<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<atom:link href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://brickinfotv.com/tag/กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศร</link>
	<description>ข่าวสาร สาระ ความรู้ และความบันเทิง</description>
	<lastBuildDate>Fri, 01 May 2026 13:55:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.1</generator>

<image>
	<url>https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/07/cropped-06-Favicon-Brick-100x100.png</url>
	<title>กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<link>https://brickinfotv.com/tag/กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศร</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ดีอี ดันนโยบาย ONE ID เชื่อมข้อมูลรัฐดูแลสวัสดิการประชาชน สั่งการ สสช.-สดช. เร่งวางระบบดิจิทัล</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/308073</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 May 2026 13:55:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[National Statistical Office]]></category>
		<category><![CDATA[Office of the National Digital Economy and Society Commission]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สดช.]]></category>
		<category><![CDATA[สสช.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานสถิติแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[แนน บุณย์ธิดา สมชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ไชยชนก ชิดชอบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=308073</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานข่าวบริคอินโฟ &#8211; กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/308073">ดีอี ดันนโยบาย ONE ID เชื่อมข้อมูลรัฐดูแลสวัสดิการประชาชน สั่งการ สสช.-สดช. เร่งวางระบบดิจิทัล</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักงานข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ <strong>กระทรวงดีอี (MDES)</strong> รุกคืบนโยบายเปลี่ยนผ่านรัฐบาลสู่ยุคดิจิทัล มุ่งเน้นการขับเคลื่อนโครงการ <strong>ONE ID</strong> หรือข้อมูลดิจิทัลรายบุคคล เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลจากทุกหน่วยงานภาครัฐเข้าด้วยกัน หวังยกระดับการดูแลสวัสดิการคนไทยให้ทั่วถึงและรวดเร็วตั้งแต่แรกเกิดจนถึงตลอดชีวิต พร้อมสั่งการให้ <strong>สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.)</strong> และ <strong>สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.)</strong> เร่งวางโครงสร้างพื้นฐานและแพลตฟอร์มรองรับการทำงานแบบไร้รอยต่อ</p>



<p>นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (<strong>DE</strong>) เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมและร่วมหารือกรอบแนวทางการทำงานของหน่วยงานในสังกัดว่า รัฐบาลมีเป้าหมายสำคัญในการลดขั้นตอนและภาระงานเอกสาร รวมถึงลดภาระของประชาชนในการเดินทางติดต่อราชการ โดยการใช้ระบบ <strong>ONE ID</strong> จะช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถประสานงานกันได้ทุกกระทรวง ทำให้การรับบริการจากภาครัฐมีความสะดวกสูงสุดและรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการของ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม</p>



<p>ในการดำเนินงานครั้งนี้ <strong>สำนักงานสถิติแห่งชาติ</strong> หรือ <strong>National Statistical Office (NSO)</strong> จะรับหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการวางโครงสร้างการจัดเก็บข้อมูลสถิติอย่างเป็นระบบ เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถนำข้อมูลไปใช้กำหนดนโยบายสวัสดิการและมาตรการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังเตรียมสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ในการปรับปรุงระบบจัดเก็บฐานข้อมูลให้มีมาตรฐานสากลและเชื่อมโยงกันได้จริง</p>



<p>ด้านการวางรากฐานเทคโนโลยี <strong>สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ</strong> หรือ <strong>ONDE</strong> จะรับผิดชอบการกำหนดกรอบการทำงานและสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เช่น โครงการ <strong>เน็ตสาธารณะ</strong> เพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงข้อมูลในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวมถึงการผลักดันแพลตฟอร์ม <strong>Learn to Earn</strong> ซึ่งเป็นระบบเรียนรู้ทักษะดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับการสร้างรายได้ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้แก่ประชาชน</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/308073">ดีอี ดันนโยบาย ONE ID เชื่อมข้อมูลรัฐดูแลสวัสดิการประชาชน สั่งการ สสช.-สดช. เร่งวางระบบดิจิทัล</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไชยชนก สั่งบูรณาการข้อมูล BDI และดาวเทียมอุตุฯ เร่งทำ One Map ยกระดับแก้ปัญหาภัยพิบัติทั่วประเทศ</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/307117</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 08:14:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[BDI]]></category>
		<category><![CDATA[Big Data Institute]]></category>
		<category><![CDATA[MDES]]></category>
		<category><![CDATA[Ministry of Digital Economy and Society]]></category>
		<category><![CDATA[NSO]]></category>
		<category><![CDATA[กรมอุตุนิยมวิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ดีอี]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[สสช]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานสถิติแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ไชยชนก ชิดชอบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=307117</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจแ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/307117">ไชยชนก สั่งบูรณาการข้อมูล BDI และดาวเทียมอุตุฯ เร่งทำ One Map ยกระดับแก้ปัญหาภัยพิบัติทั่วประเทศ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ <strong>กระทรวงดีอี (MDES)</strong> เร่งขับเคลื่อนการบริหารจัดการภัยพิบัติระดับชาติ โดยเฉพาะปัญหา <strong>ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5</strong> ผ่านการบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานหลัก อาทิ <strong>สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Institute: BDI)</strong> และ <strong>กรมอุตุนิยมวิทยา</strong> เพื่อจัดทำระบบ <strong>One Map</strong> หรือแผนที่ดิจิทัลฐานเดียวกัน โดยมุ่งเน้นการอัปเดตข้อมูลให้มีความถี่สูงขึ้นเป็นทุก 2 ชั่วโมง เพื่อความแม่นยำในการเฝ้าระวังและแก้ไขสถานการณ์อย่างรวดเร็ว</p>



<p>นาย <strong>ไชยชนก ชิดชอบ</strong> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับคณะของนายกรัฐมนตรี เพื่อติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน พร้อมระบุถึงแนวทางการนำเทภูมิสารสนเทศ (GIS) มาประยุกต์ใช้ในการสร้างระบบ <strong>One Stop Map</strong> ซึ่งจะเป็นการนำข้อมูลเป้าหมายไฟป่า ทั้งตำแหน่ง ความรุนแรง และแนวไฟป่า มาทำ Overlay ทับซ้อนบนแผนที่ดิจิทัล เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นภาพรวมของสถานการณ์แบบ <strong>Real-time Dashboard</strong> และสามารถจัดสรรทรัพยากรลงพื้นที่ได้อย่างตรงจุด</p>



<p>สำหรับการดำเนินงานดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีได้มอบหมายให้ <strong>กรมอุตุนิยมวิทยา</strong> นำดาวเทียมพยากรณ์อากาศมาตรวจสอบจุดความร้อน (<strong>Hot Spot</strong>) ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี <strong>LiDAR</strong> จากกองทัพอากาศและกรมแผนที่ทหาร เพื่อสร้างแบบจำลองสภาพแวดล้อมแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ ที่มีความละเอียดสูง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการปรับปรุงความถี่ในการอัปเดตข้อมูลด้านภัยพิบัติจากเดิมวันละ 1 ครั้ง ให้กลายเป็นทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับคลื่นพลังงานความร้อน (FIR) และแจ้งเตือนภัย</p>



<p>ในส่วนของกลไกด้านข้อมูล <strong>สำนักงานสถิติแห่งชาติ (NSO)</strong> จะทำหน้าที่สนับสนุนการสำรวจข้อมูลภาคสนาม ขณะที่สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ <strong>BDI</strong> จะเป็นหน่วยงานหลักในการประมวลผลด้วยเทคโนโลยี <strong>Big Data</strong> เพื่อสร้างฐานข้อมูลกลางที่รวบรวมชุดข้อมูลจากหน่วยงานมากกว่า 30 แห่ง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจุดความร้อน สภาพอากาศ การใช้ประโยชน์ที่ดิน ไปจนถึงข้อมูลด้านสุขภาพของประชาชน เพื่อนำมาวิเคราะห์แนวทางการป้องกันภัยพิบัติให้ครอบคลุมทั่วประเทศ</p>



<p>นาย <strong>ไชยชนก ชิดชอบ</strong> กล่าวว่า “กระทรวงดีอี จะเป็นหน่วยงานบูรณาการจัดทำ <strong>One Map</strong> รวมถึงสนับสนุนด้านเทคนิคสำหรับการจัดการสาธารณภัยตามประเภทของภัยชนิดต่างๆ รวมถึงแผนที่ความเสี่ยงภัยพิบัติ (<strong>Risk Map</strong>) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ <strong>สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA)</strong> เพื่อสร้างแพลตฟอร์มรองรับโดยเฉพาะ รวมถึงกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและยกระดับการป้องกันภัยพิบัติอย่างยั่งยืน”</p>



<p>นอกจากนี้ การจัดทำระบบดังกล่าวยังได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรมการปกครอง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) เพื่อให้การแก้ไขปัญหาภัยพิบัติและมลพิษทางอากาศมีประสิทธิภาพสูงสุดและเข้าถึงข้อมูลชุดเดียวกันได้อย่างเป็นเอกภาพ</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/307117">ไชยชนก สั่งบูรณาการข้อมูล BDI และดาวเทียมอุตุฯ เร่งทำ One Map ยกระดับแก้ปัญหาภัยพิบัติทั่วประเทศ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แนน บุณย์ธิดา ยกระดับ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เคาะ 4 แนวทางเชิงรุกคุมเข้มเฟกนิวส์</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/307114</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2026 08:09:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[AFNC]]></category>
		<category><![CDATA[Anti-Fake News Center]]></category>
		<category><![CDATA[MDES]]></category>
		<category><![CDATA[Ministry of Digital Economy and Society]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ดีอี]]></category>
		<category><![CDATA[บุณย์ธิดา สมชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=307114</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจแ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/307114">แนน บุณย์ธิดา ยกระดับ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เคาะ 4 แนวทางเชิงรุกคุมเข้มเฟกนิวส์</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม</strong> หรือ <strong>กระทรวงดีอี (MDES)</strong> เร่งวางมาตรการรับมือปัญหา <strong>ข่าวปลอม (Fake News)</strong> ที่แพร่ระบาดอย่างหนักในโลกออนไลน์ โดยล่าสุด <strong>นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย</strong> รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เป็นประธานการประชุมเพื่อยกระดับการทำงานของ <strong>ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย</strong> หรือ <strong>Anti-Fake News Center (AFNC)</strong> มุ่งเน้นการบูรณาการข้อมูลร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐเพื่อตรวจสอบและยับยั้งข้อมูลบิดเบือนให้รวดเร็วยิ่งขึ้น</p>



<p>ในการประชุมครั้งนี้มีการกำหนดแนวทางปฏิบัติ 4 ด้านหลักเพื่อความมั่นคงและยั่งยืน เริ่มจากการผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐดำเนินการ <strong>ยืนยันตัวตน (Official Verification)</strong> บนทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและป้องกันการแอบอ้างจากผู้ไม่หวังดี พร้อมทั้งพัฒนาระบบการแจ้งเบาะแสเชิงรุกที่หน่วยงานต่างๆ สามารถส่งข้อมูลน่าสงสัยมายัง <strong>ศูนย์ AFNC</strong> เพื่อตรวจสอบและรับรองข้อมูลอย่างเป็นทางการ หรือ <strong>Official Stamp</strong> ก่อนจะมีการเผยแพร่สู่สาธารณะ</p>



<p>นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพ <strong>การสื่อสารสองทาง (Two-way Communication)</strong> โดยกำหนดมาตรฐานระยะเวลาในการตอบสนองข้อมูลแก่ประชาชน หรือ <strong>Service Level Agreement</strong> เพื่อให้การชี้แจงข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงการกำกับดูแลแพลตฟอร์มและการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น โดยขอให้แต่ละกระทรวงอัปเดตข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการกับผู้ที่จงใจเผยแพร่ข้อมูลเท็จอย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p>ด้าน <strong>นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย</strong> รมช.ดีอี ระบุว่า &#8220;สำหรับสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ทุกกระทรวงจะต้องทำงานเชิงรุก ร่วมบูรณาการข้อมูล เพื่อให้การดำเนินการป้องกันและปราบปรามข่าวปลอมของแต่ละหน่วยงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเมื่อทุกหน่วยงานพบข้อความ ข่าวสารที่น่าสงสัย ไม่ว่าข้อมูลนั้นจะเป็นจริงหรือเท็จ ให้รวบรวมข้อมูลและส่งมาที่ศูนย์ <strong>AFNC</strong> เพื่อทำการยืนยันข้อมูลดังกล่าวทันที&#8221;</p>



<p>รมช.ดีอี ยังย้ำทิ้งท้ายว่า เป้าหมายหลักคือการไม่ให้มีข่าวปลอมหลุดรอดไปสู่โลกออนไลน์นานเกินไป และต้องการลดผลกระทบจากข้อมูลที่บิดเบือนให้เข้าถึงประชาชนน้อยที่สุด โดย <strong>กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (Ministry of Digital Economy and Society)</strong> พร้อมที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ไม่หวังดีที่สร้างความปั่นป่วนในสังคมผ่านเฟกนิวส์ เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/307114">แนน บุณย์ธิดา ยกระดับ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เคาะ 4 แนวทางเชิงรุกคุมเข้มเฟกนิวส์</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดีอี มอบ ไปรษณีย์ไทย จับมือ กรมการค้าภายใน เปิดโครงการไทยช่วยไทย กระจายสินค้าราคาถูกเริ่มพฤษภาคมนี้</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/306743</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nopparit Kamolsuwan]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 Apr 2026 02:19:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Department of Internal Trade]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Post]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการค้าภายใน]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปณท]]></category>
		<category><![CDATA[ไชยชนก ชิดชอบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=306743</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจแ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/306743">ดีอี มอบ ไปรษณีย์ไทย จับมือ กรมการค้าภายใน เปิดโครงการไทยช่วยไทย กระจายสินค้าราคาถูกเริ่มพฤษภาคมนี้</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เตรียมเปิดตัวโครงการ ไทยช่วยไทย ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 โดยมอบหมายให้ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือ Thailand Post (ปณท) ผนึกกำลังร่วมกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ นำเครือข่ายขนส่งที่ครอบคลุมทั่วประเทศมาใช้เป็นช่องทางหลักในการกระจายสินค้าราคาประหยัดและสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี</p>



<p>นาย ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวจะดำเนินการผ่าน 2 ช่องทางหลัก คือการจัดจำหน่ายสินค้าปลีก ณ ที่ทำการไปรษณีย์โดยตรง และการจำหน่ายในลักษณะขายส่งให้แก่กลุ่ม รถเร่ หรือ รถพุ่มพวง เพื่อนำสินค้าไปกระจายต่อให้ถึงมือประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ โดยมีการคัดเลือกสินค้าประเภทอาหารและของใช้จำเป็นรวมประมาณ 10 รายการ ตั้งเป้าหมายกระจายสินค้าผ่านเครือข่ายรถเร่กว่า 3,800 คัน และสร้างตลาดท้องถิ่นเพิ่มเติมอีก 1,000 แห่ง เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการของชุมชน</p>



<p>สำหรับแผนการดำเนินงานระยะแรกจะเริ่มต้นในต้นเดือนพฤษภาคม 2569 โดยจะเปิดจุดจำหน่ายสินค้า ณ ที่ทำการไปรษณีย์ในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด รวมทั้งสิ้น 120 แห่ง ก่อนที่จะขยายขอบเขตการให้บริการไปยังพื้นที่ระดับอำเภอทั่วประเทศในลำดับถัดไป เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงสินค้าราคาถูกได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม</p>



<p>นอกจากการจำหน่ายในรูปแบบออฟไลน์แล้ว ยังมีการยกระดับสินค้า OTOP และผู้ประกอบการ SMEs ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ThailandPostMart รวมถึงการเชื่อมโยงกับอีคอมเมิร์ซและแพลตฟอร์มส่งอาหารชั้นนำ อาทิ Shopee, Lazada, TikTok, Line man และ Grab เพื่อสนับสนุนร้านค้ากว่า 2,000 ราย โดยทางกรมการค้าภายในจะสนับสนุนส่วนลดค่าจัดส่ง 100 บาทต่อคำสั่งซื้อ และมีการยกเว้นค่าธรรมเนียมส่วนแบ่งรายได้หรือ GP เป็นกรณีพิเศษเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย</p>



<p>ขณะเดียวกัน ไปรษณีย์ไทย ยังได้ร่วมกับกรมการค้าภายในดำเนินโครงการ กล่องผลไม้ DIT โดยจัดเตรียมกล่องบรรจุผลไม้จำนวน 300,000 กล่อง และสนับสนุนตะกร้าผลไม้เพิ่มอีก 35,000 ใบ เพื่อรองรับมาตรการบริหารจัดการผลผลิตทางการเกษตรของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรมีช่องทางในการกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคได้รวดเร็วยิ่งขึ้นในช่วงฤดูกาลที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก</p>



<p>นายไชยชนกกล่าวเน้นย้ำถึงบทบาทของหน่วยงานว่า &#8220;กระทรวงดีอีได้มอบหมายให้ ปณท ร่วมกับกรมการค้าภายใน จัดจำหน่ายและกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูกสู่ประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการของรัฐบาลในการช่วยเหลือด้านค่าครองชีพ สำหรับไปรษณีย์ไทยนั้น ตนได้มอบนโยบายให้เป็นหน่วยงานในการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยให้ยึดถือการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก แม้ว่าอาจจะมีผลกระทบต่อรายได้ขององค์กรบ้างในบางส่วนก็ตาม&#8221;</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/306743">ดีอี มอบ ไปรษณีย์ไทย จับมือ กรมการค้าภายใน เปิดโครงการไทยช่วยไทย กระจายสินค้าราคาถูกเริ่มพฤษภาคมนี้</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไชยชนก เล็งดึง DGA กลับสังกัดดีอี เตรียมรุกเจรจาแพลตฟอร์มต่างชาติลดค่า GP ช่วยร้านค้าไทย</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/306587</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Apr 2026 09:08:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[DE]]></category>
		<category><![CDATA[DGA]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Government Development Agency]]></category>
		<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Ministry of Digital Economy and Society]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ดีอี]]></category>
		<category><![CDATA[สพร.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[ไชยชนก ชิดชอบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=306587</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/306587">ไชยชนก เล็งดึง DGA กลับสังกัดดีอี เตรียมรุกเจรจาแพลตฟอร์มต่างชาติลดค่า GP ช่วยร้านค้าไทย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.<strong>ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม</strong> หรือ <strong>ดีอี</strong> (<strong>Ministry of Digital Economy and Society</strong> &#8211; <strong>DE</strong>) แถลงนโยบายขับเคลื่อนกระทรวง โดยมีประเด็นสำคัญคือการเตรียมดึง <strong>สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)</strong> หรือ <strong>สพร.</strong> (<strong>Digital Government Development Agency</strong> &#8211; <strong>DGA</strong>) กลับมาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงดีอี เพื่อบริหารจัดการแอปพลิเคชัน <strong>ทางรัฐ</strong> และบูรณาการข้อมูลภาครัฐอย่างเป็นระบบ พร้อมประกาศใช้โอกาสช่วงวิกฤตเศรษฐกิจเพิ่มอำนาจต่อรองกับ <strong>แพลตฟอร์มต่างชาติ</strong> ในการปรับลด <strong>ค่า GP</strong> และการจัดเก็บภาษีเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ</p>



<p>นายไชยชนก เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการโอนย้ายหน่วยงานว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการดึง <strong>DGA</strong> ซึ่งปัจจุบันสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้กลับมาอยู่ภายใต้กระทรวง <strong>DE</strong> โดยเชื่อมั่นว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในเร็วๆ นี้ และจะไม่มีปัญหาความขัดแย้งกับนายกรัฐมนตรี เนื่องจากรัฐบาลมีความเป็นปึกแผ่น โดยเมื่อกระบวนการเสร็จสิ้น รมว.ดีอี จะเป็นผู้ลงมากำกับดูแลหน่วยงานนี้ด้วยตนเอง เพื่อให้การทำงานสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ด้านดิจิทัลของประเทศ</p>



<p>เหตุผลสำคัญของการดึงหน่วยงานดังกล่าวกลับมา คือการเข้ามาดูแลแอปพลิเคชัน <strong>ทางรัฐ</strong> ซึ่งปัจจุบันมีฐานผู้ใช้งานในระบบกว่า 30 ล้านคน นายไชยชนก ระบุว่า “การดึง <strong>DGA</strong> กลับมาอยู่กับดีอี จะทำให้เรานำแอปพลิเคชันทางรัฐเข้ามาอยู่ในกำกับดูแล เพื่อประโยชน์ในการช่วยเหลือคนไทยให้ตรงตามความต้องการ รวมทั้งบูรณาการข้อมูลร่วมกับทุกหน่วยงานอย่างเป็นระบบ เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งในทุกการทำงาน ทำให้กระทรวงดีอีมีส่วนเกี่ยวข้องในทุกมิติ”</p>



<p>นอกจากด้านการบริหารจัดการข้อมูลแล้ว <strong>กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม</strong> ยังมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนผ่านเทคโนโลยี โดยเฉพาะการป้องกันภัยธรรมชาติ และการแก้ปัญหา <strong>อาชญากรรมเทคโนโลยี</strong> หรือ <strong>สแกมเมอร์</strong> (Scammer) ซึ่งแม้สถิติจะเริ่มลดลงแต่ยังสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อสร้างความปลอดภัยในโลกออนไลน์ให้แก่ผู้ใช้งาน</p>



<p>อีกหนึ่งนโยบายเชิงรุกคือการเพิ่มมาตรการกำกับดูแล <strong>แพลตฟอร์มดิจิทัล</strong> จากต่างประเทศที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทย โดยนายไชยชนกมองว่าเป็นโอกาสดีที่จะใช้สถานการณ์ปัจจุบันในการเจรจาเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ “ก่อนหน้านี้เราปล่อยให้เขาเข้ามาทำอะไรก็ได้ แต่ขณะนี้ประเทศกำลังมีวิกฤต ทุกประเทศต้องมองผลประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก จึงน่าจะเป็นโอกาสเหมาะที่เราจะสร้างอำนาจต่อรองบ้าง เพื่อประโยชน์ของประเทศเรา ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาลด <strong>ค่า GP</strong> ที่แพลตฟอร์มเรียกเก็บจากร้านค้าและไรเดอร์ การเรียกเก็บภาษี ตลอดจนการกำหนดค่าบริการ โดยเฉพาะบริการขนส่ง” รมว.ดีอี กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/306587">ไชยชนก เล็งดึง DGA กลับสังกัดดีอี เตรียมรุกเจรจาแพลตฟอร์มต่างชาติลดค่า GP ช่วยร้านค้าไทย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>NT หนุนรัฐใช้ระบบ e-Office ยกระดับบริหารราชการยุคดิจิทัลเพื่อประหยัดพลังงาน</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/306166</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Apr 2026 08:42:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[GDCC]]></category>
		<category><![CDATA[National Telecom]]></category>
		<category><![CDATA[NT]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สรรพชัยย์ หุวะนันทน์]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[อปท.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=306166</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/306166">NT หนุนรัฐใช้ระบบ e-Office ยกระดับบริหารราชการยุคดิจิทัลเพื่อประหยัดพลังงาน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>NT</strong> เดินหน้าสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศเปลี่ยนผ่านสู่การทำงานรูปแบบดิจิทัลผ่านระบบ <strong>e-Office</strong> เพื่อตอบโจทย์นโยบายประหยัดพลังงานและการทำงานจากทุกที่ (Work From Anywhere) โดยมุ่งเน้นการลดใช้ทรัพยากรกระดาษและลดภาระการเดินทางส่งเอกสาร ซึ่งปัจจุบันมีหน่วยงานส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นเริ่มปรับใช้แล้วกว่า 5,800 แห่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดินให้มีความรวดเร็วและทันสมัยมากขึ้น</p>



<p><strong>พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ <strong>บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่มีแนวโน้มส่งผลกระทบในระยะยาว นโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมให้บุคลากรทำงานจากภายนอกสำนักงานเพื่อลดการใช้พลังงาน จึงเป็นจังหวะสำคัญที่หน่วยงานรัฐทุกระดับจะเร่งพัฒนาระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ ผ่านระบบ <strong>e-Office</strong> ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์บริหารจัดการสำนักงานบนแพลตฟอร์มคลาวด์กลางภาครัฐ <strong>GDCC</strong> (<strong>Government Data Center and Cloud Service</strong>) รองรับทั้งงานสารบรรณ การลงนามดิจิทัล การจัดเก็บข้อมูล และการสั่งการผ่านระบบดิจิทัลที่เชื่อมโยงกันทั่วประเทศ</p>



<p>“ในภาวะที่ประเทศต้องการประหยัดพลังงาน หน่วยงานภาครัฐสามารถใช้ระบบ <strong>e-Office</strong> โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อทำงานและรับ-ส่งเอกสารในระบบอิเล็กทรอนิกส์ รองรับการทำงานจากที่บ้าน <strong>WFH</strong> และการทำงานจากภายนอกองค์กร <strong>WFA</strong> ในส่วนงานที่ไม่กระทบประชาชน รวมทั้งเพิ่มศักยภาพการบริการงานที่รวดเร็ว ลดการใช้กระดาษ ซึ่งช่วยให้ภาครัฐประหยัดทั้งเวลา ทรัพยากร และพลังงานของประเทศในภาพรวม อีกทั้งจุดเด่นที่ระบบเชื่อมโยงการรับ-ส่งหนังสือราชการระหว่างหน่วยงานทั่วประเทศ ยังช่วยลดการเดินทางเพื่อนำส่งเอกสารข้ามพื้นที่ได้อย่างมาก” <strong>พันเอก สรรพชัยย์</strong> กล่าว</p>



<p>ระบบ <strong>e-Office</strong> ดังกล่าวเป็นบริการที่ทาง <strong>NT</strong> จัดทำขึ้นตามนโยบายของ <strong>กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม</strong> เพื่อยกระดับงานราชการสู่รัฐบาลดิจิทัลอย่างมั่นคง โดยให้บริการแก่หน่วยงานรัฐทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายมาตั้งแต่ปี 2567 เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่งให้รองรับการพัฒนาประเทศได้ในทุกสถานการณ์</p>



<p>ข้อมูลล่าสุดระบุว่ามีหน่วยงานระดับกระทรวงและกรมใช้งานระบบแล้วจำนวน 160 แห่ง ขณะที่หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ <strong>อปท.</strong> ในพื้นที่ส่วนภูมิภาคใช้งานแล้วกว่า 5,700 แห่ง รวมถึงสำนักงานจังหวัดต่างๆ อาทิ พิจิตร นครราชสีมา ปทุมธานี พัทลุง ชุมพร และสิงห์บุรี ซึ่งทาง <strong>NT</strong> อยู่ระหว่างการขยายการติดตั้งระบบให้กับ อบจ. อบต. และเทศบาลเพิ่มเติม เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านจากระบบเอกสารแบบเดิมไปสู่ดิจิทัลมีความสมบูรณ์และครอบคลุมทั่วประเทศ</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/306166">NT หนุนรัฐใช้ระบบ e-Office ยกระดับบริหารราชการยุคดิจิทัลเพื่อประหยัดพลังงาน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กัมพูชา เคลม ชุดไทยพระราชนิยม ไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ เช็กแล้วเป็นข่าวปลอม</title>
		<link>https://brickinfotv.com/fact-check/305702</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 05 Apr 2026 09:53:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[FACT-Check]]></category>
		<category><![CDATA[Anti-Fake News Center Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Ministry of Culture]]></category>
		<category><![CDATA[Ministry of Digital Economy and Society]]></category>
		<category><![CDATA[กรมศิลปากร]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงวัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[กัมพูชา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวปลอม]]></category>
		<category><![CDATA[ชุดไทยพระราชนิยม]]></category>
		<category><![CDATA[ดีอี]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมร่วม]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=305702</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม แ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/fact-check/305702">กัมพูชา เคลม ชุดไทยพระราชนิยม ไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ เช็กแล้วเป็นข่าวปลอม</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ <a href="https://www.antifakenewscenter.com/homepage/"><strong>ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย</strong> (Anti-Fake News Center Thailand)</a> ออกโรงชี้แจงกรณีการแพร่กระจายข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ที่ระบุว่า ประเทศกัมพูชาได้นำ <strong>ชุดไทยพระราชนิยม</strong> ไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์เพื่อแอบอ้างเป็นเจ้าของวัฒนธรรม โดยจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าข้อมูลดังกล่าวเป็น <strong>ข่าวปลอม</strong> และยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นการดำเนินการอย่างเป็นทางการโดยหน่วยงานรัฐของกัมพูชา ซึ่งการนำเสนอข้อมูลในลักษณะนี้อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้านวัฒนธรรม</p>



<p>จากการตรวจสอบโดย <strong>กรมศิลปากร</strong> พบว่ากรณีการเคลมวัฒนธรรมในระดับนโยบายตามที่ถูกกล่าวอ้างนั้น ยังไม่มีมูลความจริงที่ชัดเจน โดยข้อมูลที่เผยแพร่ออกไปมีลักษณะบิดเบือนจนสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อสาธารณชน ทั้งนี้ทางหน่วยงานได้เน้นย้ำถึงความละเอียดอ่อนของการนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งจำเป็นต้องมีการอ้างอิงหลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างถูกต้องและรอบด้านก่อนการวิพากษ์วิจารณ์</p>



<p>ในเชิงวิชาการนั้น <strong>ชุดไทยพระราชนิยม</strong> ถือเป็นรูปแบบเครื่องแต่งกายที่ได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบในประเทศไทย โดยมีอัตลักษณ์เฉพาะตัวที่ชัดเจน ทั้งในด้านการออกแบบ การเลือกใช้ผ้า และเทคนิคการตัดเย็บที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม กรมศิลปากรได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าในภูมิภาค <strong>เอเชียตะวันออกเฉียงใต้</strong> มีลักษณะของ <strong>วัฒนธรรมร่วม</strong> ในด้านการแต่งกายอยู่เดิม ทำให้เครื่องแต่งกายบางประเภทอาจมีความคล้ายคลึงกันในบางองค์ประกอบได้</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<iframe src="https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FAntiFakeNewsCenter%2Fposts%2Fpfbid0HGmtLYWujRvFMywYyK6YvGxCDXNVBFhsLHeo6KXR4kJE4B7oGfxhuDVwoF47ahtrl&#038;show_text=true&#038;width=500" width="500" height="681" style="border:none;overflow:hidden" scrolling="no" frameborder="0" allowfullscreen="true" allow="autoplay; clipboard-write; encrypted-media; picture-in-picture; web-share"></iframe>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/fact-check/305702">กัมพูชา เคลม ชุดไทยพระราชนิยม ไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ เช็กแล้วเป็นข่าวปลอม</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดีอี เตือนภัยเพจปลอมหลอกไปทำงานโรงงานแพ็กส้มที่ออสเตรเลีย พบระบาดหนักบนโซเชียล</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/305691</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 05 Apr 2026 06:31:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[AFNC]]></category>
		<category><![CDATA[Anti-Fake News Center]]></category>
		<category><![CDATA[Ministry of Digital Economy and Society]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการจัดหางาน]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ดีอี]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศออสเตรเลีย]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เวทางค์ พ่วงทรัพย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=305691</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจแ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/305691">ดีอี เตือนภัยเพจปลอมหลอกไปทำงานโรงงานแพ็กส้มที่ออสเตรเลีย พบระบาดหนักบนโซเชียล</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบการแพร่ระบาดของข่าวปลอมกรณีเพจเฟซบุ๊กแอบอ้างชื่อกระทรวงแรงงาน เปิดรับสมัครคนไปทำงานโรงงานแพ็กส้มที่ประเทศออสเตรเลีย ย้ำจากการตรวจสอบพบเป็นการโฆษณาที่ผิดกฎหมายและไม่มีการยื่นเอกสารรับรองจากนายจ้างต่างประเทศจริง เตือนประชาชนระวังถูกหลอกสูญเสียทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมเผยสถิติการตรวจสอบข่าวปลอมประจำวันพบข้อความต้องสงสัยพุ่งสูงกว่า 1,800 ข้อความ</p>



<p>นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ฝ่ายข้าราชการประจำ เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ได้เฝ้าติดตามและตรวจสอบข้อมูลบนโลกออนไลน์ตามนโยบายของ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ <strong>กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (Ministry of Digital Economy and Society)</strong> โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ได้ตรวจพบความพยายามหลอกลวงประชาชนผ่านทาง <strong>โซเชียลมีเดีย (Social Media)</strong> ในหัวข้อ &#8220;เพจเฟซบุ๊ก Pongsapak Anansapcharoen เปิดรับคนไปทำงานที่โรงงานแพ็กส้ม ประเทศออสเตรเลีย&#8221; ซึ่งอ้างว่าดำเนินการอย่างถูกต้องผ่านกระทรวงแรงงาน</p>



<p>จากการประสานงานตรวจสอบร่วมกับ <strong>กรมการจัดหางาน (Department of Employment)</strong> กระทรวงแรงงาน ยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวเป็น &#8220;ข่าวปลอม&#8221; เนื่องจากผู้ประกาศรับสมัครงานรายนี้ไม่ได้มีการยื่นเอกสารสำคัญตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด อาทิ หนังสือแจ้งความต้องการแรงงาน (Demand Letter) หรือหนังสือมอบอำนาจจากนายจ้างในต่างประเทศ การกระทำดังกล่าวจึงถือเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน และเข้าข่ายการหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อ</p>



<p>นายเวทางค์ ระบุว่า &#8220;กรมการจัดหางานยืนยันว่าผู้ประกาศไม่ได้ยื่นเอกสารสำคัญจึงไม่สามารถโฆษณาจัดหางานได้ ซึ่งการกระทำนี้ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและเข้าข่ายหลอกลวง ทั้งนี้ กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชนเกี่ยวกับความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอม หากหลงเชื่ออาจนำไปสู่ความเสียหายต่อทรัพย์สิน ข้อมูลส่วนบุคคล หรือสร้างผลกระทบต่อสังคมเป็นวงกว้าง จึงขอให้ประชาชนเลือกเชื่อและแชร์ข้อมูลจากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น&#8221;</p>



<p>นอกจากกรณีโรงงานแพ็กส้มแล้ว ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมยังได้สรุปประเด็นที่ได้รับความสนใจจากประชาชนเพิ่มเติม เช่น ข่าวปลอมเรื่องการแจ้งยอดชำระค่าผ่านทางด่วนผ่านทาง <strong>SMS</strong> จากกรมทางหลวง และข่าวปลอมเรื่องการรับทำใบขับขี่ถูกกฎหมายผ่านแอปพลิเคชัน <strong>TikTok</strong> รวมถึงการแอบอ้างชื่อกองบัญชาการตำรวจนครบาลเพื่อคืนเงินจากมิจฉาชีพ ซึ่งล้วนแต่เป็นกลโกงที่มุ่งเน้นการเข้าถึงข้อมูลและทรัพย์สินของประชาชนในช่วงเวลานี้</p>



<p>สำหรับสถิติการปฏิบัติงานในรอบวันที่ผ่านมา พบข้อความที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 164,223 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) จำนวน 1,860 ข้อความ ซึ่งช่องทางที่พบเบาะแสมากที่สุดคือ <strong>Social Listening</strong> จำนวน 1,857 ข้อความ และช่องทาง <strong>Line Official</strong> อีก 3 ข้อความ โดยทางกระทรวงจะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่องต่อไป</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/305691">ดีอี เตือนภัยเพจปลอมหลอกไปทำงานโรงงานแพ็กส้มที่ออสเตรเลีย พบระบาดหนักบนโซเชียล</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดีอี สั่ง ไปรษณีย์ไทย ตรึงราคาค่าขนส่งถึง 15 เมษายนนี้ ก่อนปรับขึ้นบางรายการหลังสงกรานต์</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/305321</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nopparit Kamolsuwan]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Apr 2026 04:39:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Ministry of Digital Economy and Society]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Post]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ดีอี]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปณท.]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พชร อนันตศิลป์]]></category>
		<category><![CDATA[ไชยชนก ชิดชอบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=305321</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจแ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/305321">ดีอี สั่ง ไปรษณีย์ไทย ตรึงราคาค่าขนส่งถึง 15 เมษายนนี้ ก่อนปรับขึ้นบางรายการหลังสงกรานต์</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <a href="https://postbase.thailandpost.co.th/th/home">กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี (DE)</a> มอบนโยบายให้ <strong>บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (Thailand Post)</strong> หรือ <strong>ปณท.</strong> ดำเนินการ<strong>ตรึงราคาค่าขนส่ง</strong>ในอัตราเดิมไปจนถึงวันที่ 15 เมษายน 2569 เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ท่ามกลางสภาวะต้นทุนการขนส่งที่พุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ผู้ให้บริการขนส่งภาคเอกชนหลายรายเริ่มปรับขึ้นราคาไปก่อนหน้านี้ โดยจะเริ่มมีการปรับอัตราค่าบริการเฉพาะบางรายการตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน เป็นต้นไป</p>



<p>นายพชร อนันตศิลป์ ปลัด<strong>กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม</strong> เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อ<strong>ต้นทุนการขนส่ง</strong>ทั้งในและต่างประเทศ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มอบหมายให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยทางกระทรวงได้มอบนโยบายให้ <strong>ไปรษณีย์ไทย</strong> พิจารณาชะลอการปรับ<strong>อัตราค่าขนส่ง</strong>ออกไปก่อน เพื่อให้เป็นทางเลือกหลักของประชาชนในการใช้บริการและได้รับผลกระทบน้อยที่สุด</p>



<p>สำหรับการปรับเปลี่ยนอัตราค่าบริการที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2569 จะเป็นการปรับขึ้นชั่วคราวเฉพาะในส่วนของ<strong>บริการเชิงพาณิชย์</strong> ได้แก่ บริการส่งด่วน <strong>EMS</strong> และบริการส่งพัสดุประหยัด <strong>e-CoPost</strong> เท่านั้น จนกว่าสถานการณ์ต้นทุนจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ<strong>บริการพื้นฐาน</strong>ที่สำคัญต่อประชาชน อาทิ จดหมาย ไปรษณียภัณฑ์ ของตีพิมพ์ บริการลงทะเบียน และพัสดุธรรมดา จะยังคงไม่มีการปรับขึ้นราคาแต่อย่างใด</p>



<p>นายพชร กล่าวเพิ่มเติมว่า “ด้วยสถานการณ์ของการปรับขึ้นราคาค่าขนส่งในปัจจุบัน จากต้นทุนที่สูงขึ้น นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ได้แสดงความห่วงใยต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน โดยมอบนโยบายให้ ปณท. ยังคงตรึงราคาค่าขนส่งในราคาเดิมออกไปจนกระทั่งถึงวันที่ 15 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลที่ประชาชนใช้บริการขนส่งมากกว่าปกติ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยหากมีการปรับขึ้นราคาจะต้องมีผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด”</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/305321">ดีอี สั่ง ไปรษณีย์ไทย ตรึงราคาค่าขนส่งถึง 15 เมษายนนี้ ก่อนปรับขึ้นบางรายการหลังสงกรานต์</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดีอี เตือนภัยมิจฉาชีพฉวยโอกาสราคาทองผันผวน หลอกลงทุนแอปปลอม-ปั่นราคา สูญเงินล้าน</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/304661</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Mar 2026 06:03:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[อาชญากรรม]]></category>
		<category><![CDATA[AOC 1441]]></category>
		<category><![CDATA[Gold Traders Association]]></category>
		<category><![CDATA[Ministry of Digital Economy and Society]]></category>
		<category><![CDATA[Securities and Exchange Commission]]></category>
		<category><![CDATA[ก.ล.ต.]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ดีอี]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมค้าทองคำ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=304661</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจแ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/304661">ดีอี เตือนภัยมิจฉาชีพฉวยโอกาสราคาทองผันผวน หลอกลงทุนแอปปลอม-ปั่นราคา สูญเงินล้าน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดย <strong>ศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์</strong> หรือ <strong>AOC 1441</strong> ออกประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวังกลโกงของมิจฉาชีพที่อาศัยจังหวะความผันผวนของ <strong>ราคาทองคำ</strong> จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางมาเป็นเครื่องมือหลอกลวงนักลงทุน โดยพบรูปแบบการหลอกลวงที่ระบาดหนัก 3 ประเภทหลัก ได้แก่ การใช้ <strong>แอปพลิเคชันเทรดทองปลอม</strong> การสร้าง <strong>เพจปลอมหลอกขายทองราคาถูก</strong> และ <strong>กลโกงภารกิจปั่นราคาทอง</strong> พร้อมแนะข้อสังเกตสำคัญเพื่อป้องกันความเสียหายก่อนโอนเงิน</p>



<p>จากการติดตามสถานการณ์ พบว่ามิจฉาชีพมักใช้การยิงโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่สนใจการลงทุน โดยรูปแบบแรกคือการชักชวนให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่มีการแสดงกราฟผลกำไรที่สูงเกินจริง ในช่วงแรกอาจอนุญาตให้ถอนเงินได้เล็กน้อยเพื่อสร้างความเชื่อมั่น แต่เมื่อเหยื่อเพิ่มวงเงินลงทุนกลับไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ โดยมีกรณีตัวอย่างผู้เสียหายเพศหญิงรายหนึ่งถูกหลอกให้ <strong>เทรดหุ้นทองคำ</strong> ผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก (Facebook) และไลน์ (Line) จนหลงเชื่อโอนเงินรวมกว่า 1,950,000 บาท แต่สุดท้ายไม่สามารถนำเงินออกจากระบบได้</p>



<p>รูปแบบต่อมาคือการสร้าง <strong>เพจเฟซบุ๊กปลอม</strong> เลียนแบบร้านทองที่มีชื่อเสียง โดยนำโลโก้และภาพสินค้ามาแอบอ้างเพื่อประกาศขายทองคำในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดอย่างมาก โดยอ้างว่าเป็นทองหลุดจำนำหรือราคาพิเศษช่วงวิกฤต เพื่อเร่งรัดให้เหยื่อรีบโอนเงินชำระค่าสินค้า ส่วนรูปแบบที่อันตรายที่สุดคือการชักชวนทำ <strong>ภารกิจปั่นราคาทอง</strong> หรือการสำรองออเดอร์เพื่อแลกค่าคอมมิชชัน ซึ่งมักจะให้ผลตอบแทนคืนในรอบแรกๆ ก่อนจะหลอกให้โอนเงินจำนวนมหาศาลและปิดช่องทางติดต่อหนีไปในที่สุด</p>



<p>ทางด้าน <strong>ศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (AOC)</strong> ได้ให้คำแนะนำ 4 มาตรการตรวจสอบก่อนตัดสินใจลงทุน คือ </p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ตรวจสอบใบอนุญาตจาก <strong>สมาคมค้าทองคำ (Gold Traders Association)</strong> หรือ <strong>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC)</strong></li>



<li>ระวังสินค้าที่ราคาถูกผิดปกติ</li>



<li>ตรวจสอบความโปร่งใสของเพจเฟซบุ๊ก เช่น วันที่สร้างและประวัติการเปลี่ยนชื่อ</li>



<li>หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา โดยระบุว่า &#8220;ธุรกรรมการลงทุนที่ถูกกฎหมายต้องโอนเข้าบัญชีนิติบุคคลเท่านั้น หากปลายทางเป็นชื่อคน นั่นคือบัญชีม้า&#8221;</li>
</ol>



<p>ทั้งนี้ หากประชาชนตกเป็นเหยื่อหรือพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถติดต่อได้ที่ <strong>สายด่วน AOC 1441</strong> ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อระงับบัญชีเบื้องต้น หรือขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการหลอกลงทุนได้ที่ <strong>สำนักงาน ก.ล.ต.</strong> ผ่านสายด่วน 1207 กด 22 เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับทรัพย์สินของประชาชนในช่วงที่เศรษฐกิจและราคาทองคำมีความผันผวนสูง</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/304661">ดีอี เตือนภัยมิจฉาชีพฉวยโอกาสราคาทองผันผวน หลอกลงทุนแอปปลอม-ปั่นราคา สูญเงินล้าน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
