<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>DSI ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<atom:link href="https://brickinfotv.com/tag/dsi/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://brickinfotv.com/tag/dsi</link>
	<description>ข่าวสาร สาระ ความรู้ และความบันเทิง</description>
	<lastBuildDate>Sun, 19 Apr 2026 07:52:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.1</generator>

<image>
	<url>https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/07/cropped-06-Favicon-Brick-100x100.png</url>
	<title>DSI ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<link>https://brickinfotv.com/tag/dsi</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ศรชล. ยกระดับมาตรการปราบปรามลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายทางทะเล พบพิรุธน้ำมันหายกว่า 57 ล้านลิตร</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/306807</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 19 Apr 2026 07:52:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[DSI]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Maritime Enforcement Command Center]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสอบสวนคดีพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[รัชดา ธนาดิเรก]]></category>
		<category><![CDATA[ศรชล.]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[สุราษฎร์ธานี]]></category>
		<category><![CDATA[อนุทิน ชาญวีรกูล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=306807</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; รัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายอน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/306807">ศรชล. ยกระดับมาตรการปราบปรามลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายทางทะเล พบพิรุธน้ำมันหายกว่า 57 ล้านลิตร</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/163170">รัฐบาลไทย</a>ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ <strong>ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล</strong> หรือ <strong>ศรชล. (Thai Maritime Enforcement Command Center &#8211; Thai-MECC)</strong> สั่งการยกระดับมาตรการเชิงรุกปราบปรามการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมายในน่านน้ำไทยอย่างเข้มข้น โดยล่าสุดตรวจพบความผิดปกติของการขนส่งน้ำมันทางทะเลที่มีปริมาณน้ำมันสูญหายรวมกว่า 57 ล้านลิตร พร้อมตรวจยึดของกลางสำคัญทั้งน้ำมันเถื่อน สินค้าเกษตร และยาเสพติดจำนวนมากในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569</p>



<p>นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน 2569 ว่า <strong>ศรชล.</strong> ได้ดำเนินการสกัดจับและยึดของกลางเป็น <strong>น้ำมันเถื่อน</strong> ปริมาณกว่า 335,000 ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 จำนวน 19 ถัง และช่อดอกกัญชามากกว่า 1.2 ตัน รวมถึงสินค้าเกษตรและอาหารทะเลที่นำเข้าอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการขยายผลเพื่อทลายเครือข่ายผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด</p>



<p>ประเด็นสำคัญที่ถูกจับตามองคือการรายงานตรวจพบความผิดปกติของการขนส่งน้ำมันทางทะเลจำนวน 20 เที่ยว ซึ่งมีปริมาณน้ำมันขาดหายไปจากระบบประมาณ 57 ล้านลิตร โดยพบพฤติการณ์ของเรือบางลำที่มีการปิดสัญญาณ <strong>ระบบติดตามอัตโนมัติ</strong> หรือ <strong>AIS (Automatic Identification System)</strong> เพื่อปกปิดร่องรอยการเดินทาง (Dark activity) รวมถึงการจอดถ่ายเทน้ำมันกลางทะเลในลักษณะ <strong>Ship to Ship (STS)</strong> และการจงใจประวิงเวลาเดินเรือให้ล่าช้าผิดปกติเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ</p>



<p>ด้านความคืบหน้าในการดำเนินคดี <strong>กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)</strong> ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้เป็นคดีพิเศษเรียบร้อยแล้ว โดยมีแผนการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบคลังน้ำมันในจังหวัด <strong>สุราษฎร์ธานี</strong> อย่างละเอียด พร้อมทั้งเตรียมเรียกบริษัทที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับน้ำมันที่สูญหายไปจากระบบจำนวนมหาศาลนี้</p>



<p>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้การปราบปรามการกระทำผิดที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเน้นย้ำความโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน พร้อมทิ้งท้ายถึงจุดยืนของรัฐบาลว่า</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>“รัฐบาลย้ำชัดว่าไม่ปล่อยผ่าน ไม่เกรงใจ และไม่ละเว้น จะเดินหน้าคุมเข้มกวาดล้างขบวนการผิดกฎหมายในน่านน้ำไทยอย่างถึงที่สุด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน ศรชล. 1465 ตลอด 24 ชั่วโมง”</p>
</blockquote>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/306807">ศรชล. ยกระดับมาตรการปราบปรามลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมายทางทะเล พบพิรุธน้ำมันหายกว่า 57 ล้านลิตร</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยุติธรรมผนึกกำลังพลังงานทลายเครือข่ายกักตุนน้ำมัน พบพิรุธเรือปิดสัญญาณลอบขนส่งกลางทะเล</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/306551</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Apr 2026 08:33:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[Department of Special Investigation]]></category>
		<category><![CDATA[DSI]]></category>
		<category><![CDATA[Ministry of Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Ministry of Justice]]></category>
		<category><![CDATA[Royal Thai Police]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Marine Enforcement Command Center]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสอบสวนคดีพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงยุติธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ตร.]]></category>
		<category><![CDATA[รุทธพล เนาวรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[ศรชล.]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานตำรวจแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สุราษฎร์ธานี]]></category>
		<category><![CDATA[เอกนัฏ พร้อมพันธุ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=306551</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; กระทรวงยุติธรรมจับมือกระทรวง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/306551">ยุติธรรมผนึกกำลังพลังงานทลายเครือข่ายกักตุนน้ำมัน พบพิรุธเรือปิดสัญญาณลอบขนส่งกลางทะเล</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/163109">กระทรวงยุติธรรม</a>จับมือกระทรวงพลังงานและหน่วยงานความมั่นคง แถลงความคืบหน้าการปราบปรามขบวนการกักตุนและลักลอบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง หลังพบพฤติการณ์ความผิดปกติอย่างรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะการปิดสัญญาณแจ้งตัวตนของเรือขนส่งน้ำมัน และการพบปริมาณน้ำมันปลายทางมากกว่าต้นทาง ซึ่งสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจในช่วงที่เกิดวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พร้อมย้ำชัดต่อจากนี้จะไม่มี &#8220;ไอ้โม่ง&#8221; ในขบวนการอีกต่อไป</p>



<p>พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (Royal Thai Police) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (Thai MECC) ร่วมกันเปิดเผยผลปฏิบัติการเชิงรุกตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี เพื่อป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยระบุว่าแผนประทุษกรรมมีการทำเป็นขบวนการทั้งทางบกและทางน้ำ ซึ่งขณะนี้กระทรวงพลังงานได้ตีกรอบมาตรการตรวจสอบให้กระชับขึ้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย</p>



<p>จากการตรวจสอบเชิงลึกโดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและภาคใต้ตอนบน พบความผิดปกติที่สำคัญคือพฤติกรรมของเรือต้องสงสัยจำนวน 20 เที่ยวเรือ จากทั้งหมด 24 เที่ยวเรือ มีการปิดระบบระบุตัวตนอัตโนมัติหรือสัญญาณ AIS (Automatic Identification System) เพื่อลักลอบถ่ายเทน้ำมันกลางทะเล (Ship to Ship) นอกจากนี้ยังพบว่ามีเรือของ 8 บริษัท ใช้เวลาเดินทางล่าช้ากว่าปกติถึง 1-2 วัน และมีการปลอมแปลงเอกสาร น.ม.9 และ น.ม.10 โดยแก้ไขวันที่ออกเดินทาง เพื่ออำพรางระยะเวลาขนส่งจากชลบุรีไปสุราษฎร์ธานีที่ควรใช้เวลา 1 วัน ให้กลายเป็น 1 เดือน</p>



<p>ประเด็นที่น่าสนใจคือการตรวจพบปริมาณน้ำมันปลายทาง &#8220;มากกว่า&#8221; ปริมาณน้ำมันที่รับจากโรงกลั่นต้นทางจำนวน 22 เที่ยวเรือ ซึ่งตามหลักการทางวิทยาศาสตร์น้ำมันต้องมีการระเหยและลดลงระหว่างขนส่ง อีกทั้งยังพบการกักตุนน้ำมันในคลังขนาดใหญ่ของผู้ค้ามาตรา 7 จำนวน 6 แห่งในสุราษฎร์ธานี ที่มีการรับน้ำมันเข้ามากกว่าการขายออกอย่างผิดปกติ เข้าข่ายความผิดฐานปฏิเสธหรือประวิงการขายโดยไม่มีเหตุอันควรตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี</p>



<p>พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า <strong>“แผนประทุษกรรมมีหลายรูปแบบทั้งทางบก และทางน้ำที่สามารถยืนยันได้ว่าต่อไปนี้จะไม่มี ไอ้โม่ง แต่ต่อไปนี้จะมีแต่ผู้ต้องหา โดยกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตรวจสอบทั้งระบบ ซึ่งเชื่อว่าข้อมูลจะกระชับและสามารถทำให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการได้อย่างรวดเร็วขึ้น เพื่อตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องในประเด็นนี้ให้เท่าเทียมกันเพื่อความยุติธรรมกับทุกฝ่าย”</strong></p>



<p>ด้านการดำเนินคดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ (DSI) ได้ออกหนังสือเรียกเจ้าของบริษัทเรือทั้ง 8 บริษัทมาให้ถ้อยคำ และรับโอนสำนวนคดีจากตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีมาเป็นคดีพิเศษแล้ว ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้นโรงกลั่น 6 แห่ง และคลังน้ำมัน 92 แห่งทั่วประเทศ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ได้เข้าตรวจสอบจุดต้องสงสัยในระยอง ขอนแก่น สมุทรสาคร และปทุมธานี พบการกระทำผิดทั้งการรายงานเท็จและการดำเนินธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/306551">ยุติธรรมผนึกกำลังพลังงานทลายเครือข่ายกักตุนน้ำมัน พบพิรุธเรือปิดสัญญาณลอบขนส่งกลางทะเล</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อรรถพล ยันความมั่นคงพลังงานไทยมีน้ำมันใช้พัด 107 วัน เร่งมาตรการคุมสต็อกสกัดการกักตุน</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/304933</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 28 Mar 2026 14:42:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[DSI]]></category>
		<category><![CDATA[Ministry of Energy]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสอบสวนคดีพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงมหาดไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ทำเนียบรัฐบาล]]></category>
		<category><![CDATA[อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=304933</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนต [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/304933">อรรถพล ยันความมั่นคงพลังงานไทยมีน้ำมันใช้พัด 107 วัน เร่งมาตรการคุมสต็อกสกัดการกักตุน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> นาย<strong>อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์</strong> รัฐมนตรีว่าการ<strong>กระทรวงพลังงาน</strong> (Ministry of Energy) ยืนยันความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศไทยท่ามกลางวิกฤตการณ์โลก โดยระบุว่าปัจจุบันไทยมีปริมาณ<strong>สำรองน้ำมัน</strong>เพียงพอต่อความต้องการใช้ประมาณ 107 วัน พร้อมสั่งการเร่งมาตรการควบคุมสต็อก เพิ่มการนำเข้า และประสานหน่วยงานความมั่นคงอย่าง <strong>กรมสอบสวนคดีพิเศษ</strong> หรือ <strong>DSI</strong> และ<strong>กระทรวงมหาดไทย</strong> เพื่อตรวจสอบและสกัดกั้นการกักตุนน้ำมันผิดกฎหมายทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในช่วงที่ราคาน้ำมันมีความผันผวนสูง</p>



<p>สถานการณ์<strong>ราคาน้ำมัน</strong>ที่ยังคงอยู่ในระดับสูงและมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้<strong>กระทรวงพลังงาน</strong>ต้องยกระดับการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีการกำหนดมาตรการสำคัญ อาทิ การระงับการส่งออกน้ำมันชั่วคราว การตรวจสอบสต็อกของผู้ค้าตามกฎหมาย<strong>มาตรา 7</strong> และการสั่งการให้<strong>โรงกลั่นน้ำมัน</strong>ปรับเพิ่มสัดส่วนการผลิต<strong>น้ำมันดีเซล</strong> (Diesel) นอกจากนี้ยังมีการออกประกาศให้ผู้ค้าน้ำมันแจ้งราคาและปริมาณสต็อกในคลังทุกแห่ง เพื่อความโปร่งใสและป้องกันการบิดเบือนกลไกตลาดในประเทศ</p>



<p>นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ได้กล่าวถึงแนวทางการบริหารจัดการด้านปริมาณว่า <em>&#8220;ขอให้มั่นใจว่าประเทศไทยยังมีความมั่นคงด้านพลังงาน มีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 107 วัน อีกทั้งมีกำหนดการนำเข้าน้ำมันที่ยืนยันแล้วซึ่งจะทยอยเข้าสู่ประเทศจนถึงเดือนพฤษภาคม โดยได้มีมาตรการผ่อนผันลดการเก็บสำรองกรณีนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากเดิมร้อยละ 7 เหลือร้อยละ 1 เพื่อจูงใจให้ผู้ค้านำเข้าน้ำมันเข้ามาเสริมปริมาณในประเทศให้มากขึ้น&#8221;</em></p>



<p>สำหรับการป้องกันการฉวยโอกาสกักตุนสินค้า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานระบุว่า ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบแหล่งกักเก็บน้ำมันที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยทำงานร่วมกับ <strong>DSI</strong> ในการติดตามรถบรรทุกน้ำมันที่ออกจากคลังทุกคันให้ถึงสถานีบริการปลายทางตามจริง พร้อมประสาน<strong>กระทรวงมหาดไทย</strong>ตรวจเช็กแหล่งกักเก็บน้ำมันที่ได้รับอนุญาตว่าดำเนินการตามเงื่อนไขกฎหมายหรือไม่ หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีทันที เพื่อเร่งกระจายน้ำมันเข้าสู่ระบบและลดปัญหาการขาดแคลนในสถานีบริการ</p>



<p>ในด้านการบริหารจัดการราคา นายอรรถพลชี้แจงว่าแม้ราคาน้ำมันจะมีการปรับเพิ่มขึ้นตามกลไกตลาดโลก แต่เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศในอาเซียน ราคาน้ำมันของไทยยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ โดยขณะนี้มีการตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง<strong>กระทรวงพลังงาน</strong> <strong>กระทรวงการคลัง</strong> และ<strong>กระทรวงพาณิชย์</strong> เพื่อตรวจสอบราคาและศึกษาความเป็นไปได้ของภาษีลาภลอย (<strong>Windfall Tax</strong>) ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดพบว่าสถานะ<strong>กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง</strong>มียอดติดลบสะสมอยู่ที่ 38,464 ล้านบาท โดยมีอัตราการชดเชยไหลออกอยู่ที่ 1,368 ล้านบาท</p>



<p>นอกจากนี้ เพื่อรองรับการเดินทางในช่วง<strong>เทศกาลสงกรานต์</strong> กระทรวงพลังงานได้เตรียมมาตรการสนับสนุนประชาชน โดยเปิดให้ตรวจสอบสถานะน้ำมันผ่านแอปพลิเคชัน <strong>Fuel-Now</strong> และมีการกระจายน้ำมันไปยังกลุ่มผู้ค้าส่ง (<strong>Jobber</strong>) ประมาณ 7 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อลดความแออัดในปั๊มน้ำมัน พร้อมกำชับให้ผู้ค้าน้ำมันเตรียมรถขนส่งสำรอง ณ สถานีบริการที่มีความต้องการใช้สูง และประสานกระทรวงคมนาคมเพื่อกำหนดจุดบริการน้ำมันสำหรับรถโดยสารสาธารณะให้เพียงพอต่อการเดินทางของประชาชน</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/304933">อรรถพล ยันความมั่นคงพลังงานไทยมีน้ำมันใช้พัด 107 วัน เร่งมาตรการคุมสต็อกสกัดการกักตุน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Thai Data Privacy Regulator Orders &#8220;World Tools for Humanity&#8221; Deletion of 1.2 Million Iris Scan Records</title>
		<link>https://brickinfotv.com/en/294050</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Nov 2025 14:12:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Brickinfo English]]></category>
		<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[Chaiwut Thanakamanusorn]]></category>
		<category><![CDATA[Department of Special Investigation]]></category>
		<category><![CDATA[DSI]]></category>
		<category><![CDATA[MDES]]></category>
		<category><![CDATA[Ministry of Digital Economy and Society]]></category>
		<category><![CDATA[PDPC]]></category>
		<category><![CDATA[Personal Data Protection Committee]]></category>
		<category><![CDATA[SEC]]></category>
		<category><![CDATA[Securities and Exchange Commission]]></category>
		<category><![CDATA[Surapong Plengkam]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[World]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=294050</guid>

					<description><![CDATA[<p>Brickinfo News Agency &#8211; Thailand&#8217;s Personal [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/en/294050">Thai Data Privacy Regulator Orders &#8220;World Tools for Humanity&#8221; Deletion of 1.2 Million Iris Scan Records</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>Brickinfo News Agency &#8211;</strong> Thailand&#8217;s Personal Data Protection Committee (PDPC) has issued a significant administrative order against a &#8220;crypto-for-iris-scan&#8221; business, citing non-compliance with the country&#8217;s Personal Data Protection Act (PDPA). The order mandates the immediate cessation of further iris data collection and the deletion or destruction of personal data belonging to approximately <strong>1.2 million individuals</strong>. This action follows an ongoing investigation by the PDPC and comes amid growing public concern over the security of biometric information. The Ministry of Digital Economy and Society (MDES) has also confirmed that the Department of Special Investigation (DSI) will be expanding the probe into potential related legal violations.</p>



<p>The decision was made by the Expert Committee 2 of the PDPC after reviewing evidence and explanations from the service provider, identified in its statement as <strong>World</strong>. The committee found that the method used to obtain consent for collecting <strong>biometric data</strong>, which falls under sensitive personal data, was unlawful. Specifically, the practice of offering cryptocurrency as compensation to incentivize individuals to consent to the iris scan was deemed to constitute non-freely given consent, violating the legal requirements. Furthermore, while the stated purpose for data collection was merely &#8220;human verification,&#8221; the committee&#8217;s investigation found that repeat scanning was impossible, indicating a second, undisclosed purpose of individual identification, thereby exceeding the initial scope of consent.</p>



<p>Police Colonel Surapong Plengkam, Secretary-General of the PDPC, announced the administrative orders issued: &#8220;The Expert Committee 2 has ordered the service provider and all related parties to <strong>immediately suspend</strong> or cease the collection of personal data through the iris scan for cryptocurrency process, and report the operational results to the PDPC within seven days.&#8221; He added that the second crucial order is for the service provider to <strong>delete and destroy</strong> all iris scan data and other related personal information for the 1.2 million people to prevent the illegal transfer of this data abroad. This decision is aimed at protecting personal data from being improperly used, potentially leading to unauthorized commercial use or sale.</p>



<p>Minister of Digital Economy and Society <strong>Chaiyanok Chidchob</strong> stated that the Ministry supports modern technology, including AI, used for &#8220;human verification.&#8221; However, he stressed that the collection of <strong>biometric data</strong> must be conducted under clear conditions and strictly within the framework of data protection laws to prevent harm to data owners. The PDPC noted that its decision aligns with international standards, pointing out that at least eight other countries, including Germany, Spain, South Korea, Indonesia, and Brazil, have also ordered suspensions of this operation.</p>



<p>In addition to the PDPA violations, the joint investigation with other agencies has uncovered other suspicious activities, including alleged schemes to hire individuals to undergo the iris scan for the purpose of transferring the resulting cryptocurrency to others. The Securities and Exchange Commission (SEC) and the Cyber Police have already made arrests concerning unauthorized digital asset exchange. The DSI will continue the expanded investigation into potential violations of other laws. In response to the order, <strong>World</strong> issued a statement confirming the temporary suspension of its &#8220;human verification process&#8221; in Thailand, though it maintained that it had fully complied with all Thai laws and regulations throughout its operation and would continue discussions with the MDES and PDPC to find an appropriate path forward.</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/en/294050">Thai Data Privacy Regulator Orders &#8220;World Tools for Humanity&#8221; Deletion of 1.2 Million Iris Scan Records</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สคส. สั่งระงับ World “สแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโต” ชี้ไม่เป็นไปตามหลัก PDPA เตรียมส่ง DSI ขยายผล</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/294047</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Nov 2025 14:09:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Biometric Data]]></category>
		<category><![CDATA[Department of Special Investigation]]></category>
		<category><![CDATA[DSI]]></category>
		<category><![CDATA[MDES]]></category>
		<category><![CDATA[Ministry of Digital Economy and Society]]></category>
		<category><![CDATA[PDPA]]></category>
		<category><![CDATA[PDPC]]></category>
		<category><![CDATA[Personal Data Protection Committee]]></category>
		<category><![CDATA[World]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสอบสวนคดีพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูลชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[คริปโตเคอเรนซี]]></category>
		<category><![CDATA[ดีอี]]></category>
		<category><![CDATA[สคส.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[สุรพงศ์ เปล่งขำ]]></category>
		<category><![CDATA[สแกนม่านตา]]></category>
		<category><![CDATA[เหรียญดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[ไชยชนก ชิดชอบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=294047</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/294047">สคส. สั่งระงับ World “สแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโต” ชี้ไม่เป็นไปตามหลัก PDPA เตรียมส่ง DSI ขยายผล</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)</strong> หรือ <strong>PDPC</strong> ได้ออกคำสั่งทางปกครองให้ธุรกิจบริการ <strong>&#8220;สแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโต&#8221;</strong> ระงับการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลประเภท <strong>&#8220;ข้อมูลชีวภาพ&#8221; (Biometric Data)</strong> เพิ่มเติมในทันที และให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนที่ถูกเก็บไปแล้วจำนวนกว่า <strong>1.2 ล้านราย</strong> เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า กระบวนการขอความยินยอมเพื่อเก็บ <strong>ข้อมูลม่านตา</strong> ซึ่งเป็นข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Personal Data) นั้น <strong>ไม่เป็นไปโดยอิสระ</strong> ตามที่กฎหมาย <strong>พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)</strong> กำหนด โดยพบว่ามีการจูงใจด้วยการให้ <strong>เหรียญคริปโตเคอเรนซี</strong> เป็นค่าตอบแทน นอกจากนี้ <strong>กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES)</strong> ยังเปิดเผยว่า นอกเหนือจากความผิดตามกฎหมาย PDPA แล้ว ยังมีประเด็นน่าสงสัยอื่นที่อาจเกี่ยวข้องกับกฎหมายอื่น โดยเตรียมส่งเรื่องให้ <strong>กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)</strong> เข้ามาสืบสวนขยายผลต่อไป</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><a href="https://brickinfotv.com/news/291457">ตำรวจ บช.สอท.-ก.ล.ต. ไล่ตรวจ-จับผู้ต้องสงสัยให้บริการแลกเหรียญ Worldcoin (WLD) เข้าข่ายทำธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต</a></li>



<li><a href="https://brickinfotv.com/news/286192">World สยบข่าวลือ ย้ำชัดเทคโนโลยีสแกนม่านตาใช้แค่ยืนยัน “ความเป็นมนุษย์” ไม่เก็บข้อมูลส่วนตัว ย้ำคุยกับ PDPC ตลอด พร้อมลงทุน 25 ล้านบาทในไทย</a></li>
</ul>



<p>คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 ของ สคส. ได้ตรวจสอบรายละเอียดของธุรกิจดังกล่าวและพยานหลักฐานต่าง ๆ พบว่า ผู้ให้บริการไม่ได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายอย่างครบถ้วน การให้ <strong>คริปโตเคอเรนซี</strong> เพื่อแลกกับความยินยอมในการเก็บ <strong>ข้อมูลม่านตา</strong> ถูกตีความว่าเป็นการขอความยินยอมที่ <strong>ไม่เป็นไปโดยอิสระ</strong> ซึ่งขัดต่อหลักการของ PDPA ขณะเดียวกัน วัตถุประสงค์ที่แจ้งในการขอความยินยอมคือ &#8220;เพื่อยืนยันความเป็นมนุษย์&#8221; เท่านั้น แต่จากการตรวจสอบพบว่าผู้ที่เคยสแกนไปแล้วไม่สามารถสแกนซ้ำได้ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการดำเนินการมีวัตถุประสงค์เพื่อ <strong>ยืนยันถึงตัวบุคคล</strong> ที่สแกนไปแล้วด้วย ทำให้การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว <strong>เกินขอบเขตวัตถุประสงค์</strong> ที่ขอความยินยอมตั้งแต่แรก</p>



<p><strong>พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ</strong> เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เปิดเผยถึงคำสั่งทางปกครองของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 ว่า ได้สั่งการให้ผู้ให้บริการและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเก็บ <strong>ข้อมูลม่านตา</strong> ต้อง <strong>ระงับหรืองดการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล</strong> ในรูปแบบการสแกนม่านตาเพื่อรับเหรียญคริปโตเคอเรนซีเพิ่มเติมโดยทันที และต้องรายงานผลการดำเนินการต่อ สคส. ภายใน 7 วัน พร้อมทั้งสั่งให้ <strong>ลบทำลายข้อมูลม่านตา</strong> และข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องของประชาชนจำนวน <strong>1.2 ล้านคน</strong> ทั้งหมด เพื่อป้องกันการโอนย้ายถ่ายเทข้อมูลไปยังต่างประเทศโดยไม่ถูกกฎหมาย การมีคำสั่งดังกล่าวเป็นไปเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนที่อาจรั่วไหล และป้องกันการนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้โดยไม่ถูกต้อง เช่น การซื้อขาย หรือใช้ประโยชน์ทางการค้าโดยมิชอบ</p>



<p><strong>นายไชยชนก ชิดชอบ</strong> รัฐมนตรีว่าการ <strong>กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม</strong> กล่าวว่า กระทรวงฯ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี <strong>ปัญญาประดิษฐ์ (AI)</strong> และเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการ <strong>ยืนยันความเป็นมนุษย์</strong> อย่างไรก็ตาม การเก็บรวบรวม <strong>ข้อมูลชีวภาพ</strong> จะต้องทำภายใต้กรอบที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด โดยต้องมีเงื่อนไขที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล นอกจากนี้ เลขาธิการ สคส. ยืนยันว่า การระงับการดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อ <strong>“ป้องกันความเสียหาย”</strong> ที่เกิดขึ้นจากการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ผิดกฎหมาย โดย <strong>“ไม่เป็นการปิดกั้นการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการยืนยันความเป็นมนุษย์”</strong> แต่เป็นไปเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน</p>



<p>ด้านบริษัทผู้ให้บริการ <strong>World</strong> ได้ออกประกาศระบุว่า ได้รับจดหมายจาก PDPC และได้ <strong>ระงับกระบวนการยืนยันความเป็นมนุษย์จริง</strong> ในประเทศไทยชั่วคราวแล้ว แม้จะยืนยันว่าได้ดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของประเทศไทยอย่างครบถ้วน และได้ให้ข้อมูลและความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลอย่างเปิดเผยมาโดยตลอด การระงับครั้งนี้ บริษัทฯ เห็นว่าอาจ <strong>ส่งผลกระทบในทางลบต่อคนไทยหลายล้านคน</strong> ที่เลือกใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อช่วยปกป้องตนเองจากการหลอกลวง การขโมยข้อมูลส่วนบุคคล และภัยคุกคามจากการฉ้อโกงที่ขับเคลื่อนด้วย <strong>AI</strong> ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ สคส. (PDPC) เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางดำเนินการที่เหมาะสมต่อไป</p>



<p>จากการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากการตรวจพบการกระทำความผิดตามกฎหมาย PDPA แล้ว ยังมีประเด็นน่าสงสัยอื่น ๆ เช่น กรณีขบวนการจ้างคนมา <strong>สแกนม่านตาแลกเหรียญ</strong> เพื่อนำไปให้บุคคลอื่นใช้ โดยก่อนหน้านี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตำรวจไซเบอร์ได้ตรวจพบและจับกุมผู้รับแลก <strong>เหรียญดิจิทัล</strong> โดยไม่ได้รับอนุญาตมาแล้วหลายราย ด้วยเหตุนี้ จึงมีการส่งเรื่องให้ <strong>กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)</strong> และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วม <strong>สืบสวนขยายผล</strong> เนื่องจากสงสัยว่าอาจมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความผิดตามกฎหมายอื่น ๆ อีกด้วย ทั้งนี้ มีรายงานว่า ประเทศอื่น ๆ ไม่น้อยกว่า 8 ประเทศ ได้มีการแบนการดำเนินการในลักษณะนี้ไปแล้วเช่นกัน โดยมี 5 ประเทศที่มีคำสั่งระงับชัดเจน ได้แก่ <strong>เยอรมนี</strong> <strong>สเปน</strong> <strong>เกาหลีใต้</strong> <strong>อินโดนีเซีย</strong> และ <strong>บราซิล</strong> ซึ่งสอดคล้องกับมาตรการสากล</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/294047">สคส. สั่งระงับ World “สแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโต” ชี้ไม่เป็นไปตามหลัก PDPA เตรียมส่ง DSI ขยายผล</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TikTok Partners with 12 Agencies for #ThaisAware Season 2 to Combat Digital Fraud</title>
		<link>https://brickinfotv.com/en/285261</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Aug 2025 12:46:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Brickinfo English]]></category>
		<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[Bank of Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[BOT]]></category>
		<category><![CDATA[CCIB]]></category>
		<category><![CDATA[Central Investigation Bureau]]></category>
		<category><![CDATA[Chanida Klyphun]]></category>
		<category><![CDATA[CIB]]></category>
		<category><![CDATA[Cofact]]></category>
		<category><![CDATA[Cyber Crime Investigation Bureau]]></category>
		<category><![CDATA[Department of Special Investigation]]></category>
		<category><![CDATA[DSI]]></category>
		<category><![CDATA[Electronic Transactions Development Agency]]></category>
		<category><![CDATA[ETDA]]></category>
		<category><![CDATA[FDA]]></category>
		<category><![CDATA[Food and Drug Administration]]></category>
		<category><![CDATA[MDES]]></category>
		<category><![CDATA[Ministry of Digital Economy and Society]]></category>
		<category><![CDATA[National Cyber Security Agency]]></category>
		<category><![CDATA[NCSA]]></category>
		<category><![CDATA[OCPB]]></category>
		<category><![CDATA[Office of the Consumer Protection Board]]></category>
		<category><![CDATA[Prasert Jantararuangtong]]></category>
		<category><![CDATA[SEC]]></category>
		<category><![CDATA[Securities and Exchange Commission]]></category>
		<category><![CDATA[TCC]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Consumers Council]]></category>
		<category><![CDATA[TikTok]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=285261</guid>

					<description><![CDATA[<p>Brickinfo News Agency &#8211; TikTok Thailand has expan [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/en/285261">TikTok Partners with 12 Agencies for #ThaisAware Season 2 to Combat Digital Fraud</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>Brickinfo News Agency &#8211;</strong> TikTok Thailand has expanded its collaboration for the <strong>#ThaisAware Season 2</strong> project, welcoming four new government agencies to help combat <strong>online fraud and scams</strong>. The initiative, which now includes a total of 12 agencies, aims to educate the public and create a more robust digital defense against various threats. The new partners are the <strong>Food and Drug Administration (FDA), National Cyber Security Agency (NCSA), Department of Special Investigation (DSI),</strong> and the <strong>Cyber Crime Investigation Bureau (CCIB)</strong>.</p>



<p>These new agencies join eight existing partners, including the <strong>Ministry of Digital Economy and Society (MDES), Electronic Transactions Development Agency (ETDA),</strong> and the <strong>Bank of Thailand (BOT).</strong> The expanded collaboration is structured to address different facets of online threats, with agencies grouped by their specific expertise. This includes efforts to raise awareness of new scam tactics, enhance safe online shopping practices, and prevent financial and investment fraud.</p>



<p>According to Mr. Prasert Jantararuangtong, Deputy Prime Minister and Minister of Digital Economy and Society, the ministry is committed to updating policies and legal measures to keep pace with the evolving digital environment. “When the public is empowered and aware of various online threats, the chances of falling victim to scams decrease significantly,” he stated. He added that sharing experiences and approaches to combat fraud from relevant agencies will effectively build public immunity and create a safe environment for internet users in Thailand.</p>



<p>Ms. Chanida Klyphun, Director of Public Policy for Southeast Asia at <strong>TikTok</strong>, noted that the project is a continuation of last year&#8217;s “ThaiAware” campaign. She said the initiative is focused on leveraging the expertise of the partner agencies to produce high-quality, educational content. Ms. Chanida also said that the project will utilize the influence of more than 10 creators with large followings to disseminate knowledge.</p>



<p>The project also includes a special <strong>“เอ๊ะ ถาม อ๋อ”</strong> (&#8220;Wait!, Ask, Know&#8221; in Thai) or hashtag challenge, which invites creators to produce viral video content to raise awareness about online threats until September 25, 2025. This challenge, along with the educational content from creators, aims to build sustained vigilance among the public. Ms. Chanida emphasized that fighting online threats is not the responsibility of a single agency but requires unified cooperation from all parties.</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/en/285261">TikTok Partners with 12 Agencies for #ThaisAware Season 2 to Combat Digital Fraud</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TikTok ผนึก 12 หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เดินหน้าโครงการ #คนไทยรู้ทัน ซีซัน 2 เสริมเกราะป้องกันภัยออนไลน์</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/285258</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Aug 2025 12:43:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[BOT]]></category>
		<category><![CDATA[CCIB]]></category>
		<category><![CDATA[CIB]]></category>
		<category><![CDATA[Cofact]]></category>
		<category><![CDATA[DSI]]></category>
		<category><![CDATA[ETDA]]></category>
		<category><![CDATA[FDA]]></category>
		<category><![CDATA[MDES]]></category>
		<category><![CDATA[NCSA]]></category>
		<category><![CDATA[OCPB]]></category>
		<category><![CDATA[SEC]]></category>
		<category><![CDATA[TikTok]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสอบสวนคดีพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[ชนิดา คล้ายพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ติ๊กต็อก]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บช.สอท]]></category>
		<category><![CDATA[ประเสริฐ จันทรรวงทอง]]></category>
		<category><![CDATA[สกมช]]></category>
		<category><![CDATA[สคบ]]></category>
		<category><![CDATA[สภาองค์กรของผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[อย]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการโคแฟค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=285258</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; TikTok ประเทศไทย ประกาศขยายค [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/285258">TikTok ผนึก 12 หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เดินหน้าโครงการ #คนไทยรู้ทัน ซีซัน 2 เสริมเกราะป้องกันภัยออนไลน์</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> TikTok ประเทศไทย ประกาศขยายความร่วมมือครั้งใหญ่ในโครงการ <strong>#คนไทยรู้ทัน ซีซัน 2</strong> โดยได้พันธมิตรเพิ่มอีก 4 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย. หรือ FDA), สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช. หรือ NCSA), กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ หรือ DSI) และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท. หรือ CCIB) รวมกับพันธมิตรเดิมอีก 8 หน่วยงาน ทำให้ปัจจุบันมีเครือข่ายความร่วมมือทั้งหมด 12 หน่วยงาน เพื่อยกระดับและสร้างเกราะป้องกันภัยออนไลน์ที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นให้กับคนไทย</p>



<p>นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า &#8220;กระทรวงดิจิทัลฯ ได้มุ่งมั่นปรับปรุงนโยบายและมาตรการทางกฎหมายให้ทันสมัยและสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยการสร้างความตระหนักรู้ด้านดิจิทัลให้กับประชาชนถือเป็นภูมิคุ้มกันที่สำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์อย่างยั่งยืน เมื่อภาคประชาชนมีความเข้มแข็งและรู้เท่าทันภัยออนไลน์ต่าง ๆ โอกาสที่จะตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงจะน้อยลง กระทรวงดิจิทัลฯ ขอชื่นชมความมุ่งมั่นของ TikTok และพันธมิตรทั้ง 12 หน่วยงานที่ได้ร่วมมือในโครงการ #คนไทยรู้ทันซีซัน 2 ในครั้งนี้ เพราะเราเชื่อมั่นว่าการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางการรับมือกับการหลอกลวงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากทั้งภาครัฐและประชาสังคมจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนและสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ&#8221;</p>



<p>ด้านนางชนิดา คล้ายพันธ์ Head of Public Policy for Southeast Asia, <strong>TikTok</strong> เปิดเผยว่า &#8220;TikTok มุ่งมั่นสร้างอนาคตดิจิทัลที่ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง จากความสำเร็จโครงการ &#8220;คนไทยรู้ทัน&#8221; ในปีแรก ที่มีผู้ทำคลิป TikTok ร่วมกิจกรรม #คนไทยรู้ทัน มากกว่า 2.5 ล้านคลิป และมียอดรับชมสูงถึง 3,400 ล้านครั้ง โดยมุ่งเน้นการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพและอาศัยความเชี่ยวชาญของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ร่วมแบ่งบันข้อมูลที่น่าสนใจ ให้ความรู้ด้านภัยออนไลน์ให้กับคนไทยมาโดยตลอด นอกจากเราจะขยายพันธมิตรเพิ่มเป็น 12 หน่วยงานแล้ว เรายังได้ยกระดับการพัฒนาเนื้อหา สาระต่าง ๆ ให้ทันสมัย ครอบคลุม และตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้ใช้มากยิ่งขึ้น โดยมุ่งหวังปลูกฝังเป็น New Online Behavior ใหม่ให้กับคนไทย เพื่อป้องกันตัวเองจากการหลอกลวงออนไลน์ ผ่านการสร้าง Big Idea ต่อยอดคอนเทนต์ให้ผู้คนจดจำได้และนำไปปฏิบัติจริงได้&#8221;</p>



<p>&#8220;TikTok เชื่อว่าการสร้างภูมิคุ้มกันผ่านการมอบองค์ความรู้ด้านดิจิทัล ยังเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้แพลตฟอร์มของเราเป็นพื้นที่ปลอดภัย และมอบโอกาสให้คนไทยได้ต่อยอดพลังความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างต่อเนื่อง โดย #คนไทยรู้ทัน เป็นการยกระดับความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในมิติที่เข้มข้นกว่าเดิม เพราะการต่อสู้กับภัยออนไลน์ไม่ใช่งานของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวจากทุกฝ่าย&#8221; นางชนิดา กล่าวเพิ่มเติม</p>



<p>พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) กล่าวว่า &#8220;ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ของเรากับTikTok คือการโจมตีเชิงป้องกันเพื่อรับมือกับภัยคุกคามแห่งอนาคตนี้ แคมเปญ #คนไทยรู้ทัน จะเป็นเวทีให้เราเปิดตัวโครงการระดับชาติเพื่อสร้างความรู้เท่าทันดิจิทัล โดยมุ่งเน้นที่การสอนให้ประชาชนสามารถระบุเนื้อหาที่ถูกตัดต่อด้วย AI ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างพลเมืองที่แข็งแกร่งและพร้อมรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ยุคต่อไป&#8221;</p>



<p>พันตำรวจเอก เนติวงษ์กุหลาบ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กล่าวว่า &#8220;ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับ TikTok เปรียบเสมือนแหล่งข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้เรามองเห็นกลยุทธ์ของมิจฉาชีพที่เกิดขึ้นใหม่ได้แบบเรียลไทม์และในวงกว้าง โครงการ #คนไทยรู้ทัน คือปฏิบัติการร่วมของเราเพื่อพลิกเกม เปลี่ยนแพลตฟอร์มที่เคยเป็นเป้าหมายของอาชญากร ให้กลายเป็นพื้นที่ที่พวกเขาไม่สามารถแฝงตัวอยู่ได้อีกต่อไป&#8221;</p>



<p>การผนึกกำลังครั้งนี้เป็นการสานต่อโครงการ #คนไทยรู้ทัน ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในปีแรก โดยมีการผลิตและเผยแพร่คอนเทนต์ให้ความรู้เกี่ยวกับการรู้เท่าทันภัยออนไลน์ และมีผู้ใช้งาน TikTok สร้างสรรค์คลิปวิดีโอเข้าร่วมแคมเปญกว่า 2.5 ล้านคลิป มียอดรับชมรวมมากกว่า 3,400 ล้านครั้ง ทั้งนี้ เพื่อให้เนื้อหาครอบคลุมและตอบโจทย์พฤติกรรมผู้ใช้งานที่เปลี่ยนแปลงไป TikTok และหน่วยงานพันธมิตรจึงแบ่งกลุ่มความร่วมมือออกเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่ <strong>การสร้างความตระหนักรู้ต่อภัยหลอกลวง</strong> <strong>การซื้อขายออนไลน์ที่ปลอดภัย</strong> และ <strong>การป้องกันการหลอกลวงด้านการเงินและการลงทุน</strong></p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/285258">TikTok ผนึก 12 หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เดินหน้าโครงการ #คนไทยรู้ทัน ซีซัน 2 เสริมเกราะป้องกันภัยออนไลน์</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดีอี เพิ่มช่องทางแจ้งเตือนข่าวปลอม-ภัยออนไลน์ ผ่านแอปฯ &#8220;ทางรัฐ&#8221; เพิ่มการเข้าถึงประชาชน</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/281844</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Jul 2025 07:51:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Cyber Community Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[DGA]]></category>
		<category><![CDATA[DSI]]></category>
		<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ดีอี]]></category>
		<category><![CDATA[ทางรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[เวทางค์ พ่วงทรัพย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=281844</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจแ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/281844">ดีอี เพิ่มช่องทางแจ้งเตือนข่าวปลอม-ภัยออนไลน์ ผ่านแอปฯ &#8220;ทางรัฐ&#8221; เพิ่มการเข้าถึงประชาชน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เปิดให้ประชาชนสามารถแจ้งเตือน <strong>ข่าวปลอม</strong> และภัยออนไลน์ รวมถึงรับข้อมูลความรู้ด้านดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน <strong>&#8220;ทางรัฐ&#8221;</strong> ได้แล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากความร่วมมือกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ <strong>DGA</strong> ที่ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงไปเมื่อเดือนมีนาคม 2568 โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการรับมือและลดผลกระทบจากปัญหาการหลอกลวงทางสื่อออนไลน์และข่าวปลอมที่สร้างความเสียหายให้กับประชาชน</p>



<p>ปัจจุบัน บริการของกระทรวงดีอีบนแอปพลิเคชัน &#8220;ทางรัฐ&#8221; ประกอบด้วย การให้ข้อมูลความรู้ด้านดิจิทัลที่ประชาชนสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็น <strong>พลเมืองดิจิทัล</strong> การนำเสนอข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวปลอม การแจ้งเตือนภัยจากการหลอกลวงทางสื่อออนไลน์ และข่าวปลอม นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำระบบงานจัดเก็บข้อมูลของแอปพลิเคชัน <strong>Cyber Community Thailand</strong> ให้สามารถใช้งานผ่านแอปฯ &#8220;ทางรัฐ&#8221; ได้ โดยมีการรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงบริการและการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานอย่างเหมาะสม</p>



<p>นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดีอี กล่าวว่า &#8220;การให้ความรู้ด้านดิจิทัล การแจ้งเตือนข่าวปลอม และภัยออนไลน์ ผ่านแอปฯ &#8216;ทางรัฐ&#8217; ถือเป็นหนึ่งในช่องทางที่สามารถเข้าถึงประชาชนได้ทั่วประเทศ ซึ่งช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลในการป้องกันตัวเองจากภัยคุกคามทางออนไลน์ ลดความเสี่ยงการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ และสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชน&#8221;</p>



<p>แอปพลิเคชัน &#8220;ทางรัฐ&#8221; มีบริการภาครัฐรวมกว่า 179 บริการ รวมถึงบริการแจ้งเรื่องร้องเรียนต่างๆ เช่น ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111, การแจ้งเรื่องร้องทุกข์หรือแจ้งเบาะแสกับศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย 1567, การแจ้งเหตุคดีพิเศษ <strong>DSI</strong> 1202 หรือการแจ้งอายัดบัญชีธนาคาร นอกจากนี้ &#8220;ทางรัฐ&#8221; ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาบริการแจ้งเบาะแสยาเสพติดและบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มเติม</p>



<p>นอกจากแอปฯ &#8220;ทางรัฐ&#8221; แล้ว กระทรวงดีอียังมีแอปพลิเคชัน <strong>&#8220;Cyber Community Thailand&#8221;</strong> หรือ <strong>&#8220;CCT&#8221;</strong> ที่เปิดให้บริการข้อมูลความรู้ด้านการป้องกันตนเองจากภัยออนไลน์ การตรวจสอบข่าวจริง-ข่าวปลอม และการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านดิจิทัลอื่นๆ ประชาชนสามารถดาวน์โหลดแอปฯ &#8220;ทางรัฐ&#8221; และแอปฯ &#8220;Cyber Community Thailand&#8221; ได้ทั้งจาก App Store สำหรับผู้ใช้ iOS และ Google Play Store สำหรับผู้ใช้ Android เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและป้องกันภัยจากข่าวปลอมและการหลอกลวงทางสื่อออนไลน์</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/281844">ดีอี เพิ่มช่องทางแจ้งเตือนข่าวปลอม-ภัยออนไลน์ ผ่านแอปฯ &#8220;ทางรัฐ&#8221; เพิ่มการเข้าถึงประชาชน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>PDPC ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน คุมเข้มการใช้ข้อมูลชีวมิติ ตรวจสอบแพลตฟอร์มดิจิทัล หลังเหตุการณ์สแกนม่านตา</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/281617</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Jul 2025 11:22:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Department of Special Investigation]]></category>
		<category><![CDATA[DSI]]></category>
		<category><![CDATA[Electronic Transactions Development Agency]]></category>
		<category><![CDATA[ETDA]]></category>
		<category><![CDATA[Federation of Thai Industries]]></category>
		<category><![CDATA[PDPA]]></category>
		<category><![CDATA[PDPC]]></category>
		<category><![CDATA[Personal Data Protection Commission]]></category>
		<category><![CDATA[Securities and Exchange Commission]]></category>
		<category><![CDATA[ก.ล.ต.]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสอบสวนคดีพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[การคุ้มครองข้อมูลชีวมิติ]]></category>
		<category><![CDATA[ตำรวจไซเบอร์]]></category>
		<category><![CDATA[บช.สอท.]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ทีไอดีซี เวิลด์เวิร์ส จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เจ.ไอ.บี. คอมพิวเตอร์ กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ส.อ.ท.]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[สุรพงศ์ เปล่งขำ]]></category>
		<category><![CDATA[สแกนม่านตา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=281617</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/281617">PDPC ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน คุมเข้มการใช้ข้อมูลชีวมิติ ตรวจสอบแพลตฟอร์มดิจิทัล หลังเหตุการณ์สแกนม่านตา</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)</strong> หรือ <strong>PDPC</strong> ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง จัดประชุมด่วนเพื่อกำหนดแนวทางกำกับดูแลการเก็บและใช้ <strong>ข้อมูลชีวมิติ (biometric data)</strong> โดยเฉพาะข้อมูลม่านตา หลังจากเกิดกรณีมีประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรม <strong>“สแกนม่านตาเพื่อรับสินทรัพย์ดิจิทัล”</strong> ซึ่งสร้างความกังวลเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการปฏิบัติตาม <strong>พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อ่าน : <a href="https://brickinfotv.com/news/266260">เปิดวิสัยทัศน์ “พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ” เลขาธิการฯ สำนักงานฯ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ลั่น! เป้าหมายข้อมูลรั่วไหลเป็นศูนย์</a></li>



<li>อ่าน : <a href="https://brickinfotv.com/news/262360">PDPC ลุยสอบผับดังบางใหญ่ ปมขายข้อมูลลูกค้า หลัง “ประเสริฐ” สั่งเร่งช่วยเหลือ</a></li>
</ul>



<p>พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมสแกนม่านตาเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ สคส. จึงได้เชิญผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อตรวจสอบ ติดตาม และวางแนวทางร่วมกัน ซึ่งรวมถึง <strong>สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA)</strong>, <strong>สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)</strong>, <strong>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</strong>, <strong>กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.)</strong> หรือ <strong>ตำรวจไซเบอร์</strong>, <strong>กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)</strong>, <strong>ศูนย์ PDPC Eagle Eye</strong> และภาคเอกชน อาทิ <strong>บริษัท ทีไอดีซี เวิลด์เวิร์ส จำกัด</strong>, <strong>บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด (มหาชน)</strong>, <strong>บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด</strong>, <strong>บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน)</strong>, <strong>บริษัท เจ.ไอ.บี. คอมพิวเตอร์ กรุ๊ป จำกัด</strong> และ <strong>บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)</strong></p>



<p>สาระสำคัญของการประชุมคือการวางกรอบมาตรการที่ชัดเจนสำหรับการใช้ <strong>ข้อมูลชีวมิติ</strong> โดยเฉพาะข้อมูลม่านตา ซึ่งถือเป็น <strong>“ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว”</strong> ตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) โดยมีประเด็นที่ทุกหน่วยงานร่วมกันพิจารณา ได้แก่ สคส. จะตรวจสอบขั้นตอนการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลให้เป็นไปอย่างชัดแจ้ง รวมถึงการแจ้งวัตถุประสงค์และสิทธิในการเพิกถอนข้อมูล หากพบการฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมาย PDPA ทันที ด้าน ETDA ร่วมกับ PDPC Eagle Eye จะตรวจสอบว่าแพลตฟอร์มที่ใช้ใน <strong>World App</strong> ผ่านการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายหรือไม่ หากไม่เป็นไปตามเกณฑ์จะต้องยุติการใช้งาน นอกจากนี้ ก.ล.ต. จะตรวจสอบหากพบว่ามีการใช้แอปพลิเคชันต่างประเทศเพื่อหารายได้ในระบบ และจะดำเนินการตามระเบียบกฎหมายตลาดทุน ส่วนตำรวจไซเบอร์ยืนยันว่าจะดำเนินคดีทันที หากพบการนำ <strong>ข้อมูลชีวมิติ</strong> ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรือมีการหลอกลวงให้สแกนม่านตาโดยจงใจ</p>



<p>ตัวแทนบริษัทที่ดำเนินกิจกรรมสแกนม่านตาได้ชี้แจงว่า การเก็บข้อมูลม่านตามีวัตถุประสงค์เพื่อยืนยันตัวตนว่าเป็นมนุษย์ (Proof of Humanity) เท่านั้น และไม่มีการจัดเก็บถาวร ข้อมูลจะถูกลบอย่างถาวรหลังการใช้งาน พร้อมส่งหลักฐานให้ สคส. ตรวจสอบ นอกจากนี้ บริษัทยังให้คำมั่นว่าจะจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนเข้าใจก่อนเข้าร่วมกิจกรรม โดยจะเตือนภัยเรื่องการรับจ้างสแกนที่อาจเกี่ยวข้องกับเงินที่มาจากการกระทำผิด และยืนยันว่าแต่ละบัญชีสามารถใช้สิทธิ์ได้เฉพาะเจ้าของเท่านั้น</p>



<p>พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ กล่าวทิ้งท้ายว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นจุดสำคัญของ สคส. และหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐ ในการสร้างกลไกร่วมดูแลการใช้ <strong>เทคโนโลยีชีวมิติ</strong> ในภาคประชาชน โดยเน้นย้ำหลักการที่ว่า <strong>“เทคโนโลยีต้องไม่ละเมิดสิทธิ”</strong> และ <strong>“ข้อมูลส่วนบุคคลต้องอยู่ภายใต้ความยินยอมที่แท้จริง”</strong> การสแกนม่านตา หรือการใช้ <strong>ข้อมูลชีวมิติ</strong> ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบ <strong>Digital ID</strong>, <strong>AI-based KYC</strong> หรือ <strong>Blockchain-based Identity</strong> จะต้องได้รับการกำกับดูแลอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศไทย</p>



<p>หากประชาชนหรือผู้ประกอบการมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือต้องการแจ้งเหตุอันอาจละเมิดสิทธิ สามารถติดต่อ <strong>สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)</strong> ได้ที่ โทร. 02-111-8800 หรือทางอีเมล saraban@pdpc.or.th</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/281617">PDPC ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน คุมเข้มการใช้ข้อมูลชีวมิติ ตรวจสอบแพลตฟอร์มดิจิทัล หลังเหตุการณ์สแกนม่านตา</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;แสวง&#8217; แจงปมถูกโยงฮั้ว สว. ปัดมือมืดบีบ ปธ.กกต. ลาออก ยันทำงานเต็มที่ เร่งสอบสวนคดี</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/277045</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Jun 2025 09:03:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[DSI]]></category>
		<category><![CDATA[กกต.]]></category>
		<category><![CDATA[กรมสอบสวนคดีพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[คณะกรรมการการเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ปปง.]]></category>
		<category><![CDATA[สมาชิกวุฒิสภา]]></category>
		<category><![CDATA[สว.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ฮั้ว สว.]]></category>
		<category><![CDATA[แสวง บุญมี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=277045</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/277045">&#8216;แสวง&#8217; แจงปมถูกโยงฮั้ว สว. ปัดมือมืดบีบ ปธ.กกต. ลาออก ยันทำงานเต็มที่ เร่งสอบสวนคดี</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> นายแสวง บุญมี <strong>เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)</strong> ได้ออกมาชี้แจงประเด็นข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการ <strong>ฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)</strong> และกระแสข่าวการถูกกดดันให้ลาออกของประธาน กกต. โดยยืนยันว่า <strong>กกต.</strong> ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ในการตรวจสอบความไม่สุจริตของการเลือก สว. และไม่มีผู้ใดสามารถเข้ามาบงการการทำงานขององค์กรได้</p>



<p>นายแสวง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อร้องเรียนการฮั้วเลือก <strong>สว.</strong> โดยกล่าวว่าเรื่องดังกล่าวเป็นที่สนใจของประชาชนอย่างยิ่ง <strong>กกต.</strong> มีหน้าที่ตรวจสอบว่าการเลือก <strong>สว.</strong> เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ ขณะเดียวกัน <strong>กกต.</strong> ก็ถูกตรวจสอบเช่นกัน ในส่วนของการตรวจสอบความไม่สุจริต <strong>กกต.</strong> ได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และระเบียบการสืบสวนสอบสวนมาโดยตลอด ตั้งแต่ประกาศผลการเลือก <strong>สว.</strong> เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 โดยเริ่มแรกทำงานร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ <strong>(DSI)</strong> สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน <strong>(ปปง.)</strong> และตำรวจ ต่อมาได้ปรับรูปแบบการทำงาน เนื่องจากวิธีการดำเนินคดีแยกเป็นรายบุคคลทำให้ไม่เห็นความสัมพันธ์ จึงได้ร่วมกับ <strong>DSI</strong> จัดตั้งคณะกรรมการชุดพิเศษขึ้นมา เพื่อให้เห็นภาพรวมและความเชื่อมโยงของการทำงาน</p>



<p>เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า &#8220;ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำงานของคณะกรรมการสืบสวนคณะพิเศษชุดที่ 26 ซึ่งได้ทำงานร่วมกันมาราวๆ 90 วันแล้ว ทำทุกวัน ทั้งกลางวัน กลางคืน นั่นหมายความว่าเราจะเร่งการทำงานแต่ก็ต้องให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้โอกาสในการมาชี้แจง ด้วยความที่การเลือก สว. มีความสลับซับซ้อน มีหลายชั้น ทั้งชั้นอำเภอ จังหวัด และประเทศ รวมถึงมีรูปแบบ แต่เลือกที่สลับซับซ้อนเหมือนกัน แต่ขอยืนยันว่าคณะกรรมการสอบสวนยังทำงานทุกวันอย่างเอาใจใส่&#8221;</p>



<p>นายแสวงยังกล่าวถึงกรอบเวลาการทำงานว่า กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ แต่สำนักงานได้กำหนดเวลาให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี ซึ่งเหลือเวลาประมาณ 30 วัน หากเกินเวลาก็สามารถขยายได้โดยให้เหตุผลและความจำเป็น เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ และให้โอกาสทุกคนได้มาชี้แจง</p>



<p>ส่วนกรณีที่มีข้อสังเกตว่า <strong>กกต.</strong> ทำงานล่าช้า และมีการพูดถึงความเชื่อมโยงของตัวเลขาธิการ <strong>กกต.</strong> กับผู้ที่มีรายชื่อในขบวนการฮั้ว <strong>สว.</strong> นายแสวงชี้แจงว่า ในฐานะผู้อำนวยการการเลือก สว. ระดับประเทศ หากการปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ผู้ร้องก็มีสิทธิ์ร้องเรียน ซึ่งที่ผ่านมามีการร้องเรียนไปยังหลายหน่วยงาน บางกรณีก็จบแล้ว เช่น การร้องต่อศาล</p>



<p>&#8220;คนที่ตรวจสอบเขาก็มีสิทธิ์ที่จะร้องให้ตรวจสอบ ส่วนเราก็มีหน้าที่ที่จะชี้แจงต่อหน่วย ไม่ได้มีการชี้แจงผ่านสื่อเพราะจะกลายเป็นเรื่องของการโต้เถียงกันไปกันมา และเป็นการไม่เคารพต่อองค์กรที่ทำหน้าที่ในการตัดสิน ในส่วนของตัวผมเองก็ได้ไปชี้แจงและพร้อมที่จะได้รับการตรวจสอบจากทุกที่ ทุกแห่ง&#8221; นายแสวงกล่าว</p>



<p>เมื่อถามถึงกรณีที่กลุ่ม <strong>สว.</strong> สำรองเรียกร้องให้เลขาธิการ <strong>กกต.</strong> หยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างการตรวจสอบ นายแสวงกล่าวว่า การร้องเรียนเป็นสิทธิ์ แต่บางครั้งก็ต้องมีกระบวนการ ซึ่งบางแห่งที่ไปร้องเรียนไว้ก็จบไปแล้ว และปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าประธาน <strong>กกต.</strong> ถูกกดดันให้ลาออก หรือมีผู้มีอิทธิพลคอยบงการการทำงานของ <strong>กกต.</strong> และองค์กรอิสระ โดยยืนยันว่าไม่มีใครมาบีบ <strong>กกต.</strong> ส่วนกรณีที่ 92 <strong>สว.</strong> ร้องขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 นั้น คณะกรรมการชุดนี้ตั้งโดยคำสั่ง <strong>กกต.</strong> และยังไม่มีคำสั่งเปลี่ยนแปลง</p>



<p>นายแสวงยังกล่าวเสริมว่า ขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเรียกตนเข้าไปชี้แจงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือก <strong>สว.</strong> รวมถึงคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 หรือกรณีผู้ตรวจการเลือกตั้งสมุทรปราการที่อ้างว่าได้แจ้งเบาะแสโพยฮั้ว <strong>สว.</strong> ในวันเลือกระดับประเทศ แต่ตนไม่ได้ดำเนินการอะไร ซึ่งตนพร้อมชี้แจงกับทุกที่มีอำนาจ แต่ไม่ต้องการชี้แจงผ่านสื่อ เพราะจะเป็นการโต้เถียงกันไปมา สำหรับกรณีอดีตผู้ตรวจการเลือกตั้งสมุทรปราการที่อ้าง <strong>กกต.</strong> ก็ได้วินิจฉัยจบไปแล้ว ส่วนกระแสข่าวที่ว่าคณะกรรมการสืบสวนฯ จะสรุปสำนวนและเสนอที่ประชุม <strong>กกต.</strong> พิจารณาในวันที่ 16 มิถุนายนนี้ นายแสวงยืนยันว่า ขณะนี้อยู่ในชั้นคณะกรรมการไต่สวน ซึ่งมีการทำงานเป็นขั้นตอนตามระเบียบการสืบสวน จะข้ามขั้นตอนไม่ได้ ดังนั้นถ้าระดับคณะกรรมการสอบสวนเสร็จ ก็จะเข้าสู่การพิจารณาในชั้นสำนักงานและอนุวินิจฉัยเรื่องร้องเรียนและข้อโต้แย้งก่อนถึงไปสู่ที่ประชุม <strong>กกต.</strong> โดยย้ำว่าเรื่องนี้อยู่ในชั้นคณะกรรมการสอบฯ มีความเป็นอิสระว่าจะเรียกใครเข้ามาชี้แจง</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/277045">&#8216;แสวง&#8217; แจงปมถูกโยงฮั้ว สว. ปัดมือมืดบีบ ปธ.กกต. ลาออก ยันทำงานเต็มที่ เร่งสอบสวนคดี</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
