<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ไวรัสตับอักเสบบี ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<atom:link href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%b5/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://brickinfotv.com/tag/ไวรัสตับอักเสบบี</link>
	<description>ข่าวสาร สาระ ความรู้ และความบันเทิง</description>
	<lastBuildDate>Wed, 15 Jul 2020 12:00:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.1</generator>

<image>
	<url>https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/07/cropped-06-Favicon-Brick-100x100.png</url>
	<title>ไวรัสตับอักเสบบี ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<link>https://brickinfotv.com/tag/ไวรัสตับอักเสบบี</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ลดความเสี่ยง &#8220;มะเร็งตับ&#8221; ด้วยวัคซีนก่อนร้ายแรง</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/health/68941</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Jul 2020 12:00:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[มะเร็งตับ]]></category>
		<category><![CDATA[วโรชา มหาชัย]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ไวรัสตับอักเสบบี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=68941</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไวรัสตับอักเสบ เป็นโรคที่พบในคนไทยค่อนข้างมาก เป็นภาวะท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/health/68941">ลดความเสี่ยง &#8220;มะเร็งตับ&#8221; ด้วยวัคซีนก่อนร้ายแรง</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>ไวรัสตับอักเสบ เป็นโรคที่พบในคนไทยค่อนข้างมาก เป็นภาวะที่ตับอักเสบจากการติดเชื้อไวรัส อาทิ ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบเอ ไวรัสตับอักเสบบีมีโอกาสเป็นเรื้อรัง มีโอกาสที่จะเป็นตับแข็งและร้ายแรงถึงขั้นเป็นโรคมะเร็งตับได้ ดังนั้น การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย เพราะช่วยป้องกันไวรัสตับอักเสบก่อนลุกลามและรุนแรง</strong></p>



<p><strong>ศ.พญ.วโรชา มหาชัย </strong>อายุรแพทย์ทางเดินอาหารและตับและผู้อำนวยการศูนย์โรคทางเดินอาหารและตับ<strong> </strong>โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า ไวรัสตับอักเสบ ถือเป็นเชื้อไวรัสที่ร้ายแรงที่อาจถึงชีวิตได้ หากรับการรักษาช้าหรือปล่อยให้เรื้อรัง การติดเชื้อ<strong>ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B virus)</strong> เป็นสาเหตุที่สำคัญของโรคต่างๆ ตามมา เช่น โรคตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง และมะเร็งตับ มีอุบัติการณ์สูงในทวีปเอเชียรวมทั้งประเทศไทย โดยติดต่อผ่านทางการคลอดที่มารดาเป็นตับอักเสบบี การสัมผัสเลือดหรือแผลเปิดของผู้ติดเชื้อ การมีเพศสัมพันธ์ และการใช้อุปกรณ์ที่สัมผัสเชื้อร่วมกัน เช่น เข็มฉีดยา มีดโกนหนวด หรือแปรงสีฟัน ภาวะตับอักเสบเฉียบพลันเกิดได้หลังจากการรับเชื้อไวรัสบี ส่วนใหญ่ (90%) หายเองและเกิดภูมิคุ้มกัน ผู้ป่วยบางรายที่ไม่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสได้ กลายเป็นพาหะไวรัสบี และมีโอกาสดำเนินโรคกลายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง ตับวาย และมะเร็งตับ เป็นอันตรายถึงชีวิตได้</p>



<p>การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีจะช่วยป้องกันการติดเชื้อ ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งตับได้ ช่วยกระตุ้นและสร้างภูมิต้านทานขึ้นในร่างกาย สามารถฉีดป้องกันได้ตั้งแต่ทารกแรกเกิดจนถึงผู้ใหญ่ โดยฉีดทั้งหมด 3 เข็ม ครั้งที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 1-2 เดือน และเข็มที่ 3 ห่างจากเข็มแรก 6 เดือน ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันได้ถึง&nbsp; 95%&nbsp; ภูมิคุ้มกันอยู่ได้นานหลายปีหรือตลอดไป สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่ควรเข้ารับการฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีเพื่อเป็นการป้องกัน ประกอบด้วย ทารกแรกเกิดทุกราย เด็ก และผู้ใหญ่ที่ยังไม่มีภูมิป้องกัน ผู้ป่วยโรคตับเรื้อรัง ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบี บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ที่ทำงานในสถานพยาบาล ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงเช่น รักร่วมเพศ ใช้ยาเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้น ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ได้รับการฟอกไต ผู้ป่วยที่ได้รับเลือดบ่อยๆ หรือผู้ที่ต้องเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค เป็นต้น</p>



<p>ขณะที่ การติดเชื้อ<strong>ไวรัสตับอักเสบชนิดเอ (</strong><strong>Hepatitis A virus) </strong>สามารถติดต่อได้จากการรับประทานอาหาร น้ำดื่ม หรือสัมผัสสิ่งปนเปื้อนเชื้อไวรัส ทําให้เกิดตับอักเสบเฉียบพลัน มีอาการอ่อนเพลีย ครั่นเนื้อครั่นตัว ไข้ เบื่ออาหาร และดีซ่าน อาการเกิดหลังจากได้รับเชื้อราว 2-4 สัปดาห์&nbsp; ผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้รับการรักษาตามอาการ และสามารถหายได้เองร่างกายสร้างภูมิต้านทานได้ แต่บางรายอาจมีอาการรุนแรงเกิดภาวะตับวายเฉียบพลันและเสียชีวิตได้ การฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ จึงเป็นการป้องกันโรคที่ได้ผลเกือบ 100% สามารถฉีดได้ในเด็กตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป&nbsp; โดยฉีด 2 ครั้ง ห่างกัน 6เดือน และผู้ใหญ่ที่ไม่มีภูมิคุ้มกันโรคไวรัสตับอักเสบเอ สามารถรับการฉีดวัคซีน 2 ครั้ง ห่างกัน 6-12 เดือน ผู้ที่ควรเข้ารับการฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ ได้แก่ เด็กอายุมากกว่า 1 ปี ผู้ป่วยโรคตับอักเสบเรื้อรัง และผู้ป่วยที่เป็นตับอักเสบไวรัสบีและซี ผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบเอหรือมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ กลุ่มรักร่วมเพศ ผู้ที่ใช้สารเสพติด บุคลากรที่ทำงานในโรงพยาบาลหรือห้องปฏิบัติการ พ่อครัว แม่ครัวที่ต้องปรุงอาหารเป็นประจำ และผู้ที่จะเดินทางไปยังสถานที่ที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ ควรได้รับการฉีดวัคซีนก่อนเดินทางประมาณ 1 เดือน ทั้งนี้ ไวรัสตับอักเสบบี และไวรัสตับอักเสบเออาจร้ายแรงถึงชีวิต การใส่ใจและดูแลตัวเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ และควรเข้ารับการฉีดวัคซีนให้ครบถ้วนตามที่แพทย์กำหนด</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/health/68941">ลดความเสี่ยง &#8220;มะเร็งตับ&#8221; ด้วยวัคซีนก่อนร้ายแรง</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>9 วัคซีนจำเป็นที่นักท่องเที่ยวต้องรู้ ก่อนเดินทาง</title>
		<link>https://brickinfotv.com/article/36816</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Jan 2020 11:47:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[พิษสุนัขบ้า]]></category>
		<category><![CDATA[หัดเยอรมัน]]></category>
		<category><![CDATA[อหิวาตกโรค]]></category>
		<category><![CDATA[อายุรกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ไข้กาฬหลังแอ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ไข้หวัดใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[ไข้เหลือง]]></category>
		<category><![CDATA[ไข้ไทฟอยด์]]></category>
		<category><![CDATA[ไวรัสตับอักเสบบี]]></category>
		<category><![CDATA[ไวรัสตับอักเสบเอ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=36816</guid>

					<description><![CDATA[<p>ช่วงวันหยุด หรือเทศกาลท่องเที่ยว หลายคนมีการวางแผนออกเด [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/36816">9 วัคซีนจำเป็นที่นักท่องเที่ยวต้องรู้ ก่อนเดินทาง</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ช่วงวันหยุด หรือเทศกาลท่องเที่ยว หลายคนมีการวางแผนออกเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ การเตรียมความพร้อมไม่ว่าด้านร่างกาย หรืออุปกรณ์ออกทริปที่ต้องเตรียมให้พร้อมเป็นเรื่องสำคัญ และหนึ่งในแพลนที่หลายคนอาจไม่เคยรู้หรือมองข้ามไปก็คือ การฉีดวัคซีนเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกายไม่ต้องพบกับความเจ็บป่วย อีกทั้งยังช่วยลดความรุนแรงหากต้องเผชิญกับโรคที่ไม่คาดคิด โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคเรื้อรังและผู้สูงอายุควรตรวจร่างกายและฉีดวัคซีนก่อนออกเดินทางเพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นไปตามแพลนและได้พักผ่อนอย่างแท้จริง</p>



<p><strong>นพ.ไพฑูรย์ บุญมา</strong> แพทย์อายุรกรรมโรคติดเชื้อ คลินิกอายุรกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า วัคซีนที่จำเป็นสำหรับนักท่องเที่ยวมีรายละเอียดดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list"><li><strong>วัคซีนโรคไข้เหลือง </strong>(Yellow fever vaccine) ตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ (WHO IHR) แนะนำให้ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศในแถบแอฟริกากลางและอเมริกาใต้ต้องรับวัคซีนไข้เหลืองก่อนเดินทางอย่างน้อย 10 วัน เนื่องจากประเทศดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีการระบาดสูง ส่วนการรับเข็มกระตุ้นนั้นจะทำได้ทุก 10 ปี<strong> </strong></li><li><strong>วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่</strong> (Influenza vaccine) แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทุกปี ปีละ 1 ครั้ง เนื่องจากเชื้อไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อยู่ตลอด ในประเทศไทยแนะนำให้ฉีดวัคซีนก่อนช่วงฤดูฝน&nbsp; สำหรับผู้เดินทางท่องเที่ยว ควรฉีดก่อนเดินทางอย่างน้อย 2 สัปดาห์ </li><li><strong>วัคซีนป้องกันโรคไข้ไทฟอยด์</strong> (Typhoid vaccine)แนะนำให้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้ไทฟอยด์เมื่อต้องไปในพื้นที่เสี่ยงภัยและต้องพักอาศัย หรือทำงานอยู่กับชาวพื้นเมือง หรือต้องอาศัยอยู่ในที่ที่มีสุขอนามัยที่ไม่ดีพอ อาหาร น้ำดื่มไม่สะอาด พื้นที่ที่เสี่ยงต่อโรคนี้ ได้แก่&nbsp; อินเดีย แอฟริกา เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อเมริกาใต้ ตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกากลาง วัคซีนชนิดนี้จะรับเพียงเข็มเดียวและควรได้รับก่อนที่จะออกเดินทางประมาณ 1 เดือน และควรได้รับการกระตุ้นซ้ำทุก 3 ปี หากต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่เป็นเวลานาน </li><li><strong>วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ</strong> &nbsp;(Hepatitis A vaccine) แนะนำฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอในประชากรกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคตับเรื้อรัง เนื่องจากมีโอกาสสูงในการเกิดโรครุนแรง ผู้ประกอบอาหาร กลุ่มชายรักชาย ผู้ติดยาเสพติด หรือผู้ที่จะเดินทางไปประเทศที่มีความเสี่ยงสูง ที่มีสุขอนามัยไม่ดีพอ โดยควรฉีดเพียง 2 เข็มห่างกัน 6 &#8211; 12 เดือน </li><li><strong>วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี </strong>(Hepatitis B vaccine) โรคไวรัสตับอักเสบบีเป็นโรคที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อเรื้อรังนำไปสู่โรคตับแข็งและมะเร็งตับได้ แนะนำฉีดวัคซีนประชากรกลุ่มเสี่ยงต่อการติดโรคนี้ ได้แก่ ผู้ติดยาเสพติด รักร่วมเพศ ผู้ป่วยโรคไตที่ทำการฟอกไต ผู้ป่วยที่รับเลือดบ่อย ผู้ที่มีคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ โดยฉีดทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งที่ 2 ห่างจากครั้งแรก 1 &#8211; 2 เดือน ครั้งที่ 3 ห่างจากครั้งแรก 6 เดือน </li><li><strong>วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า </strong>(Rabies Vaccine) หลายคนอาจสงสัยว่าวัคซีนพิษสุนัขบ้านี้เกี่ยวกับการเดินทางอย่างไร เนื่องจากวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นวัคซีนที่พบได้บ่อยถ้าต้องเดินทางไปอยู่ในประเทศที่มีสัตว์เร่ร่อนจำนวนมาก และถ้าต้องอยู่ในประเทศนั้นเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน หรือต้องทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการสัมผัสกับสัตว์นำโรค การให้วัคซีนแบ่งให้เป็น 3 ครั้ง ครั้งที่ 2 จะแบ่งให้หลังจากรับเข็มแรก 7 วัน และครั้งที่ 3 จะรับหลังจากเข็มที่ 2 เป็นเวลา 14 &#8211; 21 วัน การรับเข็มกระตุ้นหรือเข็มที่ 4 ไม่จำเป็นต่อผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ นอกเสียจากว่าเคยได้รับวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้ามานานกว่า 10 ปีแล้ว </li><li><strong>วัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น</strong> (Meningococcal vaccine) นักท่องเที่ยวควรรับวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่น หากต้องอาศัยอยู่กับประชากรของประเทศซึ่งมีการระบาดเป็นเวลานาน เช่น แอฟริกาและซาอุดิอาระเบีย เป็นต้น โดยผู้ที่ต้องเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ประเทศซาอุดิอาระเบียจะต้องรับวัคซีนนี้ก่อนทุกคน ซึ่งเป็นการฉีดเพียงครั้งเดียวก่อนออกเดินทางประมาณ 2 &#8211; 3 สัปดาห์ </li><li><strong>วัคซีนป้องกันอหิวาตกโรค</strong> (Cholera vaccine) การให้วัคซีนป้องกันอหิวาตกโรคเป็นวัคซีนที่ผู้ที่ต้องเดินทางส่วนใหญ่ควรได้รับ ส่วนมากโรคนี้จะระบาดในพื้นที่ที่ไม่สะอาดและไม่ถูกสุขลักษณะ มีน้ำที่ไม่สะอาด เช่น เขตแอฟริกา เอเชียใต้ หรือตะวันออกเฉียงใต้ เป็นต้น วัคซีนชนิดนี้จะเป็นวัคซีนชนิดรับประทานแบ่งให้ 2 ครั้ง โดยให้ห่างกันในระยะเวลา 1 &#8211; 6 สัปดาห์ เด็กอายุ 2 &#8211; 6 ปี ควรได้รับ 3 ครั้ง โดยระยะห่าง 1 &#8211; 6 สัปดาห์เช่นกัน ผู้รับวัคซีนต้องมั่นใจว่าได้รับวัคซีนครบถ้วนก่อนจะออกเดินทางอย่างน้อย 1 สัปดาห์ </li><li><strong>วัคซีนป้องกันโรคหัด หัดเยอรมัน คางทูม</strong> (Measles / Mumps / Rubella vaccine) จะได้รับในเด็กทุกคนตั้งแต่เกิด แต่หากยังไม่ได้รับวัคซีนนี้และต้องเดินทางไปยังประเทศที่โรคกำลังแพร่ระบาด ควรจะรับวัคซีนก่อนออกเดินทาง โดยวัคซีนจะแบ่งเป็น 2 เข็ม ทั่วไปจะได้รับในเด็กอายุ 12 &#8211; 13 เดือน และเริ่มเข้าโรงเรียน อย่างไรก็ตามผู้ใหญ่สามารถรับได้ 2 เข็มเช่นกัน โดยเว้นระยะห่างระหว่างเข็มเป็นเวลา 1 เดือน โดยควรจะได้รับเข็มที่ 2 ก่อนออกเดินทางประมาณ 2 สัปดาห์</li></ol>



<p>ทั้งนี้ การฉีดวัคซีน แพทย์จะพิจารณาการฉีดวัคซีนให้กับนักท่องเที่ยวตามความเหมาะสม
ซึ่งแพทย์จะพิจารณาจากข้อมูลสุขภาพ ผลการตรวจร่างกาย
สถานที่หรือประเทศที่ไปท่องเที่ยว ระยะเวลาในการท่องเที่ยว
ตลอดจนกิจกรรมที่ทำขณะท่องเที่ยว
เพราะฉะนั้นการฉีดวัคซีนก่อนท่องเที่ยวคือหนึ่งในแพลนที่ไม่ควรละเลยอย่างเด็ดขาด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกอายุรกรรม
โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร. 02-310-3003 02-755-1003 หรือ โทร.1719 </p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/36816">9 วัคซีนจำเป็นที่นักท่องเที่ยวต้องรู้ ก่อนเดินทาง</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
