<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อีคอมเมิร์ซ ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<atom:link href="https://brickinfotv.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%8B/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://brickinfotv.com/tag/อีคอมเมิร์ซ</link>
	<description>ข่าวสาร สาระ ความรู้ และความบันเทิง</description>
	<lastBuildDate>Sat, 21 Mar 2026 09:44:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.1</generator>

<image>
	<url>https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/07/cropped-06-Favicon-Brick-100x100.png</url>
	<title>อีคอมเมิร์ซ ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<link>https://brickinfotv.com/tag/อีคอมเมิร์ซ</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>โรบล็อกซ์ เตรียมปฏิรูปนโยบายการสร้างรายได้จากเกมใหม่ พร้อมเริ่มแบ่งรายได้จากแบรนด์ดีลให้ครีเอเตอร์ในปี 2570</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/games/304131</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 21 Mar 2026 09:43:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เกม]]></category>
		<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[RBLX]]></category>
		<category><![CDATA[Roblox]]></category>
		<category><![CDATA[Roblox Corporation]]></category>
		<category><![CDATA[ก่ายโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[ครีเอเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายโฆษณาใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[อีคอมเมิร์ซ]]></category>
		<category><![CDATA[เกมออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[แพลตฟอร์มวิดีโอเกม]]></category>
		<category><![CDATA[โรบล็อกซ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=304131</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; โรบล็อกซ์ (Roblox) แพลตฟอร์ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/games/304131">โรบล็อกซ์ เตรียมปฏิรูปนโยบายการสร้างรายได้จากเกมใหม่ พร้อมเริ่มแบ่งรายได้จากแบรนด์ดีลให้ครีเอเตอร์ในปี 2570</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>โรบล็อกซ์ (Roblox)</strong> แพลตฟอร์มวิดีโอเกมระดับโลก ประกาศแผนปรับปรุงนโยบายการโฆษณาครั้งใหญ่ โดยจะเริ่มจัดเก็บส่วนแบ่งรายได้จากข้อตกลงระหว่างแบรนด์สินค้ากับผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ภายในเกม (In-game brand deals) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป ความเคลื่อนไหวนี้มีเป้าหมายเพื่อดึงดูดเม็ดเงินโฆษณาจากแบรนด์ต่าง ๆ ให้มากขึ้น ควบคู่ไปกับการเพิ่มรายได้ให้กับเหล่า <strong>ครีเอเตอร์ (Creators)</strong> บนแพลตฟอร์ม ผ่านโครงสร้างราคาที่เป็นมาตรฐานและโปร่งใสกว่าเดิม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายตัวจากแพลตฟอร์มเกมไปสู่ศูนย์กลางด้าน <strong>อีคอมเมิร์ซ (E-commerce)</strong> และการสร้างสังคมออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ</p>



<p>การนำระบบส่วนแบ่งรายได้ (Revenue share) มาใช้ ซึ่งจะมีผลในเดือนมกราคม พ.ศ. 2570 มีวัตถุประสงค์เพื่อยุติสิ่งที่ทาง <strong>โรบล็อกซ์ (Roblox)</strong> เรียกว่า &#8220;การแข่งขันที่ตัดราคากันจนเกินไป&#8221; (Race to the bottom) ซึ่งเกิดจากการขาดการวัดผลที่เป็นมาตรฐานและการกำหนดราคาที่ไม่มีความชัดเจน โดยทางบริษัทระบุในฟอรัมผู้พัฒนาว่า <strong>&#8220;ส่วนแบ่งรายได้ที่ปรับขนาดได้ตามรูปแบบสื่อ จะช่วยให้แบรนด์ต่าง ๆ สามารถรายงาน วัดผล และประเมินมูลค่าของการโฆษณาแบบบูรณาการ (Advertising integrations) ได้ในลักษณะเดียวกับสื่อรูปแบบอื่นบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบัน โครงสร้างข้อตกลงแบบเหมาจ่ายทำให้ครีเอเตอร์ได้รับรายได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น&#8221;</strong> ทั้งนี้ รายละเอียดเชิงลึกยังอยู่ในขั้นตอนการสรุปผลร่วมกับกลุ่มผู้ผลิตคอนเทนต์ และจะมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมในช่วงไตรมาสที่สองของปี</p>



<p>นอกจากการปรับระบบรายได้ <strong>โรบล็อกซ์ (Roblox)</strong> ยังได้กำหนดมาตรการใหม่ด้านความปลอดภัยและการจำแนกเนื้อหา โดยตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป แพลตฟอร์มจะอนุญาตให้มีรูปแบบโฆษณาที่เหมาะสมตามช่วงอายุ โดยเนื้อหาจะถูกจัดประเภทเป็นโฆษณาก็ต่อเมื่อมีการรับค่าตอบแทนจากแบรนด์เพื่อนำมาแสดงในพื้นที่ของผู้พัฒนา หรือมีการโปรโมตสินค้าที่อยู่นอกแพลตฟอร์ม ภายใต้กรอบการทำงานใหม่นี้ <strong>ครีเอเตอร์</strong> จะต้องลงทะเบียนการทำโฆษณาทุกรูปแบบกับทางระบบก่อนที่แคมเปญจะเริ่มใช้งานจริง รวมถึงต้องส่งเนื้อหาโฆษณาเหล่านั้นให้ทีมงานตรวจสอบความเหมาะสม (Moderation) ล่วงหน้า</p>



<p>ทางด้านเครื่องมือสำหรับผู้พัฒนาอย่าง <strong>Roblox Studio</strong> จะมีการเพิ่มฟีเจอร์การติดป้ายกำกับโฆษณาแบบใหม่ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถรายงานโฆษณาที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ต้องการได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม <strong>โรบล็อกซ์ (Roblox)</strong> ยังคงให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ใช้ที่มีอายุน้อย โดยระบุว่ารูปแบบโฆษณาประเภทสะสมแต้มเพื่อรับรางวัล (Rewarded advertising) รวมถึงโฆษณาสินค้าในหมวดหมู่เฉพาะ เช่น อาหาร เครื่องสำอาง ยา และบริการทางการเงิน จะถูกสั่งห้ามไม่ให้แสดงผลต่อกลุ่มผู้ใช้งานที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเหมาะสมแก่เยาวชนตามนโยบายใหม่ของบริษัท</p>



<ol start="3" class="wp-block-list">
<li></li>
</ol>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/games/304131">โรบล็อกซ์ เตรียมปฏิรูปนโยบายการสร้างรายได้จากเกมใหม่ พร้อมเริ่มแบ่งรายได้จากแบรนด์ดีลให้ครีเอเตอร์ในปี 2570</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สมาคมการค้าและการลงทุนเอเชียน – สากล จัด &#8220;Thailand E-Commerce Selection Expo 2025&#8221; เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทย-จีน</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/288984</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Sep 2025 13:15:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[AITI]]></category>
		<category><![CDATA[Asian – International Trade and Investment Association]]></category>
		<category><![CDATA[E-Commerce]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand E-Commerce Selection Expo 2025]]></category>
		<category><![CDATA[TOYOTA FARM EXPO 2025]]></category>
		<category><![CDATA[ชไมพร เจือเจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[วชิระ แก้วกอ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมการค้าและการลงทุนเอเชียน – สากล]]></category>
		<category><![CDATA[สสว.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม]]></category>
		<category><![CDATA[อีคอมเมิร์ซ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=288984</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; สมาคมการค้าและการลงทุนเอเชีย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/288984">สมาคมการค้าและการลงทุนเอเชียน – สากล จัด &#8220;Thailand E-Commerce Selection Expo 2025&#8221; เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทย-จีน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>สมาคมการค้าและการลงทุนเอเชียน – สากล</strong> (<strong>AITI</strong>) ได้จัดงานใหญ่ <strong>&#8220;Thailand E-Commerce Selection Expo 2025&#8221;</strong> มหกรรมคัดเลือกสินค้าอีคอมเมิร์ซ ณ พื้นที่จัดงาน <strong>TOYOTA FARM EXPO 2025</strong> ระหว่างวันที่ 25 – 27 กันยายน 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสและเครือข่ายทางธุรกิจที่สำคัญในการเชื่อมโยงสินค้าคุณภาพจากผู้ประกอบการไทยสู่แพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการเชื่อมต่อกับตลาดสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 ได้รับเกียรติจาก <strong>คุณวชิระ แก้วกอ</strong> รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (<strong>สสว.</strong>) เป็นประธานในพิธี</p>



<p><strong>คุณชไมพร เจือเจริญ</strong> นายกสมาคมการค้าและการลงทุนเอเชียน – สากล กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า งานนี้จัดขึ้นเพื่อ <strong>&#8220;สร้างโอกาส สร้างเครือข่าย และสร้างความร่วมมือทางธุรกิจ&#8221;</strong> โดยทำหน้าที่เป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอสินค้าและบริการคุณภาพสูงจากผู้ประกอบการไทยออกสู่สายตาผู้ซื้อและพันธมิตรทางธุรกิจ และเน้นย้ำถึงเป้าหมายหลักคือการนำสินค้าเหล่านี้ <strong>ขึ้นสู่แพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ชั้นนำระดับประเทศและระดับสากล</strong></p>



<p>งานดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการอย่างมาก โดยมีบูธเข้าร่วมแสดงสินค้าและบริการกว่า <strong>140 บูธ</strong> ทั้งจากประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นโอกาสให้ผู้ซื้อและพันธมิตรทางธุรกิจสามารถคัดเลือกสินค้าที่มีศักยภาพเพื่อนำเข้าสู่ <strong>ตลาดอีคอมเมิร์ซ</strong> นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการสัมมนาให้ความรู้ด้าน <strong>อีคอมเมิร์ซ</strong> แก่ผู้ประกอบการไทย โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ รวมถึง <strong>Speaker ตัวจริง</strong> ในวงการ <strong>E-Commerce</strong> มาร่วมถ่ายทอดความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับตลาดปัจจุบันและการนำ <strong>เทคโนโลยี AI</strong> มาต่อยอดในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานตลอดการจัดงาน</p>



<p>การจัดงาน <strong>Thailand E-Commerce Selection Expo 2025</strong> ถือเป็นความสำเร็จและก้าวสำคัญของสมาคมการค้าและการลงทุนเอเชียน – สากล ในการผลักดัน <strong>ผู้ประกอบการไทย</strong> สู่โลกดิจิทัล และตอกย้ำความมุ่งมั่นของ <strong>AITI</strong> ในการเป็น <strong>สะพานเชื่อมโอกาสทางการค้า</strong> ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/288984">สมาคมการค้าและการลงทุนเอเชียน – สากล จัด &#8220;Thailand E-Commerce Selection Expo 2025&#8221; เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทย-จีน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TikTok Shop ดันแคมเปญ 9.9 “วันไลฟ์แห่งชาติ” ผู้ประกอบการไทยร่วมไลฟ์กว่า 4.4 แสนครั้ง ดันยอดชมรวมกว่า 440 ล้านวิว</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/288570</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Sep 2025 11:44:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[9.9]]></category>
		<category><![CDATA[E-Commerce]]></category>
		<category><![CDATA[Live]]></category>
		<category><![CDATA[Live Commerce]]></category>
		<category><![CDATA[Live Streaming]]></category>
		<category><![CDATA[Mega Sales]]></category>
		<category><![CDATA[TikTok]]></category>
		<category><![CDATA[TikTok Shop]]></category>
		<category><![CDATA[อีคอมเมิร์ซ]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์คอมเมิร์ซ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=288570</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; TikTok Shop ได้เปิดเผยความสำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/288570">TikTok Shop ดันแคมเปญ 9.9 “วันไลฟ์แห่งชาติ” ผู้ประกอบการไทยร่วมไลฟ์กว่า 4.4 แสนครั้ง ดันยอดชมรวมกว่า 440 ล้านวิว</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong><a href="https://seller-th.tiktok.com/university/course?identity=1&amp;role=1&amp;learning_id=3009373924837122&amp;from=course&amp;content_id=2948768686343938">TikTok Shop</a></strong> ได้เปิดเผยความสำเร็จของแคมเปญ <strong>“TikTok Shop 9.9 วันไลฟ์แห่งชาติ”</strong> ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาล Mega Sales โดยรายงานว่าแคมเปญดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน <strong>Live Economy</strong> ของประเทศไทย และสร้างยอดขายให้กับผู้ประกอบการไทยหลากหลายกลุ่มสินค้า ทั้งความงาม แฟชั่น อาหารและเครื่องดื่ม อิเล็กทรอนิกส์ และของใช้ภายในบ้าน</p>



<p>ข้อมูลจากแคมเปญระบุว่า มีผู้เข้าชมสินค้าผ่าน <strong>ไลฟ์สด (LIVE)</strong> และวิดีโอสั้นรวมกว่า 3.57 พันล้านครั้ง โดย 88% ของการเข้าชมหน้าเพจมาจากผู้ขายชาวไทย นอกจากนี้ ภายในระยะเวลา 4 วัน มีการไลฟ์เกิดขึ้นมากกว่า 4.4 แสนครั้ง และมียอดการเข้าชมไลฟ์รวมกว่า 440 ล้านวิว โดยเฉพาะในช่วงเวลา 20.00 น. ของวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งมียอดผู้ชมไลฟ์พร้อมกันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อีกทั้งยังพบว่าร้านค้าที่ไลฟ์บน TikTok Shop มียอดขายสูงกว่าร้านค้าที่ไม่ได้ไลฟ์ถึง 14,000% และมีการใช้คูปองส่วนลดที่ทางแพลตฟอร์มมอบให้รวมกว่า 8.6 ล้านใบ</p>



<p>ความสำเร็จของแคมเปญนี้ยังส่งผลให้แบรนด์ไทยจำนวนมากติดอันดับสินค้าขายดี โดยกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มมีแบรนด์ที่โดดเด่น เช่น <strong>VFOODS, F&amp;N Dairies, เค้กหนองพงนกมรดกความอร่อย, ราชาก๋วยจั๊บอุบล</strong> และ <strong>อรชุมา ถั่ว7เซียนสะท้านโลกันต์</strong> ส่วนกลุ่มบิวตี้มีแบรนด์ที่น่าสนใจอย่าง <strong>BioActive+, Yerpall Thailand, Fresh Me Thailand, LAGLACE</strong> และ <strong>MIZUMI</strong> ขณะที่กลุ่มแฟชั่นมีแบรนด์เสื้อผ้าผู้หญิงที่ทำยอดขายได้ดี ได้แก่ <strong>ATIPA, PROMTHONG, CHUUCHOP, Namcha-Jeans</strong> และ <strong>BEMING</strong> และเสื้อผ้าผู้ชาย เช่น <strong>Mc Jeans, Yuedpao, GQ Apparel</strong> และ <strong>haas TH</strong></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-นอกจากน-tiktok-shop-ย-งได-เป-ดเผย-5-เทคน-คสำค-ญท-ช-วยให-การไลฟ-ประสบความสำเร-จ-ได-แก">นอกจากนี้ <strong>TikTok Shop</strong> ยังได้เปิดเผย 5 เทคนิคสำคัญที่ช่วยให้การไลฟ์ประสบความสำเร็จ ได้แก่</h2>



<ol class="wp-block-list">
<li><strong>การเตรียมตัวก่อนไลฟ์</strong>: ด้วยการทำ <strong>Teaser Video</strong> และตั้งค่าการนับถอยหลัง รวมถึงการจัดลำดับสินค้าและโปรโมชันล่วงหน้า</li>



<li><strong>ใช้เครื่องมือ LIVE GMV Max</strong>: เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มจะซื้อ</li>



<li><strong>ใช้สูตร 3 นาทีปิดการขาย</strong>: เริ่มจาก <strong>Hook (30 วินาที)</strong> เพื่อดึงดูดความสนใจ, <strong>Engage (2 นาที)</strong> เพื่อนำเสนอจุดเด่นของสินค้าและสร้างความเชื่อมั่น และ <strong>Call to Action (30 วินาที)</strong> เพื่อกระตุ้นให้ตัดสินใจซื้อทันที</li>



<li><strong>เข้าร่วมโปรแกรม LIVE จาก TikTok Shop</strong>: เช่น <strong>LIVE Flash Deal</strong> ที่สามารถตั้งโปรโมชันจำกัดเวลา หรือ <strong>LIVE Specials</strong> ที่ให้ส่วนลดพิเศษระหว่างไลฟ์</li>



<li><strong>ใช้ฟีเจอร์ LIVE Highlight</strong>: ที่ช่วยเปลี่ยนช่วงเวลาไลฟ์ขายดีเป็นวิดีโอสั้นอัตโนมัติ เพื่อต่อยอดการขายและเพิ่มการมองเห็นแม้ไลฟ์จะจบไปแล้ว</li>
</ol>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/288570">TikTok Shop ดันแคมเปญ 9.9 “วันไลฟ์แห่งชาติ” ผู้ประกอบการไทยร่วมไลฟ์กว่า 4.4 แสนครั้ง ดันยอดชมรวมกว่า 440 ล้านวิว</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ห้างเซ็นทรัล-Central App ปูพรมแคมเปญ “CENTRAL 9.9 SALE” ชูจุดแข็งออมนิชาแนล ดึงดีลพิเศษดึงดูดลูกค้า คาดดันยอดช้อปโต 3 เท่า</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/286393</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Sep 2025 09:32:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[Central]]></category>
		<category><![CDATA[CENTRAL 9.9 SALE]]></category>
		<category><![CDATA[Central App]]></category>
		<category><![CDATA[Central Retail]]></category>
		<category><![CDATA[E-Commerce]]></category>
		<category><![CDATA[Meta]]></category>
		<category><![CDATA[OmniChannel]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล รีเทล]]></category>
		<category><![CDATA[ช้อปปิ้งออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[รวิศรา จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ห้างเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[ออมนิชาแนล]]></category>
		<category><![CDATA[อีคอมเมิร์ซ]]></category>
		<category><![CDATA[แคมเปญ 9.9]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=286393</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; ห้างเซ็นทรัลและแอปพลิเคชัน C [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/286393">ห้างเซ็นทรัล-Central App ปูพรมแคมเปญ “CENTRAL 9.9 SALE” ชูจุดแข็งออมนิชาแนล ดึงดีลพิเศษดึงดูดลูกค้า คาดดันยอดช้อปโต 3 เท่า</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> ห้างเซ็นทรัลและแอปพลิเคชัน <strong>Central App</strong> ในเครือเซ็นทรัล รีเทล (Central Retail) เปิดตัวแคมเปญ <strong>“CENTRAL 9.9 SALE”</strong> ระหว่างวันที่ 2-11 กันยายน 2568 เน้นกลยุทธ์ออมนิชาแนล (Omnichannel) ที่เชื่อมต่อช่องทางการช้อปปิ้งทั้งหน้าร้านจริงและออนไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงไตรมาส 3 ของปี โดยคาดการณ์ว่าแคมเปญนี้จะช่วยผลักดันให้ยอดการช้อปของลูกค้าเพิ่มสูงขึ้นกว่า 3 เท่า</p>



<p>นางสาวรวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ระบุว่าธุรกิจค้าปลีกต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของธุรกิจค้าปลีกในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี 2568 ซึ่งแคมเปญ <strong>“CENTRAL 9.9 SALE”</strong> เป็นหนึ่งในโปรโมชันที่นักช้อปให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง และแตกต่างจากคู่แข่งด้วยระบบ <strong>Omnichannel Ecosystem</strong> ที่แข็งแกร่ง ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกช้อปสินค้าได้ง่ายผ่านทุกแพลตฟอร์มที่สะดวก และจากข้อมูลพบว่าลูกค้าที่ช้อปผ่านหลายช่องทาง (Omni Customer) มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมียอดการใช้จ่ายสูงกว่าลูกค้าปกติถึง 3 เท่า</p>



<p>ห้างเซ็นทรัลยังคงให้ความสำคัญกับการขยายฐานลูกค้าใหม่ควบคู่ไปกับการรักษาฐานลูกค้าเดิม โดยมีการใช้กลยุทธ์การตลาดใหม่ ๆ ร่วมกับ <strong>KOL (Key Opinion Leader)</strong>, <strong>KOC (Key Opinion Consumer)</strong> และอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อสร้างสีสันและความน่าสนใจให้กับแคมเปญ นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับ <strong>Meta</strong> ในการนำโซลูชัน <strong>Omnichannel Ads</strong> มาใช้เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น</p>



<p>สำหรับแคมเปญ <strong>“CENTRAL 9.9 SALE”</strong> ห้างเซ็นทรัลและ <strong>Central App</strong> ชู 4 จุดแข็งหลัก ได้แก่ <strong>Brand Variety</strong> ที่รวมแบรนด์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ พร้อมรับประกันสินค้าของแท้ อาทิ <strong>DIOR</strong>, <strong>YSL</strong>, <strong>ADIDAS</strong> และ <strong>NIKE</strong> ต่อมาคือ <strong>Creativity</strong> ที่สร้างสรรค์แคมเปญในคอนเซ็ปต์ <strong>“ดีลดี ไม่พึ่งดวง &#8211; BEST DEALS REQUIRE NO LUCK”</strong> เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้า นอกจากนี้ยังเน้น <strong>The Best Service</strong> ด้วยบริการที่เหนือกว่า เช่น บริการห่อของขวัญและส่งด่วนผ่าน <strong>Grab Express</strong> หรือบริการ <strong>Click &amp; Collect</strong> และสุดท้ายคือ <strong>Seamless Experience</strong> ที่เชื่อมต่อการช้อปปิ้งทุกช่องทาง ทั้งห้างสรรพสินค้า 29 สาขา, <strong>Central App</strong>, เว็บไซต์ <strong>central.co.th</strong>, <strong>Central Chat &amp; Shop</strong> และการช้อปแบบเรียลไทม์ผ่าน <strong>LIVE</strong> บนเฟซบุ๊กและ <strong>TikTok</strong></p>



<p>แคมเปญ <strong>“CENTRAL 9.9 SALE 2025”</strong> จึงสะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การตลาดแบบครบวงจร ที่ผสานช่องทางการสื่อสารและการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคทุกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ แต่ยังตอกย้ำถึงการเป็นผู้นำด้านค้าปลีกที่สามารถปรับกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำ</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/286393">ห้างเซ็นทรัล-Central App ปูพรมแคมเปญ “CENTRAL 9.9 SALE” ชูจุดแข็งออมนิชาแนล ดึงดีลพิเศษดึงดูดลูกค้า คาดดันยอดช้อปโต 3 เท่า</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แบรนด์แฟชั่นไทยเติบโตบนโลกอีคอมเมิร์ซ เผยกลยุทธ์มัดใจนักช้อป Gen Z และกลุ่ม Older Shopper</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/282639</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 02 Aug 2025 05:46:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[AIMER]]></category>
		<category><![CDATA[Fashion Store]]></category>
		<category><![CDATA[Kantar]]></category>
		<category><![CDATA[NIPPERISDABEST]]></category>
		<category><![CDATA[Rally Movement]]></category>
		<category><![CDATA[Shopee]]></category>
		<category><![CDATA[TWOTWICE]]></category>
		<category><![CDATA[WARA]]></category>
		<category><![CDATA[อีคอมเมิร์ซ]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=282639</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; ผลสำรวจจาก KANTAR เผยพฤติกรร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/282639">แบรนด์แฟชั่นไทยเติบโตบนโลกอีคอมเมิร์ซ เผยกลยุทธ์มัดใจนักช้อป Gen Z และกลุ่ม Older Shopper</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> ผลสำรวจจาก <strong>KANTAR</strong> เผยพฤติกรรมนักช้อปออนไลน์ในกลุ่ม <strong>Gen Z</strong> และ <strong>Older Shopper</strong> มีแนวโน้มการซื้อสินค้าแฟชั่นสูงขึ้น โดยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 500 – 1,500 บาท และมักใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเป็นช่องทางหลักในการเลือกซื้อสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง <strong>Shopee</strong> ที่มีฐานผู้ใช้งานจำนวนมาก และกลายเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับแบรนด์แฟชั่นไทยในการเติบโตในยุคดิจิทัล จากข้อมูลพบว่าแบรนด์แฟชั่นไทยหลายรายสามารถสร้างยอดขายและขยายฐานลูกค้าได้อย่างน่าสนใจ โดยใช้กลยุทธ์ที่เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคและใช้เครื่องมือทางการตลาดของแพลตฟอร์มอย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p><strong>Fashion Store</strong> แบรนด์เสื้อผ้าสำหรับคนวัยทำงาน เริ่มต้นจากความต้องการส่วนตัวของเจ้าของแบรนด์ที่มองเห็นช่องว่างในตลาดชุดทำงานคุณภาพดีและราคาเข้าถึงได้ ทำให้แบรนด์เติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วย “ชุดเซ็ท” ที่มีราคา 1,000 – 1,500 บาท ปัจจุบันแบรนด์มียอดขายต่อเดือนสูงถึง 7 หลัก และมียอดขายรวมต่อปีมากกว่า 10 ล้านบาท การตัดสินใจเข้าสู่แพลตฟอร์ม <strong>Shopee</strong> ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ถือเป็นการพลิกเกมสำคัญ โดยยอดขายในเดือนแรกพุ่งสูงขึ้นทันที และในปัจจุบันยอดขายจากแพลตฟอร์มนี้คิดเป็น 60% ของยอดขายทั้งหมด โดยเจ้าของแบรนด์เผยว่าปัจจัยความสำเร็จมาจากคุณภาพสินค้า แพทเทิร์นที่สวยงาม และบริการหลังการขายที่เป็นเลิศ รวมถึงการใช้เครื่องมือของ <strong>Shopee</strong> อย่างเต็มที่ เช่น โค้ดส่งฟรี, โค้ดส่วนลด, <strong>Flash Sale</strong>, <strong>Shopee Live</strong>, <strong>Shopee Coin</strong> และ <strong>Shopee Ads</strong> ซึ่งถือเป็นเครื่องมือหลักที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุด นอกจากนี้ การเข้าร่วมแคมเปญลดราคาต่างๆ ยังช่วยเพิ่มยอดขายในช่วงแคมเปญเลขเบิ้ลได้สูงถึง 2 เท่า</p>



<p>อีกหนึ่งแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จคือ <strong>NIPPERISDABEST</strong> ซึ่งเริ่มต้นจากการสั่งสมประสบการณ์ขายของออนไลน์มานานกว่า 9 ปี และนำคำแนะนำจากลูกค้ามาพัฒนาสินค้าเป็นของตัวเอง แบรนด์นี้ขึ้นชื่อเรื่อง <strong>กางเกงยีนส์</strong> ที่เน้นความจริงใจกับลูกค้า ด้วยการใช้เลขเอวแทนไซส์ S, M, L เพื่อลดความกังวลเรื่องขนาด และใช้ซิปที่ยาวกว่าปกติเพื่อให้สวมใส่สะดวก รวมถึงการออกแบบที่ช่วยพรางหุ่นให้ลูกค้ามั่นใจยิ่งขึ้น แม้ช่วงแรกที่เปลี่ยนจากการรับมาขายเป็นการผลิตเองจะทำให้ยอดขายตก แต่ด้วยความมุ่งมั่นในคุณภาพ ทำให้แบรนด์สามารถดึงดูดลูกค้าใหม่ได้มากขึ้น ปัจจุบัน <strong>NIPPERISDABEST</strong> มียอดขายปีล่าสุดประมาณ 9 ล้านบาท และสามารถขายกางเกงยีนส์ได้เฉลี่ย 1,000-2,000 ตัวต่อเดือน โดยยอดขายเกือบ 60% มาจากแพลตฟอร์ม <strong>Shopee</strong> ซึ่งเจ้าของแบรนด์มองว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง โดยปัจจัยความสำเร็จหลักมาจากการ <strong>ไลฟ์สด</strong> ที่ช่วยกระตุ้นการซื้อและเพิ่มการมองเห็น รวมถึงการใช้ <strong>Shopee Video</strong> และ <strong>Shopee Ads</strong> อย่างต่อเนื่อง</p>



<p>นอกจากนี้ยังมีแบรนด์แฟชั่นอีก 4 แบรนด์ที่น่าสนใจและประสบความสำเร็จบนแพลตฟอร์ม <strong>Shopee</strong> ได้แก่ <strong>Rally Movement</strong> (แบรนด์เสื้อผ้าและกระเป๋าที่เน้นความคลาสสิก), <strong>TWOTWICE</strong> (แบรนด์เสื้อผ้าที่ชูแนวคิด Timeless &amp; Genderless), <strong>WARA</strong> (แบรนด์ที่โดดเด่นเรื่องกางเกงยีนส์สำหรับสรีระคนไทย) และ <strong>AIMER</strong> (แบรนด์เสื้อผ้า Everyday Essentials) ซึ่งทุกแบรนด์ต่างมีจุดร่วมในความสำเร็จคือ การเข้าใจกลุ่มลูกค้าและเติมสต็อกสินค้าอย่างต่อเนื่อง, การใช้เครื่องมือของ <strong>Shopee</strong> อย่างครบถ้วน และการนำเสนอสินค้า ราคา และโปรโมชั่นที่ตอบโจทย์ โดยเฉพาะการเข้าร่วมแคมเปญใหญ่ๆ เช่น แคมเปญวันเลขเบิ้ล <strong>(Double Date)</strong>, <strong>Mid Month</strong> และ <strong>PayDay</strong> ซึ่งช่วยเพิ่มยอดขายและดึงดูดลูกค้าใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p>ความสำเร็จของแบรนด์แฟชั่นไทยเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าการปรับตัวเข้ากับยุคดิจิทัลและการใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่างเข้าใจ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการเติบโตอย่างยั่งยืนในปัจจุบัน การสร้างแบรนด์ที่จริงใจ มีเอกลักษณ์ และเน้นคุณภาพสินค้าที่โดดเด่น ควบคู่ไปกับการใช้เครื่องมือทางการตลาดของแพลตฟอร์มอย่างเต็มศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นการไลฟ์สด, การนำเสนอวิดีโอ หรือการโฆษณา ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยขับเคลื่อนยอดขายและสร้างการเติบโตที่มั่นคงให้กับธุรกิจในระยะยาว</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/282639">แบรนด์แฟชั่นไทยเติบโตบนโลกอีคอมเมิร์ซ เผยกลยุทธ์มัดใจนักช้อป Gen Z และกลุ่ม Older Shopper</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คันทาร์ เผยพฤติกรรม &#8220;ช้อปฉ่ำ&#8221; ของ Gen Z ชี้คอนเทนต์และแพลตฟอร์มที่ตรงใจคือปัจจัยสำคัญ</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/275985</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 May 2025 15:22:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Facebook]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[Instagram]]></category>
		<category><![CDATA[Kantar]]></category>
		<category><![CDATA[Lazada]]></category>
		<category><![CDATA[Shopee]]></category>
		<category><![CDATA[TikTok]]></category>
		<category><![CDATA[TikTok Shop]]></category>
		<category><![CDATA[YouTube]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[คันทาร์]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรมผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[อีคอมเมิร์ซ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=275985</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; คันทาร์ (Kantar) บริษัทวิจัย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/275985">คันทาร์ เผยพฤติกรรม &#8220;ช้อปฉ่ำ&#8221; ของ Gen Z ชี้คอนเทนต์และแพลตฟอร์มที่ตรงใจคือปัจจัยสำคัญ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>คันทาร์ (Kantar)</strong> บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาทางการตลาดระดับโลก เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ของ <strong>กลุ่มผู้บริโภค Gen Z (ช่วงอายุ 18-24 ปี)</strong> ในประเทศไทย ภายใต้หัวข้อ “From Watching to Buying: Why Gen Z Are Embracing Content-Driven Shopping” ชี้ให้เห็นว่านอกเหนือจากราคาและความคุ้มค่าแล้ว <strong>คอนเทนต์</strong> และ <strong>แพลตฟอร์ม</strong> ที่ตรงใจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคกลุ่มนี้ โดยเฉพาะในยุคที่ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง และคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสูงถึง <strong>1.07 ล้านล้านบาทในปี 2568</strong></p>



<p>ผลวิจัยระบุว่า <strong>คอนเทนต์แบบ Multi-Format</strong> โดยเฉพาะ <strong>วิดีโอสั้นแนวตั้ง</strong> ได้รับความนิยมสูงสุดจาก Gen Z ถึง 71% เนื่องจากมีรูปแบบที่สั้น กระชับ และสามารถเข้าถึงได้ง่าย สอดคล้องกับพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์แบบ <strong>Mobile First</strong> ที่เน้นความรวดเร็วและเข้าใจง่าย อย่างไรก็ตาม <strong>วิดีโอยาว</strong> ก็ยังคงมีบทบาทสำคัญ โดย 56% ของ Gen Z เลือกรับชมคอนเทนต์ประเภทนี้เพื่อศึกษาข้อมูลเชิงลึก เช่น วิดีโอสอนการใช้งาน (Tutorial) หรือ Vlog ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Gen Z เปิดรับสื่อวิดีโอหลากหลายรูปแบบ สลับสับเปลี่ยนกันไป แพลตฟอร์มที่ครองใจ Gen Z มากที่สุดคือ <strong>YouTube</strong> ด้วยสัดส่วน 78% ซึ่งรองรับทั้งวิดีโอสั้นและยาว ตามมาด้วย <strong>TikTok, Instagram</strong> และ <strong>Facebook</strong> นอกจากนี้ 97% ของ Gen Z ยังให้ความสำคัญกับ <strong>ครีเอเตอร์ที่น่าเชื่อถือ</strong> โดยพิจารณาจากการรีวิวสินค้าจากประสบการณ์ใช้งานจริง ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ YouTube อย่างชัดเจน</p>



<p>สำหรับประเภทสินค้าที่ Gen Z ให้ความสนใจ ผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเอง (36%) อาหารและเครื่องดื่ม แฟชั่นผู้หญิง ความงาม และเครื่องประดับแฟชั่น เป็นหมวดหมู่ที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะ <strong>ผู้บริโภคหญิง Gen Z</strong> ที่มีพฤติกรรมการจับจ่ายหลากหลายกว่า และให้ความสำคัญกับสินค้าที่แสดงออกถึงตัวตน ขณะที่ <strong>ผู้ชาย Gen Z</strong> นิยมสินค้าประเภทแฟชั่นผู้ชายและอุปกรณ์เสริมอิเล็กทรอนิกส์ จากการวิจัยยังพบว่า <strong>Shopee</strong> เป็นแพลตฟอร์มหลักที่ Gen Z ใช้ทั้งในการค้นหาไอเดียและตัดสินใจซื้อสินค้า รองลงมาคือ <strong>TikTok Shop</strong> และ <strong>Lazada</strong></p>



<p>ปัจจัยกระตุ้นหลักที่ทำให้ Gen Z ตัดสินใจซื้อสินค้าออนไลน์ไม่ใช่แค่ราคาที่ถูก แต่คือความรู้สึก <strong>&#8220;คุ้มค่า&#8221;</strong> ที่จับต้องได้จริง โดย 3 ปัจจัยสูงสุดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจคือ <strong>การส่งฟรี (40%)</strong>, <strong>โปรโมชั่นที่น่าสนใจ (29%)</strong>, และ <strong>ส่วนลดที่คุ้มค่า (28%)</strong> ซึ่งบ่งชี้ว่าการแข่งขันด้านราคาอาจไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดีที่สุด แต่ควรคำนึงถึงความคุ้มค่าในแง่ของประสบการณ์ที่ผู้บริโภคจะได้รับเป็นสำคัญ <strong>Shopee</strong> ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่ครองใจผู้บริโภค Gen Z มากกว่าครึ่ง (52%) ด้วยปัจจัยสนับสนุนด้าน UX/UI ที่ใช้งานง่าย โปรโมชั่นและส่วนลดที่น่าดึงดูดใจ รวมถึงประสบการณ์ด้านขนส่งที่น่าเชื่อถือ ตามมาด้วย <strong>Lazada (22%) TikTok (16%)</strong> และ <strong>Facebook (8%)</strong></p>



<p>ผลสำรวจนี้ชี้ให้เห็นว่า Gen Z เป็นกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีอิทธิพลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ นักการตลาดจึงไม่ควรจำกัดแค่การพัฒนาสินค้าที่ดีที่สุดหรือราคาที่ถูกที่สุด แต่ต้องทำความเข้าใจภาพรวมพฤติกรรมการซื้อ ส่งมอบความคุ้มค่าและประสบการณ์ที่ดีที่สุด ควบคู่ไปกับการนำเสนอคอนเทนต์ที่ถูกใจและวางสินค้าให้ถูกจุด เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคกลุ่มนี้</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/275985">คันทาร์ เผยพฤติกรรม &#8220;ช้อปฉ่ำ&#8221; ของ Gen Z ชี้คอนเทนต์และแพลตฟอร์มที่ตรงใจคือปัจจัยสำคัญ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BEST Express ขยายแฟรนไชส์ เปิดโอกาสนักลงทุนรับอานิสงส์อีคอมเมิร์ซและโลจิสติกส์เติบโต</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/275288</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 May 2025 14:56:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[BEST Express]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจขนส่งพัสดุด่วน]]></category>
		<category><![CDATA[อีคอมเมิร์ซ]]></category>
		<category><![CDATA[เบสท์ เอ็กซ์เพรส]]></category>
		<category><![CDATA[แฟรนไชส์]]></category>
		<category><![CDATA[โลจิสติกส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=275288</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; BEST Express (เบสท์ เอ็กซ์เพ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/275288">BEST Express ขยายแฟรนไชส์ เปิดโอกาสนักลงทุนรับอานิสงส์อีคอมเมิร์ซและโลจิสติกส์เติบโต</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> BEST Express (เบสท์ เอ็กซ์เพรส) ผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วนและโลจิสติกส์ในประเทศไทย เดินหน้าขยายเครือข่ายแฟรนไชส์ เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนท้องถิ่นเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ท่ามกลางกระแสการเติบโตของธุรกิจขนส่งพัสดุด่วน (Express Delivery) และตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากหน่วยงานเศรษฐกิจและสถาบันการเงินชั้นนำคาดการณ์ว่า ตลาด Express Delivery จะเติบโต 10-12% ในปี 2024 และเฉลี่ยมากกว่า 6% ต่อปี ในช่วงปี 2024–2029</p>



<p>BEST Express ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตของธุรกิจขนส่งพัสดุด่วนในประเทศไทย ซึ่งได้รับแรงหนุนจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การขยายตัวของตลาดอีคอมเมิร์ซ พฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใช้บริการออนไลน์มากขึ้น รวมถึงนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาลและการขยายตัวของการค้าข้ามพรมแดน บริษัทฯ ถือเป็นผู้ให้บริการขนส่งพัสดุด่วนรายแรกในประเทศไทยที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนท้องถิ่นเข้ามาบริหารจัดการในรูปแบบแฟรนไชส์ขนส่งพัสดุ โดยให้สิทธิ์สาขาในการบริหารจัดการ สร้างเครือข่าย และขยายฐานลูกค้า พร้อมสนับสนุนระบบโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีการขนส่งพัสดุด่วนครบวงจรตามมาตรฐานสากล</p>



<p>ปัจจุบัน BEST Express มีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ประกอบด้วยศูนย์กระจายพัสดุ (Hub) 10 แห่งทั่วภูมิภาค ครอบคลุมพื้นที่กว่า 50,000 ตารางเมตร รองรับการจัดส่งพัสดุได้สูงสุด 500,000 ชิ้นต่อวัน และศูนย์คัดแยกกระจายพัสดุอีกกว่า 210 แห่งในแต่ละเขต/จังหวัด นอกจากนี้ BEST Express ยังร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำ เช่น Shopee (ช้อปปี้), Lazada (ลาซาด้า), และ TikTok (ติ๊กต็อก) พร้อมขยายบริการจัดส่งพัสดุขนาดใหญ่ (Bulky Delivery) ที่รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 110 กิโลกรัม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดสินค้าขนาดใหญ่และกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม บริษัทฯ มีความสำเร็จในการเข้ารับพัสดุครั้งแรกกว่า 99.5% และความสำเร็จในการจัดส่งครั้งแรกกว่า 98% รวมถึงความสามารถในการจัดส่งพัสดุวันถัดไป (Next Day Delivery) ในเขตกรุงเทพฯ และ 48 ชั่วโมงในพื้นที่หัวเมือง</p>



<p>สำหรับนักลงทุนที่สนใจเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับ BEST Express สามารถรับสิทธิ์การบริหารพื้นที่ได้เต็มรูปแบบ ด้วยต้นทุนการบริหารจัดการและค่าขนส่งที่ต่ำ พร้อมสร้างรายรับได้จากหลายช่องทาง ทั้งในส่วนของการรับและจัดส่งพัสดุ (ต้นทาง/ปลายทาง) และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยมีทีมงานและระบบสนับสนุนการบริหารสาขาแบบมืออาชีพคอยให้คำแนะนำ</p>



<p>BEST Express จัดสัมมนาสำหรับนักลงทุนที่สนใจเข้าร่วมเครือข่าย ในวันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.00-12.00 น. สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาฟรีได้ที่ <a href="https://shorturl.at/MBc0R" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://shorturl.at/MBc0R</a> หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 094-685-7400, อีเมล BEST-Thailand-POI@best-inc.com หรือ LINE OA: @BESTFSCENTER</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/275288">BEST Express ขยายแฟรนไชส์ เปิดโอกาสนักลงทุนรับอานิสงส์อีคอมเมิร์ซและโลจิสติกส์เติบโต</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;ศุข ศักดิ์ณรงค์เดช&#8221; คาดหวังแพลตฟอร์มของ SLR จะพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ช่วยคนไทยสร้างงานเพิ่มรายได้</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/273752</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 30 Apr 2025 15:56:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[School Buddy]]></category>
		<category><![CDATA[SLR]]></category>
		<category><![CDATA[Social Life Republic]]></category>
		<category><![CDATA[THAILAND LIVE for LIFE]]></category>
		<category><![CDATA[TikTok]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวง จารุศิระ]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ดีอี]]></category>
		<category><![CDATA[วังทองหลาง]]></category>
		<category><![CDATA[ศุข ศักดิ์ณรงค์เดช]]></category>
		<category><![CDATA[สปสช.]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[สภา SME]]></category>
		<category><![CDATA[สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สุธรรม ศรีเมฆานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[ห้วยขวาง]]></category>
		<category><![CDATA[อีคอมเมิร์ซ]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัลเวิลด์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจฐานราก]]></category>
		<category><![CDATA[แพลตฟอร์มสร้างอาชีพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=273752</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; โครงการสำคัญภายใต้ชื่อ &#822 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/273752">&#8220;ศุข ศักดิ์ณรงค์เดช&#8221; คาดหวังแพลตฟอร์มของ SLR จะพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ช่วยคนไทยสร้างงานเพิ่มรายได้</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> โครงการสำคัญภายใต้ชื่อ &#8220;THAILAND LIVE for LIFE ประเทศไทยต้องไปต่อ&#8221; ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว โดยเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญระหว่าง Social Life Republic (SLR) ซึ่งเป็นหน่วยงานภาคเอกชนที่มุ่งเน้นการพัฒนาสังคมดิจิทัล กับ สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภา SME) องค์กรหลักที่เป็นกระบอกเสียงและส่งเสริมผู้ประกอบการ SME ของประเทศ โครงการนี้ได้พัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเป็นแหล่งเรียนรู้ แต่ก้าวไปอีกขั้นสู่การเป็นโอกาสอันแท้จริงสำหรับประชาชนชาวไทยทุกคนในการเริ่มต้นอาชีพใหม่ ด้วยเครื่องมือที่ทุกคนมีติดตัว นั่นคือโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว งานแถลงข่าวการเปิดตัวโครงการจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ SKY LOBBY AT SF WORLD CINEMA, CENTRALWORLD ชั้น 8 เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2568 ท่ามกลางความสนใจจากสื่อมวลชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อ่าน : <a href="https://brickinfotv.com/news/273257" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Social Life Republic เปิดตัวแคมเปญ “Thailand LIVE for LIFE” ดึง เต๊ะ-แก้มบุ๋ม-พีท-แน็ก ชาลี ร่วมงาน มุ่งสร้างอาชีพยุคดิจิทัล</a></li>
</ul>



<p>ในงานดังกล่าว สำนักข่าวบริคอินโฟได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ <strong>นายศุข ศักดิ์ณรงค์เดช</strong> ผู้ซึ่งเข้ามาเป็นที่ปรึกษาให้กับแพลตฟอร์ม SLR โดยก่อนหน้านี้ </p>



<p>นายศุขเป็นที่รู้จักในบทบาทนักการเมือง ในฐานะกรรมการบริหารพรรคไทยสร้างไทย และเคยลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (เขตห้วยขวาง – วังทองหลาง) เมื่อปี 2566 </p>



<p>อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่ง นายศุขมีความมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในหลากหลายมิติ อาทิ การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการผลักดันแพลตฟอร์มกลางเพื่อเชื่อมโยงผู้ที่กำลังมองหางานทำกับผู้ประกอบการที่ต้องการบุคลากร</p>



<p>เมื่อถูกถามถึงบทบาทปัจจุบัน นายศุขกล่าวว่า &#8220;ตอนนี้เป็นกรรมการบริหารพรรคไทยสร้างไทย และยังคงลงพื้นที่ห้วยขวาง – วังทองหลางอยู่ แต่ก็ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาแพลตฟอร์มที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในวงกว้าง ซึ่งการทำแพลตฟอร์มในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่เป็นภาพรวมที่คนไทยทั่วประเทศสามารถเข้าถึงและใช้งานได้&#8221;</p>



<p>นายศุขยังได้ยกตัวอย่างแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่เคยพัฒนา เช่น ระบบบริหารจัดการโรงเรียนให้กับ สพฐ. (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน) ซึ่งครอบคลุมตารางสอน ตารางสอบ และระบบลงเวลาด้วยเทคโนโลยี AI (ปัญญาประดิษฐ์) ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการติดตั้งฮาร์ดแวร์ในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษทั่วประเทศ </p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>&#8220;อันนั้นเป็นโครงการที่ทำร่วมกับ สพฐ. ในโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษทั่วประเทศ อันนั้นก็เป็นแรงบันดาลใจแรกที่มาเน้นทำตัวของแพลตฟอร์มและสารสนเทศ แล้วมันก็มีทิศทางที่ไปได้หลายแห่งมาก&#8221;</p>
</blockquote>



<p> นอกจากนี้ ยังมีแพลตฟอร์มส่งเสริมการออกกำลังกายที่สามารถนับก้าวและเชื่อมต่อกับ Smartwatch ได้หลากหลายยี่ห้อ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของ สปสช. (สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) และส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีขึ้น</p>



<p>สำหรับแพลตฟอร์มล่าสุดที่ร่วมมือกับ SLR และ สภา SME เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก นายศุขได้ให้ความเห็นถึงสภาพปัญหาในปัจจุบันว่า &#8220;เศรษฐกิจฐานรากตอนนี้มีปัญหาเยอะมาก ในเมืองไทยเอาแค่ปัจจัย 4 การเข้าถึงปัจจัย 4 ของคนไทยเองก็ยังยากเลย นั่นหมายความว่าความเท่าเทียมมันไม่มี หมายความว่าคนไม่สามารถเข้าถึงอาชีพได้ คนรวยก็รวย คนจนก็จน คนชั้นกลางก็กลายเป็นคนจนในอนาคต เราก็ควรหาทิศทางให้เขา ต้องมีสปอตไลท์นำทางให้เขา วันหนึ่งอยู่บ้านเล่นมือถือ คุณเปลี่ยนไหม? เอามือถือเครื่องนั้นมาเรียนรู้และสร้างงานสร้างรายได้ดีกว่าไหม? เลิกเสพดราม่าแล้วมาทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์ดีกว่า ก็ไปร่วมเป็นที่ปรึกษาทำแพลตฟอร์มขึ้นมา&#8221;</p>



<p>เป้าหมายหลักของแพลตฟอร์มนี้คือการเป็นอีคอมเมิร์ซที่ไม่ได้เน้นเพียงแค่การซื้อขาย แต่ให้ความสำคัญกับการให้ความรู้แก่ผู้ใช้งาน ตั้งแต่พื้นฐานการไลฟ์สดเพื่อขายสินค้า การพิจารณาและเลือกสรรสินค้า การวิเคราะห์ตลาด ไปจนถึงเทคนิคการเพิ่ม Engagement (การมีส่วนร่วม) และระบบการบริหารจัดการหลังบ้านที่มีประสิทธิภาพ </p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>&#8220;จริงๆ เป้าประสงค์ของแพลตฟอร์มก็เป็นอี-คอมเมิร์ซ แต่ก็เป็นการให้ความรู้ก่อน สอนว่า Live สดอย่างไร? สอนว่าถ้าเราจะหาตัวสินค้ามาขายเราจะต้องพิจารณาแบบไหน? ต้องมองตลาดอย่างไร? ทั้งหมดทั้งมวลพอเราเป็นก็ไปขายบน TikTok ถามว่าทำไมต้อง TikTok เพราะมันเสถียร แต่จริงๆ ผมก็อยากให้มีแพลตฟอร์มของคนไทยด้วยกันเอง เอาไว้ใช้ในบ้านเรา&#8221;</p>
<cite> นายศุขกล่าวด้วยความมุ่งมั่น</cite></blockquote>



<p>นายศุขยังแสดงความกังวลถึงการไหลออกของเม็ดเงินกำไรไปยังต่างประเทศจากการใช้แพลตฟอร์มต่างชาติ &#8220;ตอนนี้เวลาเราซื้อ – ขายกัน มันจะมีเงินกำไรส่วนหนึ่งที่ส่งกลับไปต่างประเทศเจ้าของแพลตฟอร์ม เห็นแล้วก็ปวดใจ บางทีของก็ผลิตบ้านเรา บางทีก็ของผลิตจากต่างประเทศ แต่เราก็ต้องส่งกำไรให้เขา ทำไมเราไม่ Implement (ดำเนินการ) ตัวแพลตฟอร์ม คุยกับทางกระทรวงพาณิชย์ไหม? หรือใครก็ได้ ดีอี (กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) ไหม? ว่าทำแพลตฟอร์มขึ้นมาช่วยเหลือคนไทย เรารักชาติแล้วเราต้องไปในอะไรที่ในส่วนการส่งเสริมอาชีพ ส่งเสริมให้คนในชาติมีรายได้ มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี มีปัจจัย 4 ที่แข็งแรง&#8221;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/04/ศุข-ศักดิ์ณรงค์เดช-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-273757" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/04/ศุข-ศักดิ์ณรงค์เดช-768x1024.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/04/ศุข-ศักดิ์ณรงค์เดช-225x300.jpg 225w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/04/ศุข-ศักดิ์ณรงค์เดช-1152x1536.jpg 1152w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/04/ศุข-ศักดิ์ณรงค์เดช-1536x2048.jpg 1536w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2025/04/ศุข-ศักดิ์ณรงค์เดช-scaled.jpg 1920w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /><figcaption class="wp-element-caption">ศุข ศักดิ์ณรงค์เดช</figcaption></figure>



<p>เมื่อกล่าวถึงแนวโน้มที่คนหันมาขายสินค้าออนไลน์มากขึ้น นายศุขชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่ผู้ขายส่วนใหญ่มักเผชิญ &#8220;แต่ไม่เป็นไง คือทุกคนขายได้แต่ไม่รู้เทคนิคในการเพิ่ม Engagement (การมีส่วนร่วม) ระบบการบริหารจัดการหลังบ้านต่างๆ บางทีพวกนั้นมันต้องใช้เงินเพื่อทำความเข้าใจและเรียนรู้มัน ก็จะขายของได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขาดทุนน้อย&#8221;</p>



<p>สำหรับเบื้องหลังการเข้าร่วมเป็นที่ปรึกษาของ SLR นายศุขเปิดเผยว่า &#8220;พอดีว่าผมมีคอนเนคชั่นในสายพี่ซัน (กระทรวง จารุศิระ ประธานที่ปรึกษาโครงการ SLR) กับคุณเป้ (สุธรรม ศรีเมฆานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SLR) คือคุณเป้กับผมเราทำ School Buddy ด้วยกัน ก็คือระบบบริหารจัดการโรงเรียน (ระบบที่ทำร่วมกับ สพฐ.) แล้วเราก็ขยายไปเรื่องอื่น&#8221;</p>



<p>ในตอนท้ายของการสัมภาษณ์ นายศุขได้กล่าวถึงความคาดหวังต่อการเปิดตัว SLR และโครงการ “THAILAND LIVE for LIFE ประเทศไทยต้องไปต่อ” ในครั้งนี้ว่า &#8220;เราคาดหวังว่าสร้างรายได้อันนี้ ตัว User (ผู้ใช้งาน) ที่เข้ามาใช้ในส่วนของการเรียนรู้ และเราต้องการให้วิสาหกิจชุมชนต่างๆ พวกของในเมืองไทย ของดี SME 4 ดาว 5 ดาวพวกนี้ เอามาเข้าในระบบตรงนี้ เพื่อที่จะให้เกิดการหมุนเวียนในประเทศ และเป็นการยกระดับพัฒนาตัวสินค้าเพิ่มขึ้นมา&#8221; พร้อมเสริมว่า &#8220;สมมติว่ามีวิสาหกิจชุมชนที่ทำของขึ้นมาแล้วยังไม่ค่อยสากลเท่าไร ก็ให้เขาพัฒนา เราก็จะให้ความรู้ด้วย&#8221;</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/273752">&#8220;ศุข ศักดิ์ณรงค์เดช&#8221; คาดหวังแพลตฟอร์มของ SLR จะพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ช่วยคนไทยสร้างงานเพิ่มรายได้</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดีเอชแอล ประกาศ &#8220;กลยุทธ์ 2030&#8221; หนุนเศรษฐกิจไทยผ่านการขนส่ง-โลจิสติกส์-ศูนย์กลางของภูมิภาค</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/268502</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Mar 2025 08:03:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[DHL]]></category>
		<category><![CDATA[DHL eCommerce]]></category>
		<category><![CDATA[DHL Express]]></category>
		<category><![CDATA[DHL Express Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[DHL Global Forwarding]]></category>
		<category><![CDATA[DHL Global Forwarding Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[DHL Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเอชแอล]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเอชแอล ซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเอชแอล อีคอมเมิร์ซ]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเอชแอล โกลบอล ฟอร์เวิร์ดดิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ยานยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[อีคอมเมิร์ซ]]></category>
		<category><![CDATA[โลจิสติกส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=268502</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; ดีเอชแอล (DHL) ได้ประกาศความ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/268502">ดีเอชแอล ประกาศ &#8220;กลยุทธ์ 2030&#8221; หนุนเศรษฐกิจไทยผ่านการขนส่ง-โลจิสติกส์-ศูนย์กลางของภูมิภาค</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; <a href="https://www.dhl.com/th-th/home.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ดีเอชแอล (DHL)</a> ได้ประกาศความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยบริษัทฯ มองว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์</p>



<p>DHL ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ พร้อมสนับสนุนศักยภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศด้วย “กลยุทธ์ 2030” ผ่านความร่วมมือของ 4 หน่วยธุรกิจที่ดำเนินงานในประเทศไทย ประกอบด้วย ดีเอชแอล อีคอมเมิร์ซ (DHL eCommerce), ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส (DHL Express), ดีเอชแอล โกลเบิล ฟอร์เวิร์ดดิ้ง (DHL Global Forwarding) และดีเอชแอล ซัพพลายเชน (DHL Supply Chain) ประกาศความพร้อมสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยผ่าน “กลยุทธ์ 2030” ยกระดับการให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรและยั่งยืนแก่องค์กรธุรกิจทุกขนาด</p>



<p>ทั้งนี้ ดีเอชแอล (DHL) มีความพร้อมในการสนับสนุนการเติบโตของประเทศไทยด้วยการลงทุนอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยมีหน่วยธุรกิจที่ให้บริการโลจิสติกส์อย่างเต็มรูปแบบ ทั้ง DHL eCommerce, DHL Express, DHL Global Forwarding และ DHL Supply Chain เพื่อสนับสนุนธุรกิจไทยให้เข้าถึงเครือข่ายและโซลูชันระดับโลก</p>



<p><strong>เฮอร์เบิต วงศ์ภูษณชัย กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ประเทศไทยและหัวหน้าภาคพื้นอินโดจีน </strong>ระบุว่า ธุรกิจของ DHL จากจุดเริ่มต้นจาก ไปรษณีย์เยอรมัน (Deutsche Post) และก้าวขึ้นสู่ผู้ให้บริการด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ในฐานะ DHL ดังนั้นวันนี้ DHL จึงประกาศแผนการดำเนินธุรกิจในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยเป้าหมายสูงสุด คือ เป็นผู้ให้บริการที่เป็นตัวเลือกให้ผู้ใช้ , เป็นนายจ้างที่เป็นตัวเลือกให้ผู้ถูกจ้างทำงานอย่างมีความสุข , การเป็นธุรกิจที่เป็นทางเลือกให้ผู้ลงทุน และ เป็นตัวเลือกสำหรับการสร้างธุรกิจอย่างยั่งยืนในอนาคตที่ทุกคนเลือกใช้ เช่น การพัฒนาน้ำมันเครื่องบินสีเขียว (SAF) ที่ปล่อยคาร์บอนน้อยกว่า สูตรน้ำมันปกติ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อ่าน : <a href="https://brickinfotv.com/news/263769" target="_blank" rel="noreferrer noopener">DHL Express เปิดศูนย์บริการแห่งที่ 15 ในไทย ที่เทพารักษ์ สมุทรปราการ</a></li>
</ul>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="684" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/08/DHL-Express-aircraft-loading-shipments-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-249160" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/08/DHL-Express-aircraft-loading-shipments-1024x684.jpg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/08/DHL-Express-aircraft-loading-shipments-300x200.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/08/DHL-Express-aircraft-loading-shipments-768x513.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/08/DHL-Express-aircraft-loading-shipments-1536x1026.jpg 1536w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/08/DHL-Express-aircraft-loading-shipments-2048x1367.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>DHL Express เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ด่วนระหว่างประเทศรายแรกในประเทศไทยที่นำจักรยานยนต์ไฟฟ้าและ EV มาใช้ โดยปัจจุบันมี EV มากกว่า 50 คัน หรือคิดเป็น 21% ของยานพาหนะทั้งหมด นอกจากนี้ DHL Express ยังสนับสนุนให้ลูกค้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านการใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (SAF)</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>&#8220;ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนและ DHL เข้าไปมีส่วนทำให้เติบโตคือ แบรนด์ไทย Gentle Women ที่พบว่าผู้ซื้อส่วนหนึ่งเป็นต่างชาติ ดังนั้นการส่งสินค้าแฟชั่นจากไทยไปยังลูกค้าในประเทศต่าง ๆ ด้วยมาตรฐานที่ดีและขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก เช่น การส่งรถเข้าไปรับพัสดุจากโกดังตามคำสั่งของลูดค้าได้อย่างแม่นยำ จึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่ง DHL ประเทศไทยก็พร้อมที่จะสนับสนุนในส่วนนี้&#8221;</p>
<cite><strong>เฮอร์เบิต</strong> กล่าว</cite></blockquote>



<p>DHL Express ประกอบด้วยศูนย์กระจายสินค้าระดับภูมิภาค (regional hub) ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ศูนย์บริการ 15 แห่ง และจุดให้บริการทั้งที่เป็นเจ้าของเองและผ่านพันธมิตร 131 แห่ง ทั้งหมดนี้รองรับการจัดส่งด่วนระหว่างประเทศแบบถึงมือผู้รับ มีเครื่องบินขนส่งสินค้าระหว่างประเทศให้บริการ 85 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยศูนย์บริการทั้งหมด 100% ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตพลังงานหมุนเวียน</p>



<p>เทรนด์โลกหลังจากนี้ พบว่ามีปัจจัยต่าง ๆ อาทิ การเปลี่ยนแปลงของแรงงานที่ต้องพัฒนามากขึ้น , การเข้ามาของโลกดิจิทัลในชีวิตประจำวัน , สภาพภูมิอากาศ-ภาวะโลกร้อน , การเข้ามาของอี-คอมเมิร์ซ และการติดต่อค้าขายในระดับโลก ซึ่งเทรนด์เหล่านี้เป็นสิ่งท้าทายที่ธุรกิจต่างๆโดยเฉพาะธุรกิจโลจิสติกส์ อย่าง DHL ต้องปรับตัวให้พร้อมรับมือ</p>



<p>ขณะเดียวกันเมื่อพูดถึง AI <strong>เฮอร์เบิต</strong> ระบุว่า AI มีการพูดถึง-ศึกษาและนำมาปรับใช้กว่า 40 ปีแล้ว แต่มันเพิ่งมาได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงที่ LLM (อย่าง ChatGPT) เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา DHL ก็มีการปรับใช้ AI ในการบริการมากขึ้น เช่น การรับฟังเสียงสะท้อนจากลูกค้าในเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำแล้วใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลแล้วนำมาปรับแก้ เป็นต้น</p>



<p>ขณะที่สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่คาดการณ์ได้ยาก โดยเฉพาะเรื่องกำแพงภาษีของแต่ละประเทศ สำหรับ DHL นับว่าไม่น่าเป็นห่วงเพราะเรื่องภาษีเป็นสิ่งที่ผู้ส่งออกและนำเข้าเป็นผู้รับผิดชอบ และ DHL เป็นผู้ทำหน้าที่เก็บภาษีตามมาตรการภาษีของแต่ละประเทศอยู่แล้ว ดังนั้นสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์จึงไม่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจของ DHL ซึ่งที่ผ่านมาภาษีนำเข้าสิ่งค้าใหม่ของไทย บริษัทก็มีการปรับรับอย่างรวดเร็วได้ ดังนั้นไม่ว่าแต่ละประเทศจะปรับมาตรการอย่างไร เราก็พร้อมให้บริการ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="681" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/DHL_03-1024x681.jpg" alt="DHL" class="wp-image-257322" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/DHL_03-1024x681.jpg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/DHL_03-300x199.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/DHL_03-768x511.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/DHL_03-1536x1021.jpg 1536w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/11/DHL_03.jpg 1576w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption class="wp-element-caption">DHL</figcaption></figure>



<p><strong>วินเซนท์ ยัง กรรมการผู้จัดการ ดีเอชแอล โกลเบิล ฟอร์เวิร์ดดิ้ง ประเทศไทย </strong>ระบุว่า DHL Global Forwarding เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ใช้บริการพื้นที่ขนส่งอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ของบริษัท เช่น พื้นที่ใต้เครื่องบินพาณิชย์และเรือ เพื่อขนส่งพัสดุไปยังทั่วโลก ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่เราจะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และการขนส่งให้สอดคล้องเป้าหมายของบริษัทได้ เช่น การเลือกใช้เที่ยวบินที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ และการเลือกใช้ EV โดยคาดว่าจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 85,000 กิโลกรัมต่อปี</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อ่าน : <a href="https://brickinfotv.com/news/249158">DHL เปิดตัวโปรแกรม GoTrade ในประเทศไทย ช่วยธุรกิจท้องถิ่นทำการค้าระหว่างประเทศ</a></li>
</ul>



<p>นอกจากการให้บริการขนส่งแล้ว DHL Global Forwarding ยังช่วยผู้ใช้ในการเข้าใจกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในการนำเข้าและจัดเตรียมพัสดุที่ต้องการได้</p>



<p>ปัจจุบัน DHL Global Forwarding มีสำนักงาน 7 แห่ง และคลังสินค้า 3 แห่ง รวมพื้นที่ 8,480 ตารางเมตรทั่วประเทศไทย ให้บริการลูกค้ากว่า 2,000 ราย ศูนย์ DHL International Multimodal Hub แห่งใหม่เป็นการลงทุนสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการค้าของภูมิภาค</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>อ่าน : <a href="https://brickinfotv.com/news/257321" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เปิดตัว “DHL International Multimodal Hub” ครั้งแรกในประเทศไทย สำหรับการขนส่งระหว่างประเทศแบบมัลติโมดอล</a></li>
</ul>



<p>ศูนย์นี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการขนส่ง โดยช่วยให้การเชื่อมต่อระหว่างรูปแบบการขนส่งต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่น และลดความซับซ้อนของพิธีการศุลกากรในจุดเดียว นอกจากนี้ ยังเป็นศูนย์เชื่อมต่อที่สำคัญให้กับประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล เช่น สปป.ลาว</p>



<p>&#8220;ที่ผ่านมาเราเห็นการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และยานยนต์พลังงานใหม่ ซึ่งการที่ประเทศไทยประกาศแผนนโยบายต้องการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคนี้ นับว่าต้องใช้การขนส่ง-โลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพมากพอด้วย DHL ตั้งเป้าหมายที่จะสนับสนุนให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้ได้ 30% ของปริมาณการผลิตยานยนต์ทั้งหมดภายในปี พ.ศ. 2573&#8221;</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>&#8220;ในอนาคตถ้าผมซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ผมก็อยากเห็นว่ามัน Made in Thailand&#8221;</p>
<cite><strong>วินเซนท์ ยัง </strong>กล่าว</cite></blockquote>



<p><strong>สตีฟ วอล์กเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีเอชแอล ซัพพลายเชน กลุ่มธุรกิจประเทศไทย </strong>ระบุว่า ปัจจุบัน DHL Supply Chain เป็นบริการบริหารจัดการพื้นที่คลังสินค้า ที่ปัจจุบันบริหารพื้นที่กว่า 678,000 ตารางเมตร ครอบคลุมมากกว่า 70 แห่ง รวมถึงในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ด้วยเครือข่ายการขนส่งที่ครอบคลุมทำให้บริษัทสามารถจัดการการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยรถขนส่งกว่า 4,800 คัน ปัจจุบันบริษัทกำลังลงทุนพัฒนาคลังสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และมีแผนขยายการใช้รถขนส่งไฟฟ้า (EV) เพิ่มขึ้น 300% ในอีกสามปีข้างหน้า</p>



<p>DHL Supply Chain นำรถ EV กว่า 30 คัน มาใช้ในการขนส่งสินค้า โดยร่วมมือกับลูกค้าในภาคธุรกิจค้าปลีก สินค้าอุปโภคบริโภค และยานยนต์ นอกจากนี้ ยังฝึกอบรมพนักงานให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน GoGreen และวางแผนที่จะใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ในคลังสินค้าแห่งแรกในปี พ.ศ. 2568</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p>&#8220;เรามองเห็นว่าประเทศไทยกำลังเติบโต โดยเฉพาะในโลกของอุตสาหกรรม EV และในภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ ดังนั้นเราอยากที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนการเติบโตนี้ให้เกิดขึ้นจริงและอยู่เคียงคู่คนไทย&#8221;</p>
</blockquote>



<p><strong>เกียรติชัย พิตรปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีเอชแอล อีคอมเมิร์ซ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ </strong>ระบุว่า DHL eCommerce เป็นภาคธุรกิจที่ให้บริการขนส่งพัสดุขนาดเล็ก ไม่เกิน 50 กิโลกรัม โดยให้บริการทั้ง B2B , B2C รวมถึงการส่งพัสดุจากคลังสินค้าไปยังสาขาต่าง ๆ ปัจจุบันมียานยนต์ส่งพัสดุราว 2,000 คัน ทำให้ครอบคลุมการจัดส่งวันต่อวันถึง 97% ของประเทศประไทย และการส่งตรงเวลา-ตีกลับอยู่ที่ 2% เท่านั้น</p>



<p>ภาคอีคอมเมิร์ซของประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1,500 ล้านพัสดุต่อปี โดยสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย (Thailand E-commerce Association) คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดจะเติบโตจาก 26,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2566 เป็น 32,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2568 ซึ่งสะท้อนอัตราการเติบโตที่ประมาณ 21% ในช่วงสองปี เทียบเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ที่ประมาณ 10%</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="708" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/07/DHL-EXPRESS-couriers-on-Electric-Motorbikes--1024x708.jpg" alt="" class="wp-image-66389" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/07/DHL-EXPRESS-couriers-on-Electric-Motorbikes--1024x708.jpg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/07/DHL-EXPRESS-couriers-on-Electric-Motorbikes--300x207.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/07/DHL-EXPRESS-couriers-on-Electric-Motorbikes--768x531.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/07/DHL-EXPRESS-couriers-on-Electric-Motorbikes--1536x1062.jpg 1536w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/07/DHL-EXPRESS-couriers-on-Electric-Motorbikes--990x685.jpg 990w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/07/DHL-EXPRESS-couriers-on-Electric-Motorbikes--1320x913.jpg 1320w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/07/DHL-EXPRESS-couriers-on-Electric-Motorbikes-.jpg 2000w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ปัจจุบัน DHL eCommerce ได้นำ EV มาใช้ในการขนส่งในกรุงเทพฯ และมีแผนที่จะใช้รถบรรทุกไฟฟ้าสำหรับการขนส่งระยะสั้นในไตรมาสที่ 2 ของปี พ.ศ. 2568 นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าหมายที่จะปรับเปลี่ยนยานพาหนะขนส่งปลายทางในกรุงเทพฯ ให้เป็น EV จำนวน 50% ภายในระยะเวลาสองปี</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/268502">ดีเอชแอล ประกาศ &#8220;กลยุทธ์ 2030&#8221; หนุนเศรษฐกิจไทยผ่านการขนส่ง-โลจิสติกส์-ศูนย์กลางของภูมิภาค</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เม็กซิโกประกาศภาษีใหม่ เจาะเป้าร้านค้าออนไลน์ดังอย่าง Shein และ Temu</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/262105</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Jan 2025 03:02:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[E-Commerce]]></category>
		<category><![CDATA[Shein]]></category>
		<category><![CDATA[Temu]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีนำเข้า]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานสรรพากรเม็กซิโก]]></category>
		<category><![CDATA[อีคอมเมิร์ซ]]></category>
		<category><![CDATA[เม็กซิโก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=262105</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า สำนักงานบริหารภาษีของเม็กซิ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/262105">เม็กซิโกประกาศภาษีใหม่ เจาะเป้าร้านค้าออนไลน์ดังอย่าง Shein และ Temu</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><a href="https://www.reuters.com/world/americas/mexico-unveils-new-tariffs-popular-e-tailers-like-shein-temu-may-be-crosshairs-2024-12-31/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สำนักข่าวรอยเตอร์</a> รายงานว่า <strong>สำนักงานบริหารภาษีของเม็กซิโก (SAT)</strong> ได้ประกาศ<strong>ภาษีนำเข้าใหม่</strong> มีผลบังคับใช้ 1 มกราคม 2568 โดยระบุว่าเป็นมาตรการที่จะช่วยเสริมสร้างการกำกับดูแลสินค้าจากเอเชีย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้ค้าปลีกออนไลน์ยอดนิยมอย่าง <strong>Shein</strong> และ <strong>Temu</strong></p>



<p><strong>SAT</strong> ชี้แจงว่า สินค้าที่เข้าเม็กซิโกผ่านบริษัทขนส่งจากประเทศที่ไม่มีสนธิสัญญาระหว่างประเทศกับเม็กซิโก จะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 19% ซึ่งรวมถึงจีน ที่เป็นฐานที่ตั้งของ <strong>Shein</strong> และ <strong>Temu</strong> ส่วนสินค้าจากแคนาดาและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (USMCA) จะถูกเรียกเก็บภาษี 17% หากมีมูลค่ามากกว่า 50 ดอลลาร์ แต่ไม่เกิน 117 ดอลลาร์ และสินค้าจากประเทศอื่นๆ ที่มีสนธิสัญญาระหว่างประเทศกับเม็กซิโก จะถูกเรียกเก็บภาษี 19% หากมีมูลค่ามากกว่า 1 ดอลลาร์</p>



<p><strong>SAT</strong> ยืนยันว่าภาษีใหม่นี้ จะช่วยเสริมสร้าง &#8220;การต่อสู้กับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม&#8221; ก่อนหน้านี้ ประเทศต่างๆ ไม่จำเป็นต้องจ่ายภาษีสำหรับสินค้าที่มีมูลค่าดังกล่าว มาตรการใหม่นี้เกิดขึ้นท่ามกลางแนวทางภาษีใหม่ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อบริษัทอีคอมเมิร์ซ รวมถึงกฤษฎีกาเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม โดยประธานาธิบดี <strong>Claudia Sheinbaum</strong> ที่เพิ่มภาษีนำเข้าสูงถึง 35% สำหรับสินค้าประเภทเสื้อผ้า เครื่องใช้ในบ้าน และเต็นท์</p>



<p>เจ้าหน้าที่กล่าวว่า มาตรการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการนำเข้าสินค้าบางรายการที่หลีกเลี่ยงภาษี เพื่อประกันความเท่าเทียมกันให้กับบริษัทเม็กซิโกและปกป้องงานในภาคส่วนนี้ ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมบางคนกล่าวว่า กฤษฎีกาอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อโครงการ IMMEX ของเม็กซิโก ซึ่งอนุญาตให้บริษัทต่างประเทศนำเข้าสินค้ามายังเม็กซิโกโดยไม่เสียภาษี เพื่อการผลิต ประกอบ หรือบรรจุภัณฑ์สำหรับขายตรงให้กับผู้ซื้อในสหรัฐอเมริกา</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/262105">เม็กซิโกประกาศภาษีใหม่ เจาะเป้าร้านค้าออนไลน์ดังอย่าง Shein และ Temu</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
