<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เจแอลแอล ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<atom:link href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%a5/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://brickinfotv.com/tag/เจแอลแอล</link>
	<description>ข่าวสาร สาระ ความรู้ และความบันเทิง</description>
	<lastBuildDate>Mon, 22 Jun 2026 08:45:32 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.1</generator>

<image>
	<url>https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/07/cropped-06-Favicon-Brick-100x100.png</url>
	<title>เจแอลแอล ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<link>https://brickinfotv.com/tag/เจแอลแอล</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>มูลค่าซื้อขายโรงแรมระดับลักชัวรีไทยทะลุ 2,200 ล้านบาท รับดีมานด์นักลงทุนสวนทางอุปทานจำกัด</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/313794</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Jun 2026 08:45:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[JLL]]></category>
		<category><![CDATA[Jones Lang LaSalle]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[สมุย]]></category>
		<category><![CDATA[เจแอลแอล]]></category>
		<category><![CDATA[โจนส์ แลง ลาซาลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=313794</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; ตลาดการลงทุน โรงแรมระดับลักช [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/313794">มูลค่าซื้อขายโรงแรมระดับลักชัวรีไทยทะลุ 2,200 ล้านบาท รับดีมานด์นักลงทุนสวนทางอุปทานจำกัด</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <a href="https://www.jll.com/en-au/insights/the-suite-life">ตลาด</a>การลงทุน <strong>โรงแรมระดับลักชัวรี (Luxury Hotel)</strong> ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดด ข้อมูลจากเจแอลแอล (JLL) ระบุว่าในปี 2568 ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีมูลค่าการซื้อขายโรงแรมกลุ่มนี้แตะระดับ 2,100 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 77% จากปี 2560 ขณะที่ประเทศไทยมีมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 2,200 ล้านบาท แม้จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก แต่ตลาดไทยยังคงเผชิญข้อจำกัดด้านอุปทาน เนื่องจากเจ้าของสินทรัพย์ส่วนใหญ่นิยมถือครองระยะยาว ส่งผลให้การซื้อขายเปลี่ยนมือมีปริมาณจำกัด</p>



<p>ตลาดการลงทุนโรงแรมในประเทศไทยนับตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา กลุ่ม <strong>โรงแรมระดับลักชัวรี</strong> มีสัดส่วนคิดเป็น 19.2% ของมูลค่าการซื้อขายโรงแรมทั้งหมด แม้ในปีที่ผ่านมาจะมีจำนวนธุรกรรมเพียง 7.9% ก็ตาม โดยมีดีลการซื้อขายที่โดดเด่น เช่น การซื้อหุ้นคืนของโรงแรมในย่านใจกลางกรุงเทพมหานคร และการขายหุ้น 51% ในโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ (InterContinental Bangkok) นอกจากนี้ อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยรายวัน (ADR) ของกลุ่มโรงแรมระดับลักชัวรีและอัลตราลักชัวรีในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่าง กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และสมุย มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2562 โดยปัจจุบันกลุ่มอัลตราลักชัวรีสามารถทำราคาได้ใกล้เคียงระดับ 15,000 บาทต่อคืน เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนโควิด-19 ที่อยู่ในระดับราว 10,000 บาทต่อคืน</p>



<p>ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตคือการปรับตัวของผู้ประกอบการที่นำเสนอแนวคิด &#8220;Lifestyle Luxury&#8221; ซึ่งผสานที่พักเข้ากับประสบการณ์ทางสังคม สุขภาวะ (Wellness) และวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยมักเป็นส่วนหนึ่งของโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ เช่น วัน แบงค็อก (One Bangkok), ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Central Park) และโครงการฮาไท (Hatai) ทั้งยังมีการเตรียมเปิดตัวของแบรนด์ใหม่และแบรนด์ที่กลับมาให้บริการอีกครั้ง เช่น อมัน นายเลิศ (Aman Nai Lert), แอนดาซ วัน แบงค็อก (Andaz One Bangkok), เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน วัน แบงค็อก (The Ritz-Carlton One Bangkok), ดุสิตธานี (Dusit Thani), ซิกส์เซนส์ แบงค็อก (Six Senses Bangkok) และ เดอะ แลงแฮม คัสตอมเฮาส์ แบงค็อก (The Langham &#8211; Custom House Bangkok) ซึ่งแม้ว่าต้นทุนการดำเนินงานของโรงแรมกลุ่มนี้จะสูงกว่าตลาดทั่วไป แต่ความสามารถในการกำหนดราคาห้องพักระดับพรีเมียมทำให้ยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ในระดับที่ใกล้เคียงกับตลาดรวม</p>



<p>นางสาวพิมพ์พะงา ยมจินดา รองประธานบริหาร ฝ่ายบริการลงทุนซื้อขายภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก บริการการลงทุนด้านโรงแรม เจแอลแอล (JLL) เปิดเผยว่า ตลาดโรงแรมระดับลักชัวรีในเอเชียแปซิฟิกได้รับแรงหนุนจากความสามารถในการฟื้นตัว ความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้เกิดความต้องการลงทุนจากทั้งกลุ่มบุคคล (Private Wealth) และเงินทุนต่างประเทศ ที่มองหาการลงทุนที่รักษาเงินทุนและเติบโตระยะยาว สอดคล้องกับความเห็นของ นายชนาวุฒิ วรรณชัยวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส และหัวหน้าฝ่ายธุรกิจที่ปรึกษาด้านโรงแรมประจำประเทศไทย เจแอลแอล (JLL) ที่ระบุว่าภูมิทัศน์ของธุรกิจนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ประกอบการต้องปรับรูปแบบบริการเพื่อตอบสนองนักเดินทาง พร้อมกับรักษาจุดยืนในฐานะสินทรัพย์พรีเมียมที่ดึงดูดนักลงทุน</p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/313794">มูลค่าซื้อขายโรงแรมระดับลักชัวรีไทยทะลุ 2,200 ล้านบาท รับดีมานด์นักลงทุนสวนทางอุปทานจำกัด</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>JLL ชี้อนาคตอสังหาฯ ไทยปี 2568 สดใส 4 กลุ่มธุรกิจดาวรุ่งขับเคลื่อน</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/266092</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Feb 2025 14:26:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[Data Center]]></category>
		<category><![CDATA[Hotel]]></category>
		<category><![CDATA[Industrial]]></category>
		<category><![CDATA[Investment]]></category>
		<category><![CDATA[JLL]]></category>
		<category><![CDATA[Jones Lang LaSalle (Thailand) Co.]]></category>
		<category><![CDATA[Logistics]]></category>
		<category><![CDATA[Ltd.]]></category>
		<category><![CDATA[Luxury]]></category>
		<category><![CDATA[Real Estate]]></category>
		<category><![CDATA[Residence]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ดาต้าเซ็นเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ที่อยู่อาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ลักชัวรี]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เจแอลแอล]]></category>
		<category><![CDATA[โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรม]]></category>
		<category><![CDATA[โลจิสติกส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=266092</guid>

					<description><![CDATA[<p>เจแอลแอล (JLL) บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ คาดกา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/266092">JLL ชี้อนาคตอสังหาฯ ไทยปี 2568 สดใส 4 กลุ่มธุรกิจดาวรุ่งขับเคลื่อน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>เจแอลแอล (JLL)</strong> บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ คาดการณ์ว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2568 ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องจากปี 2567 โดยมี 4 กลุ่มธุรกิจหลักขับเคลื่อน ได้แก่ <strong>โลจิสติกส์และอุตสาหกรรม (Logistics and Industrial)</strong>, <strong>ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center)</strong>, <strong>โรงแรม (Hotel)</strong> และ<strong>ที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี (Luxury Residence)</strong> ปัจจัยหนุนมาจากการสนับสนุนของภาครัฐและความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติ</p>



<p>ปี 2567 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมที่มูลค่าซื้อขายสูงกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา นายกฤช ปิ่มหทัยวุฒิ หัวหน้าแผนกตลาดทุนประจำประเทศไทย บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด (JLL) กล่าวว่า ตลาดการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในปี 2567 เติบโตอย่างแข็งแกร่งในภาคธุรกิจหลัก โดยเจแอลแอลให้คำปรึกษาด้านการลงทุนรวมมูลค่า 38,000 ล้านบาท ครอบคลุมสินทรัพย์และรูปแบบการลงทุนที่หลากหลาย</p>



<p>นางสาวพิมพ์พะงา ยมจินดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการลงทุนด้านโรงแรม บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ จำกัด (JLL) กล่าวว่า ปี 2567 ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดโรงแรม ด้วยดีลสำคัญอย่างการซื้อขายโรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ สุขุมวิท ซึ่งถือเป็นดีลซื้อขายสินทรัพย์เดี่ยว (Single-Asset) ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์</p>



<p>สำหรับปี 2568 เจแอลแอลคาดการณ์ว่า นอกจาก 4 กลุ่มธุรกิจดาวรุ่งแล้ว ธุรกิจโรงแรมยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดว่ามูลค่าการทำธุรกรรมจะสูงกว่า 13,000 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศตั้งแต่ปี 2553 ประมาณ 12%</p>



<p>นายไมเคิล แกลนซี่ กรรมการผู้จัดการ เจแอลแอล ประจำประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม กล่าวว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านแรงงาน แหล่งพลังงาน และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทำให้เป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะด้านความยั่งยืนและพลังงานทดแทน</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/266092">JLL ชี้อนาคตอสังหาฯ ไทยปี 2568 สดใส 4 กลุ่มธุรกิจดาวรุ่งขับเคลื่อน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>JLL พบ EV ไทยเติบโต ทำตลาดอสังหาฯ เชิงพาณิชย์ขยายตัวต่อเนื่อง</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/251487</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nopparit Kamolsuwan]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 15 Sep 2024 00:07:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[JLL]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[เจแอลแอล]]></category>
		<category><![CDATA[โจนส์ แลง ลาซาลล์  (JLL)]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=251487</guid>

					<description><![CDATA[<p>เจแอลแอล เผยการเติบโตอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/251487">JLL พบ EV ไทยเติบโต ทำตลาดอสังหาฯ เชิงพาณิชย์ขยายตัวต่อเนื่อง</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>เจแอลแอล เผยการเติบโตอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย กระตุ้นตลาดอสังหาฯ เชิงพาณิชย์ขยายตัวต่อเนื่อง เป้าหมายที่ท้าทาย การสนับสนุนจากภาครัฐ และการลงทุนจากต่างประเทศ จะสร้างตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในไทยมูลค่าไม่น้อยกว่า 6.5 พันล้านดอลลาร์ ภายในปี 2573</strong></p>



<p>ประเทศไทยมีความพร้อมสูงในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและนวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อมูลของ<strong>เจแอลแอล (NYSE: JLL) </strong>ระบุว่าศักยภาพในการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐและการลงทุนจากต่างประเทศ จะมีมูลค่าอย่างน้อย 6.5 พันล้านดอลลาร์ (ราว 220,000 ล้านบาท) ภายในปี 2573 และจะเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ และสนับสนุนให้ประเทศสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการผลิตและนวัตกรรมในระดับภูมิภาค</p>



<p><strong>เจแอลแอล</strong> บริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ คาดการณ์ว่าขนาดของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่จำเป็นต่อการสนับสนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของไทยนั้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการตามนโยบาย “30@30” ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลไทยที่กำหนดเป้าหมายให้รถยนต์ที่ผลิตในประเทศ 30% ต้องเปลี่ยนเป็นรถยนต์ไฟฟ้าภายในปี 2573 นั้น นับว่าเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะส่งเสริมการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ภาคอุตสาหกรรมนับตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป ซึ่งนโยบาย 30@30 นั้นประกอบด้วยเงินอุดหนุนจำนวนมาก การลดภาษี และมาตรการ EV 3.5 ที่ครอบคลุมระยะเวลาตั้งแต่ปี 2567-2570</p>



<p>“ประเทศไทยได้แสดงความชัดเจนผ่านการดำเนินการตามนโยบาย 30@30 และมาตรการ EV 3.5 ว่าเรามีความมุ่งมั่นและแรงผลักดันสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของภูมิภาค แรงจูงใจเหล่านี้สามารถดึงดูดทั้งกลุ่มนักลงทุน ผู้ผลิต และซัพพลายเออร์ในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมาก แต่หากต้องการสร้างศักยภาพของอุตสาหกรรมให้ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติอย่างแท้จริง เราไม่อาจมองข้ามบทบาทของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ ซึ่งถือเป็นรากฐานในการสร้างความยั่งยืนในระยะยาวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไปได้”<strong> นายไมเคิล แกลนซี่ กรรมการผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทยและอินโดนีเซีย บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์&nbsp; (</strong><strong>JLL) </strong>กล่าว</p>



<p>ในปี 2567 การผลักดันด้านกลยุทธ์ของไทยสามารถดึงดูดเงินทุนเข้าสู่อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าได้ทั้งจากในและต่างประเทศ โดยมีมูลค่าการลงทุนสะสมที่ทำสัญญาแล้วประมาณ 1.8 พันล้านดอลลาร์ โดยเงินทุนก้อนใหญ่นี้ยังรวมถึงเงินลงทุน 1.4 พันล้านดอลลาร์ (49 พันล้านบาท) จากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในจีนซึ่งรวมถึงบริษัทบีวายดี&nbsp; (BYD) และเงินลงทุน 4.4 พันล้านดอลลาร์ (150 พันล้านบาท) โดยผู้ผลิตรถยนต์จากญี่ปุ่น</p>



<p>นอกจากนี้ เพื่อการบรรลุเป้าหมายตามนโยบาย 30@30 เพื่อให้สามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 30% จากทั้งหมดตามเป้าหมายภายในปี 2573 ประเทศไทยจำเป็นต้องผลิตแบตเตอรี่มากกว่า 34 GWh ให้ได้จากภายในประเทศ ทำให้ต้องมีการแสวงหาพื้นที่เพื่อการผลิตและพื้นที่สำหรับอุตสาหกรรมใหม่นี้ด้วย โดยข้อมูล ณ สิ้นปี 2566 ไทยมีจำนวนรถยนต์ไฟฟ้ารวมที่ 167,000 คัน ซึ่งคิดเป็น 26.4% ของเป้าหมายปี 2573 ซึ่งต้องมีรถยนต์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 440,000 คัน</p>



<p><strong>นายไมเคิล แกลนซี่</strong>กล่าวย้ำว่า “การวิจัยและพัฒนามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศไทยในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจำเป็นต้องมีโครงการอสังหาริมทรัพย์เฉพาะทางที่สามารถรองรับการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง การผลิตจำนวนมาก และการเชื่อมต่อกับห่วงโซ่อุปทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ”</p>



<p>กิจกรรมและการพัฒนาที่สำคัญหลายด้านยังช่วยตอกย้ำว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยกำลังเติบโต และเพื่อรักษาและกระตุ้นแรงผลักดัน ประเทศไทยจึงควรให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา (R&amp;D) โดยเสนอเงินอุดหนุนและการลดหย่อนภาษีให้แก่ผู้ผลิตรถยนต์ที่สร้างศูนย์การวิจัยและพัฒนา ยกตัวอย่างผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อย่างฮุนไดและศูนย์วิจัยเทคโนโลยียานยนต์จีน (CATARC) ก็ได้จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาขึ้นในประเทศแล้ว นอกจากนี้ บีวายดียังได้เปิดตัวคลังชิ้นส่วนอะไหล่แห่งใหม่ในกรุงเทพฯ รวมถึงเทสลาก็ได้สร้างโรงงานแบบครบวงจร ซึ่งประกอบด้วยศูนย์บริการและคลังชิ้นส่วนอะไหล่ไว้ในแห่งเดียว</p>



<p>เจแอลแอลยังคาดการณ์ถึงการเติบโตที่เพิ่มสูงขึ้นของทุกภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น ซอฟต์แวร์และการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีแบตเตอรี่ ยางรถยนต์ และชิ้นส่วนยาง</p>



<p>“การลงทุนจากต่างประเทศที่หลั่งไหลเข้ามาแสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศไทยในภาคธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว การผสานสิ่งจูงใจจากภาครัฐ แรงงานที่มีทักษะ และโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบัน จะทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าดึงดูดใจสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทั้งรายใหม่และผู้ที่มีประสบการณ์ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในด้านการผลิต การวิจัยและพัฒนา และอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ ในระบบนิเวศให้ครอบคลุมมากขึ้น จะเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการเปลี่ยนความมุ่งมั่นสู่เป้าหมายด้านรถยนต์ไฟฟ้าของไทย ให้เกิดขึ้นจริงอย่างยั่งยืน ซึ่งจะทำให้ภาคอุตสาหกรรมของไทยมีความแตกต่างและโดดเด่นไปอีกหลายทศวรรษ” <strong>นายไมเคิล แกลนซี่</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/251487">JLL พบ EV ไทยเติบโต ทำตลาดอสังหาฯ เชิงพาณิชย์ขยายตัวต่อเนื่อง</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
