<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<atom:link href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://brickinfotv.com/tag/ธนวัฒน์-สุธรรมพันธุ์</link>
	<description>ข่าวสาร สาระ ความรู้ และความบันเทิง</description>
	<lastBuildDate>Thu, 04 Jun 2026 12:57:51 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.1</generator>

<image>
	<url>https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/07/cropped-06-Favicon-Brick-100x100.png</url>
	<title>ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<link>https://brickinfotv.com/tag/ธนวัฒน์-สุธรรมพันธุ์</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>AIS Business ผนึกกำลัง ไมโครซอฟท์ เปิดตัวโครงการ AI Ready for SMEs ยกระดับศักยภาพธุรกิจไทย</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/311731</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nopparit Kamolsuwan]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 06:34:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Advanced Info Service Public Company Limited]]></category>
		<category><![CDATA[AIS]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft (Thailand) Limited]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ภูผา เอกะวิภาต]]></category>
		<category><![CDATA[สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สุปรีย์ ทองเพชร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=311731</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; เอไอเอส บิสซิเนส (AIS Busine [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/311731">AIS Business ผนึกกำลัง ไมโครซอฟท์ เปิดตัวโครงการ AI Ready for SMEs ยกระดับศักยภาพธุรกิจไทย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ<strong> &#8211;</strong> <a href="https://www.ais.th/business/sme/sme-campaign/sme-ai-ready">เอไอเอส<strong> </strong>บิสซิเนส (<strong>AIS Business</strong>)</a> ประกาศความร่วมมือกับ ไมโครซอฟท์<strong> </strong>ประเทศไทย (<strong>Microsoft Thailand</strong>) เปิดตัวโครงการ <strong>AI Ready for SMEs</strong> เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ <strong>SMEs</strong> ของไทยที่มีมากกว่า 3.13 ล้านราย สามารถเข้าถึงและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ <strong>AI</strong> ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการออกแบบแพ็กเกจที่เหมาะสม การจัดอบรมพัฒนาทักษะ และการสร้างโซลูชันเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทยในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล</p>



<p>การขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวประกอบด้วย 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การนำเสนอแพ็กเกจ <strong>SME AI Ready</strong> ที่ผสานการทำงานของ <strong>Microsoft 365</strong> และ <strong>Copilot</strong> พร้อมบริการดูแลหลังการขายผ่านสายด่วน 1740 โดยลูกค้าที่สมัครใช้งานกลุ่มแรกจะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการฝึกอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมในการใช้งาน กลยุทธ์ต่อมาคือการพัฒนาทักษะ <strong>AI</strong> ผ่านกิจกรรมโรดโชว์ทั่วประเทศเพื่ออบรมผู้ประกอบการกว่า 700 รายภายในสิ้นปี 2569 รวมถึงการเปิดให้เข้าถึงหลักสูตรออนไลน์จากโครงการ <strong>Microsoft Elevate</strong> และกลยุทธ์สุดท้ายคือการพัฒนา <strong>SME AI Agent</strong> ซึ่งเป็นโซลูชันที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างผู้ช่วยอัจฉริยะเฉพาะด้านบน <strong>Copilot</strong> ได้ โดยนำร่องจากผู้ช่วยด้านธุรกิจและมีแผนขยายไปยังสายงานอื่น ๆ ในอนาคต </p>



<p>นายภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ <strong>AIS</strong> ระบุถึงความท้าทายของกลุ่มธุรกิจรายย่อยในการเข้าถึง เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการยังคงเผชิญกับปัญหาข้อมูลและเอกสารที่กระจัดกระจาย ทำให้ไม่สามารถนำข้อมูลที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ทางธุรกิจได้อย่างเต็มที่ รวมถึงยังมีข้อจำกัดด้านความรู้ความเข้าใจ ความกังวลเรื่องการรั่วไหลของข้อมูลบริษัท ตลอดจนการขาดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลรักษาระบบไอที ดังนั้นเป้าหมายสำคัญของโครงการ <strong>AI Ready for SMEs</strong> ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง เอไอเอส และ ไมโครซอฟท์ คือการสร้างความเข้าใจและสนับสนุนให้เกิดการใช้งานจริงอย่างรวดเร็ว ผ่านการมีเทมเพลตสำเร็จรูป ช่วยปกป้องข้อมูลไม่ให้สูญหาย และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้ประกอบการมั่นใจในมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยระดับองค์กร ภายใต้แนวคิดการทำน้อยแต่ได้ผลลัพธ์มาก</p>



<p>การขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวประกอบด้วยกลยุทธ์หลัก ทั้งการพัฒนาทักษะผ่านกิจกรรมโรดโชว์ที่ตั้งเป้าเข้าถึงผู้ประกอบการ 700 รายภายในปี 2569 การเปิดหลักสูตรออนไลน์ และไฮไลต์สำคัญคือการออกแบบแพ็กเกจ <strong>SME AI Ready</strong> สำหรับธุรกิจรายย่อยโดยเฉพาะ ซึ่งมีราคาเริ่มต้น 499 บาทต่อเดือน โดยผู้ใช้งานจะได้รับสิทธิ์โทรฟรี 200 นาที ใช้อินเทอร์เน็ตไม่จำกัดสำหรับการใช้งาน <strong>Microsoft 365</strong> และได้สิทธิ์การใช้งาน <strong>Microsoft 365 Business Basic</strong> ที่มาพร้อม <strong>Secure AI Chat</strong> นอกจากนี้ยังมีแพ็กเกจ 659 บาทต่อเดือน ที่ผู้ใช้งานจะได้รับการเข้าถึง <strong>Copilot Business</strong> พร้อมสิทธิ์การเข้าร่วมฝึกอบรมทักษะด้าน <strong>AI</strong> ทั้งรูปแบบออนไลน์และออนไซต์ รวมถึงได้รับ <strong>AI Agent Template</strong> เพื่อนำไปปรับแต่งผู้ช่วยอัจฉริยะให้เหมาะสมกับธุรกิจตนเอง โดยทุกแพ็กเกจจะได้รับการดูแลจากทีมผู้เชี่ยวชาญ <strong>AIS Service Desk</strong> ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสายด่วน 1740 นอกจากนี้สำหรับผู้ที่สมัครแพ็กเกจ Copilot 1,000 รายแรก จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการเวิร์กช็อปวิธีใช้ฟรีและสำหรับจะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการเวิร์กช็อปวิธีใช้ฟรีและสำหรับลูกค้าที่สมัครใช้บริการตั้งแต่ 10 ไลเซนส์ขึ้นไปจะได้รับสิทธิ์การฝึกอบรมแบบ Private ออฟฟิศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/06/IMG_0514-1024x768.jpeg" alt="" class="wp-image-311746" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/06/IMG_0514-1024x768.jpeg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/06/IMG_0514-300x225.jpeg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/06/IMG_0514-768x576.jpeg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/06/IMG_0514-1536x1152.jpeg 1536w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/06/IMG_0514-2048x1536.jpeg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading">ไมโครซอฟท์ชี้ AI คือ &#8220;ผู้ช่วยระดับด็อกเตอร์&#8221; ที่จะมาอุดช่องว่างทางธุรกิจ</h2>



<p>ทางด้าน นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และตลาดใหม่ (<strong>Microsoft</strong>) ระบุว่า ปัจจุบันทุกประเทศทั่วโลกต่างกำลังสรรหาโอกาสในการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาสร้างแต้มต่อทางธุรกิจ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวได้เข้ามาเปลี่ยนวิถีการทำงานเดิมๆ และวิธีคิดไปอย่างสิ้นเชิง โดยทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยส่วนตัวที่สามารถเชื่อมช่องว่างในทุกเวอร์ชันและทุกสายอาชีพ ซึ่งในปัจจุบันความรู้ของเทคโนโลยี AI ที่อยู่ในระบบนั้นได้รับการพัฒนาจนมีความรู้เทียบเท่าระดับด็อกเตอร์แล้ว</p>



<p>ในอดีตผู้ประกอบการรายย่อยมักเผชิญข้อจำกัดด้านทักษะและงบประมาณในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล แต่ <strong>AI</strong> ได้เข้ามาช่วยลดข้อจำกัดเหล่านี้ ความได้เปรียบในปัจจุบันจึงไม่ได้อยู่ที่ขนาดขององค์กร แต่อยู่ที่ความเร็วในการนำเทคโนโลยีไปปรับใช้ สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ ไมโครซอฟท์ได้นำ <strong>Microsoft Copilot</strong> เข้ามาช่วยกลุ่ม SMEs ยกระดับการให้บริการด้านการสื่อสารและการสนับสนุนลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมงในทุกวัน (24/7) รวมไปถึงการนำมาใช้ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าได้อย่างแม่นยำ</p>



<p>จุดเด่นที่สำคัญคือด้านความปลอดภัย โดยมีระบบจำกัดการเข้าถึงเพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลสำคัญของบริษัทถูกนำออกไปใช้โดยบุคคลภายนอกองค์กรได้ฟรี อีกทั้งผู้ใช้งานยังสามารถสร้าง <strong>AI Agent</strong> เฉพาะทางของตนเองได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม</p>



<p>นายธนวัฒน์ เชื่อมั่นว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์จะสามารถขับเคลื่อนธุรกิจ SMEs ไทยเข้าสู่ความสำเร็จในยุค AI ได้อย่างยั่งยืน ผ่านการผลักดัน 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>&nbsp;การสร้างนวัตกรรมที่สร้างความแตกต่าง</li>



<li>&nbsp;การพัฒนาระบบนิเวศรอบด้านเพื่อส่งเสริมการเติบโต</li>



<li>&nbsp;การสร้างเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้และปลอดภัย</li>



<li>&nbsp;การฝึกอบรมทักษะของแรงงานให้เน้นการเกิดการใช้งานได้จริง</li>
</ul>



<p>ขณะที่ นายสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย ได้ให้ความเห็นว่า ทางสภาฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญในการนำเทคโนโลยี <strong>AI</strong> มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โครงการ <strong>AI Ready for SMEs</strong> นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ช่วยลดช่องว่างทางเทคโนโลยีและเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ให้กับผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้ในเวทีระดับนานาชาติ </p>



<p>นายสุปรีย์ ระบุต่ออีกว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีกลุ่มธุรกิจ <strong>SMEs</strong> อยู่ประมาณ 3.2 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 70 ของการจ้างงานทั้งประเทศ และสร้างรายได้ร้อยละ 35 ของประเทศ </p>



<h2 class="wp-block-heading">โดยสามารถแบ่งขนาดธุรกิจออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ </h2>



<ul class="wp-block-list">
<li>กลุ่มไมโคร (Micro) จำนวนพนักงาน 1-5 คน เช่น ร้านค้าปลีกอาหารและฟรีแลนซ์ </li>



<li>กลุ่มขนาดย่อม (Small) จำนวนพนักงาน 6-50 คน เช่น คลินิกและโรงงานขนาดเล็ก</li>



<li>กลุ่มขนาดกลาง (Medium) จำนวนพนักงาน 51-200 คน เช่น อุตสาหกรรมการผลิตและซอฟต์แวร์ </li>
</ul>



<p>ซึ่งกลุ่มธุรกิจเหล่านี้มีโอกาสประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ในอุตสาหกรรมหลัก เช่น ธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งที่คิดเป็นร้อยละ 40 ของ <strong>SMEs</strong> ทั้งหมด สามารถนำแชตบอต การบริหารคลังสินค้าอัจฉริยะ และการทำการตลาดระดับบุคคลมาใช้งาน ในขณะที่อุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยวสามารถใช้ <strong>AI</strong> วางแผนการเดินทางส่วนตัวหรือแปลภาษาแบบเรียลไทม์ รวมไปถึงภาคการเกษตรที่สามารถนำไปช่วยทำเกษตรแม่นยำและพยากรณ์อากาศ</p>



<p>ผลลัพธ์เชิงประจักษ์จากการนำ <strong>AI</strong> มาใช้นั้น สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทยประเมินว่าจะช่วยให้ผู้ประกอบการประหยัดเวลาได้ถึง 120 ชั่วโมงต่อเดือน เพิ่มผลผลิตจากการใช้ระบบอัตโนมัติ และยกระดับการบริการลูกค้าได้ดีขึ้นร้อยละ 65 ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 67 เป็นร้อยละ 80.6 อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ภาคธุรกิจต้องตระหนักถึงควบคู่กันไปคือการกำกับดูแลเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยของข้อมูลและสิทธิส่วนบุคคล เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด</p>



<p>ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะเปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมิถุนายนจนถึงเดือนกันยายน 2569 โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ของโครงการ</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/311731">AIS Business ผนึกกำลัง ไมโครซอฟท์ เปิดตัวโครงการ AI Ready for SMEs ยกระดับศักยภาพธุรกิจไทย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไมโครซอฟท์ ประกาศทุ่มงบกว่า 3.6 หมื่นล้านบาท ปูพรมโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และ AI ในไทย</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/305216</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 31 Mar 2026 09:45:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft Corporation]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[USTDA]]></category>
		<category><![CDATA[กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ทำเนียบรัฐบาล]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชัน]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานการค้าและการพัฒนาแห่งสหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา]]></category>
		<category><![CDATA[อนุทิน ชาญวีรกูล]]></category>
		<category><![CDATA[แบรด สมิธ]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=305216</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; บริษัท ไมโครซอฟท์ (Microsoft [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/305216">ไมโครซอฟท์ ประกาศทุ่มงบกว่า 3.6 หมื่นล้านบาท ปูพรมโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และ AI ในไทย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> บริษัท <strong>ไมโครซอฟท์ (Microsoft)</strong> ประกาศแผนการลงทุนครั้งใหญ่ในประเทศไทยมูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท ในช่วงปี 2569 &#8211; 2571 เพื่อพัฒนา<strong>โครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์และเอไอ (Cloud &amp; AI Infrastructure)</strong> ระดับโลก โดยเน้นย้ำความร่วมมือกับรัฐบาลไทยภายใต้ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล มุ่งเน้นการสร้างศูนย์ข้อมูลที่ยั่งยืน การยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ และการเพิ่มทักษะด้านเทคโนโลยีให้กับคนไทยกว่า 2 ล้านคน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลกอย่างเป็นรูปธรรม</p>



<p>นายแบรด สมิธ (Brad Smith) รองประธานกรรมการบริหารและประธาน บริษัท <strong>ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชัน (Microsoft Corporation)</strong> ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยืนยันความร่วมมือในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาค โดยการลงทุนนี้จะครอบคลุมการสร้าง <strong>ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center)</strong> ที่ใช้พลังงานสะอาดและการบริหารจัดการน้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสานต่อความร่วมมือกับพันธมิตรภาคเอกชนชั้นนำในไทย อาทิ กัลฟ์ (GULF), เอไอเอส (AIS), เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP), ทรู คอร์ปอเรชั่น (True Corporation) และ ทรู ไอดีซี (True IDC) เพื่อถ่ายทอดความเชี่ยวชาญทางเทคนิคและสร้างโอกาสการจ้างงานในสายงานทักษะสูง</p>



<p>นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวถึงความสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ว่า <em>&#8220;เราต้องการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ของเอเชีย การจะบรรลุเป้าหมายนี้ได้ เราต้องมุ่งสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับอนาคต ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ระดับชาติด้านดิจิทัลและ AI ที่เสริมให้เศรษฐกิจไทยพร้อมคว้าโอกาสจากอุตสาหกรรม S-Curve ใหม่ๆ การประกาศลงทุนของไมโครซอฟท์ในวันนี้เป็นส่วนสำคัญในการเดินหน้าสู่จุดมุ่งหมายนี้ และยังช่วยตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นในอนาคตของประเทศไทยอีกด้วย&#8221;</em></p>



<p>ด้านนายแบรด สมิธ ระบุว่าเทคโนโลยีคลาวด์และ <strong>ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence)</strong> เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยกล่าวว่า <em>&#8220;ไมโครซอฟท์มีความภูมิใจที่ได้ร่วมสนับสนุนวิสัยทัศน์ของประเทศไทยในการสร้างระบบคลาวด์และ AI ที่มีความมั่นคงสูงผสมผสานทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่ไว้วางใจได้ แพลตฟอร์มที่ปลอดภัย และทักษะที่สำคัญ ซึ่งจะช่วยให้สามารถนำ AI มาใช้งานเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันได้จริง และสร้างโอกาสในการทำงานไปพร้อมๆ กัน&#8221;</em> นอกจากด้านโครงสร้างพื้นฐาน <strong>ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย (Microsoft Thailand)</strong> ยังให้ความสำคัญกับ <strong>อธิปไตยดิจิทัล (Digital Sovereignty)</strong> โดยทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พัฒนาระบบ <strong>TH2OECD</strong> บนแพลตฟอร์ม <strong>Microsoft Azure OpenAI</strong> เพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบกฎหมายไทยกับมาตรฐาน OECD รวมถึงได้รับสนับสนุนทุนจากสำนักงานการค้าและการพัฒนาแห่งสหรัฐอเมริกา (USTDA) เพื่อพัฒนาโซลูชัน AI ให้กับภาคอีคอมเมิร์ซในไทย ซึ่งเป็นการตอกย้ำบทบาทของไทยในการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมของอาเซียน</p>



<p>ในส่วนของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ <strong>ไมโครซอฟท์</strong> ได้ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการและกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ผ่านโครงการ <strong>Microsoft Elevate</strong> เพื่อฝึกอบรมทักษะดิจิทัลให้กับนักเรียนและแรงงานไทย โดยตั้งเป้ารับรองความสามารถแรงงานเพิ่มอีก 150,000 คน ผ่านหลักสูตรภาษาไทยกว่า 280 รายการ เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในยุคเศรษฐกิจ AI อย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/305216">ไมโครซอฟท์ ประกาศทุ่มงบกว่า 3.6 หมื่นล้านบาท ปูพรมโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และ AI ในไทย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บอสใหญ่ Microsoft ไทย ไม่กังวลฟองสบู่ AI พร้อมให้ความมั่นใจว่า เทคโนโลยีนี้ยังมีโอกาสอีกมาก</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/294107</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Nov 2025 04:37:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[GenAI]]></category>
		<category><![CDATA[Generative AI]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟองสบู่ AI]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=294107</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/294107">บอสใหญ่ Microsoft ไทย ไม่กังวลฟองสบู่ AI พร้อมให้ความมั่นใจว่า เทคโนโลยีนี้ยังมีโอกาสอีกมาก</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท <strong>ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย</strong> (<strong>Microsoft Thailand</strong>) แสดงความเห็นต่อข้อกังวลเรื่องภาวะฟองสบู่ในตลาดปัญญาประดิษฐ์ (<strong>AI</strong>) โดยระบุว่าการลงทุนในเทคโนโลยี <strong>AI</strong> ยังคงมีความคุ้มค่าและมีโอกาสในการเติบโตอีกมาก เนื่องจาก <strong>Generative AI</strong> ทำให้ผู้คนเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้นด้วยการสั่งงานด้วยภาษาพูด รวมถึงสามารถนำ <strong>AI</strong> มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น การนำมาแก้ไขปัญหาในประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคการศึกษาและการท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีประเทศใดนำ <strong>AI</strong> ไปใช้ได้อย่างสมบูรณ์แบบเลย</p>



<p>การมาถึงของเทคโนโลยี <strong>Generative AI</strong> ได้เปลี่ยนแปลงการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างมีนัยสำคัญ <strong>นายธนวัฒน์</strong> อธิบายว่า ในอดีตการใช้งานเทคโนโลยีจำเป็นต้องมีความเข้าใจภาษาคอมพิวเตอร์ แต่ปัจจุบัน <strong>Generative AI</strong> อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถสั่งงานระบบปัญญาประดิษฐ์ได้ด้วยภาษาคนปกติ ทำให้เทคโนโลยีสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนได้ง่ายขึ้น</p>



<p>เมื่อกล่าวถึงประเด็นฟองสบู่ <strong>AI</strong> ซึ่งเป็นข้อสงสัยของนักลงทุนเกี่ยวกับความคุ้มค่าของการลงทุนจำนวนมหาศาลในบริษัทเทคโนโลยี <strong>AI</strong> เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ผ่านมา <strong>ผู้บริหาร Microsoft ไทย</strong> มองว่าการลงทุนยังคงคุ้มค่าและมีโอกาสสูง เนื่องจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สามารถเข้ามาช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศได้อย่างแท้จริง โดยยกตัวอย่างในภาคการศึกษาที่ <strong>AI</strong> สามารถเป็นเครื่องมือช่วยแก้ไขปัญหา เช่น การทำหน้าที่เป็นติวเตอร์ส่วนตัว หรือช่วยยกระดับครูชั้นนำในการออกแบบวิชาเรียนและกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับนักเรียนแต่ละบุคคลได้หากมีข้อมูลเพียงพอ</p>



<p>อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงความกังวลเกี่ยวกับการใช้งาน <strong>AI</strong> ในกลุ่มเยาวชน โดยเฉพาะในภาคการศึกษา <strong>Microsoft Copilot</strong> มีการระบุเงื่อนไขในการแนะนำในการงดใช้งานสำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า <strong>13 ปี</strong> เพื่อความเหมาะสม ควบคู่ไปกับบทบาทของภาคการศึกษาที่ต้องปรับตัว <strong>นายธนวัฒน์</strong> มองว่า ครูผู้สอนควรหันมาเน้นการสอนให้นักเรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์ แยกแยะ และมีความคิดสร้างสรรค์ในการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ เพื่อให้สามารถนำ <strong>AI</strong> ไปใช้ในการสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจหรือธุรกิจของตนเองในอนาคต</p>



<p><strong>นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์</strong> ระบุว่า &#8220;หากมองในต่างประเทศก็ยังไม่มีประเทศไหนที่นำปัญญาประดิษฐ์เข้าไปใช้ได้อย่างไร้รอยต่อ (AI Embedded) นั่นแปลว่ายังมีโอกาสอีกมากนั่นเอง เพราะปีนี้เพิ่งเป็นปีที่ 3 ที่ GenAI เปิดตัวสู่สายตาชาวโลกเท่านั้น&#8221; แสดงให้เห็นว่า <strong>AI</strong> ยังมีศักยภาพที่ยังไม่ได้ถูกดึงออกมาใช้อย่างเต็มที่ ไม่เพียงแต่ภาคการศึกษาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภาคส่วนอื่น ๆ เช่น การท่องเที่ยว ที่ <strong>AI</strong> จะมีบทบาทสำคัญในการเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับประเทศ</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/294107">บอสใหญ่ Microsoft ไทย ไม่กังวลฟองสบู่ AI พร้อมให้ความมั่นใจว่า เทคโนโลยีนี้ยังมีโอกาสอีกมาก</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระทรวงแรงงาน จับมือ ไมโครซอฟท์ ปั้นแรงงานไทย 1.5 แสนคน สู่ยุค AI หนุนวิสัยทัศน์ Workforce 5.0</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/294100</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Nov 2025 04:19:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[DSD]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ตรีนุช เทียนทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[สมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=294100</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; กระทรวงแรงงาน และ บริษัท ไมโ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/294100">กระทรวงแรงงาน จับมือ ไมโครซอฟท์ ปั้นแรงงานไทย 1.5 แสนคน สู่ยุค AI หนุนวิสัยทัศน์ Workforce 5.0</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>กระทรวงแรงงาน</strong> และ <strong>บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย (Microsoft Thailand)</strong> ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญภายใต้โครงการ <strong>“AI for Workforce”</strong> เพื่อเร่งพัฒนาทักษะ <strong>ปัญญาประดิษฐ์ (AI)</strong> ให้กับแรงงานไทยจำนวน <strong>150,000 คน</strong> ทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกำลังแรงงานในยุค <strong>AI</strong> และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น <strong>“ผู้สร้าง”</strong> ในเศรษฐกิจดิจิทัล ความร่วมมือนี้จะมุ่งเน้นการมอบทักษะ <strong>AI</strong> และประกาศนียบัตรที่เป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมผ่านหลักสูตรภาษาไทยกว่า 280 หลักสูตร โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 และจะขยายผลให้ครอบคลุมแรงงานทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม</p>



<p>ความร่วมมือระหว่าง <strong>กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน</strong> และ <strong>ไมโครซอฟท์ (Microsoft)</strong> ครั้งนี้มีขึ้นเพื่อสนับสนุนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของไทย และสานต่อวิสัยทัศน์ <strong>Workforce 5.0</strong> ซึ่งมุ่งยกระดับประเทศไทยให้เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและ <strong>ความพร้อมของกำลังแรงงาน (Workforce Readiness)</strong> สำหรับเศรษฐกิจ <strong>AI</strong> โดยโครงการ <strong>AI for Workforce</strong> จะดำเนินงานผ่านหลายโครงการหลักเพื่อสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ที่ยั่งยืน รวมถึงการขับเคลื่อน <strong>AI Transformation</strong> ภายใน <strong>กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน</strong> เองด้วย</p>



<p>โครงการหลักในการพัฒนาทักษะ <strong>AI</strong> ประกอบด้วย การจัดอบรมทักษะ <strong>AI พื้นฐาน</strong> ผ่านแพลตฟอร์ม <strong>DSD Online Training</strong> ที่มีหลักสูตรภาษาไทยกว่า <strong>280 หลักสูตร</strong> พร้อมมอบประกาศนียบัตรรับรองร่วมกัน, การฝึกอบรมเชิงลึกด้าน <strong>Data Analytics</strong> สำหรับผู้ที่ต้องการเป็น <strong>นักพัฒนา (Developer)</strong>, การพัฒนาขีดความสามารถสำหรับ <strong>ผู้กำหนดนโยบาย</strong> และ <strong>ผู้บริหาร</strong> ของกรมฯ, การฝึกอบรมสำหรับแรงงานที่กำลังว่างงานหรือเสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้าง รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับ <strong>วิทยากรผู้ฝึก</strong> ของกรมฯ ทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของแรงงานในทุกจังหวัด นอกจากนี้ <strong>กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน</strong> ยังเร่งพัฒนา <strong>มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ</strong> สำหรับทักษะ <strong>Generative AI</strong> เช่น <strong>Copilot</strong> เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดอีกด้วย</p>



<p>นางสาวตรีนุช เทียนทอง <strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</strong> กล่าวว่า การ <strong>Upskill – Reskill</strong> ให้แรงงานไทยก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและเศรษฐกิจดิจิทัลเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงฯ “ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับระบบการพัฒนาทักษะแรงงานของประเทศ ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานได้นำหลักสูตรและองค์ความรู้ระดับสากลด้าน <strong>AI, Cloud, Cybersecurity</strong> และทักษะดิจิทัลในสาขาต่าง ๆ มาบูรณาการให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม” และยังได้เชิญชวนแรงงานไทยให้เข้าร่วมโครงการเพื่อเพิ่มโอกาสในการได้งานและรายได้เพิ่มขึ้น</p>



<p>นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทน <strong>อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน</strong> เปิดเผยว่า “เราตระหนักถึงความจำเป็นที่แรงงานต้องมี <strong>ทักษะ AI</strong> เพื่อให้สามารถปรับตัวและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตนเองและองค์กร รวมถึงตอบสนองต่อความต้องการบุคลากรดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น” ด้าน นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ <strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และตลาดใหม่</strong> กล่าวถึงความจำเป็นเร่งด่วน โดยระบุว่า “เราเห็นถึงความต้องการแรงงานที่มีทักษะ <strong>Generative AI</strong> อย่างเร่งด่วนสูงถึง <strong>41%</strong> โดย <strong>ไมโครซอฟท์</strong> มีเป้าหมายที่จะติดอาวุธให้แรงงานไทยก้าวสู่การเป็น <strong>‘ผู้สร้าง’</strong> และ <strong>‘Frontier’</strong> ในเศรษฐกิจใหม่”</p>



<p>ทั้งนี้ ผลสำรวจความต้องการกำลังคนตามตำแหน่งงานและทักษะที่ต้องการในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2568-2572) โดย <strong>สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สอวช.)</strong> ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยต้องการบุคลากรทักษะสูงกว่า <strong>1,087,548 คน</strong> ในภาคส่วนสำคัญ โดยมีทักษะด้าน <strong>Data Analytics, Software Development Process</strong> และ <strong>Artificial Intelligence</strong> เป็นที่ต้องการอย่างมากในกลุ่มงานดิจิทัล ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นไปเพื่อตอบโจทย์ความต้องการบุคลากรดิจิทัลของประเทศโดยตรง</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/294100">กระทรวงแรงงาน จับมือ ไมโครซอฟท์ ปั้นแรงงานไทย 1.5 แสนคน สู่ยุค AI หนุนวิสัยทัศน์ Workforce 5.0</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไมโครซอฟท์ชู 3 องค์กรไทย &#8220;Frontier Firms&#8221; ต้นแบบผู้นำยุค AI</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/278614</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nopparit Kamolsuwan]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Jun 2025 11:54:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[OCS]]></category>
		<category><![CDATA[Office of the Council of State]]></category>
		<category><![CDATA[SCBX]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Chemicals]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเอสซีบีเอกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ณรัณ โพธิ์พัฒนชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ลลินทิพย์ เยี่ยมพลพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[สัญญา จินดาประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี เคมิคอลส์]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีบีเอกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=278614</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย (Micros [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/278614">ไมโครซอฟท์ชู 3 องค์กรไทย &#8220;Frontier Firms&#8221; ต้นแบบผู้นำยุค AI</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย (Microsoft Thailand) ได้ยกย่อง 3 องค์กรชั้นนำของไทย ได้แก่ <strong>กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ (SCBX)</strong>, <strong>เอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC)</strong>, และ <strong>สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)</strong> ให้เป็น <strong>&#8220;Frontier Firms&#8221;</strong> หรือองค์กรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการนำ <strong>ปัญญาประดิษฐ์ (AI)</strong> มาผสานการทำงานกับมนุษย์ได้อย่างลงตัว พร้อมเผยข้อมูลจากรายงานวิจัย <strong>Work Trend Index ประจำปี 2025</strong> ที่ชี้ให้เห็นทิศทางการปรับเปลี่ยนองค์กรเข้าสู่ยุค AI ด้วยโครงสร้างและมุมมองใหม่ที่เน้นความยืดหยุ่นในหลากหลายมิติ</p>



<p>ข้อมูลจากรายงาน Work Trend Index ของ <strong>ไมโครซอฟท์ (Microsoft)</strong> ยังสะท้อนถึงความท้าทายที่พนักงานต้องเผชิญ โดยก่อนหน้านี้มีข้อมูลระบุว่า <strong>88% ของพนักงานไทย</strong> ไม่มีแรงและเวลาเพียงพอสำหรับงานในมือ นอกจากนี้ ข้อมูลการใช้งานเครื่องมือบน <strong>Microsoft 365</strong> เผยว่าพนักงานทั่วโลกได้รับข้อความแจ้งเตือนเฉลี่ยทุก 2 นาที หรือ 275 ครั้งต่อวัน ซึ่งรวมถึงอีเมล ข้อความแชท และตารางการประชุม โดยพบว่าประมาณครึ่งหนึ่งของการประชุมแต่ละวันจะเกิดขึ้นในช่วงเวลา 09.00-11.00 น. และ 13.00-15.00 น. ซึ่งมักเป็นช่วงเวลาที่พนักงานมีประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด</p>



<p>นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย กล่าวว่า &#8220;ผู้บริหารส่วนใหญ่ต้องการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตต่อเนื่อง แต่คนทำงานมีแรงและเวลาจำกัด <strong>ระบบ AI</strong> หรือ <strong>Agentic AI</strong> ที่ทำงานอัตโนมัติได้ จึงเป็นทรัพยากรที่มีค่ามหาศาล พร้อมให้องค์กรนำไปปรับใช้ในรูปแบบที่เหมาะสม การสร้างทีมแบบไฮบริดที่มีพนักงานเป็นผู้บริหาร AI จึงเป็นคำตอบที่หลายองค์กรเลือก นับตั้งแต่ระยะสั้นที่องค์กรในไทยราว <strong>68%</strong> ได้นำ AI เข้ามาเปลี่ยนระบบงานบางส่วนให้เป็นอัตโนมัติแล้ว ไปจนถึงระยะยาว ที่เราอาจได้เห็นโครงสร้างองค์กรและเส้นทางอาชีพเปลี่ยนแปลงไป เมื่อ <strong>83% ของผู้บริหาร</strong> มองว่าพนักงานรุ่นใหม่จะมีโอกาสทำงานเชิงกลยุทธ์และการวางแผนเร็วขึ้น หากมี AI เข้ามาแบ่งเบาภาระ&#8221;</p>



<p>ทีมวิจัยของ <strong>ไมโครซอฟท์ (Microsoft)</strong> ได้แนะนำแนวทางสำหรับองค์กรที่ต้องการมุ่งสู่สถานะ <strong>Frontier Firm</strong> ไว้ 3 ประการ ได้แก่ <strong>1. ใช้กฎ 80/20 แบ่งงานให้ AI</strong> โดยให้ AI รับผิดชอบงาน 80% ที่สร้างผลลัพธ์ 20% ที่เหลือ <strong>2. ปรับมุมมองสู่ผังเนื้องาน</strong> เพื่อลดรอยต่อระหว่างแผนก และเสริมความคล่องตัวให้องค์กร <strong>3. บริหาร AI ให้เหมือนบริหารพนักงาน</strong> โดยเริ่มจากการปรับคำสั่งพื้นฐาน เพิ่มชุดข้อมูลที่ AI เข้าถึงได้ และแลกเปลี่ยนความเห็นกับ AI โดยตรง ซึ่งจะเป็นรูปแบบการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ <strong>AI Agent</strong> เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการเติบโตอย่างต่อเนื่อง</p>



<p>ในโอกาสนี้ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ได้เชิญ 3 องค์กรไทยระดับ <strong>&#8220;Frontier Firm&#8221;</strong> มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ในการนำ <strong>AI</strong> เข้ามาเป็นส่วนสำคัญของทีมงาน ระบบงาน และพันธกิจของแต่ละองค์กร</p>



<p><strong>กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ (SCBX)</strong> ได้สานต่อเป้าหมายสู่การเป็น <strong>AI-first organization</strong> โดยสนับสนุนให้พนักงานทุกแผนกนำ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ นางลลินทิพย์ เยี่ยมพลพัฒน์ Head of Financial Planning and Data Intelligence บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า &#8220;เราส่งเสริมการใช้ AI ให้พนักงานมีเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ขณะเดียวกันยังสนับสนุนให้เกิดการต่อยอดและขยายขีดความสามารถของฟังก์ชันงานเดิม ให้มีประสิทธิภาพ ละเอียด และครอบคลุมมากขึ้นด้วย AI ซึ่งออกแบบและพัฒนาโดยบุคลากรภายในองค์กรของเราเอง ตัวอย่างเช่น ระบบวิเคราะห์และปรับปรุงวิธีการสื่อสารกับลูกค้าของพนักงานสาขาในกลุ่มธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ&#8221;</p>



<p>สำหรับ <strong>เอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC)</strong> ผู้นำนวัตกรรมพอลิเมอร์และโซลูชันครบวงจรเพื่อความยั่งยืน ได้ส่งเสริมให้พนักงานนำ AI มาใช้ในชีวิตประจำวัน (AI Everyday) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความแม่นยำ และความคล่องตัวในกระบวนการทำงานทั่วทั้งองค์กร นายสัญญา จินดาประเสริฐ Enterprise Digital Director บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ <strong>SCGC</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า &#8220;<strong>SCGC</strong> เลือกใช้เทคโนโลยี <strong>Azure OpenAI Service</strong>, <strong>Power Platform</strong> และ <strong>AI Hub</strong> เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนา AI ในองค์กร โดยเฉพาะกับการประมวลผลข้อมูลด้าน <strong>Market Intelligence</strong> และได้ต่อยอดนำ <strong>Microsoft Azure OpenAI Service</strong> มาพัฒนาโครงการ <strong>&#8220;AILY&#8221;</strong> เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการใช้งาน AI ในองค์กรอย่างทั่วถึง ช่วยลดภาระงานและเพิ่มความคล่องตัวในการทำงาน โดยพนักงานทุกคนสามารถใช้งาน AI กับข้อมูลภายในได้อย่างปลอดภัย&#8221;</p>



<p>ส่วน <strong>สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)</strong> ได้พัฒนาโปรเจกต์ <strong>AI</strong> ภายใต้ชื่อ <strong>&#8220;TH2OECD&#8221;</strong> เพื่อสนับสนุนภารกิจของประเทศไทยในการเข้าร่วมเป็นสมาชิก <strong>องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)</strong> ควบคู่ไปกับการยกระดับระบบบริหารจัดการเอกสารทางกฎหมายให้สามารถสืบค้น อ้างอิง และใช้งานต่อได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ดร.ณรัณ โพธิ์พัฒนชัย ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ผลกระทบและประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย กองพัฒนากฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เผยว่า &#8220;AI มีส่วนช่วยให้เราก้าวข้ามความท้าทายด้านข้อมูลในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาษากฎหมายที่ซับซ้อน การเปรียบเทียบและตีความกฎหมายระหว่างภาษาไทยและภาษาอังกฤษให้ได้มาตรฐาน และในขณะเดียวกัน AI ยังช่วยให้นักกฎหมายของเราทำงานได้เร็วขึ้นในการค้นหาข้อมูลกฎหมาย การสรุปและกำหนดแนวทางการทำงาน รวมทั้งการพัฒนานโยบายและหลักกฎหมายให้เข้ากับบริบทปัจจุบันของสังคม&#8221;</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/278614">ไมโครซอฟท์ชู 3 องค์กรไทย &#8220;Frontier Firms&#8221; ต้นแบบผู้นำยุค AI</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>2 ยักษ์เทคฯ-โทรคมฯ ขยายความร่วมมือ เดินหน้าหนุนสตาร์ทอัพ ผ่านโครงการ “AIS x Microsoft for Startups”</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/115945</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Aug 2021 05:54:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[AIS]]></category>
		<category><![CDATA[AIS x Microsoft for Startups]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft]]></category>
		<category><![CDATA[ซันเจย์ แอนดรูว์ โทมัส]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=115945</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังจากที่ AIS ได้ประกาศความร่วมมือกับ ไมโครซอฟท์ ประเท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/115945">2 ยักษ์เทคฯ-โทรคมฯ ขยายความร่วมมือ เดินหน้าหนุนสตาร์ทอัพ ผ่านโครงการ “AIS x Microsoft for Startups”</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หลังจากที่ <strong>AIS</strong> ได้ประกาศความร่วมมือกับ <strong>ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย</strong> ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจ หรือ Strategic Partner ไปได้ไม่นาน ก็ได้เดินหน้าขยายโซลูชั่นเทคโนโลยีสู่กลุ่มสตาร์ทอัพซึ่งเป็นอีกฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลให้เติบโตไปได้ ภายใต้โครงการ <strong>“</strong><strong>AIS x Microsoft for Startups”</strong> โดย AIS จะเป็นพันธมิตรรายแรกอย่างเป็นทางการและเป็นรายเดียวในประเทศไทยในขณะนี้ เพื่อร่วมยกระดับและขับเคลื่อนศักยภาพของสตาร์ทอัพไทย มีเป้าหมายหลักในการมุ่งสนับสนุนสตาร์ทอัพไทยผ่านการมอบโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีที่จำเป็น พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ และข้อมูลเชิงลึกที่มีความสำคัญต่างๆ รวมถึงโอกาสในการเร่งการเติบโตของธุรกิจผ่านการเชื่อมต่อกับลูกค้าและพันธมิตร</p>



<p><strong>นายซันเจย์ แอนดรูว์ โทมัส</strong> หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ AIS อธิบายว่า “ภาพใหญ่ของการขับเคลื่อนประเทศในทุกระดับ ทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp; สิ่งสำคัญที่นับว่าเป็นฟันเฟืองหลักในวันนี้ คือ Business Model หรือ กระบวนการทำงานรูปแบบใหม่ที่แตกต่าง ซึ่งสามารถแก้ปัญหา (Pain point) ได้อย่างตอบโจทย์ ด้วยเครื่องมือ Digital และนวัตกรรม ที่เป็นรูปแบบการดำเนินธุรกิจของ Startup&nbsp; ดังนั้นตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา&nbsp; AIS จึงเป็น Telecom Operator รายแรกในประเทศไทยที่มีวิสัยทัศน์ในการสนับสนุน สร้างเวทีให้แก่ Startup จนถึงวันนี้ เป็นบทพิสูจน์แล้วในระดับหนึ่งว่า ไอเดียจาก Startup&nbsp; เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญของการสร้างนวัตกรรมรูปแบบบริการใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนในสังคมอย่างชัดเจน</p>



<p>สำหรับ AIS เรามีจุดยืนต่อการทำงานกับ StartUp ที่ชัดเจนมาโดยตลอดคือ การทำงานภายใต้พลังจากคู่คิด (Digital Partnership) ที่จะอยู่เคียงข้าง สนับสนุนไม่ให้พวกเขาทำงานเพียงลำพัง หากแต่ใช้ศักยภาพทั้งจากภายใน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีแพล็ตฟอร์ม องค์ความรู้ ฐานลูกค้าทั้งของ AIS และในกลุ่ม Singtel กว่า 750 ล้าน รายทั่วโลก รวมถึงการเชื่อมต่อกับกลุ่มพันธมิตรภายนอก และกลุ่มนักลงทุน เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืน&nbsp;</p>



<p>ซึ่งครั้งนี้การได้รับเกียรติและความไว้วางใจจากพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง Microsoft ในฐานะ Strategic Partner ที่นอกจากจะร่วมส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมแล้ว ยังเข้ามาร่วมเติมเต็มศักยภาพ เสริมขีดความสามารถด้าน IT infrastructure&nbsp; ของกลุ่ม Startup&nbsp; ภายใต้โครงการ <strong>AIS x Microsoft for Startups</strong> ให้แข็งแกร่ง พร้อมที่จะแข่งขันในตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้อย่างยั่งยืน ก็นับเป็นอีกพลังสำคัญที่จะทำให้ Start Up ไทย แข็งแรงขึ้น และสามารถฝ่าวิกฤตไปได้อย่างแน่นอน ”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="1000" height="592" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2021/08/Pic01-AIS-x-Microsoft-for-Startups.png" alt="" class="wp-image-115946" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2021/08/Pic01-AIS-x-Microsoft-for-Startups.png 1000w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2021/08/Pic01-AIS-x-Microsoft-for-Startups-300x178.png 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2021/08/Pic01-AIS-x-Microsoft-for-Startups-768x455.png 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2021/08/Pic01-AIS-x-Microsoft-for-Startups-990x586.png 990w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<p><strong>นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด อธิบายเสริมว่า “ทุกคนและทุกองค์กรต่างต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนในสถานการณ์ปัจจุบัน เราจึงมองเห็นความต้องการที่จะนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อให้องค์กรต่างๆได้อยู่รอดและเติบโตต่อไปได้ ความร่วมมือในการผลักดันสตาร์ทอัพไทยกับเอไอเอสในครั้งนี้ ก็เพื่อที่จะทำให้สตาร์ทอัพเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกันซ่อมสร้างเศรษฐกิจและสังคมด้วยกัน การทำให้สตาร์ทอัพสามารถเข้าถึงทรัพยากรทางเทคโนโลยี และพบโจทย์ลูกค้าโดยตรงกับเราจะทำให้มิชชั่นนี้ของเราสำเร็จไปด้วยกัน และจากเป้าหมายนี้ไมโครซอฟท์มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมและผลักดันให้สตาร์ทอัพไทยเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อเป็นหนึ่งฟันเฟืองในการร่วมกันเอาชนะความท้าทาย พัฒนาธุรกิจให้เดินหน้าไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทย และด้วยการผสานความรู้ความเชี่ยวชาญจากสององค์กรชั้นนำ เราจึงมั่นใจว่าจะสามารถร่วมปลดล็อคศักยภาพของสตาร์ทอัพในประเทศได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสนับสนุนคนไทยและธุรกิจไทยให้ปรับตัวพร้อมรับกับสถานการณ์และเดินหน้าต่อไป”</p>



<p>สตาร์ทอัพที่เข้าร่วมโครงการ <strong>“</strong><strong>AIS x Microsoft for Startups”</strong> จะได้รับการสนับสนุนทรัพยากรด้านเทคโนโลยี การเข้าถึงสตาร์ทอัพคอมมูนิตี้ต่างๆ และเทคนิคการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาด ดังต่อไปนี้</p>



<ul class="wp-block-list"><li>สร้างธุรกิจบนคลาวด์ที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุดและมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีที่สุด โดยสตาร์ทอัพจะได้รับประโยชน์จากระบบความปลอดภัยแบบ built-in ของ Azure ซึ่งมีการรับรองมาตรฐานที่มากที่สุดในอุตสาหกรรม อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนการเชื่อมต่อด้วยเครือข่ายไฟเบอร์และ 5G ที่น่าเชื่อถือที่สุดจากเอไอเอส</li><li>เตรียมความพร้อมในการจำหน่ายโซลูชันให้กับลูกค้าองค์กร ผู้ประกอบการและเอสเอ็มอี เชื่อมต่อกับผู้ขายและพันธมิตรจำนวนกว่าหลายร้อยรายของไมโครซอฟท์และเอไอเอส เพื่อมองหาโอกาสในการจำหน่ายโซลูชันของสตาร์ทอัพให้กับองค์กรชั้นนำของประเทศไทย</li><li>สามารถใช้เครื่องมือในการพัฒนาและภาษาใดก็ได้ สามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน ข้อมูล อุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ด้วยเครื่องมือที่พร้อมให้บริการกว่า 150 รายการ เช่น ตัวเชื่อม Azure Logic Apps สำหรับ Salesforce, Microsoft 365, Twitter, Dropbox และอื่นๆ อีกมากมาย</li><li>การเชื่อมต่อเข้ากับคอมมูนิตี้ของสตาร์ทอัพไทย เพื่อเชื่อมต่อและเรียนรู้จากสตาร์ทอัพอื่นๆ รวมถึงผู้พัฒนา และวิศวกรที่อยู่ในชุมชนทั้งจากโครงการ Microsoft for Startups, AIS The StartUp และนักพัฒนาซอฟต์แวร์อิสระอีกมากมาย</li></ul>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="1000" height="563" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2021/08/Pic02-Infographic-AIS-x-Microsoft-for-Startups.jpg" alt="" class="wp-image-115947" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2021/08/Pic02-Infographic-AIS-x-Microsoft-for-Startups.jpg 1000w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2021/08/Pic02-Infographic-AIS-x-Microsoft-for-Startups-300x168.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2021/08/Pic02-Infographic-AIS-x-Microsoft-for-Startups-768x432.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2021/08/Pic02-Infographic-AIS-x-Microsoft-for-Startups-990x557.jpg 990w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2021/08/Pic02-Infographic-AIS-x-Microsoft-for-Startups-470x264.jpg 470w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2021/08/Pic02-Infographic-AIS-x-Microsoft-for-Startups-640x360.jpg 640w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2021/08/Pic02-Infographic-AIS-x-Microsoft-for-Startups-215x120.jpg 215w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2021/08/Pic02-Infographic-AIS-x-Microsoft-for-Startups-414x232.jpg 414w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<p>มากไปกว่านั้นการทำงานของที่สอดประสานของ AIS และ Microsoft ยังมีเป้าหมายเพื่อทำให้ศักยภาพของ Startup ที่เข้าร่วมสามารถเติบโตได้สูงสุดตามเป้าหมายอย่างแท้จริงในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น</p>



<p><strong>ความเร็ว (</strong><strong>Speed)</strong> จากการเป็นพันธมิตรร่วมกันที่แข็งแกร่ง ทำให้ Startup ที่เข้าร่วมโครงการ “AIS x Microsoft for Startups” จะผ่าน APAC ซึ่งนับว่าเป็นการลดขั้นตอนในการเข้าถึงบริการของ Microsoft ได้เร็วยิ่งขึ้นซึ่ง AIS เป็น Local Certified หรือการให้สิทธิ์ของโปรแกรมเพียงรายเดียวในไทย อีกทั้งยังสามารถทำงานบนเครือข่ายพิเศษเฉพาะของ AIS เพื่อให้ทำงานได้อย่างรวดเร็ว</p>



<p><strong>ความคุ้มค่า (</strong><strong>Saving)</strong> ได้รับสิทธิประโยชน์ในการใช้งานสินค้าและบริการต่างๆ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานของ Startup ในราคาที่พิเศษ และคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นใช้งานบน Cloud Microsoft Azure ได้ฟรี, เครื่องมือต่างๆ ที่ให้เพิ่มเติมในการใช้งานฟรี เช่น Microsoft Teams, Microsoft 365 เป็นต้น</p>



<p><strong>ความเข้าใจ (</strong><strong>Solutions)</strong> สำหรับ Startup ในโครงการสามารถเลือกใช้โซลูชั่นต่างๆ ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย อาทิ Cloud : Microsoft Azure, Development : Visual Studio Enterprise, Productivity : Microsoft 365, Dynamic 365 : for Sales ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการทำงานดีขึ้น สร้างรายได้การเติบโตที่เร็วและมั่นคง</p>



<p><strong>ความเข้าถึงตลาด และการเติบโต (</strong><strong>Sales &amp; Marketing)</strong> สุดท้ายแล้วเป้าหมายสำคัญก็คือการสร้างยอดขายให้เติบโต โดยที่โครงการมีช่องทางขายให้กับ Startup ที่หลากหลายสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้โดยตรง ทั้งในส่วนของพนักงานขายจาก AIS และ Microsoft ที่ช่วยสนับสนุนอย่างเต็มที่, Telesell, การนำเสนอผ่านพาร์ทเนอร์ที่หลากหลาย หรือแม้แต่บน Market Place ที่มีนักลงทุนมากมาย</p>



<p>ในโครงการ <strong>“</strong><strong>AIS x Microsoft for Startups”</strong> สตาร์ทอัพสามารถใช้ Azure ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งเปิดโอกาสในการต่อยอดจากเทคโนโลยีแบบโอเพนซอร์ส และสามารถเลือกใช้งานได้ทุกภาษา และขอบเขตการทำงานในทุกรูปแบบ อีกทั้งยังสนับสนุนด้านการรักษาความปลอดภัยตั้งแต่แรกเริ่ม ในขั้นตอนนี้ สตาร์ทอัพสามารถขอคำแนะนำแบบตัวต่อตัวจากผู้เชี่ยวชาญของไมโครซอฟท์เกี่ยวกับการพัฒนาธุรกิจและการทำตลาดในประเทศไทย เมื่อพัฒนาโซลูชันสำเร็จ สตาร์ทอัพที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับโอกาสในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ผ่าน Commercial Marketplace ของไมโครซอฟท์ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการขายโซลูชันแก่ลูกค้าระดับองค์กร นอกจากนี้ Commercial Marketplace ยังเป็นช่องทางการขายและการตลาดที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยให้สตาร์ทอัพสามารถเข้าถึงตลาดใหม่ๆ กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ รวมถึงผู้ใช้งานคลาวด์ของไมโครซอฟท์จำนวนมาก และสร้างยอดขายได้สำเร็จ</p>



<ul class="wp-block-list"><li>สตาร์ทอัพที่สนใจเข้าร่วมโครงการ AIS x Microsoft for Startups สามารถสมัครที่ <strong><span style="text-decoration: underline;"><a href="https://thestartup.ais.co.th/register" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://thestartup.ais.co.th/register</a></span></strong></li></ul>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/115945">2 ยักษ์เทคฯ-โทรคมฯ ขยายความร่วมมือ เดินหน้าหนุนสตาร์ทอัพ ผ่านโครงการ “AIS x Microsoft for Startups”</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
