/Safe-internet-day-01-300x200.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/02/Safe-internet-day-01-768x512.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/02/Safe-internet-day-01-1536x1025.jpg 1536w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/02/Safe-internet-day-01.jpg 1568w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong>คยองซอน คิม ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า “ความเสี่ยงและภัยทางออนไลน์เป็นปัญหาที่ท้าทายอย่างยิ่ง เพราะเกิดขึ้นได้กับเด็กทุกคน ทุกที่และทุกเวลา ดังนั้นเราจำเป็นต้องทำงานเป็นหนึ่งเดียวและเป็นผู้นำเกม โดยต้องเน้นไปที่การสร้างความตระหนักรู้ในหมู่เด็กและเยาวชน ควบคู่ไปกับการออกกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และการพัฒนาบริการคุ้มครองเด็กที่ครอบคลุมเพื่อสามารถรับมือกับภัยออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”</p>



<p>คิมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการส่งเสริมให้เด็กและผู้ดูแลได้ตระหนักถึงภัยออนไลน์มากขึ้น ด้วยการส่งเสริมความรู้ด้านดิจิทัล การคิดวิเคราะห์ และการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ต้องมีการออกมาตรการทางกฎหมายและการบังคับใช้ที่เข้มงวดพร้อมกับการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศให้เข้มแข็ง &nbsp;อีกทั้งเน้นไปที่การปรับปรุงบริการคุ้มครองเด็ก การเยียวยาจิตใจ และการให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่เด็กที่ตกเป็นเหยื่อและเด็กที่เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าว</p>



<p>ยูนิเซฟได้เรียกร้องให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และกฎหมายพิเศษ เพื่อให้การละเมิดและการแสวงประโยชน์ทางเพศเด็กทางออนไลน์ในทุกรูปแบบเป็นความผิดอาญา ซึ่งรวมถึงการล่อลวงหรือกรูมมิ่ง การขู่กรรโชกทางเพศทางออนไลน์ และการกลั่นแกล้งทางออนไลน์หรือไซเบอร์บูลลี่ โดยกระทรวงยุติธรรมกำลังดำเนินการขับเคลื่อนและผลักดันประเด็นนี้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยูนิเซฟยังผลักดันให้ยุทธศาสตร์การคุ้มครองเด็กแห่งชาติครอบคลุมทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องและคุ้มครองเด็กในประเทศไทย ซึ่งรวมถึงเรื่องภัยออนไลน์ &nbsp;โดยจำเป็นต้องมีการสนับสนุนงบประมาณที่เพียงพอในการนำยุทธศาสตร์ไปปฏิบัติด้วย</p>



<p><strong>ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม</strong> กล่าวเสริมว่า<br>งานประชุมระดับชาติครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดจากการประชุม ASEAN ICT Forum on Child Online Protection ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อให้ทุกภาคส่วนทำความเข้าใจและยกระดับแนวปฏิบัติของประเทศไทยให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติล่าสุดของอาเซียนและสากล โดยมุ่งเน้นไปที่การออกกฎหมายที่ครอบคลุมและการยกระดับการบริการเพื่อคุ้มครองและสนับสนุนเด็กที่เกี่ยวข้องกับการแสวงประโยชน์และการล่วงละเมิดทางเพศเด็กทางออนไลน์</p>



<p>“เพื่อเป็นการส่งเสริมความมุ่งมั่นร่วมกันในการสร้างสภาพแวดล้อมทางดิจิทัลที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับเด็ก และเพื่อปกป้องเด็กจากอาชญากรรมไซเบอร์และอันตรายทางออนไลน์ในยุคดิจิทัลที่ไร้ขอบเขต จึงมีความจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และสถาบันการศึกษา ในการร่วมกันเพื่อปกป้องและสนับสนุนการดำเนินการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีความครอบคลุมและสอดคล้องกับแนวปฏิบัติดังกล่าวของอาเซียน”&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ </strong>กล่าวปิดท้ายว่า “แนวปฏิบัติอาเซียนฯ จะเป็นกรอบให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการช่วยเหลือ บำบัดฟื้นฟู แก้ไข เด็กที่ตกเป็นเหยื่อและเด็กที่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมจากการแสวงหาประโยชน์และการล่วงละเมิดทางเพศเด็กทางออนไลน์ ต้องนำไปประยุกต์ใช้ ทบทวน และพัฒนากระบวนการทำงานให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับภูมิภาค ซึ่งจะทำให้การประสานส่งต่อการช่วยเหลือทั้งระหว่างหน่วยงาน ระหว่างพื้นที่ และระหว่างประเทศ เป็นไปโดยยึดตามหลักการและเป้าหมายของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กทุกคนในยุคดิจิทัล”</p>



<p>เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ยูนิเซฟได้ร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัย ออกแคมเปญ <a href="https://www.unicef.org/thailand/th/onlinesafety">#สงสัยไว้ก่อน</a> เพื่อกระตุ้นให้เด็กและวัยรุ่น&nbsp; &#8220;คิดทบทวนให้ถี่ถ้วน&#8221; ก่อนที่จะแชร์รูปภาพ วิดีโอ และข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์&nbsp; โดยได้ตอกย้ำว่าการขู่กรรโชกทางเพศและการแสวงประโยชน์ทางเพศทางออนไลน์ถือเป็นอาชญากรรม แคมเปญนี้ยังส่งเสริมให้เกิดการพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาภัยออนไลน์ และสนับสนุนให้เด็ก ๆ ขอความช่วยเหลือเมื่อพวกเขาตกอยู่ในความเสี่ยงหรือเป็นผู้เสียหาย</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/222235">UNICEF จับมือรัฐบาลไทย ต่อสู้กับการล่วงละเมิดทางเพศเด็กผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งกำลังเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อเด็กไทย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยูนิเซฟ พบ อาหารที่มุ่งขายเด็กเล็กในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีปริมาณน้ำตาลและเกลือสูง</title>
		<link>https://brickinfotv.com/article/215145</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 17 Dec 2023 04:37:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิเซฟ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเด็ก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=215145</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลการศึกษาชิ้นใหม่ซึ่งสนับสนุนโดยยูนิเซฟและพันธมิตร Con [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/215145">ยูนิเซฟ พบ อาหารที่มุ่งขายเด็กเล็กในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีปริมาณน้ำตาลและเกลือสูง</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ผลการศึกษาชิ้นใหม่ซึ่งสนับสนุนโดยยูนิเซฟและพันธมิตร Consortium for Improving Complementary Foods in Southeast Asia (COMMIT) เปิดเผยวันนี้ว่า <strong>อาหารสำเร็จรูปที่มุ่งทำการตลาดกับเด็กอายุระหว่าง </strong><strong>6 เดือนถึง 3 ปีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น มีปริมาณน้ำตาลและเกลือสูง</strong> และยังติดฉลากที่อาจจะ<strong>สร้างความเข้าใจผิดและหลอกลวง</strong> อีกทั้งยังขาดระเบียบข้อบังคับที่เข้มงวดในขั้นตอนการผลิตและจำหน่าย</p>



<p>การศึกษาชิ้นนี้ทำการประเมินอาหารสำเร็จรูปสำหรับเด็กมากกว่า <strong>1,600</strong><strong> ชนิด</strong> ไม่ว่าจะเป็น อาหารเสริมจากธัญพืชสำหรับทารก &nbsp;อาหารบดในรูปแบบขวดและซอง ของขบเคี้ยว และอาหารพร้อมรับประทานที่มุ่งเป้าไปยังเด็กเล็กใน 7 ประเทศ ได้แก่ <strong>กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม</strong> นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค ตลอดจนระเบียบข้อบังคับในทั้ง 7 ประเทศดังกล่าว</p>



<p>การศึกษาพบว่า<strong>เกือบครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ </strong><strong>44)</strong> ของอาหารสำเร็จรูปมีการเติมน้ำตาลและสารให้ความหวาน และอัตรานี้สูงถึง<strong>ร้อยละ </strong><strong>72</strong> ในกลุ่มของขบเคี้ยวและอาหารทานเล่น ในขณะที่กว่า <strong>1 ใน 3</strong> ของผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีปริมาณโซเดียมสูงกว่าที่แนะนำ นอกจากนี้ <strong>เกือบร้อยละ </strong><strong>90</strong> ของอาหารเหล่านี้ติดฉลากที่อาจสร้างความเข้าใจผิดหรือหลอกลวงเกี่ยวกับส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์</p>



<p><strong>เดอเบอรา โคมินี่ ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก</strong> กล่าวว่า “มีผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพที่เน้นขายให้กับเด็กเล็กมากเกินไป อีกทั้งยังติดฉลากที่อาจหลอกลวงหรือสร้างความเข้าใจผิดให้กับพ่อแม่ ซึ่งเด็ก ๆ และพ่อแม่ควรได้รับสิ่งที่ดีกว่านี้”</p>



<p>ปัจจุบัน เด็กเล็กในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บริโภคผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำเร็จรูปเป็นประจำ โดย<strong>ร้อยละ </strong><strong>79</strong> ของแม่ที่อาศัยอยู่ในเมืองให้ลูกกินอาหารเหล่านี้ทุกวัน และยอดขายของอาหารเหล่านี้เพิ่มขึ้น <strong>ร้อยละ </strong><strong>45</strong> ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา</p>



<p>ในด้านของข้อบังคับ การศึกษาระบุว่าทั้ง 7 ประเทศไม่มีนโยบายควบคุมส่วนประกอบและการติดฉลากอาหารดังกล่าวตามคำแนะนำสากล หลายประเทศไม่มีมาตรการทางกฎหมายในการควบคุมปริมาณน้ำตาลและเกลือ ในขณะที่บางประเทศมีการควบคุมปริมาณน้ำตาลหรือเกลือในอาหารบางหมวดหมู่เท่านั้น เช่น อาหารเสริมจากธัญพืชหรือของขบเคี้ยว แต่ปริมาณสูงสุดที่กำหนดก็ยังสูงกว่ามาตรฐานสากล ทั้งนี้ การบริโภคน้ำตาลตั้งแต่ยังเด็กอาจทำให้เกิดฟันผุ น้ำหนักเพิ่ม และนิสัยการกินที่ไม่ดี ในขณะที่การบริโภคโซเดียมในปริมาณสูงอาจทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง</p>



<p>นอกจากนี้ ยังพบการกล่าวอ้างบนฉลากผลิตภัณฑ์อย่างแพร่หลาย โดย<strong>ร้อยละ </strong><strong>90</strong> มีการระบุส่วนประกอบและปริมาณสารอาหาร <strong>ซึ่งมักพบข้อความ</strong> เช่น <strong>“จากธรรมชาติทั้งหมด”, “แหล่งวิตามินที่ดี” และ “ไม่มีส่วนผสมสังเคราะห์”</strong> &nbsp;<strong>ในผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณน้ำตาล เกลือ และไขมันสูง</strong> &nbsp;นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศกัมพูชา ฟิลิปปินส์ และลาวส่วนใหญ่มีแต่ฉลากภาษาอังกฤษเท่านั้น ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อพ่อแม่ในการเลือกซื้ออาหารที่เหมาะสมสำหรับลูก</p>



<p>โคมินี่กล่าวเสริมว่า “รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ และผู้ผลิตอาหารต้องร่วมกันหันมาปกป้องสุขภาพของเด็กเล็ก เพราะโภชนาการที่ดีในขวบปีแรกจะช่วยให้เด็กเติบโตอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างครอบครัวให้แข็งแกร่ง ส่งเสริมแรงงานที่มีประสิทธิภาพและเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ในทางกลับกัน โภชนาการที่แย่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเตี้ยแคระแกร็น การขาดสารอาหาร น้ำหนักเกิน โรคอ้วน และโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ซึ่งจะส่งผลรุนแรงต่อเด็กและครอบครัว และระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจในท้ายที่สุด”</p>



<p><strong>ยูนิเซฟ และ </strong><strong>COMMIT มีข้อเรียกร้องดังนี้:</strong></p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ปรับปรุงนโยบายและมาตรฐาน<a>อาหารสำเร็จรูปสำหรับทารกและเด็กเล็ก </a>ซึ่งรวมถึง การห้ามเติมน้ำตาลและสารให้ความหวาน จำกัดปริมาณโซเดียม และห้ามทำการตลาดหรือติดฉลากผลิตภัณฑ์ที่สร้างความเข้าใจผิด&nbsp;</li>



<li>รัฐต้องเฝ้าระวัง และบังคับใช้ข้อบังคับกับอาหารสำเร็จรูปสำหรับทารกและเด็กเล็ก &nbsp;</li>



<li>ส่งเสริมให้พ่อแม่เลือกอาหารที่หลากหลายให้กับลูกน้อย รู้เท่าทันโฆษณาชวนเชื่อ และศึกษาฉลากผลิตภัณฑ์</li>
</ol>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/215145">ยูนิเซฟ พบ อาหารที่มุ่งขายเด็กเล็กในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีปริมาณน้ำตาลและเกลือสูง</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
