<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>050-1 ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<atom:link href="https://brickinfotv.com/tag/050-1/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://brickinfotv.com/tag/050-1</link>
	<description>ข่าวสาร สาระ ความรู้ และความบันเทิง</description>
	<lastBuildDate>Tue, 08 Jul 2025 07:39:11 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.1</generator>

<image>
	<url>https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/07/cropped-06-Favicon-Brick-100x100.png</url>
	<title>050-1 ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<link>https://brickinfotv.com/tag/050-1</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ตลาดหุ้นไทยครึ่งหลังปี 2568 ทรีนีตี้มอง 1,000 จุดยังรับอยู่ หากเผชิญปัจจัยการเมืองในประเทศและภาษีทรัมป์</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/280233</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nopparit Kamolsuwan]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Jul 2025 07:38:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[000 จุดรับอยู่ หากเผชิญการเมืองและภาษีทรัมป์ พร้อมแนะกลยุทธ์ DCA ทองคำ และจับตาค่าเงินบาทมีโอกาสฟื้นตัว]]></category>
		<category><![CDATA[050-1]]></category>
		<category><![CDATA[180 จุด ชี้ 1]]></category>
		<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ทรีนีตี้ประเมินตลาดหุ้นไทยครึ่งปีหลัง 2568 กรอบ 1]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=280233</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ (Trinity [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/280233">ตลาดหุ้นไทยครึ่งหลังปี 2568 ทรีนีตี้มอง 1,000 จุดยังรับอยู่ หากเผชิญปัจจัยการเมืองในประเทศและภาษีทรัมป์</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ –</strong> บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ (Trinity Securities) ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 โดยมองกรอบการเคลื่อนไหวของ <strong>ดัชนี SET Index</strong> ที่ระดับ 1,050-1,180 จุด แต่หากมีปัจจัยไม่คาดคิด เช่น ความผันผวนทางการเมืองในประเทศ หรือผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของนายโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ดัชนีที่ระดับ 1,000 จุด ก็ยังคงเป็นแนวรับสำคัญที่สามารถรองรับสถานการณ์ได้ นอกจากนี้ ทรีนีตี้ยังแนะนำกลยุทธ์ลงทุน <strong>ทองคำ</strong> แบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (DCA) บริเวณ 3,300-3,120 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ และคาดว่า <strong>ค่าเงินบาท</strong> มีโอกาสฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง</p>



<p>นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางตลาดหุ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ว่าขึ้นอยู่กับความชัดเจนของปัจจัยการเมืองภายในประเทศ และการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกา (United States) กับประเทศคู่ค้าต่างๆ หากประธานาธิบดีทรัมป์ให้เวลาในการเจรจาถึงวันที่ 1 สิงหาคม บรรยากาศการลงทุนโดยรวม (Risk Sentiment) ทั่วโลกจะยังคงได้รับการประคับประคอง แต่ในทางกลับกัน หากสหรัฐฯ ไม่พอใจกับข้อตกลงการค้า และยกระดับการเก็บ <strong>ภาษีการค้า</strong> จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อตลาดหุ้นในแต่ละประเทศ โดยความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับอัตราภาษีที่เรียกเก็บ</p>



<p>นายณัฐชาต กล่าวเพิ่มเติมว่า หากมองตลอดช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จุดต่ำสุดเดิมของ <strong>SET Index</strong> ที่ 1,050 จุด จะยังคงเป็นแนวรับสำคัญ ตราบใดที่อัตราภาษีศุลกากรที่ไทยถูกสหรัฐฯ เรียกเก็บไม่เกิน 36% และพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณปี 2569 ยังไม่มีความเสี่ยงที่จะถูกเลื่อนการพิจารณาหรือถูกตีตกไป อย่างไรก็ตาม หากการเจรจาการค้าไม่คืบหน้าจนไทยถูกเก็บภาษีสูงกว่า 36% หรือร่าง พ.ร.บ.งบประมาณมีความเสี่ยงมากขึ้น เช่น รัฐบาลกลับมามีเสียงข้างน้อย มีการยุบสภาก่อน หรือมีการทำรัฐประหาร แนวรับสำคัญของ <strong>SET Index</strong> อาจถูกกดดันลงไปที่ระดับ 1,000 จุดได้</p>



<p>สำหรับเสถียรภาพทางการเมืองในปัจจุบัน นายณัฐชาตมองว่ายังไม่มีความเสี่ยงมากนัก แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องและให้นายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่การบริหารงานยังคงดำเนินต่อไปได้ด้วยคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ การเมืองอาจยังคงมีผลกระทบอยู่บ้าง แต่ตราบใดที่สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ยังคงทำงานต่อไปโดยมี <strong>พ.ร.บ.งบประมาณ</strong> เป็นที่ตั้ง ผลกระทบจะเป็นเพียงแค่ <strong>Noise</strong> ที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น (Sentiment) เท่านั้น และหากยังไม่มีการยุบสภาในช่วงนี้ จะเป็นผลดีต่อตลาดหุ้น เนื่องจากเสถียรภาพของรัฐบาลน่าจะส่งผลบวกต่อการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ มากกว่ากรณีที่เป็นรัฐบาลรักษาการ หากเสียงปริ่มน้ำของรัฐบาลที่ประมาณ 260 เสียงยังคงดำรงอยู่ได้ เสถียรภาพของรัฐบาลชุดนี้น่าจะยังคงไปต่อได้ โดยจุดชี้ชะตาสำคัญคือช่วงของการโหวตกฎหมายสำคัญในสภา เช่น ร่าง <strong>พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569</strong> เป็นต้น</p>



<p>นายณัฐชาต ประเมินแนวโน้มการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ปีนี้ที่ประมาณ 2% เนื่องจากช่วงครึ่งแรกของปีนี้ <strong>เศรษฐกิจไทย</strong> ได้แรงหนุนจากการส่งออกที่มีการเร่งตัว (Frontload) จากคำสั่งซื้อที่เข้ามาล่วงหน้าก่อนจะมีความไม่แน่นอนด้านภาษีการค้า อย่างไรก็ตาม หาก <strong>จีดีพีไทย</strong> จะเติบโตไม่ถึง 2% อาจเกิดจาก 2 ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ การประกาศเก็บ <strong>ภาษี Reciprocal tariff</strong> ของสหรัฐฯ ต่อประเทศไทยในระดับสูง เช่น 20% ขึ้นไป ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อ <strong>หุ้นกลุ่มส่งออก</strong> และ <strong>กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม</strong> และการพัฒนาการของปัจจัยการเมืองไทยที่เป็นไปในทิศทางเชิงลบมากขึ้นจนส่งผลต่อไทม์ไลน์ของ <strong>พ.ร.บ.งบประมาณ</strong> หากการใช้จ่ายภาครัฐยังคงหยุดชะงัก จะทำให้เศรษฐกิจไทยมี Downside ที่กว้างขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อ <strong>หุ้นกลุ่ม Domestic</strong> ที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคและการลงทุน</p>



<p>โดยสรุปแล้ว ทรีนีตี้ประเมินกรอบการแกว่งตัวของ <strong>SET Index</strong> ในช่วงที่เหลือของปี 2568 ที่ 1,050-1,180 จุด ส่วนในกรณีที่มีปัจจัย <strong>Surprise</strong> ทั้งในฝั่ง Upside และ Downside กรอบการลงทุนอย่างกว้างจะอยู่ที่ 1,000-1,270 จุด พร้อมแนะนำกลยุทธ์ “ขึ้นขาย &#8211; ลงซื้อ” ตามกรอบดัชนีแนวต้าน-แนวรับที่กำหนดไว้ สำหรับกระแสเงินทุน (Fund Flow) จากต่างประเทศ ทรีนีตี้มองว่าเม็ดเงินจากกลุ่มกองทุน Active funds อาจจะยังเข้ามาได้ยาก เนื่องจากปัจจัยกระตุ้นทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และการเติบโตของผลกำไรยังไม่ชัดเจนนัก แม้ <strong>Valuation</strong> ของตลาดหุ้นไทยจะอยู่ในระดับต่ำก็ตาม อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเม็ดเงินจากกองทุน Passive funds อาจพอคาดหวังได้ หากตลาดหุ้นไทยเริ่มหยุดการปรับตัว Underperform เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นอื่นได้ โดยล่าสุดน้ำหนักของหุ้นไทยในดัชนี <strong>MSCI EM</strong> ได้ปรับลดลงต่ำกว่า 1% เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์</p>



<p>กลุ่มหุ้นแนะนำประจำไตรมาส 3 นี้ หากประเมินว่าไม่มีอุบัติเหตุทางการเมือง และ <strong>พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569</strong> จะผ่านการพิจารณาไปตามกำหนด ทรีนีตี้มองว่า <strong>หุ้นกลุ่ม Domestic</strong> ที่ราคาปรับตัวลงมาแรงมีความน่าสนใจ แต่เพื่อความปลอดภัย จึงแนะนำเลือกหุ้นที่มีคุณลักษณะ <strong>Defensive</strong> ก่อน ไม่ว่าจะเป็น <strong>กลุ่มสื่อสาร</strong> <strong>โรงพยาบาล</strong> <strong>ค้าปลีกจำเป็น</strong> และ <strong>โรงไฟฟ้า</strong> โดยเลือกผู้เล่นรายใหญ่ (Big Player) ที่ครอง <strong>Market share</strong> ในระดับสูง มี <strong>Valuation</strong> ปัจจุบันอยู่ในโซนต่ำ และบางตัวยังเห็นการปรับเพิ่มประมาณการกำไรสวนทางกับตลาด และมี <strong>Upside potential</strong> จากราคาเป้าหมาย <strong>Consensus</strong> สูงสุดใกล้เคียงกับระดับประวัติการณ์ <strong>หุ้น Top pick</strong> ที่เลือกมาสำหรับการลงทุนประจำไตรมาส 3 ได้แก่ <strong>ADVANC</strong>, <strong>BDMS</strong>, <strong>CPALL</strong> และ <strong>GULF</strong></p>



<p>ด้านนายกมลชัย พลอินทวงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด กล่าวว่า <strong>ราคาทองคำโลก</strong> ไม่ควรหลุดแนวรับที่ 3,120 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ แต่หากหลุดลงมา Downside จะเปิดไปที่แนวรับ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ +/- โดยแนะนำให้นักลงทุนลงทุนแบบ <strong>DCA ทองคำ</strong> ที่บริเวณ 3,300-3,120 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ และคาดว่าแนวต้านของทองคำโลกปลายปีนี้จะอยู่ที่บริเวณ 3,500 &#8211; 3,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ สำหรับ <strong>ราคาทองคำไทย</strong> นายกมลชัย มองว่า Under-perform ทองคำโลกมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว หากจะลงทุนให้กรอบแนวรับที่ 49,000-50,000 บาท และกรอบแนวต้านที่ 54,450-56,700 บาท ทั้งนี้ หากเทียบราคาทองคำโลกเป็นทองคำไทย จะต้องพิจารณาถึง <strong>ค่าเงินบาท</strong> ณ เวลานั้นด้วย</p>



<p>นายเดชธนา ฟางสะอาด ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด กล่าวถึงเงื่อนไขสำคัญในการฟื้นตัวของ <strong>SET50</strong> ในครึ่งปีหลัง และแนวโน้มการ <strong>Rebound</strong> ของ <strong>ค่าเงินบาท</strong> ว่า มองครึ่งปีหลังดัชนี <strong>SET50 Index</strong> มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัว และมีโอกาสกลับเข้าสู่ทิศทางขาขึ้นอีกครั้ง โดยมีสัญญาณยืนยันคือการที่ดัชนีสามารถทะลุแนวต้านสำคัญ (Breakout) บริเวณ 740 จุดขึ้นไปได้อย่างแข็งแกร่ง เงื่อนไขสำคัญสำหรับภาพการฟื้นตัวนี้ คือดัชนีไม่ควรสร้างจุดต่ำสุดใหม่ (New Low) ที่ต่ำกว่าบริเวณ 685 จุด เพื่อรักษากรอบ และโมเมนตัมเชิงบวก สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวหลักในระยะกลาง คาดว่าจะอยู่ในช่วง 665-805 จุด กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้หาจังหวะเข้าซื้อ (Long) เมื่อมีสัญญาณการกลับตัวขึ้น ณ บริเวณแนวรับที่สำคัญ ทั้งนี้ คาดว่า <strong>SET50 Index Futures</strong> จะมีทิศทางการเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกัน</p>



<p>ด้านภาพรวมและกลยุทธ์ <strong>USD/THB</strong> นายเดชธนามองว่า <strong>ค่าเงินบาท</strong> ในช่วงครึ่งปีหลัง มีแนวโน้มที่จะเกิดการฟื้นตัวทางเทคนิค (Rebound) โดยมีโอกาสปรับตัวขึ้นเพื่อทดสอบโซนแนวต้านสำคัญที่บริเวณ 34.50 &#8211; 35.00 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งหากผ่านไปได้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้มการอ่อนค่าระลอกใหม่ เงื่อนไขสำคัญของภาพการฟื้นตัวนี้ คืออัตราแลกเปลี่ยนไม่ควรปรับตัวลงไปต่ำกว่าฐานแนวรับสำคัญที่บริเวณ 32.10 &#8211; 32.20 บาท สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินทิศทาง <strong>ค่าเงินบาท</strong> ควรพิจารณาแนวโน้มของ <strong>ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index)</strong> และ <strong>ราคาทองคำ</strong> ควบคู่กันไป เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของ <strong>USD/THB</strong> อย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/280233">ตลาดหุ้นไทยครึ่งหลังปี 2568 ทรีนีตี้มอง 1,000 จุดยังรับอยู่ หากเผชิญปัจจัยการเมืองในประเทศและภาษีทรัมป์</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
