<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เอ็นวิเดีย ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<atom:link href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://brickinfotv.com/tag/เอ็นวิเดีย</link>
	<description>ข่าวสาร สาระ ความรู้ และความบันเทิง</description>
	<lastBuildDate>Thu, 14 May 2026 07:05:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.1</generator>

<image>
	<url>https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/07/cropped-06-Favicon-Brick-100x100.png</url>
	<title>เอ็นวิเดีย ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<link>https://brickinfotv.com/tag/เอ็นวิเดีย</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สีจิ้นผิง หารือ CEO บิ๊กเทคฯ สหรัฐฯ ระหว่างทรัมป์เยือนจีน มีทั้ง อีลอน มัสก์ , ทิม คุก และคณะนักธุรกิจสหรัฐฯ &#8220;สี&#8221; ย้ำจีนเปิดตลาดเสรี</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/309432</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 May 2026 07:04:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[Apple]]></category>
		<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[NVIDIA]]></category>
		<category><![CDATA[Tesla]]></category>
		<category><![CDATA[United States]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<category><![CDATA[ทิม คุก]]></category>
		<category><![CDATA[ปักกิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักข่าวซินหัว]]></category>
		<category><![CDATA[สีจิ้นผิง]]></category>
		<category><![CDATA[อีลอน มัสก์]]></category>
		<category><![CDATA[เจนเซ่น หวง]]></category>
		<category><![CDATA[เทสลา]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็นวิเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[แอปเปิล]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=309432</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เป [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/309432">สีจิ้นผิง หารือ CEO บิ๊กเทคฯ สหรัฐฯ ระหว่างทรัมป์เยือนจีน มีทั้ง อีลอน มัสก์ , ทิม คุก และคณะนักธุรกิจสหรัฐฯ &#8220;สี&#8221; ย้ำจีนเปิดตลาดเสรี</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>สีจิ้นผิง</strong> ประธานาธิบดีจีน เปิดทำเนียบให้การต้อนรับและหารือร่วมกับคณะผู้ประกอบการและผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจของ <strong>สหรัฐอเมริกา</strong> ซึ่งเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการร่วมกับคณะของ <strong>โดนัลด์ ทรัมป์ </strong> ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยการพบปะในครั้งนี้เน้นไปที่การกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการขยายโอกาสความร่วมมือในอุตสาหกรรมย่อยต่าง ๆ ซึ่งผู้นำจีนยืนยันถึงนโยบายการเปิดประเทศที่ยั่งยืนเพื่อรองรับนักลงทุนจากต่างชาติ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><a href="https://brickinfotv.com/news/309414">สีจิ้นผิง ต้อนรับ โดนัลด์ ทรัมป์ เยือนกรุงปักกิ่ง ตั้งเป้าปี 2026 เป็นหมุดหมายใหม่ของความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ</a></li>
</ul>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-9-16 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="#RECAP: #ทรัมป์ เจอ #สีจิ้นผิง ในรอบ 9 ปี เยือนอย่างเป็นทางการ 13-15 พ.ค. 69 ลุ้นคุยยุติสงครามการค้า" width="563" height="1000" src="https://www.youtube.com/embed/gipwOTjzdag?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p><strong>โดนัลด์ ทรัมป์ </strong> ระบุระหว่างการเข้าพบว่าเขาได้นำคณะผู้แทนชั้นนำจากภาคธุรกิจของสหรัฐฯ มาร่วมการเยือนครั้งนี้ โดยเน้นย้ำว่าผู้บริหารทุกคนต่างให้ความเคารพและให้ความสำคัญกับประเทศจีน พร้อมทั้งแสดงจุดยืนสนับสนุนให้ตัวแทนภาคธุรกิจเหล่านี้ขยายขอบเขตความร่วมมือกับจีนให้มากขึ้น นอกจากนี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังได้แนะนำผู้ประกอบการแต่ละรายให้สีจิ้นผิงรู้จักเป็นรายบุคคล เพื่อสร้างความคุ้นเคยและเป็นรากฐานในการเจรจาธุรกิจในอนาคต</p>



<p>โดยรายชื่อผู้บริหารที่เข้าร่วมในครั้งนี้ประกอบไปด้วยบุคคลสำคัญในแวดวงเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมระดับโลก อาทิ <strong>อีลอน มัสก์ (Elon Musk)</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารจาก <strong>เทสลา (Tesla)</strong> และ <strong>สเปซเอ็กซ์ (SpaceX)</strong>, <strong>ทิม คุก (Tim Cook)</strong> ซีอีโอจาก <strong>แอปเปิล (Apple)</strong> และ <strong>เจนเซ่น หวง (Jensen Huang)</strong> ซีอีโอจาก <strong>เอ็นวิเดีย (NVIDIA)</strong> ซึ่งมีการเพิ่มชื่อเข้าร่วมคณะในช่วงนาทีสุดท้าย</p>



<p><strong>สีจิ้นผิง (Xi Jinping)</strong> กล่าวชื่นชมบทบาทของภาคเอกชนสหรัฐฯ โดยระบุว่า &#8220;บริษัทสหรัฐฯ มีส่วนร่วมอย่างมากต่อการปฏิรูปและเปิดกว้างของจีน และทั้งสองฝ่ายต่างได้รับประโยชน์จากความร่วมมือนี้&#8221; พร้อมกับให้คำมั่นสัญญากับคณะผู้แทนธุรกิจว่า &#8220;ประตูของจีนมีแต่จะเปิดกว้างยิ่งขึ้นเท่านั้น&#8221; โดยทางการจีนยินดีให้ทางสหรัฐฯ เข้ามาเสริมสร้างความแข็งแกร่งในความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย และเชื่อมั่นว่าบริษัทจากสหรัฐฯ จะได้รับโอกาสที่กว้างขวางและมั่นคงยิ่งขึ้นในแผ่นดินจีน</p>



<p>นอกจากกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีแล้ว ยังมีผู้บริหารระดับสูงจากภาคการเงิน พลังงาน และอุตสาหกรรมหนักเข้าร่วมอย่างคับคั่ง อาทิ <strong>แลร์รี่ ฟิงค์ (Larry Fink)</strong> จาก <strong>แบล็คร็อค (BlackRock)</strong>, <strong>เจน เฟรเซอร์ (Jane Fraser)</strong> จาก <strong>ซิตี้กรุ๊ป (Citigroup)</strong>, <strong>คริสเตียโน อามอน (Cristiano Amon)</strong> จาก <strong>ควอลคอมม์ (Qualcomm)</strong> และ <strong>เคลลี ออร์ตเบิร์ก (Kelly Ortberg)</strong> จาก <strong>โบอิ้ง (Boeing)</strong> รวมถึงผู้แทนจาก <strong>วีซ่า (Visa)</strong>, <strong>มาสเตอร์การ์ด (Mastercard)</strong>, <strong>โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs)</strong> และ <strong>ซิสโก้ (Cisco)</strong> ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความครอบคลุมของความร่วมมือทางเศรษฐกิจในทุกมิติระหว่างสองมหาอำนาจ</p>



<p>อ้างอิง : <a href="https://www.xinhuathai.com/">สำนักข่าวซินหัว</a></p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/309432">สีจิ้นผิง หารือ CEO บิ๊กเทคฯ สหรัฐฯ ระหว่างทรัมป์เยือนจีน มีทั้ง อีลอน มัสก์ , ทิม คุก และคณะนักธุรกิจสหรัฐฯ &#8220;สี&#8221; ย้ำจีนเปิดตลาดเสรี</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซิสโก้ จับมือ NVIDIA ขยายขีดความสามารถ ‘Secure AI Factory’ รุกตลาด AI ปลายทางและดาต้าเซ็นเตอร์</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/305795</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Apr 2026 09:36:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[CISCO]]></category>
		<category><![CDATA[Cisco AI Defense]]></category>
		<category><![CDATA[Cisco Silicon One]]></category>
		<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[NVIDIA]]></category>
		<category><![CDATA[NVIDIA Spectrum-X]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ชัค ร็อบบินส์]]></category>
		<category><![CDATA[ซิสโก้]]></category>
		<category><![CDATA[เจนเซ่น หวง]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็นวิเดีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=305795</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; ซิสโก้ (Cisco) ประกาศความร่ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/305795">ซิสโก้ จับมือ NVIDIA ขยายขีดความสามารถ ‘Secure AI Factory’ รุกตลาด AI ปลายทางและดาต้าเซ็นเตอร์</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> ซิสโก้ (Cisco) ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ เอ็นวิเดีย (NVIDIA) เพื่อยกระดับโซลูชัน <strong>Secure AI Factory with NVIDIA</strong> มุ่งเน้นการขยายขอบเขตการใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ให้ครอบคลุมตั้งแต่ศูนย์ข้อมูลส่วนกลาง (Data Center) ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานส่วนหน้าหรือปลายทาง (Edge) เช่น โรงพยาบาล คลังสินค้า และโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การลดระยะเวลาการติดตั้งระบบจากหลายเดือนเหลือเพียงไม่กี่สัปดาห์ พร้อมชูระบบรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจรที่ฝังอยู่ในทุกเลเยอร์ของโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ในจุดที่ข้อมูลถูกสร้างขึ้น</p>



<p>การพัฒนาในครั้งนี้ ซิสโก้ (Cisco) ได้นำชิปสวิตช์ <strong>NVIDIA Spectrum-X</strong> มาผสานเข้ากับระบบปฏิบัติการเครือข่ายของตนเอง เพื่อมอบทางเลือกสถาปัตยกรรมที่ยืดหยุ่นให้แก่ลูกค้า ทั้งในรูปแบบมาตรฐาน <strong>NVIDIA Cloud Partner (NCP)</strong> และสถาปัตยกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย <strong>Cisco Silicon One</strong> โดยมีเป้าหมายเพื่อรองรับเวิร์กโหลด AI ที่หนักหน่วงผ่านสวิตช์รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง <strong>Cisco N9100</strong> ที่ให้แบนด์วิดท์สูงถึง 102.4 Tbps ขับเคลื่อนด้วยชิป <strong>NVIDIA Spectrum-6</strong> และรุ่น 800G ที่ใช้ชิป <strong>NVIDIA Spectrum-4</strong> ซึ่งพร้อมออกสู่ตลาดเพื่อตอบโจทย์การประมวลผลประสิทธิภาพสูง</p>



<p>ในด้านความปลอดภัย ซิสโก้ได้ขยายขอบเขตการบังคับใช้นโยบาย <strong>Cisco Hybrid Mesh Firewall</strong> ไปยังหน่วยประมวลผล <strong>NVIDIA BlueField DPU</strong> ที่ติดตั้งในเซิร์ฟเวอร์จีพียู (GPU) ช่วยให้สามารถสกัดกั้นภัยคุกคามได้ตั้งแต่ระดับเซิร์ฟเวอร์ก่อนจะเข้าถึงข้อมูลสำคัญ นอกจากนี้ยังมีระบบ <strong>Cisco AI Defense</strong> ที่เข้ามาช่วยปกป้องการทำงานของ AI Agent และรองรับแพลตฟอร์ม <strong>NVIDIA OpenShell</strong> เพื่อกำกับดูแลคำสั่งและการทำงานของเอเจนต์อัตโนมัติให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยที่กำหนดไว้</p>



<p>ชัค ร็อบบินส์ (Chuck Robbins) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ซิสโก้ (Cisco) ระบุว่า &#8220;องค์กรส่วนใหญ่ตระหนักถึงศักยภาพของ AI แต่โจทย์ใหญ่คือการนำมาใช้ในสเกลใหญ่ให้ปลอดภัย ความร่วมมือกับ NVIDIA ในครั้งนี้คือการสร้างมาตรฐานใหม่ด้านประสิทธิภาพ เพื่อให้การติดตั้งและรักษาความปลอดภัยโครงสร้างพื้นฐาน AI กลายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นสำหรับทุกองค์กร&#8221;</p>



<p>ขณะที่ เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ เอ็นวิเดีย (NVIDIA) กล่าวเสริมว่า &#8220;ระบบรักษาความปลอดภัยต้องถูกฝังอยู่ในทุกระดับ ตั้งแต่ชิปไปจนถึงซอฟต์แวร์ เพื่อปกป้องข้อมูลและแอปพลิเคชัน การสร้างรากฐานที่มั่นคงร่วมกับซิสโก้จะช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถขยายขีดความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์จากศูนย์กลางไปจนถึงปลายทางได้อย่างมั่นใจ&#8221;</p>



<p>นอกจากนี้ การขยายตัวของ AI ยังมุ่งเน้นไปที่การประมวลผลที่จุดใช้งาน (AI Inference) ผ่านผลิตภัณฑ์อย่าง <strong>Cisco AI Grid with NVIDIA</strong> สำหรับกลุ่มผู้ให้บริการเครือข่าย และการรองรับจีพียู <strong>NVIDIA RTX PRO 4500 Blackwell Server Edition</strong> บนระบบ <strong>Cisco UCS</strong> เพื่อให้การรันเวิร์กโหลด AI ที่ปลายทางทำได้โดยไม่ต้องใช้พื้นที่หรือพลังงานมหาศาลเหมือนในดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งจะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถนำระบบอัตโนมัติไปใช้จัดการเวิร์กโฟลว์สำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/305795">ซิสโก้ จับมือ NVIDIA ขยายขีดความสามารถ ‘Secure AI Factory’ รุกตลาด AI ปลายทางและดาต้าเซ็นเตอร์</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เดลล์ ผนึกกำลัง เอ็นวิเดีย เปิดตัว Dell AI Data Platform with NVIDIA ยกระดับการจัดการข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนเอเจนต์ AI อัจฉริยะ</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/304249</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Mar 2026 07:09:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Dell AI Data Platform with NVIDIA]]></category>
		<category><![CDATA[Dell AI Factory with NVIDIA]]></category>
		<category><![CDATA[Dell Data Orchestration Engine]]></category>
		<category><![CDATA[Dell Lightning File System]]></category>
		<category><![CDATA[Dell Technologies]]></category>
		<category><![CDATA[NVIDIA]]></category>
		<category><![CDATA[เดลล์ เทคโนโลยีส์]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็นวิเดีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=304249</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; เดลล์ เทคโนโลยีส์ (Dell Tech [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/304249">เดลล์ ผนึกกำลัง เอ็นวิเดีย เปิดตัว Dell AI Data Platform with NVIDIA ยกระดับการจัดการข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนเอเจนต์ AI อัจฉริยะ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>เดลล์ เทคโนโลยีส์ (Dell Technologies)</strong> ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ <strong>เอ็นวิเดีย (NVIDIA)</strong> เปิดตัว <strong>Dell AI Data Platform with NVIDIA</strong> แพลตฟอร์มข้อมูลอัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาคอขวดด้านข้อมูลในองค์กร โดยมุ่งเน้นการจัดการวงจรชีวิตข้อมูลแบบอัตโนมัติเพื่อรองรับการทำงานของ <strong>เอเจนต์ AI (AI Agents)</strong> ที่ซับซ้อน ระบบใหม่นี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำดัชนีเวกเตอร์ได้เร็วขึ้นถึง 12 เท่า และประมวลผลข้อมูลได้รวดเร็วขึ้นกว่าระบบดั้งเดิมอย่างมหาศาล เพื่อเปลี่ยนข้อมูลที่กระจัดกระจายในไซโลให้กลายเป็นชุดข้อมูลที่พร้อมใช้งานสำหรับปัญญาประดิษฐ์ระดับองค์กร</p>



<p>ปัญหาหลักที่หลายองค์กรเผชิญคือข้อมูลธุรกิจส่วนใหญ่ไม่มีโครงสร้างและขาดบริบท ทำให้โครงการ AI ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าได้ <strong>Dell AI Data Platform with NVIDIA</strong> จึงเข้ามาทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองหลักใน <strong>Dell AI Factory with NVIDIA</strong> โดยมีส่วนประกอบสำคัญอย่าง <strong>Dell Data Orchestration Engine</strong> ที่ใช้เทคโนโลยีจาก <strong>Dataloop</strong> ช่วยในการค้นหา ติดป้ายกำกับ และแปลงข้อมูลมัลติโมดัลให้พร้อมสำหรับ AI ผ่านรูปแบบ No-code และ Low-code นอกจากนี้ยังมี <strong>AI Assistant</strong> ใหม่ภายใน <strong>Dell Data Analytics Engine</strong> ที่ช่วยให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสื่อสารกับฐานข้อมูล SQL ด้วยภาษาธรรมชาติได้โดยตรง</p>



<p>ในด้านโครงสร้างพื้นฐานระดับเอ็กซ์สเกล (Extreme-scale) เดลล์ได้เปิดตัว <strong>Dell Lightning File System</strong> ซึ่งเป็นระบบไฟล์แบบขนานที่ให้ประสิทธิภาพสูงกว่าโซลูชัน Flash-only ทั่วไปถึง 20 เท่า เพื่อป้องกันปัญหาคอขวดที่ทำให้ GPU ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ พร้อมทั้งรองรับ <strong>NVIDIA RTX PRO Blackwell Server Edition</strong> และดีไซน์อ้างอิงโมดูลาร์รุ่นใหม่อย่าง <strong>NVIDIA STX</strong> ซึ่งใช้ขุมพลังจาก <strong>NVIDIA Vera Rubin NVL72</strong> เพื่อเร่งความเร็วในการประมวลผลข้อมูลแบบมีโครงสร้างและการทำดัชนีเวกเตอร์ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น</p>



<p>ทราวิส วิจิล รองประธานอาวุโสฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์กลุ่มโซลูชันโครงสร้างพื้นฐาน <strong>เดลล์ เทคโนโลยีส์</strong> ระบุว่า &#8220;ปัญหาอันดับหนึ่งที่องค์กรต่างๆ ต้องเผชิญเมื่อต้องการเปลี่ยนจากโครงการ AI นำร่องไปสู่การใช้งานจริง คือการคัดกรองข้อมูลที่มีอยู่และนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแพลตฟอร์มข้อมูล <strong>Dell AI Data Platform with NVIDIA</strong> เข้ามาช่วยให้วงจรการจัดการข้อมูลทั้งหมดเป็นไปโดยอัตโนมัติ พร้อมทั้งมอบความเร็วและการขยายระบบรองรับเวิร์กโหลด AI ได้ตามต้องการ&#8221;</p>



<p>ทางด้าน เจสัน ฮาร์ดี รองประธานฝ่ายเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูล <strong>เอ็นวิเดีย</strong> กล่าวเสริมว่า &#8220;การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคของเอเจนต์อัจฉริยะ ต้องอาศัยแนวคิดด้านโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เมื่อผนวกความเชี่ยวชาญในระดับองค์กรของเดลล์เข้ากับโครงสร้างพื้นฐาน <strong>NVIDIA AI</strong> แบบครบวงจร จะช่วยให้องค์กรวางรากฐานโครงสร้างเพื่อการใช้งาน AI ในสเกลใหญ่ได้สำเร็จ&#8221;</p>



<p>สำหรับความพร้อมในการวางจำหน่าย <strong>Dell Data Orchestration Engine</strong> จะเริ่มให้บริการในไตรมาสแรกของปี 2026 ขณะที่ <strong>Dell Lightning File System</strong> มีกำหนดเปิดตัวในเดือนเมษายน 2026 และระบบจัดเก็บข้อมูล <strong>Dell Exascale Storage</strong> จะตามมาในช่วงครึ่งหลังของปีเดียวกัน ซึ่งจากการเก็บข้อมูลพบว่าลูกค้ากลุ่มแรกที่นำ <strong>Dell AI Factory</strong> ไปใช้งาน สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ได้สูงถึง 2.6 เท่าภายในปีแรก</p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/304249">เดลล์ ผนึกกำลัง เอ็นวิเดีย เปิดตัว Dell AI Data Platform with NVIDIA ยกระดับการจัดการข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนเอเจนต์ AI อัจฉริยะ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เร้ดแฮท จับมือ เอ็นวิเดีย ผสานโอเพ่นซอร์สเข้ากับ NVIDIA Vera Rubin เร่งสปีด AI ระดับองค์กร</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/298685</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Jan 2026 14:00:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[NVIDIA]]></category>
		<category><![CDATA[Red Hat]]></category>
		<category><![CDATA[RHEL]]></category>
		<category><![CDATA[เจนเซน หวง]]></category>
		<category><![CDATA[เร้ดแฮท]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็นวิเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[แมตต์ ฮิกส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=298685</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; เร้ดแฮท (Red Hat) ผู้ให้บริก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/298685">เร้ดแฮท จับมือ เอ็นวิเดีย ผสานโอเพ่นซอร์สเข้ากับ NVIDIA Vera Rubin เร่งสปีด AI ระดับองค์กร</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>เร้ดแฮท (Red Hat)</strong> ผู้ให้บริการโซลูชันโอเพ่นซอร์สระดับโลก ประกาศขยายความร่วมมือกับ <strong>เอ็นวิเดีย (NVIDIA)</strong> เพื่อบูรณาการซอฟต์แวร์ระดับองค์กรเข้ากับแพลตฟอร์ม <strong>NVIDIA Vera Rubin</strong> มุ่งเน้นการสนับสนุนระบบ <strong>AI ระดับ Rack-Scale</strong> ที่ต้องการขุมพลังประมวลผลความหนาแน่นสูง โดยความร่วมมือครั้งนี้ครอบคลุมการพัฒนาโซลูชันบน <strong>Red Hat Enterprise Linux (RHEL)</strong>, <strong>Red Hat OpenShift</strong> และ <strong>Red Hat AI</strong> เพื่อรองรับความต้องการของภาคธุรกิจที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการทดลอง AI ไปสู่การใช้งานจริงในอุดมคติของ <strong>AI Factories</strong> ระดับกิกะสเกลภายในปี 2569</p>



<p>การขยายความร่วมมือในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้งานตั้งแต่วันแรกที่ติดตั้ง (<strong>Day 0</strong>) สำหรับเวิร์กโหลด AI ที่ทำงานบนสถาปัตยกรรมล่าสุดของเอ็นวิเดีย โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม <strong>NVIDIA Rubin</strong> ที่ประกอบด้วย <strong>Vera CPU</strong> และ <strong>Rubin GPU</strong> ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ <strong>Agentic AI</strong> และการใช้เหตุผลขั้นสูง นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัว <strong>Red Hat Enterprise Linux for NVIDIA</strong> ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการรุ่นพิเศษที่ปรับแต่งมาเพื่อดึงประสิทธิภาพสูงสุดจากฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ พร้อมฟีเจอร์ความปลอดภัยระดับสูงอย่าง <strong>Confidential Computing</strong> เพื่อปกป้องข้อมูลโมเดล AI ที่มีความอ่อนไหว</p>



<p><strong>นายแมตต์ ฮิกส์ (Matt Hicks)</strong> ประธานและซีอีโอของ <strong>เร้ดแฮท</strong> กล่าวว่า “ความก้าวหน้าครั้งสำคัญของสถาปัตยกรรมจาก <strong>เอ็นวิเดีย</strong> ทำให้ AI กลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ และเป็นข้อพิสูจน์ว่าระบบประมวลผลจะเป็นตัวกำหนดอนาคตของทั้งอุตสาหกรรม <strong>Red Hat</strong> และ <strong>NVIDIA</strong> ตอบรับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นนี้ด้วยความมุ่งมั่นสนับสนุนตั้งแต่วันแรกให้กับสถาปัตยกรรมล่าสุดของ <strong>เอ็นวิเดีย</strong> ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ไฮบริดคลาวด์และ AI ของเรา เพื่อร่วมกันใช้พลังของโอเพ่นซอร์สขับเคลื่อน AI ระดับองค์กรยุคใหม่”</p>



<p>ทางด้าน <strong>นายเจนเซน หวง (Jensen Huang)</strong> ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ <strong>เอ็นวิเดีย</strong> ระบุว่า “<strong>เร้ดแฮท</strong> ได้ปฏิวัติการใช้เทคโนโลยีและการประมวลผลขององค์กรด้วยซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สเกรดอุตสาหกรรมที่มีความเสถียรและปลอดภัยสูง โครงสร้างระบบคอมพิวติ้งทั้งหมดในยุค AI ตั้งแต่ชิปไปจนถึงโมเดลกำลังถูกสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ฐานราก ซึ่งเรากำลังร่วมกันยกระดับโอเพ่นซอร์สให้เป็นมาตรฐานระดับอุตสาหกรรมเพื่อนำ AI มาให้องค์กรได้ใช้ โดยเริ่มจากแพลตฟอร์ม <strong>Vera Rubin</strong>”</p>



<p>นอกจากระบบปฏิบัติการแล้ว <strong>Red Hat OpenShift</strong> จะเข้ามาช่วยบริหารจัดการคลัสเตอร์ที่ซับซ้อนและรองรับชุดไลบรารี <strong>NVIDIA CUDA-X</strong> เพื่อให้การติดตั้งใช้งานระบบประมวลผลความเร็วสูงเป็นไปโดยอัตโนมัติ ในขณะที่แพลตฟอร์ม <strong>Red Hat AI</strong> จะขยายการรองรับการอนุมานแบบกระจาย (<strong>Distributed Inference</strong>) บนโมเดลโอเพ่นซอร์สที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งกลุ่ม <strong>NVIDIA Nemotron</strong> รวมถึงโมเดลวิเคราะห์ภาพและหุ่นยนต์อุตสาหกรรม โดยโซลูชัน <strong>Red Hat Enterprise Linux</strong> ที่รองรับแพลตฟอร์ม <strong>NVIDIA Vera Rubin</strong> มีกำหนดเปิดให้ใช้งานทั่วไปในช่วงครึ่งหลังของปี 2569</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/298685">เร้ดแฮท จับมือ เอ็นวิเดีย ผสานโอเพ่นซอร์สเข้ากับ NVIDIA Vera Rubin เร่งสปีด AI ระดับองค์กร</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Red Hat ปรับปรุง Red Hat Enterprise Linux รองรับการติดตั้ง AI Accelerators จาก AMD, Intel และ NVIDIA โดยตรง</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/295444</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Dec 2025 08:14:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[AI Accelerators]]></category>
		<category><![CDATA[AMD]]></category>
		<category><![CDATA[Intel]]></category>
		<category><![CDATA[Linux]]></category>
		<category><![CDATA[NVIDIA]]></category>
		<category><![CDATA[Red Hat]]></category>
		<category><![CDATA[Red Hat Enterprise Linux]]></category>
		<category><![CDATA[RHEL]]></category>
		<category><![CDATA[ลินุกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[อินเทล]]></category>
		<category><![CDATA[เร้ดแฮท]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็นวิเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[เอเอ็มดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=295444</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; เร้ดแฮท (Red Hat) ผู้ให้บริก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/295444">Red Hat ปรับปรุง Red Hat Enterprise Linux รองรับการติดตั้ง AI Accelerators จาก AMD, Intel และ NVIDIA โดยตรง</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>เร้ดแฮท (Red Hat)</strong> ผู้ให้บริการโซลูชันโอเพ่นซอร์สระดับโลก ประกาศอัปเดตระบบปฏิบัติการ <strong>Red Hat Enterprise Linux</strong> (RHEL) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับเวิร์กโหลดด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเปิดให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงและติดตั้ง <strong>AI Accelerators</strong> หรือตัวเร่งความเร็วการประมวลผล AI จากผู้ผลิตชิปชั้นนำอย่าง <strong>AMD</strong>, <strong>Intel</strong> และ <strong>NVIDIA</strong> ได้โดยตรงผ่านระบบ Repository ของ Red Hat ช่วยลดความซับซ้อนและเพิ่มความรวดเร็วในการนำเทคโนโลยี AI มาใช้งานในระดับองค์กร</p>



<p>การใช้งานโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI มักพบปัญหาความยุ่งยากในการติดตั้งและอัปเดตไดรเวอร์ฮาร์ดแวร์ ซึ่งอาจส่งผลให้ระบบเกิดการหยุดชะงัก (Downtime) หรือเกิดปัญหาความไม่เข้ากันของซอฟต์แวร์ <strong>Red Hat</strong> จึงได้ร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อนำไดรเวอร์ที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง (Validated drivers) เข้าสู่ <strong>Red Hat Enterprise Linux</strong> โดยตรง เพื่อให้มั่นใจว่าฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเสถียร ลดคอขวดในการทำงานของทีมไอที และช่วยให้วงจรการพัฒนา AI/ML ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการใช้งานจริงทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น</p>



<p>สำหรับชุดไดรเวอร์และเครื่องมือที่เปิดให้ใช้งานผ่าน Red Hat Enterprise Linux Extensions Repository, Supplementary Repository และ BaseOS ประกอบด้วย <strong>AMD GPU kernel mode driver</strong> และ <strong>AMD ROCm</strong>, <strong>Intel Neural Processing Unit (NPU) kernel mode driver</strong>, <strong>NVIDIA GPU OpenRM kernel mode driver</strong> และ <strong>NVIDIA CUDA toolkit</strong> ซึ่งการอัปเดตนี้ครอบคลุมทั้งการใช้งานบนไฮบริดคลาวด์และระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง</p>



<p>นายกุนนาร์ เฮลเลคสัน รองประธานและผู้จัดการทั่วไป <strong>Red Hat Enterprise Linux</strong> ของ <strong>เร้ดแฮท</strong> กล่าวว่า ในยุคที่ AI กำลังเติบโต องค์กรต่างๆ จำเป็นต้องเคลื่อนไหวให้เร็วกว่าเดิม Red Hat ยินดีที่ได้สานต่อความร่วมมือกับ <strong>AMD</strong>, <strong>Intel</strong> และ <strong>NVIDIA</strong> เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่คล่องตัวขึ้น ช่วยปลดล็อกให้สามารถใช้ <strong>AI Accelerators</strong> ที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่และนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว</p>



<p>ด้านนายแดน แมคนามารา รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ฝ่าย Server and Enterprise AI ของ <strong>เอเอ็มดี (AMD)</strong> ระบุว่า องค์กรต่างๆ กำลังมองหาแพลตฟอร์มที่เชื่อถือได้ การที่ <strong>AMD Instinct accelerator</strong>, แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ <strong>AMD ROCm</strong> และโปรเซสเซอร์ <strong>AMD EPYC</strong> ผ่านการตรวจสอบการทำงานร่วมกับ <strong>Red Hat Enterprise Linux</strong> จะช่วยให้องค์กรสามารถใช้งานโครงสร้างพื้นฐาน AI ได้เต็มประสิทธิภาพ และขยายการทำงานบนสถาปัตยกรรม x86 ได้อย่างยืดหยุ่น</p>



<p>ขณะที่นายไมเคิล มาสซี รองประธานฝ่าย Edge Product Management ของ <strong>อินเทล (Intel)</strong> กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือนี้จะช่วยเสริมศักยภาพให้กับองค์กรต่างๆ ให้ได้รับประสบการณ์ที่ราบรื่นในการใช้ <strong>AI Accelerators</strong> ของ <strong>Intel</strong> รวมถึงการผสานพลังการประมวลผล AI ในโปรเซสเซอร์ <strong>Intel Core Ultra</strong> ที่ทำงานร่วมกับ <strong>Red Hat Enterprise Linux</strong> ซึ่งช่วยให้องค์กรมีความมั่นใจมากขึ้นในศักยภาพของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของตนเอง</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/295444">Red Hat ปรับปรุง Red Hat Enterprise Linux รองรับการติดตั้ง AI Accelerators จาก AMD, Intel และ NVIDIA โดยตรง</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Dell Technologies-NVIDIA เปิดตัว Dell AI Factory รุ่นใหม่ เร่งองค์กรใช้งาน AI ถึงระดับ Agentic</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/294081</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Nov 2025 15:17:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Dell Technologies]]></category>
		<category><![CDATA[IDC]]></category>
		<category><![CDATA[NVIDIA]]></category>
		<category><![CDATA[Red Hat]]></category>
		<category><![CDATA[Red Hat OpenShift]]></category>
		<category><![CDATA[จัสติน บอยทาโน]]></category>
		<category><![CDATA[อาชิช นาดคาร์นิ]]></category>
		<category><![CDATA[เจฟฟ์ คลาร์ก]]></category>
		<category><![CDATA[เดลล์ เทคโนโลยีส์]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็นวิเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[ไอดีซี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=294081</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; เดลล์ เทคโนโลยีส์ (Dell Tech [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/294081">Dell Technologies-NVIDIA เปิดตัว Dell AI Factory รุ่นใหม่ เร่งองค์กรใช้งาน AI ถึงระดับ Agentic</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>เดลล์ เทคโนโลยีส์</strong> (<strong>Dell Technologies</strong>) และ <strong>NVIDIA</strong> ประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญของ <strong>Dell AI Factory with NVIDIA</strong> ที่ออกแบบมาเพื่อเร่งการนำแอปพลิเคชัน <strong>AI</strong> สำหรับองค์กรมาใช้งานอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่รูปแบบดั้งเดิมไปจนถึง <strong>Agentic AI</strong> ที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยเน้นการผสานรวมโครงสร้างพื้นฐาน <strong>ไอที</strong> (<strong>IT</strong>) ที่แข็งแกร่งเข้ากับเทคโนโลยี <strong>AI</strong> ของ <strong>NVIDIA</strong> เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถเปลี่ยนจากการทดลองไปสู่การใช้งานจริงในวงกว้างได้อย่างมั่นใจ ลดความซับซ้อนในการจัดการระบบนิเวศของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ รวมถึงเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนสูงสุด โดยโซลูชันใหม่ ๆ ยังครอบคลุมถึงระบบจัดเก็บข้อมูลประสิทธิภาพสูง <strong>Dell PowerScale</strong> และ <strong>Dell ObjectScale</strong> ที่ผสานการทำงานกับ <strong>NVIDIA Dynamo</strong> รวมถึงการขยาย <strong>Dell Automation Platform</strong> เพื่อรองรับการปรับใช้ระบบ <strong>AI</strong> ได้ครบวงจรในแบบอัตโนมัติ</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-ความก-าวหน-าของ-dell-ai-factory-with-nvidia"><strong>ความก้าวหน้าของ Dell AI Factory with NVIDIA</strong></h2>



<p>การพัฒนา <strong>Dell AI Factory with NVIDIA</strong> มุ่งเน้นการมอบประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น และความเรียบง่ายสำหรับการใช้งาน <strong>AI</strong> ในองค์กรและ <strong>HPC (High-Performance Computing)</strong> โดยงานวิจัยล่าสุดระบุว่า <strong>95%</strong> ขององค์กรเชื่อว่าการร่วมงานกับพันธมิตรที่น่าเชื่อถืออย่าง <strong>เดลล์ เทคโนโลยีส์</strong> ช่วยลดความเสี่ยงในการใช้เทคโนโลยีใหม่ และ <strong>90%</strong> เห็นพ้องว่าการนำ <strong>AI</strong> มาใช้กับข้อมูลองค์กรจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้นผ่านการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ การเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก และความปลอดภัยที่มั่นใจได้</p>



<p><strong>Dell ObjectScale</strong> และ <strong>Dell PowerScale</strong> ซึ่งเป็นระบบจัดเก็บข้อมูลของ <strong>Dell AI Data Platform</strong> สำหรับข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง ได้ผสานการทำงานร่วมกับไลบรารี <strong>NVIDIA NIXL</strong> ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ <strong>NVIDIA Dynamo</strong> การผสานรวมนี้ช่วยให้สามารถจัดเก็บ <strong>KV Cache</strong> พร้อมรองรับการแชร์และนำกลับมาใช้ใหม่ ส่งผลให้โมเดลเริ่มต้นตอบสนองได้เร็วขึ้น (Time to First Token: TTFT) ในเวลาเพียง <strong>1 วินาที</strong> ด้วยขนาดข้อมูลสูงสุดที่ <strong>AI</strong> สามารถจำและประมวลผลได้ (Context Window) ที่ <strong>131K โทเคน</strong> ซึ่งเร็วกว่า <strong>vLLM</strong> มาตรฐานถึง <strong>19 เท่า</strong> นอกจากนี้ <strong>Dell AI Factory with NVIDIA</strong> ยังครอบคลุมโซลูชันเซิร์ฟเวอร์ <strong>Dell PowerEdge XE7740/XE7745</strong> ที่มาพร้อม <strong>NVIDIA RTX PRO 6000 Blackwell Server Edition GPUs</strong> และ <strong>NVIDIA Hopper GPUs</strong> เพื่อรองรับการใช้งาน <strong>AI</strong> ขั้นสูง เช่น โมเดลหลายโหมดขนาดใหญ่ และ <strong>Agentic AI</strong></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การติดตั้งอัตโนมัติและโครงสร้างพื้นฐานรุ่นถัดไป</strong></h2>



<p><strong>Dell Automation Platform</strong> ได้ขยายการรองรับสู่ <strong>Dell AI Factory with NVIDIA</strong> เพื่อมอบประสบการณ์ที่ชาญฉลาดและเป็นอัตโนมัติยิ่งขึ้นในการปรับใช้โซลูชัน <strong>AI</strong> ที่ผ่านการตรวจสอบและปรับให้เหมาะสมบนกรอบการทำงานที่ปลอดภัย วิธีการนี้ช่วยสร้างผลลัพธ์ที่ทำซ้ำได้และลดความคลาดเคลื่อนจากการคาดเดา <strong>Dell Professional Services</strong> ยังให้บริการทดลองใช้งาน <strong>AI</strong> แบบอินเตอร์แอกทีฟได้ครบวงจร โดยใช้ข้อมูลจริงของลูกค้าเพื่อประเมินมูลค่าทางธุรกิจก่อนที่จะขยายการลงทุน ซึ่งเป็นโครงการนำร่องที่อยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ</p>



<p>สำหรับการยกระดับประสิทธิภาพ <strong>AI</strong> ด้วยโครงสร้างพื้นฐานรุ่นถัดไป <strong>เดลล์</strong> เตรียมวางจำหน่ายเซิร์ฟเวอร์ <strong>Dell PowerEdge XE8712</strong> ในเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งนำเสนอความหนาแน่นของ <strong>GPU</strong> สูงสุดในอุตสาหกรรม ด้วยจำนวน <strong>NVIDIA Blackwell GPUs</strong> สูงสุด <strong>144 ตัว</strong> ต่อ <strong>Dell IR7000 Rack</strong> พร้อมเสริมความสามารถด้านการทำงานร่วมกันในระดับแร็คแบบอัตโนมัติและการมอนิเตอร์ผ่าน <strong>iDRAC, OME</strong> และ <strong>IRC</strong> นอกจากนี้ <strong>Enterprise SONiC Distribution by Dell Technologies</strong> ได้เพิ่มการรองรับแพลตฟอร์ม <strong>NVIDIA Spectrum-X</strong> เพื่อให้องค์กรสามารถสร้างโครงสร้างพื้นฐาน <strong>AI</strong> แบบเปิดตามมาตรฐานได้อย่างมั่นใจ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>มุมมองผู้บริหารและความพร้อมใช้งาน</strong></h2>



<p><strong>เจฟฟ์ คลาร์ก (Jeff Clarke)</strong> ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ <strong>เดลล์ เทคโนโลยีส์</strong> กล่าวว่า &#8220;<strong>Dell AI Factory with NVIDIA</strong> ช่วยแก้ปัญหาที่ทุกองค์กรกำลังเผชิญอยู่ นั่นคือจะเปลี่ยนจากการทดลองใช้ <strong>AI</strong> ไปสู่การใช้งานจริงได้อย่างไร โดยที่ไม่ต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ทั้งหมด ซึ่งเราได้ดำเนินการผสานรวมระบบให้เรียบร้อยแล้ว ลูกค้าจึงไม่ต้องทำเอง ซึ่งหมายความว่าลูกค้าสามารถติดตั้งใช้งานได้เร็วขึ้นและขยายระบบได้อย่างมั่นใจ&#8221;</p>



<p>ด้าน <strong>จัสติน บอยทาโน (Justin Boitano)</strong> รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ <strong>AI</strong> สำหรับองค์กรของ <strong>NVIDIA</strong> ให้ความเห็นว่า &#8220;<strong>AI</strong> สำหรับองค์กรกำลังเปลี่ยนจากการทดลองไปสู่การปฏิรูปธุรกิจ ที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างไม่เคยมีมาก่อน และกำหนดรูปแบบการดำเนินธุรกิจใหม่ เดลล์และ <strong>NVIDIA</strong> กำลังขับเคลื่อนความล้ำหน้านี้ด้วยแพลตฟอร์มแบบครบวงจรที่รวมโครงสร้างพื้นฐานล้ำสมัย ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ และเอนจินข้อมูลทรงพลังเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถใช้งาน <strong>AI</strong> ในระดับขนาดใหญ่และสร้างผลลัพธ์ที่วัดได้จริง&#8221;</p>



<p>ปัจจุบัน <strong>Red Hat OpenShift</strong> สำหรับ <strong>Dell AI Factory with NVIDIA</strong> ผ่านการตรวจสอบและรับรองการทำงานบน <strong>Dell PowerEdge</strong> หลายระบบ รวมถึง <strong>Dell PowerEdge XE9680</strong> ที่มาพร้อม <strong>NVIDIA H100</strong> และ <strong>H200 Tensor Core GPUs</strong> ซึ่งเป็นการขยายทางเลือกที่ครอบคลุมยิ่งขึ้นสำหรับองค์กรที่ต้องการเร่งนำ <strong>AI</strong> ไปใช้งานในวงกว้าง</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/294081">Dell Technologies-NVIDIA เปิดตัว Dell AI Factory รุ่นใหม่ เร่งองค์กรใช้งาน AI ถึงระดับ Agentic</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีเมนส์จับมือ NVIDIA เปิดตัวชุดเทคโนโลยี Digital Twin ยกระดับสู่โรงงานผลิตยุค AI</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/292466</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Nov 2025 13:03:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[NVIDIA]]></category>
		<category><![CDATA[NVIDIA GTC]]></category>
		<category><![CDATA[SIEMENS]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.]]></category>
		<category><![CDATA[ซีเมนส์ เอจี]]></category>
		<category><![CDATA[ปีเตอร์ เคอร์เทอ]]></category>
		<category><![CDATA[เรฟ เลบาเรเดียน]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็นวิเดีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=292466</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; ซีเมนส์ (Siemens) และ เอ็นวิ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/292466">ซีเมนส์จับมือ NVIDIA เปิดตัวชุดเทคโนโลยี Digital Twin ยกระดับสู่โรงงานผลิตยุค AI</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>ซีเมนส์ (Siemens)</strong> และ <strong>เอ็นวิเดีย (NVIDIA)</strong> ได้ร่วมกันสาธิตชุด <strong>เทคโนโลยีใหม่ (New Technology Stack)</strong> ที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งออกแบบมาสำหรับแพลตฟอร์ม <strong>Siemens Xcelerator</strong> โดยเฉพาะ โดยเทคโนโลยีนี้มีจุดเด่นในการผสานรวมแพลตฟอร์ม <strong>Siemens Xcelerator</strong> เข้ากับ <strong>NVIDIA Omniverse</strong> เพื่อสร้าง <strong>Digital Twin</strong> ที่มีความสมจริงสูงและใช้ <strong>ปัญญาประดิษฐ์ (AI)</strong> เข้ามาช่วยในการออกแบบ ปรับแต่ง และบริหารจัดการโรงงานในอนาคต ทำให้วิศวกรสามารถสร้างและจำลองแบบโรงงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ช่วยลดระยะเวลาในการทำงานจากหลายสัปดาห์เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง และตอบโจทย์ความท้าทายของผู้ผลิตทั่วโลกในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการใช้พลังงาน</p>



<p>ชุดเทคโนโลยีใหม่นี้ถูกจัดแสดงภายในงาน <strong>NVIDIA GTC (GPU Technology Conference)</strong> ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยได้สาธิตความสามารถในการสนับสนุนลูกค้าตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบไปจนถึงการดำเนินงานในโรงงานขั้นสูง ซึ่งรวมถึงการนำโครงสร้างพื้นฐานของอาคารและสายการผลิตมารวมกันในสภาพแวดล้อมทางวิศวกรรมเดียว และใช้ <strong>AI</strong> จำลองผังโรงงานหลายร้อยแบบเพื่อค้นหาการออกแบบที่ประหยัดพลังงานและมีประสิทธิภาพสูงสุด</p>



<p>การผสานการทำงานร่วมกันระหว่าง <strong>Siemens Xcelerator</strong> และ <strong>NVIDIA Omniverse</strong> นำเสนอ <strong>Digital Twin</strong> ในรูปแบบใหม่ที่รวมการแสดงภาพ 3 มิติ (3D Visualization) การจำลองการทำงานของกระบวนการ และข้อมูลของโรงงานไว้ในสภาพแวดล้อมเสมือนจริงเดียว ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสู่ <strong>เมตาเวิร์สสำหรับภาคอุตสาหกรรม (Industrial Metaverse)</strong> และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของซีเมนส์ในการผสานโลกจริงและโลกดิจิทัล</p>



<p><strong>ปีเตอร์ เคอร์เทอ (Peter Koerte)</strong> กรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีและประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายกลยุทธ์ของ <strong>ซีเมนส์ เอจี (Siemens AG)</strong> กล่าวว่า &#8220;นวัตกรรมสำหรับภาคอุตสาหกรรมกำลังถูกเร่งพัฒนาขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยมีซีเมนส์และเอ็นวิเดียเป็นผู้นำ จากการผสานรวมจุดแข็งทางเทคโนโลยีของทั้งสององค์กร ด้วย <strong>Industrial AI, Digital Twin, ระบบอัตโนมัติ</strong> และ <strong>เทคโนโลยีอาคาร</strong> ทำให้เมตาเวิร์สสำหรับภาคอุตสาหกรรมเกิดขึ้นได้จริง ตามด้วย โรงงานและ <strong>AI ดาต้าเซนเตอร์</strong> รุ่นใหม่ๆ ที่จะมีประสิทธิภาพ พลังการประมวลผล ความสามารถในการขยายการเติบโต และความชาญฉลาดที่จำเป็นสำหรับตอบสนองความต้องการทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นการกำหนดอนาคตของภาคอุตสาหกรรม&#8221;</p>



<p>ชุดเทคโนโลยีดังกล่าวไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ผลิตสร้างโรงงานที่ทันสมัย แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเร่งการวางแผน กระบวนการทางวิศวกรรม และการดำเนินงาน ทำให้สามารถทำการจำลองที่มีขนาดใหญ่ สร้างเวิร์กโฟลว์ที่ขับเคลื่อนด้วย <strong>AI</strong> และสามารถตัดสินใจด้วยข้อมูลในทุกขั้นตอนของการออกแบบและการดำเนินงาน ตัวอย่างเช่น ผู้ผลิต <strong>เซมิคอนดักเตอร์</strong> สามารถจำลองผังโรงงานหลากหลายแบบภายในอาคารที่ดำเนินการอยู่ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อระบุผังที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและร่นระยะเวลาในการเพิ่มกำลังการผลิต</p>



<p><strong>เรฟ เลบาเรเดียน (Rev Lebaredian)</strong> รองประธานฝ่าย <strong>Omniverse</strong> และเทคโนโลยีการจำลองของ <strong>เอ็นวิเดีย</strong> กล่าวเสริมว่า &#8220;<strong>Digital Twin</strong> เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในยุค <strong>Industrial AI</strong> ช่วยให้เราสามารถสร้างแบบจำลองและเพิ่มประสิทธิภาพตลอดสายการผลิต และยังสามารถฝึกฝนหุ่นยนต์ในโลกเสมือนจริงได้ก่อน โดยยังไม่ต้องติดตั้งฮาร์ดแวร์แม้แต่ชิ้นเดียว ความร่วมมือกับซีเมนส์นี้ยังได้นำแพลตฟอร์ม <strong>NVIDIA Omniverse</strong> เข้าสู่หัวใจของภาคการผลิต โดยนำเสนอความสามารถสำคัญของแพลตฟอร์มฯ ที่ช่วยเร่งกระบวนการตลอดวงจรชีวิตของโรงงาน ตั้งแต่การริเริ่มแนวคิดไปจนถึงการดำเนินงาน&#8221;</p>



<p>ความร่วมมือนี้ยังครอบคลุมไปถึงการพัฒนา <strong>AI Data Center</strong> โดย <strong>ซีเมนส์</strong> นำความเชี่ยวชาญด้านห่วงโซ่คุณค่าครบวงจรตั้งแต่ <strong>ชิปจนถึงโครงข่ายไฟฟ้า (Chip-to-Grid)</strong> เข้ามาช่วยในด้านการควบคุมระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น ระบบประมวลผล และระบบอาคาร ให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการสร้าง <strong>AI Factory</strong> ใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ปรับการดำเนินงานให้สอดรับกับการอัปเกรด <strong>GPU</strong> และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและระบบทำความเย็นด้วยการจำลองขั้นสูง แนวทางนี้สอดคล้องกับ <strong>NVIDIA Omniverse DSX Blueprint</strong> ซึ่งเป็นต้นแบบของ <strong>ดาต้าเซนเตอร์</strong> ยุคใหม่ระดับกิกะวัตต์ หรือ <strong>AI Factory</strong> ที่เน้นความเป็นเลิศของโครงสร้างพื้นฐาน <strong>AI</strong></p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/292466">ซีเมนส์จับมือ NVIDIA เปิดตัวชุดเทคโนโลยี Digital Twin ยกระดับสู่โรงงานผลิตยุค AI</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Cisco-NVIDIA เปิดตัวสถาปัตยกรรม AI สำหรับ Neocloud องค์กร และ 6G พร้อมสวิตช์ N9100 ใช้ Spectrum-X</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/292080</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Oct 2025 15:50:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[6G]]></category>
		<category><![CDATA[AI Infrastructure]]></category>
		<category><![CDATA[CISCO]]></category>
		<category><![CDATA[Cisco N9100]]></category>
		<category><![CDATA[Cisco Secure AI Factory]]></category>
		<category><![CDATA[Enterprise AI]]></category>
		<category><![CDATA[Neocloud]]></category>
		<category><![CDATA[NVIDIA]]></category>
		<category><![CDATA[NVIDIA Cloud Partner]]></category>
		<category><![CDATA[NVIDIA Spectrum-X]]></category>
		<category><![CDATA[Sovereign Cloud]]></category>
		<category><![CDATA[จีตู ปาเทล]]></category>
		<category><![CDATA[จีลาด เชนเนอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ซิสโก้]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็นวิเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างพื้นฐาน AI]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=292080</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; ซิสโก้ (Cisco) บริษัทเทคโนโล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/292080">Cisco-NVIDIA เปิดตัวสถาปัตยกรรม AI สำหรับ Neocloud องค์กร และ 6G พร้อมสวิตช์ N9100 ใช้ Spectrum-X</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>ซิสโก้ (Cisco)</strong> บริษัทเทคโนโลยีเครือข่ายชั้นนำ ร่วมกับ <strong>เอ็นวิเดีย (NVIDIA)</strong> ผู้นำด้านการประมวลผลสำหรับ AI ประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการพัฒนา <strong>โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI</strong> ที่ปลอดภัยและขยายตัวได้สำหรับทุกกลุ่มตลาด โดยมีไฮไลท์คือการเปิดตัว <strong>Cisco N9100 series switch</strong> ซึ่งเป็นสวิตช์สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์รุ่นแรกที่พัฒนาร่วมกับ <strong>NVIDIA</strong> โดยใช้ชิป <strong>NVIDIA Spectrum-X Ethernet switch silicon</strong> เพื่อนำเสนอ <strong>Reference Architecture</strong> ที่สอดคล้องกับมาตรฐาน <strong>NVIDIA Cloud Partner</strong> แก่กลุ่มลูกค้า <strong>neocloud</strong> และ <strong>sovereign cloud</strong> นอกจากนี้ ยังเสริมความแข็งแกร่งให้กับโซลูชัน <strong>Cisco Secure AI Factory with NVIDIA</strong> สำหรับกลุ่มองค์กร และเปิดตัว <strong>AI-native wireless stack for 6G</strong> ร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรม</p>



<p>ย่อหน้า ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นการมอบความยืดหยุ่นสูงสุดแก่ลูกค้าในการสร้างและบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่ม <strong>neocloud</strong> และ <strong>sovereign cloud</strong> ซึ่ง <strong>Cisco N9100 series switch</strong> นำเสนอทางเลือกระบบปฏิบัติการ <strong>Cisco NX-OS</strong> หรือ <strong>SONiC</strong> และเป็นพื้นฐานในการนำเสนอ <strong>Reference Architecture</strong> ที่อ้างอิงหลักการออกแบบของ <strong>NVIDIA Cloud Partner</strong> ซึ่งใช้สวิตช์ที่ขับเคลื่อนด้วย <strong>Cisco Silicon One</strong> รวมถึงสวิตช์ที่มี <strong>NVIDIA Spectrum-X</strong> มาในตัว เพื่อยกระดับเครือข่ายอีเธอร์เน็ตสำหรับ <strong>AI workload</strong> นอกจากนี้ <strong>Cisco</strong> ยังคงนำเสนอโมเดลการทำงานแบบรวมศูนย์ (unified operating model) ผ่าน <strong>Cisco Nexus Dashboard</strong> ครอบคลุมพอร์ตโฟลิโอ <strong>Nexus data center switching</strong> ทั้งหมด</p>



<p>ย่อหน้า สำหรับลูกค้ากลุ่มองค์กร <strong>Cisco</strong> ได้เสริมความสามารถของโซลูชัน <strong>Cisco Secure AI Factory with NVIDIA</strong> ซึ่งมุ่งเน้นสถาปัตยกรรมที่ครอบคลุมด้าน <strong>ความปลอดภัย</strong> และ <strong>การสังเกตการณ์ (Observability)</strong> สำหรับโครงสร้างด้าน AI โดยมีการผสานรวม <strong>Cisco AI Defense</strong> เข้ากับ <strong>NVIDIA NeMo Guardrails</strong> เพื่อเพิ่มความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับ <strong>AI applications</strong> และมีการใช้ <strong>Splunk Observability Cloud</strong> เพื่อติดตามประสิทธิภาพ คุณภาพ ความปลอดภัย และต้นทุนของ <strong>AI application stack</strong> รวมถึงใช้ <strong>Splunk Enterprise Security</strong> เพื่อปกป้อง <strong>AI workloads</strong> นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐาน <strong>Core AI Infrastructure</strong> ใหม่ ๆ เช่น <strong>Cisco Nexus Hyperfabric AI</strong> ที่ใช้ <strong>Cisco G200 Silicon One</strong> และ <strong>Cisco UCS</strong> เซิร์ฟเวอร์ที่รองรับ <strong>NVIDIA GPU</strong> ประสิทธิภาพสูง</p>



<p>ย่อหน้า นายจีตู ปาเทล (Jeetu Patel), ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ <strong>ซิสโก้</strong>, กล่าวว่า “เรากำลังอยู่บนจุดเริ่มต้นของการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยสถาปัตยกรรมใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดด้านพลังงาน การประมวลผล และประสิทธิภาพของเครือข่าย <strong>ซิสโก้</strong> และ <strong>NVIDIA</strong> ได้จับมือกันเป็นผู้นำในการกำหนดนิยามของเทคโนโลยีที่จะมาขับเคลื่อน <strong>AI-ready data center</strong> ในทุก ๆ องค์กร ตั้งแต่กลุ่ม <strong>neocloud</strong> กลุ่มผู้ให้บริการระดับโลกไปจนถึงองค์กรระดับ <strong>เอนเตอร์ไพรซ์</strong>”</p>



<p>ย่อหน้า ด้านนายจีลาด เชนเนอร์ (Gilad Shainer), รองประธานอาวุโสฝ่ายเครือข่ายของ <strong>NVIDIA</strong>, ระบุว่า “<strong>NVIDIA Spectrum-X Ethernet</strong> มอบประสิทธิภาพของ <strong>accelerated networking</strong> ให้กับ Ethernet ด้วยการทำงานร่วมกับ <strong>Cloud Reference Architectures</strong> ของ <strong>ซิสโก้</strong> และหลักการออกแบบ <strong>NVIDIA Cloud Partner</strong> ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกปรับใช้ <strong>Spectrum-X Ethernet</strong> โดยใช้ <strong>Cisco N9100 series</strong> ใหม่ล่าสุด หรือสวิตช์ที่ขับเคลื่อนด้วย <strong>Cisco Silicon One</strong> เพื่อสร้างเครือข่าย AI แบบเปิดที่มีประสิทธิภาพสูง”</p>



<p>ย่อหน้า สำหรับการพัฒนาเครือข่ายยุคใหม่ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม <strong>ซิสโก้</strong>, <strong>NVIDIA</strong> และพันธมิตร ได้ร่วมกันเปิดตัว <strong>American AI-RAN stack</strong> ซึ่งเป็น <strong>AI-native wireless stack for 6G</strong> เป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรม โดยผสานรวม <strong>user plane function</strong> และ <strong>5G core software</strong> ของ <strong>ซิสโก้</strong> เข้ากับ <strong>NVIDIA AI Aerial platform</strong> เพื่อสร้างรากฐานที่รองรับการทำงานของ <strong>physical AI</strong> และ <strong>integrated sensing</strong> ซึ่งจะช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสามารถผสาน AI เข้ากับเครือข่ายมือถือของตนได้ โดยเริ่มจากบริการ <strong>5G advanced</strong> และเป็นการวางรากฐานสำหรับ <strong>6G</strong> ต่อไป</p>



<p>ย่อหน้า ความร่วมมือครั้งนี้ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ร่วมกันต่ออนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย <strong>AI</strong> ที่ต้องรองรับการขยายตัว มีความสามารถในการสังเกตการณ์ และมีความปลอดภัย</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/292080">Cisco-NVIDIA เปิดตัวสถาปัตยกรรม AI สำหรับ Neocloud องค์กร และ 6G พร้อมสวิตช์ N9100 ใช้ Spectrum-X</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Dell &#8211; NVIDIA พบ องค์กรในเอเชียแปซิฟิกเร่งนำ AI มาใช้ แม้เผชิญความท้าทายรอบด้าน ตามการสำรวจของ IDC</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/283982</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 Aug 2025 08:09:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Dell]]></category>
		<category><![CDATA[Dell Technologies]]></category>
		<category><![CDATA[IDC]]></category>
		<category><![CDATA[NVIDIA]]></category>
		<category><![CDATA[คริส เคลลี่]]></category>
		<category><![CDATA[เดลล์ เทคโนโลยีส์]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็นวิเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[เอเชียแปซิฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[ไอดีซี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=283982</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; ผลการศึกษาล่าสุดจาก IDC ซึ่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/283982">Dell &#8211; NVIDIA พบ องค์กรในเอเชียแปซิฟิกเร่งนำ AI มาใช้ แม้เผชิญความท้าทายรอบด้าน ตามการสำรวจของ IDC</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> ผลการศึกษาล่าสุดจาก <strong>IDC</strong> ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก <strong>เดลล์ เทคโนโลยีส์ (Dell Technologies)</strong> และ <strong>NVIDIA</strong> ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่องค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังเร่งนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ <strong>Generative AI</strong> มาปรับใช้อย่างกว้างขวาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างนวัตกรรมใหม่ อย่างไรก็ตาม องค์กรส่วนใหญ่ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญ โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะด้าน AI ความซับซ้อนในการผสานรวมเทคโนโลยีเข้ากับระบบเดิม และความกังวลด้านความปลอดภัยของข้อมูล</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="307" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/08/IDCs-AI-GenAI-and-Insights-Survey-1024x307.jpg" alt="" class="wp-image-283983" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/08/IDCs-AI-GenAI-and-Insights-Survey-1024x307.jpg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/08/IDCs-AI-GenAI-and-Insights-Survey-300x90.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/08/IDCs-AI-GenAI-and-Insights-Survey-768x230.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/08/IDCs-AI-GenAI-and-Insights-Survey.jpg 1381w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>จากการสำรวจพบว่าตลาดเซิร์ฟเวอร์ที่เน้นการใช้งาน <strong>AI</strong> ในเอเชียแปซิฟิกคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 23,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2568 นอกจากนี้ 84% ขององค์กรในภูมิภาคนี้ตั้งใจจะจัดสรรงบประมาณระหว่าง 1 ถึง 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับโครงการริเริ่มด้าน <strong>Generative AI</strong> ในปีนี้ แต่ถึงแม้จะมีการลงทุนสูง องค์กรจำนวนมากยังคงประสบปัญหาในการปรับกลยุทธ์ <strong>AI</strong> ให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ โดยข้อมูลระบุว่า 35% ขององค์กรในอาเซียนยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการนำ <strong>AI</strong> และแมชชีนเลิร์นนิ่งมาใช้งาน</p>



<p>หนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่สุดคือ <strong>การขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะ</strong> โดยมากกว่า 72% ขององค์กรในเอเชียแปซิฟิกเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการจ้างงานบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้าน <strong>AI</strong> โดยตรง นอกจากนี้ ยังมีความท้าทายด้านต้นทุนไอทีที่เพิ่มขึ้น ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ และความกังวลเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ทำให้องค์กรจำนวนมากต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญและนักพัฒนาจากภายนอก โดย 60% ของธุรกิจเลือกใช้บริการจากนักพัฒนาภายนอก ในขณะที่มีเพียง 30% ที่พัฒนาแอปพลิเคชัน <strong>AI</strong> ภายในองค์กรเอง</p>



<p><strong>นายคริส เคลลี่ รองประธานอาวุโส กลุ่มโซลูชันโครงสร้างพื้นฐาน ฝ่ายขายเฉพาะทาง ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ญี่ปุ่น และจีน เดลล์ เทคโนโลยีส์</strong> กล่าวว่า &#8220;ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีศักยภาพมหาศาลในการเป็นผู้นำของการนำ AI มาใช้และนวัตกรรม ถึงเวลาแล้วที่องค์กรต่างๆ จะก้าวข้ามการพิสูจน์แนวคิด (POC) และมุ่งเน้นไปที่การบรรลุผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่วัดผลได้ การเดินทางสู่ ROI ที่สม่ำเสมอนั้นซับซ้อนและต้องการการสนับสนุนที่ครอบคลุมในทุกขั้นตอน ด้วยการสนับสนุนจากพันธมิตรด้านเทคโนโลยี องค์กรต่างๆ สามารถเอาชนะความท้าทายในการนำไปใช้และเร่งเส้นทางสู่ผลลัพธ์ AI ที่ขับเคลื่อนด้วยผลลัพธ์ที่สร้างผลกระทบ&#8221;</p>



<p>รายงานยังได้จำแนกการนำ <strong>AI</strong> ไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ พบว่ากลุ่มอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์มีการใช้งาน <strong>AI</strong> สูงที่สุดที่ 86% ตามมาด้วยกลุ่มธนาคารและบริการทางการเงินที่ 84% และอุตสาหกรรมพลังงานที่ 83% โดยแต่ละอุตสาหกรรมมีกรณีการใช้งานที่แตกต่างกันไป เช่น การตรวจจับการฉ้อโกงในภาคการเงิน, การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ในภาคการผลิตและพลังงาน, การวินิจฉัยโรคในกลุ่มเฮลท์แคร์ และการสร้างคำแนะนำสินค้าแบบเฉพาะบุคคลในธุรกิจค้าปลีก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า <strong>AI</strong> ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจในหลากหลายมิติ</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/283982">Dell &#8211; NVIDIA พบ องค์กรในเอเชียแปซิฟิกเร่งนำ AI มาใช้ แม้เผชิญความท้าทายรอบด้าน ตามการสำรวจของ IDC</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;เจนเซน หวง&#8221; ซีอีโอ NVIDIA ชื่น AI จีนก้าวหน้า แม้เผชิญข้อจำกัดจากสหรัฐฯ พร้อมมองกองทัพไม่ใช่ชิปมะกันหรอก เพราะห่วงภัยความมั่นคง</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/280756</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nopparit Kamolsuwan]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Jul 2025 09:53:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[H100]]></category>
		<category><![CDATA[H20]]></category>
		<category><![CDATA[Huawei]]></category>
		<category><![CDATA[NVIDIA]]></category>
		<category><![CDATA[RTX Pro GPU]]></category>
		<category><![CDATA[SMIC]]></category>
		<category><![CDATA[TSMC]]></category>
		<category><![CDATA[การส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<category><![CDATA[ชิป AI]]></category>
		<category><![CDATA[ปักกิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[หัวเว่ย]]></category>
		<category><![CDATA[เจนเซน หวง]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็นวิเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[โดนัลด์ ทรัมป์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=280756</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; ตามการรายงานของสำนักข่าวซินห [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/280756">&#8220;เจนเซน หวง&#8221; ซีอีโอ NVIDIA ชื่น AI จีนก้าวหน้า แม้เผชิญข้อจำกัดจากสหรัฐฯ พร้อมมองกองทัพไม่ใช่ชิปมะกันหรอก เพราะห่วงภัยความมั่นคง</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> ตามการรายงานของ<a href="https://www.xinhuathai.com/vdo/524401_20250715">สำนักข่าวซินหัว</a> (15 ก.ค. 68) <strong>เจนเซน หวง (Jensen Huang)</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ <strong>NVIDIA (เอ็นวิเดีย)</strong> บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา ได้เดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน และแสดงความชื่นชมต่อ <strong>ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในจีน</strong> พร้อมมองว่า <strong>ตลาดจีนเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีพลวัต</strong> ท่ามกลางความตึงเครียดด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่า <strong>NVIDIA</strong> เตรียมกลับมาจำหน่าย <strong>ชิป AI รุ่น H20</strong> ให้กับจีนอีกครั้ง และยังคงพัฒนา <strong>ชิป AI</strong> รุ่นใหม่สำหรับตลาดจีนโดยเฉพาะ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อ่าน : <a href="https://brickinfotv.com/news/280632">Schneider Electric และ NVIDIA เร่งพัฒนาระบบ AI Factories ทั่วโลก</a></li>



<li>อ่าน : <a href="https://brickinfotv.com/news/247764">“เจนเซ่น ฮวง” ซีอีโอ NVIDIA เจอ “มาร์ค ซักฯ” แชร์เรื่อง AI ฉ่ำ เวที SIGGRAPH 2024</a></li>



<li>อ่าน : <a href="https://brickinfotv.com/news/259627">ทรู ไอดีซี จับมือ สยามเอไอคลาวด์ ผนึก NVIDIA ตั้งเป้าไทยเป็นศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน</a></li>
</ul>



<p>หวง กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์ว่า <strong>ปัญญาประดิษฐ์</strong> กำลังรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วในจีน และเน้นย้ำถึง <strong>ระบบนิเวศ AI ที่เฟื่องฟูของจีน</strong> ซึ่งมีสตาร์ตอัปและผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่จำนวนมาก เขายังกล่าวถึงศักยภาพด้านบุคลากรของจีน ซึ่งเป็นแหล่งรวมนักวิจัยด้าน <strong>ปัญญาประดิษฐ์</strong> มากถึงร้อยละ 50 ของโลก โดยระบุว่า <strong>AI</strong> กำลังถูกนำไปใช้ในทุกภาคส่วน ตั้งแต่การประยุกต์ใช้งานสำหรับผู้บริโภค การชอปปิงออนไลน์ การส่งของชำ ไปจนถึงยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติ หวงแสดงความยินดีอย่างมากที่ได้เห็นการพัฒนา <strong>AI ในจีน</strong> ซึ่งเป็นผลมาจาก <strong>การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ที่เข้มแข็งของจีน</strong> นอกจากนี้ หวงยังมีกำหนดเข้าร่วมพิธีเปิดงานมหกรรมห่วงโซ่อุปทานนานาชาติจีน ครั้งที่ 3 ในวันพุธที่ 16 กรกฎาคมนี้ด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-มองกองท-พจ-นไม-ใช-ช-ปมะก-นหรอก-เพราะห-วงภ-ยความม-นคง">มองกองทัพจีนไม่ใช่ชิปมะกันหรอก เพราะห่วงภัยความมั่นคง</h2>



<p>ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า <strong>เจนเซน หวง</strong> ได้กล่าวต่อรัฐบาลสหรัฐฯ ว่าไม่มีความจำเป็นต้องกังวลว่ากองทัพจีนจะใช้ <strong>ชิป AI ขั้นสูงของ NVIDIA</strong> เพื่อเสริมกำลังทางทหาร เนื่องจากเขามองว่ากองทัพจีนไม่กล้าไว้วางใจเทคโนโลยีของสหรัฐฯ เพราะสหรัฐฯ สามารถออกมาตรการคว่ำบาตรเมื่อใดก็ได้ ซึ่งทำให้การพึ่งพา <strong>ชิปจากสหรัฐฯ</strong> มีความเสี่ยงสูง รัฐบาลสหรัฐฯ เคยแสดงความกังวลว่า <strong>ชิป AI ขั้นสูงของ NVIDIA</strong> อย่างรุ่น <strong>H100</strong> จะช่วยให้จีนพัฒนาอาวุธอัจฉริยะ โดรน และระบบสอดแนมได้ดีขึ้น จึงได้ออกมาตรการควบคุมการส่งออกในปี 2022 เพื่อจำกัดไม่ให้จีนเข้าถึง <strong>ชิป AI ขั้นสูง</strong> เหล่านี้</p>



<p>มาตรการดังกล่าวส่งผลให้ <strong>NVIDIA</strong> และบริษัทผลิต <strong>ชิปสหรัฐฯ</strong> อื่นๆ สูญเสียรายได้หลายพันล้านดอลลาร์ฯ เนื่องจากจีนเป็น <strong>ตลาดเซมิคอนดักเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก</strong> คิดเป็นประมาณ 20-25% ของรายได้ดาต้าเซ็นเตอร์ของ <strong>NVIDIA</strong> ในขณะนั้น <strong>NVIDIA</strong> ได้พยายามแก้ไขสถานการณ์ด้วยการออก <strong>ชิปเวอร์ชันลดสเปก</strong> เพื่อยังคงสามารถจำหน่ายให้กับจีนได้ แม้ต่อมาสหรัฐฯ จะออกกฎเพิ่มเติมเพื่อปิดช่องโหว่ทันที หวงมองว่าการกีดกันเช่นนี้อาจให้ผลลัพธ์ตรงกันข้าม เพราะยิ่งจีนถูกบล็อก ก็ยิ่งจะทุ่มเทสร้าง <strong>อุตสาหกรรมชิป</strong> ในประเทศเอง เห็นได้จากกรณีของ <strong>Huawei (หัวเว่ย)</strong> และ <strong>SMIC</strong> ที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจำนวนมหาศาลจากรัฐบาลเพื่อพัฒนา <strong>ชิปขั้นสูง</strong></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-nvidia-เตร-ยมกล-บมาจำหน-าย-ช-ป-ai-ร-น-h20-ให-ก-บจ-นอ-กคร-ง"><strong>NVIDIA</strong> เตรียมกลับมาจำหน่าย <strong>ชิป AI รุ่น H20</strong> ให้กับจีนอีกครั้ง</h2>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="Nvidia to sell H20 AI chips in China" width="740" height="416" src="https://www.youtube.com/embed/XwGXqFqPZDs?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>ล่าสุด มีรายงานว่า <strong>NVIDIA</strong> ประกาศเตรียมกลับมาจำหน่าย <strong>ชิป AI รุ่น H20</strong> ให้กับจีนอีกครั้ง หลังจากที่ <strong>เจนเซน หวง</strong> ได้พบปะกับอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ <strong>โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump)</strong> ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ </p>



<p>ในช่วงที่ผ่านมา <strong>NVIDIA</strong> ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดการส่งออกที่รัฐบาลสหรัฐฯ กำหนดขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ <strong>ชิปที่มีความสามารถสูงที่สุด</strong> ไปถึงมือจีน ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ในด้านความมั่นคงทางทหาร โดยบริษัทระบุว่าข้อจำกัดนี้ทำให้รายได้ลดลงประมาณ 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ </p>



<p><strong>NVIDIA</strong> จึงได้ยื่นคำขอต่อรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อขอใบอนุญาตในการขาย <strong>ชิป H20</strong> ให้กับจีน ส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐฯ ลดการบังคับใช้ข้อจำกัดในการส่งออก <strong>ชิป AI</strong> อย่าง <strong>H20</strong> ให้กับจีน นอกจากนี้ ฝ่ายจีนได้ผ่อนคลายข้อควบคุมการส่งออกแร่หายาก และสหรัฐฯ ก็อนุญาตให้ผู้ให้บริการ <strong>ซอฟต์แวร์ออกแบบชิป</strong> กลับมาดำเนินการในจีนได้อีกครั้ง <strong>NVIDIA</strong> ยังคงพัฒนา <strong>ชิป AI</strong> รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับตลาดจีน ได้แก่ <strong>RTX Pro GPU</strong> ซึ่งมีราคาและสมรรถนะที่ต่ำกว่า <strong>ชิป H20</strong> ถือเป็นการพัฒนาภายใต้ข้อบังคับการส่งออกของสหรัฐฯ เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานในภาคส่วนต่างๆ เช่น <strong>โรงงานอัจฉริยะ</strong> และ <strong>โลจิสติกส์</strong></p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/280756">&#8220;เจนเซน หวง&#8221; ซีอีโอ NVIDIA ชื่น AI จีนก้าวหน้า แม้เผชิญข้อจำกัดจากสหรัฐฯ พร้อมมองกองทัพไม่ใช่ชิปมะกันหรอก เพราะห่วงภัยความมั่นคง</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
