<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรงไฟฟ้า ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<atom:link href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://brickinfotv.com/tag/โรงไฟฟ้า</link>
	<description>ข่าวสาร สาระ ความรู้ และความบันเทิง</description>
	<lastBuildDate>Thu, 25 Sep 2025 07:18:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.4</generator>

<image>
	<url>https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/07/cropped-06-Favicon-Brick-100x100.png</url>
	<title>โรงไฟฟ้า ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<link>https://brickinfotv.com/tag/โรงไฟฟ้า</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บ้านปู เพาเวอร์ เดินหน้าลดคาร์บอนในจีน รุกธุรกิจคาร์บอนเทรดดิ้งและขยายระบบท่อส่งไอน้ำ คาดสร้างรายได้พันล้านบาทต่อปี</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/288505</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Sep 2025 07:18:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Banpu Power Public Company Limited]]></category>
		<category><![CDATA[BPP]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<category><![CDATA[ซานซีลู่กวง]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[หลวนหนาน]]></category>
		<category><![CDATA[อิศรา นิโรภาส]]></category>
		<category><![CDATA[เจิ้งติ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[โจวผิง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=288505</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/288505">บ้านปู เพาเวอร์ เดินหน้าลดคาร์บอนในจีน รุกธุรกิจคาร์บอนเทรดดิ้งและขยายระบบท่อส่งไอน้ำ คาดสร้างรายได้พันล้านบาทต่อปี</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <a href="http://www.banpupower.com">บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ <strong>BPP</strong></a> ซึ่งเป็นผู้ผลิตพลังงานระดับสากล กำลังขยายธุรกิจในประเทศจีน โดยมุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ด้วยการพัฒนาธุรกิจคาร์บอนเทรดดิ้งและการขยายระบบท่อส่งไอน้ำ โครงการเหล่านี้ไม่ได้มุ่งแค่การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังคาดว่าจะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการขายสิทธิ์คาร์บอนส่วนเกิน และการให้บริการไอน้ำแก่ภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัจจุบัน BPP ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม (CHPs) 3 แห่ง ได้แก่ โรงไฟฟ้าเจิ้งติ้ง โจวผิง และหลวนหนาน รวมถึงโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ซานซีลู่กวง (SLG) ในประเทศจีน โรงไฟฟ้าเหล่านี้มีการดำเนินงานที่เน้นประสิทธิภาพสูงและปล่อยก๊าซคาร์บอนต่ำ ทำให้มีสิทธิ์คาร์บอนส่วนเกิน (Carbon Emission Allowances: CEAs) ที่สามารถนำไปซื้อขายในตลาดได้ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 บริษัทสามารถขายสิทธิ์ CEAs จากโรงไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งได้ประมาณ 258,800 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า คิดเป็นรายได้ 19 ล้านหยวน หรือประมาณ 100 ล้านบาท นอกจากนี้ BPP ยังได้นำนวัตกรรมการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลร่วมในกระบวนการผลิตไฟฟ้า (Biomass Co-firing) มาใช้ที่โรงไฟฟ้าเจิ้งติ้ง ซึ่งคาดว่าจะช่วยลด CO2 ได้ถึง 70,000 ตันต่อปี และสร้างรายได้จาก CEAs เพิ่มเติมในอนาคต โดยตั้งเป้าหมายการขายสิทธิ์ CEAs ตลอดปี 2568 ไว้ที่ 290,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า &#8220;นอกจากการผลิตและส่งมอบพลังงานคุณภาพสูงที่เชื่อถือได้แล้ว อีกหนึ่งภารกิจสำคัญของเราคือการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่ยั่งยืนด้วยการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน เราใช้จุดแข็งจากสินทรัพย์ที่มีอยู่ผสานกับนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญเพื่อสร้างคุณค่าทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ ผ่านการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์การลดคาร์บอนอย่างเป็นระบบ&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของโครงการขยายระบบท่อส่งไอน้ำที่โรงไฟฟ้าโจวผิง ได้เริ่มก่อสร้างสายเหนือ (North Line) และมีแผนที่จะขยายเพิ่มเติมในสายตะวันตกและตะวันออก (West &amp; East Line) เพื่อส่งไอน้ำแก่ลูกค้าอุตสาหกรรมในพื้นที่ ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาโรงผลิตไอน้ำที่ประสิทธิภาพต่ำและปล่อยคาร์บอนสูง โครงการนี้จึงมีส่วนสำคัญในการยกระดับคุณภาพอากาศและช่วยให้รัฐบาลท้องถิ่นบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2060 เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จครบทุกสาย คาดว่าจะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 240 ล้านหยวนต่อปี หรือประมาณ 1,100 ล้านบาท และเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตธุรกิจของบริษัท</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a><sub>[1] </sub></a>CEAs (Carbon Emission Allowances) คือ สิทธิในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่แต่ละบริษัทได้รับ โดยสามารถซื้อขายได้ในตลาดคาร์บอน หากบริษัทปล่อยคาร์บอนต่ำกว่าสิทธิที่ได้รับสามารถขายสิทธิส่วนเกินได้ แต่หากปล่อยคาร์บอนเกินกว่าสิทธิที่ได้รับบริษัทจำเป็นต้องซื้อสิทธิเพิ่ม</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/288505">บ้านปู เพาเวอร์ เดินหน้าลดคาร์บอนในจีน รุกธุรกิจคาร์บอนเทรดดิ้งและขยายระบบท่อส่งไอน้ำ คาดสร้างรายได้พันล้านบาทต่อปี</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BPP เดินหน้าลุยธุรกิจไฟฟ้าต่างประเทศ ตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิต 1,500 เมกะวัตต์ ภายในปี 2030</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/264170</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Jan 2025 05:24:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Banpu Power Public Company Limited]]></category>
		<category><![CDATA[BPP]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[อิศรา นิโรภาส]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=264170</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ, 23 ม.ค. สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; บริษัท บ้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/264170">BPP เดินหน้าลุยธุรกิจไฟฟ้าต่างประเทศ ตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิต 1,500 เมกะวัตต์ ภายในปี 2030</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>กรุงเทพฯ, 23 ม.ค. สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <a href="https://www.banpu.com/">บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)</a> หรือ BPP ผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าคุณภาพระดับสากล ประกาศเดินหน้าขยายธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา จีน และอินโดนีเซีย ซึ่งปัจจุบัน BPP มีโรงไฟฟ้าและโครงการโรงไฟฟ้ารวม 40 แห่ง มีกำลังผลิตติดตั้งรวม 3.6 กิกะวัตต์ โดยกว่า 80% ของกำลังการผลิตทั้งหมดจำหน่ายในต่างประเทศ ครอบคลุม 8 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก</p>



<p class="wp-block-paragraph">BPP มุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างพลังงานความร้อน (Thermal Energy) และพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) โดยตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิต 1,500 เมกะวัตต์ จากโครงการก๊าซธรรมชาติภายในปี 2030 สำหรับประเทศไทย BPP จำหน่ายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า 2 แห่ง คือ โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี จังหวัดระยอง และโรงไฟฟ้าเอชพีซีใน สปป.ลาว ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BPP </strong>กล่าวว่า “บริษัทฯ มั่นใจว่าผลการดำเนินงานจะเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน แม้จะมีความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจหรือนโยบายพลังงานภายในประเทศ โดยปัจจัยสนับสนุนการเติบโตมาจากความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ รวมถึงการเติบโตของกำไรจากโรงไฟฟ้าในจีน ซึ่งบริษัทฯ คาดว่าจะมีกระแสเงินสดจากการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) เพิ่มขึ้นกว่า 40% จากปี 2567”</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้ BPP ยืนยันว่านโยบายลดค่าไฟฟ้าในประเทศไทย และการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลขั้นต่ำทั่วโลก (Global Minimum Tax: GMT) จะไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ เนื่องจากรายได้หลักมาจากต่างประเทศ และบริษัทฯ มีการจ่ายภาษีในอัตราที่สูงกว่า 15% อยู่แล้ว โดย BPP มุ่งเน้นการสร้างการเติบโตควบคู่ไปกับความยั่งยืน พร้อมตั้งเป้าหมายสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอให้แก่ผู้ถือหุ้น โดยมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลราว 4%-6% ต่อปี</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/264170">BPP เดินหน้าลุยธุรกิจไฟฟ้าต่างประเทศ ตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิต 1,500 เมกะวัตต์ ภายในปี 2030</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Toshiba ส่งโซลูชั่น ช่วยโรงไฟฟ้าในมาเลเซีย ปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/228896</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nopparit Kamolsuwan]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Mar 2024 06:42:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน-สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Toshiba]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[มาเลเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[โตชิบา]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=228896</guid>

					<description><![CDATA[<p>มาเลเซียกำลังเดินหน้าสู่การปฏิวัติสีเขียว โดยมีเป้าหมาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/228896">Toshiba ส่งโซลูชั่น ช่วยโรงไฟฟ้าในมาเลเซีย ปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>มาเลเซีย</strong>กำลังเดินหน้าสู่การปฏิวัติสีเขียว โดยมีเป้าหมายมุ่งลดการปล่อยคาร์บอนร้อยละ 45 ภายในปีพ.ศ. 2573 ทั้งนี้ แผนที่นำทางการเปลี่ยนผ่านพลังงานใหม่ (New Energy Transition Roadmap: NETR) ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2566 ได้กำหนดเส้นทางของประเทศสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 โดยมีงบการลงทุนสนับสนุน 260,000-280,000 ล้านดอลลาร์ โครงการนี้คาดว่าจะช่วยสร้างงาน ลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 10,000 กิกะกรัมต่อปี และขับเคลื่อนมาเลเซียไปสู่การใช้พลังงานสะอาดได้</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="Toshiba&#039;s Commitment to a Carbon-Neutral Future" width="740" height="416" src="https://www.youtube.com/embed/RVeUlgcPohM?list=PLvUu348l0DYVbvkGfkApmKzZ3JCm1VxVM" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ความมุ่งมั่นด้านนวัตกรรมของ<strong>โตชิบา</strong>มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในภาคพลังงานของมาเลเซีย โตชิบาได้นำเสนอโซลูชันพลังงานขั้นสูงผ่านทางบริษัท TOS Energy Malaysia Sdn Bhd (TOSEM) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ โดยปรับให้เข้ากับความต้องการของอุตสาหกรรมโดยอาศัยความยืดหยุ่นและความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีของบริษัท อันนำไปสู่การสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการผลิตพลังงานอย่างยั่งยืน ความสำเร็จอันโดดเด่นของบริษัท TOSEM ตลอดช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา เป็นเครื่องสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโตชิบาที่จะขับเคลื่อนความก้าวหน้าและความยั่งยืนทั้งในมาเลเซียและที่อื่นๆ อีกด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากโตชิบามีกำลังการผลิตไฟฟ้าประมาณ 6 กิกะวัตต์ในมาเลเซีย คิดเป็นสัดส่วนกว่าหนึ่งในสามของความต้องการพลังงานไฟฟ้าทั้งหมดของคาบสมุทรมาเลเซีย โตชิบาจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมการขยายแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น กังหันไฟฟ้าพลังน้ำในมาเลเซียตะวันออก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="373" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/03/ภาพที่-1-โซลูชันไร้รอยต่อตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าไปจนถึงการส่งพลังงาน-1024x373.jpg" alt="" class="wp-image-228897" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/03/ภาพที่-1-โซลูชันไร้รอยต่อตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าไปจนถึงการส่งพลังงาน-1024x373.jpg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/03/ภาพที่-1-โซลูชันไร้รอยต่อตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าไปจนถึงการส่งพลังงาน-300x109.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/03/ภาพที่-1-โซลูชันไร้รอยต่อตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าไปจนถึงการส่งพลังงาน-768x280.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/03/ภาพที่-1-โซลูชันไร้รอยต่อตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าไปจนถึงการส่งพลังงาน-1536x560.jpg 1536w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/03/ภาพที่-1-โซลูชันไร้รอยต่อตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าไปจนถึงการส่งพลังงาน-2048x747.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption class="wp-element-caption">ภาพที่ 1 โซลูชันไร้รอยต่อตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าไปจนถึงการส่งพลังงาน
ที่ผสมผสานโซลูชันการกักเก็บพลังงานเข้ากับการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาด</figcaption></figure>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>Mr. Choo Han Kait ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายไฟฟ้าและโครงข่ายไฟฟ้าของบริษัท TOSEM </strong>ได้เล่าข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเส้นทางของบริษัทและเน้นย้ำให้เห็นว่าเทคโนโลยีขั้นสูงของโตชิบาเป็นแรงขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของมาเลเซียอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ โตชิบาให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรเพื่อลดการใช้ถ่านหินและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยโซลูชันการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture, Utilization, and Storage: CCUS) นอกจากนี้ มาเลเซียกำลังวางแผนสร้างศูนย์กลางด้าน CCUS สามแห่ง โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนที่นำทางการเปลี่ยนผ่านพลังงานแห่งชาติ ขณะนี้ โตชิบากำลังทำงานร่วมกับบริษัท Tenaga Nasional Berhad (TNB) เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปีพ.ศ. 2593 และแสดงความมุ่งมั่นผ่านการฝึกอบรมและการแบ่งปันเทคโนโลยี ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความก้าวหน้าด้านสิ่งแวดล้อม ในการประชุม COP <a>28</a> ปีพ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา จุดเน้นของการประชุมได้เปลี่ยนจากการหารือเกี่ยวกับการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศไปสู่การลงมือสร้างความเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ โตชิบาได้ร่วมมือกับลูกค้าในการปรับโซลูชันด้านพลังงาน โดยเฉพาะแบตเตอรี่ SCiB<sup>TM</sup> และ EtaPRO<sup>TM</sup> เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินงาน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="469" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/03/ภาพที่-2-แผนภาพแนวคิดเทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์-วิธีการดูดซับทางเคมี-1024x469.jpg" alt="" class="wp-image-228898" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/03/ภาพที่-2-แผนภาพแนวคิดเทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์-วิธีการดูดซับทางเคมี-1024x469.jpg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/03/ภาพที่-2-แผนภาพแนวคิดเทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์-วิธีการดูดซับทางเคมี-300x137.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/03/ภาพที่-2-แผนภาพแนวคิดเทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์-วิธีการดูดซับทางเคมี-768x352.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/03/ภาพที่-2-แผนภาพแนวคิดเทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์-วิธีการดูดซับทางเคมี-1536x703.jpg 1536w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/03/ภาพที่-2-แผนภาพแนวคิดเทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์-วิธีการดูดซับทางเคมี-2048x938.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption class="wp-element-caption">ภาพที่ 2 แผนภาพแนวคิดเทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ (วิธีการดูดซับทางเคมี)</figcaption></figure>



<p class="wp-block-paragraph">TOSEM ได้ฉลองครบรอบ 20 ปีด้วยความซาบซึ้งใจและได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทที่จะสร้างอนาคตด้านพลังงานอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ความสำเร็จต่างๆ ของบริษัท TOSEM ภายใต้การบริหารงานของกรรมการผู้จัดการ Mr. Kei Hirata ได้มีส่วนสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ภูมิทัศน์ด้านพลังงานของมาเลเซีย โดยมุ่งเน้นสร้างความน่าเชื่อถือและความพึงพอใจของลูกค้าเป็นสำคัญ นอกจากนี้ TOSEM ยังตั้งเป้าที่จะขยายการดำเนินงานในภูมิภาคและขับเคลื่อนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปสู่อนาคตที่ใช้พลังงานสะอาด โดยอาศัยความร่วมมือข้ามพรมแดนและทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญของบริษัท</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/228896">Toshiba ส่งโซลูชั่น ช่วยโรงไฟฟ้าในมาเลเซีย ปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สิงคโปร์ สร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลอยน้ำ มุ่งบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/112121</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Jul 2021 08:24:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[สิงคโปร์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=112121</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาดพลังงานแสงอาทิตย์กำลังร้อนแรงทั่วโลก โดยมีประเทศต่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/112121">สิงคโปร์ สร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลอยน้ำ มุ่งบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ตลาดพลังงานแสงอาทิตย์กำลังร้อนแรงทั่วโลก โดยมีประเทศต่าง ๆ หันมาแข่งขันเพื่อลดคาร์บอนเป็นศูนย์ หรือ “Race to Zero” กันมากขึ้น ซึ่งสหประชาชาติระบุไว้ว่าเป็น “แคมเปญระดับโลกในการรณรงค์หาผู้นำและการสนับสนุนจากภาคธุรกิจ เมือง ภูมิภาค และนักลงทุน เพื่อการฟื้นตัวแบบคาร์บอนเป็นศูนย์อย่างเข้มแข็งและยืดหยุ่น” นับว่าเป็นความร่วมมือร่วมใจระดับโลกเพื่อต่อสู้กับปัญหาโลกร้อน ประเทศเล็ก ๆ ที่มีทรัพยากรไม่มากนักอย่างสิงคโปร์ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น โดยสิงคโปร์ได้สร้างฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์ (PV) นอกฝั่งแบบลอยน้ำที่ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ซึ่งเป็นโครงการที่มีกำลังผลิตไฟฟ้าได้สูงสุด 5 MW ในช่องแคบยะโฮร์</p>



<p class="wp-block-paragraph">โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลอยน้ำนี้พัฒนาขึ้นโดยผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ในสิงคโปร์อย่าง Sunseap Group โดยมีขนาด 5 เฮกตาร์ เทียบเท่ากับสนามฟุตบอล 5 ผืน ฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์แห่งนี้มีแผงโซลาร์รวมกัน 13,312 แผง, อินเวอร์เตอร์ 40 ตัว และทุ่นกว่า 30,000 ตัว คาดว่าจะผลิตพลังงานได้ปีละ 6,022,500 kWh ผลิตไฟฟ้าป้อนแฟลตการเคหะของรัฐขนาด 4 ห้องได้ 1250 ชุดในสิงคโปร์ และชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 4258 ตัน</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>พลังงานแสงอาทิตย์</strong><strong>: ก้าวต่อไปของสิงคโปร์ในการรับมือปัญหาโลกร้อน</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 2564 รัฐบาลสิงคโปร์ได้ประกาศแผน Singapore Green Plan 2030 ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มระดับประเทศเพื่อขับเคลื่อนวาระแห่งชาติของสิงคโปร์สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน สืบเนื่องจากที่เคยประกาศไว้เมื่อปี 2563 ว่าสิงคโปร์จะตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงจากระดับสูงสุดให้ได้ครึ่งหนึ่งภายในปี 2593 วิสัยทัศน์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อบรรลุการปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ให้ได้ภายในปี 2593 และสิงคโปร์จะทำเช่นนั้นได้ก็ต่อเมื่อประเทศลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลลงได้อย่างมีนัยสำคัญ การหาแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าทางเลือกจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสิงคโปร์ใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้าเป็นสัดส่วนมากถึง 97% ของทั้งหมด</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิงคโปร์มีข้อจำกัดจากการเป็นประเทศเล็ก ๆ จึงขาดการเข้าถึงแหล่งพลังงานหมุนเวียนจากธรรมชาติ เช่น พลังงานลมและไฟฟ้ากำลังน้ำ อย่างไรก็ดี การที่ตั้งอยู่ใกล้กับเส้นศูนย์สูตรนั้นทำให้สิงคโปร์มีความเข้มของแสงอาทิตย์สูง หรือว่ากันง่าย ๆ คือมีแดดมาก ด้วยเหตุนี้ เป้าหมายหลักอย่างหนึ่งในแผน Green Plan 2030 คือการเพิ่มการวางระบบพลังงานแสงอาทิตย์ขึ้นเป็นสี่เท่าตัวให้มีกำลังผลิตได้สูงสุด 1.5 GW ภายในปี 2568 ด้วยแผนการต่อเนื่องเพื่อให้ถึง 2 GW ภายในปี 2573</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ดี สิงคโปร์จะบรรลุเป้าหมายอันยิ่งใหญ่และปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริงของพลังงานแสงอาทิตย์ได้ ก็ต่อเมื่อหันไปใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยเท่านั้น</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สภาวะไม่เอื้ออำนวยต้องอาศัยเทคโนโลยีที่ยกระดับไปอีกขั้น</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">การที่สิงคโปร์มีพื้นที่จำกัดทำให้ Sunseap มองออกไปนอกฝั่งในทะเลเปิด เพื่อหาทางเลือกพลังงานหมุนเวียนที่ใช้การได้จริง จนนำไปสู่การวางระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในน่านน้ำใกล้ชายฝั่ง การดำเนินการดังกล่าวยังทำให้ Sunseap บรรลุหลักไมล์สำคัญอีกประการหนึ่ง นั่นคือการสร้างระบบเคเบิลใต้น้ำที่เชื่อมโยงแพลตฟอร์มลอยน้ำนี้เข้ากับแผ่นดินใหญ่ โดยได้สร้างเครือข่ายจ่ายกำลังไฟฟ้าระดับ 22 KV ขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทะเลเปิดไม่เหมือนแหล่งน้ำภายในแผ่นดิน เพราะมีสภาวะหลากหลายและเปลี่ยนแปลงง่าย ทั้งอุณหภูมิผันผวน น้ำกระเพื่อมขึ้น ๆ ลง ๆ ขณะที่น้ำเค็มยังมีคุณสมบัติกัดกร่อน สภาวะที่ไม่เอื้ออำนวยเช่นนี้ เมื่อประกอบกับการเกิดสิ่งปนเปื้อนจากจุลชีพ (biofouling) ที่พบเห็นได้ทั่วไปในน่านน้ำเขตร้อน ซึ่งจุลชีพ พืช สาหร่าย และสัตว์เล็กสัตว์น้อยเกิดสะสมขึ้นบนพื้นผิวแล้ว ก็อาจทำให้องค์ประกอบของระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เช่น อินเวอร์เตอร์ เสื่อมสภาพเร็วกว่าเดิม</p>



<p class="wp-block-paragraph">หัวเว่ย ได้นำความเชี่ยวชาญในการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้กับระบบคลาวด์ เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ใหม่ล่าสุดในอุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อยกระดับการผลิตไฟฟ้า โดย Sunseap ได้เลือกหัวเว่ยเป็นผู้จัดหาอินเวอร์เตอร์สตริงอัจฉริยะที่ผ่านการทดสอบจริงมาแล้วอย่าง Huawei SUN2000-90KTL-H2 เพื่อให้ฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์ลอยน้ำแห่งนี้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และน่าเชื่อถือมากขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">“เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเลือกจากผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ของสิงคโปร์อย่าง Sunseap เพื่อเข้ามาจัดหาอินเวอร์เตอร์แสงอาทิตย์ระดับชั้นนำของอุตสาหกรรม ให้กับโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ลอยน้ำนอกฝั่งที่ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก” Bruce Li กรรมการผู้จัดการประจำ Huawei Asia-Pacific Enterprise Digital Power Business กล่าว “ในฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการผนวกรวมเทคโนโลยีดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์กำลัง หัวเว่ยจึงมีความมุ่งมั่นในการช่วยให้ผู้คนและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วโลก ได้รับประโยชน์จากพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ด้วยโซลูชัน Smart PV สุดล้ำ เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน เราหวังที่จะร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับ Sunseap และช่วยสิงคโปร์เดินหน้าตามแผน Green Plan 2030”</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ขับเคลื่อน “แผนสีเขียว</strong><strong>” ของสิงคโปร์ด้วยโซลูชัน Smart PV</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">อินเวอร์เตอร์ของหัวเว่ยมีส่วนช่วยในการผลิตไฟฟ้าระดับกิกะวัตต์จากระบบพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถของบริษัทที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานทุกขนาดและทุกเงื่อนไข นอกจากนี้ อินเวอร์เตอร์ยังผ่านการทดสอบการกัดกร่อนของเกลือและการกระจายความร้อนหลายครั้ง แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในสภาพแวดล้อมที่หฤโหดและอุณหภูมิตั้งแต่ -55°C ถึง 80°C ด้วยการนำอินเวอร์เตอร์ของหัวเว่ยมาใช้งาน Sunseap จึงสามารถปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติการและบำรุงรักษา (O&amp;M) ของแพลตฟอร์มแบบลอยตัวได้ ตลอดจนป้องกันสนิมและการสึกหรอของวัสดุทั่วไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากคุณประโยชน์ด้านประสิทธิภาพแล้ว การออกแบบในลักษณะแยกส่วนยังช่วยให้มั่นใจได้ว่าสามารถนำไปใช้งานได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย โดยอาจมีการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยในสถานที่ปฏิบัติงาน ซึ่งคุณสมบัติที่นำไปใช้งานได้ง่ายของหัวเว่ยถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความแตกต่างจนทำให้ Sunseap เลือกหัวเว่ยเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยี</p>



<p class="wp-block-paragraph">Shawn Tan รองประธานฝ่ายวิศวกรรมของ Sunseap กล่าวว่า “คุณสมบัติเคลื่อนย้ายได้อย่างง่ายดายของสตริงอินเวอร์เตอร์จากหัวเว่ย ถือเป็นฟีเจอร์สำคัญที่ช่วยเปิดทางให้เราติดตั้งอินเวอร์เตอร์โดยตรงบนแพลตฟอร์มแบบลอยตัวได้ ถัดจากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ท่อร้อยสายไฟฟ้ากระแสตรง (DC) และกล่องรวม DC จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการใช้งาน ด้วยการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของอินเวอร์เตอร์ ความร้อนจึงกระจายตัวได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบเซลล์แสงอาทิตย์ในภาพรวม”&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้วยการใช้งานสตริงอินเวอร์เตอร์ของหัวเว่ย กระบวนการ O&amp;M ของ Sunseap จึงมีความคล่องตัวมากขึ้น พร้อมเปิดทางให้วิศวกรของบริษัทตรวจสอบการทำงานแต่ละวันจากระยะไกลได้อย่างสะดวกสบาย Wilson Tsen ผู้จัดการฝ่ายการพัฒนาธุรกิจและการจัดการโครงการของ Sunseap กล่าวว่า “โซลูชัน Smart PV ของหัวเว่ย และแพลตฟอร์ม O&amp;M อัจฉริยะ ทำให้เราดำเนินการตรวจสอบและให้บริการอุปกรณ์โรงงาน ทุ่นลอยน้ำ และเชือกโยงได้สะดวกสบายมากขึ้น เทคโนโลยีของหัวเว่ยถือเป็นตัวพลิกเกม โดยไม่เพียงแต่เปิดทางให้เราวินิจฉัยปัญหาโรงงานจากระยะไกลได้เท่านั้น แต่ยังตรวจสอบปัญหาได้โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปหน้างานด้วย”</p>



<p class="wp-block-paragraph">เราหวังว่าความสมบูรณ์ของโครงการนี้และระยะเวลาที่ใช้ในการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า จะกลายเป็นแม่แบบสำหรับประเทศอื่น ๆ ที่ขาดแคลนที่ดินและมีประชากรหนาแน่นในภูมิภาค เพื่อเปิดตัวโครงการที่คล้ายคลึงกัน<strong></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">Frank Phuan ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Sunseap กล่าวว่า “แผนสีเขียวของรัฐบาลสิงคโปร์คือความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และโรงงานที่มีกำลังไฟฟ้าสูงสุด 5 MW นอกชายฝั่งของเรา ถือเป็นเพียงก้าวเล็ก ๆ บนเส้นทางสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ผมหวังว่าในอนาคต Sunseap และหัวเว่ยจะยังคงรวมพลังกันในด้านภูมิทัศน์พลังงานสะอาดในสิงคโปร์ต่อไป”</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/112121">สิงคโปร์ สร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลอยน้ำ มุ่งบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
