<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สภาพัฒน์ ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<atom:link href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b9%8c/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://brickinfotv.com/tag/สภาพัฒน์</link>
	<description>ข่าวสาร สาระ ความรู้ และความบันเทิง</description>
	<lastBuildDate>Mon, 25 May 2026 10:48:44 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.2</generator>

<image>
	<url>https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/07/cropped-06-Favicon-Brick-100x100.png</url>
	<title>สภาพัฒน์ ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<link>https://brickinfotv.com/tag/สภาพัฒน์</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สภาพัฒน์แถลงภาวะสังคมไตรมาส 1/2569 ชี้การจ้างงานฟื้นตัว จับตาหนี้ครัวเรือนพุ่ง-ภัยเงียบ AI กระทบตลาดแรงงานไทย</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/310582</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2026 10:43:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[National Economic and Social Development Council]]></category>
		<category><![CDATA[ดนุชา พิชยนันท์]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[สศช.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=310582</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/310582">สภาพัฒน์แถลงภาวะสังคมไตรมาส 1/2569 ชี้การจ้างงานฟื้นตัว จับตาหนี้ครัวเรือนพุ่ง-ภัยเงียบ AI กระทบตลาดแรงงานไทย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ <strong>สภาพัฒน์</strong> แถลงรายงาน <strong>ภาวะสังคมไทยไตรมาส 1 ปี 2569</strong> ภาพรวมพบว่าทิศทางการจ้างงานมีการปรับตัวดีขึ้นตามการขยายตัวของภาคเกษตรกรรมและการค้าปลีกค้าส่ง สวนทางกับปัญหา <strong>หนี้ครัวเรือน</strong> ที่ยังคงอยู่ในระดับสูงและน่ากังวล นอกจากนี้ยังมีประเด็นทางสังคมที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ทั้งผลกระทบจาก <strong>เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์</strong> หรือ AI ที่กำลังเข้ามาพลิกโฉม <strong>ตลาดแรงงานไทย</strong> ความท้าทายในการเข้าถึงพลังงานสะอาดอย่าง <strong>โซลาร์เซลล์</strong> ภัยเงียบด้านสุขภาพจาก <strong>ไมโครพลาสติก</strong> รวมถึงปัญหาการขาดแคลน <strong>บ้านพักผู้สูงวัย</strong> ในยุคที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับสถานการณ์ด้านแรงงานพบว่าผู้มีงานทำเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.6 หรืออยู่ที่ 41.2 ล้านคน แต่อัตราการว่างงานรวมก็ขยับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ร้อยละ 0.94 โดยประเด็นที่ต้องจับตาคือผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ภาวะการว่างงานแฝงที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในกลุ่มผู้มีการศึกษาไม่สูง รวมถึงความเสี่ยงของแรงงานในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์สันดาปที่อาจถูกแทนที่ด้วยอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในส่วนของสถานการณ์หนี้ครัวเรือนในไตรมาสสี่ปี 2568 มีมูลค่าสูงถึง 16.44 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 86.7 ของจีดีพี ขณะที่สินเชื่อผิดนัดชำระเกิน 90 วัน (NPLs) เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 9.59 โดยมีปัจจัยเสี่ยงจากพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่มักก่อหนี้บัตรเครดิตตามเทรนด์ออนไลน์ การเปิดตัวของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ที่อาจทำให้คนเข้าสู่วงจรหนี้ได้ง่ายขึ้น ตลอดจนอิทธิพลของอินฟลูเอนเซอร์สายการเงิน (Finfluencer) ที่ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนจนนำไปสู่ปัญหาทางการเงินและถูกมิจฉาชีพหลอกลวง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านสุขภาพและความปลอดภัยพบว่าการเจ็บป่วยโดยรวมลดลงร้อยละ 36.2 แต่ยังต้องเฝ้าระวังโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ไวรัสฮันตาจากหนู และการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV) ในเพศชาย ขณะที่การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นสวนทางกับการสูบบุหรี่ที่ลดลง ท่ามกลางความน่ากังวลของการแพร่ระบาดของบุหรี่ผิดกฎหมายและผลกระทบจากการขยายเวลาจำหน่ายสุรา ด้านคดีอาญาเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.9 โดยมีสาเหตุหลักจากคดียาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่หันมาใช้กัญชา ยาบ้า และน้ำต้มใบกระท่อมมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาการหลอกลวงรูปแบบใหม่ผ่านการใช้ AI สร้างการ์ดการ์ตูนหายากปลอม รวมถึงความเสี่ยงจากผู้ใช้รถยนต์ที่ไม่ต่ออายุ พ.ร.บ. บุคคลที่ 3 ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 1 ใน 5 ของรถบนท้องถนน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็นสำคัญที่สภาพัฒน์เน้นย้ำคือการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานภายใต้เทคโนโลยี Generative AI และ Agentic AI ซึ่งคาดว่าจะกระทบแรงงานไทยถึง 8.7 ล้านคน โดยกลุ่มเสี่ยงที่จะถูกทดแทนคืองานที่มีแบบแผนตายตัวและทำซ้ำๆ รัฐบาลจึงต้องเร่งยกระดับทักษะแรงงานให้สามารถเป็นผู้บริหารจัดการ AI ได้ ควบคู่ไปกับการวางกรอบกฎหมายเพื่อควบคุมความเสียหาย อีกประเด็นคือการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ภาครัฐตั้งเป้าติดตั้งโซลาร์เซลล์ภาคครัวเรือนให้ได้ 90,000 ครัวเรือนภายในปี 2571 แต่ปัจจุบันทำได้เพียงกว่า 20,000 ครัวเรือน เนื่องจากต้นทุนสูงและขั้นตอนซับซ้อน จึงมีความจำเป็นต้องออกมาตรการอุดหนุนและลดหย่อนภาษีที่เข้าถึงกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ตลอดจนพัฒนาระบบบริการแบบเบ็ดเสร็จเพื่อลดข้อจำกัดในการติดตั้ง</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<iframe width="600" height="849" src="https://datastudio.google.com/embed/reporting/9d046562-d859-4b72-85b1-64f814edad34/page/p_xf7a0tf6wc" frameborder="0" style="border:0" allowfullscreen sandbox="allow-storage-access-by-user-activation allow-scripts allow-same-origin allow-popups allow-popups-to-escape-sandbox"></iframe>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p class="wp-block-paragraph">ในมิติของสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต ปัญหาไมโครพลาสติกกำลังกลายเป็นภัยเงียบที่ปนเปื้อนในระบบนิเวศและสะสมในอวัยวะมนุษย์ ซึ่งเป็นผลจากอุตสาหกรรมแฟชั่นจานด่วนและการจัดการขยะที่ไม่เหมาะสม ภาครัฐจึงควรใช้มาตรการทางภาษีและกฎหมายเพื่อกระตุ้นให้ผู้ผลิตรับผิดชอบต่อบรรจุภัณฑ์ ท้ายที่สุดในประเด็นบ้านพักผู้สูงวัย พบว่าแม้แนวคิดการให้ผู้สูงอายุอาศัยในบ้านเดิม (Aging in Place) จะถูกผลักดันมาตลอด แต่ด้วยโครงสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนไปทำให้มีความต้องการสถานสงเคราะห์เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่เข้าถึงบริการได้ยาก รัฐบาลจึงควรส่งเสริมการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่หลากหลาย เช่น การดึงวิสาหกิจเพื่อสังคมเข้ามาบริหารจัดการพื้นที่ หรือสร้างชุมชนที่คนหลายช่วงวัยสามารถทำกิจกรรมและดูแลเกื้อกูลกันได้เพื่อลดปัญหาความโดดเดี่ยวในบั้นปลายชีวิต</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ตัวชี้วัดภาวะสังคม</strong></h2>




<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/310582">สภาพัฒน์แถลงภาวะสังคมไตรมาส 1/2569 ชี้การจ้างงานฟื้นตัว จับตาหนี้ครัวเรือนพุ่ง-ภัยเงียบ AI กระทบตลาดแรงงานไทย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อาโตมี่ จับมือ อัลฟูลเทม กรุ๊ป เปิดบริการแบ่งชำระ 0% กับ 6 แบรนด์แฟชั่นดังทั่วไทย</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/299123</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Jan 2026 06:29:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[AL-Futtaim Group Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Atome]]></category>
		<category><![CDATA[Atome Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อัลฟูลเทม กรุ๊ป ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[สศช.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อาโตมี่ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=299123</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; อาโตมี่ ประเทศไทย (Atome Tha [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/299123">อาโตมี่ จับมือ อัลฟูลเทม กรุ๊ป เปิดบริการแบ่งชำระ 0% กับ 6 แบรนด์แฟชั่นดังทั่วไทย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>อาโตมี่ ประเทศไทย (Atome Thailand)</strong> ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสินเชื่อออนไลน์ในรูปแบบ <strong>ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง (Buy Now Pay Later – BNPL)</strong> ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ <strong>บริษัท อัลฟูลเทม กรุ๊ป ประเทศไทย (AL-Futtaim Group)</strong> ผู้บริหารแฟรนไชส์แบรนด์แฟชั่นระดับโลก เพื่อยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งและเพิ่มทางเลือกการบริหารการเงินให้กับผู้บริโภคไทย โดยเปิดให้ลูกค้าสามารถเลือกแบ่งชำระค่าสินค้าได้ 3 งวด ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% ครอบคลุม 6 แบรนด์ดังกว่า 23 สาขา เพื่อตอบรับพฤติกรรมการใช้จ่ายในยุคดิจิทัลที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มศักยภาพการเข้าถึงสินเชื่อให้แก่ลูกค้ารายย่อยท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการวางแผนการเงินอย่างมีวินัย โดยลูกค้าที่ใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน <strong>Atome (อาโตมี่)</strong> สามารถชำระค่าสินค้า ณ จุดชำระเงินหน้าร้านของแบรนด์แฟชั่นชั้นนำในเครือ <strong>AL-Futtaim Group (อัลฟูลเทม กรุ๊ป)</strong> ได้แก่ <strong>Zara (ซาร่า)</strong>, <strong>Massimo Dutti (มาสซิโม ดุตติ)</strong>, <strong>Pull&amp;Bear (พูลแอนด์แบร์)</strong>, <strong>Bershka (เบอร์ชก้า)</strong>, <strong>Oysho (โอโช)</strong> และ <strong>Zara Home (ซาร่า โฮม)</strong> รวมทั้งสิ้นกว่า 23 สาขา ซึ่งคาดว่าจะช่วยดึงดูดฐานลูกค้าใหม่และตอบสนองความต้องการที่หลากหลายได้มากขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากทางเลือกการชำระเงินแล้ว <strong>Atome</strong> ยังได้จัดแคมเปญส่งเสริมการขายมอบส่วนลดพิเศษระหว่างวันที่ 26 มกราคม 2569 ถึง 30 เมษายน 2569 โดยลูกค้าที่ชำระผ่านแอปพลิเคชันจะได้รับส่วนลดสูงสุด 300 บาท สำหรับแบรนด์ <strong>Zara</strong>, <strong>Massimo Dutti</strong>, <strong>Pull&amp;Bear</strong>, <strong>Oysho</strong> และ <strong>Zara Home</strong> ส่วนแบรนด์ <strong>Bershka</strong> มอบส่วนลดสูงสุด 250 บาท โดยจำกัดสิทธิ์ 1 ครั้งต่อผู้ใช้ต่อแคมเปญ และสงวนสิทธิ์ให้แก่ผู้ที่กดรับและใช้ส่วนลดก่อนผ่านแอปพลิเคชันตามเงื่อนไขที่กำหนด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในด้านขั้นตอนการใช้งาน แพลตฟอร์มถูกออกแบบมาให้เน้นความสะดวกและปลอดภัย โดยลูกค้าใหม่สามารถลงทะเบียนผ่านระบบปฏิบัติการ <strong>Android</strong> หรือ <strong>iOS</strong> ด้วยการผูกบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตเพื่อยืนยันตัวตน เมื่อต้องการซื้อสินค้าเพียงใช้ขั้นตอนการสแกนจ่ายผ่าน QR Code และระบุยอดชำระเต็มจำนวน ระบบจะทำการคำนวณยอดแบ่งจ่ายให้อัตโนมัติ โดยงวดแรกจะชำระเพียง 1 ใน 3 ของยอดทั้งหมด ส่วนอีก 2 งวดจะชำระในจำนวนที่เท่ากันโดยไม่มีดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม หากไม่มีการผิดนัดชำระ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัจจุบันเทรนด์การใช้จ่ายแบบ <strong>ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง (BNPL)</strong> กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วทั้งในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ข้อมูลจาก <strong>สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์)</strong> หรือ <strong>สศช.</strong> คาดการณ์ว่าภายในปี 2571 มูลค่าการชำระเงินผ่านรูปแบบดังกล่าวจะสูงถึง 15,818 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเติบโตขึ้นกว่า 17 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2564 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับช่องทางการใช้จ่ายที่มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับสภาพคล่องทางการเงินส่วนบุคคล</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/299123">อาโตมี่ จับมือ อัลฟูลเทม กรุ๊ป เปิดบริการแบ่งชำระ 0% กับ 6 แบรนด์แฟชั่นดังทั่วไทย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สภาพัฒน์เปิดผลสำรวจภาวะสังคมไทยไตรมาสแรกปี 2568: การจ้างงานลด หนี้ครัวเรือนพุ่ง ความปลอดภัยทรุด</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/277014</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Jun 2025 08:25:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[การจ้างงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ความปลอดภัย]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะสังคมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[หนี้ครัวเรือน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=277014</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังค [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/277014">สภาพัฒน์เปิดผลสำรวจภาวะสังคมไทยไตรมาสแรกปี 2568: การจ้างงานลด หนี้ครัวเรือนพุ่ง ความปลอดภัยทรุด</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ –</strong> สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ได้เปิดเผย <strong>ภาวะสังคมไทยไตรมาสแรก ปี 2568</strong> พบว่าสถานการณ์โดยรวมยังคงน่ากังวล โดยเฉพาะประเด็นด้าน <strong>การจ้างงาน</strong> ที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง สวนทางกับ <strong>หนี้สินครัวเรือน</strong> ที่แม้จะชะลอการขยายตัวในไตรมาส 4 ปี 2567 แต่ <strong>หนี้เสียกลับเพิ่มขึ้น</strong> อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ <strong>ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน</strong> ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ การเจ็บป่วยด้วยโรคเฝ้าระวัง และการร้องเรียนเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคมีแนวโน้มสูงขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>สถานการณ์แรงงานไตรมาสแรกปี 2568</strong> ภาพรวมการจ้างงานปรับตัวลดลงอยู่ที่ 39.4 ล้านคน หรือลดลงร้อยละ 0.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการจ้างงานใน <strong>ภาคเกษตรกรรม</strong> ที่ลดลงร้อยละ 3.1 อย่างไรก็ตาม การจ้างงาน <strong>นอกภาคเกษตรกรรม</strong> ขยายตัวได้เล็กน้อยที่ร้อยละ 0.5 โดยเฉพาะในสาขา <strong>โรงแรมและภัตตาคาร</strong> ที่ยังคงขยายตัวร้อยละ 3.5 แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะเริ่มลดลง รวมถึงสาขา <strong>การขนส่งและเก็บสินค้า</strong> ที่ขยายตัวต่อเนื่องร้อยละ 4.5 ในขณะที่การจ้างงานใน <strong>ภาคการผลิต</strong> เริ่มหดตัวลงเล็กน้อยร้อยละ 0.4 สำหรับชั่วโมงการทำงานโดยรวมของแรงงานลดลงอยู่ที่ 40.8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์</p>



<p class="wp-block-paragraph">อัตราการว่างงานปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 0.88 จากร้อยละ 1.01 ในไตรมาสแรกของปี 2567 ทำให้มีผู้ว่างงานประมาณ 3.6 แสนคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่จบการศึกษาระดับมัธยมปลายหรือต่ำกว่า และผู้ว่างงานระยะยาวลดลงร้อยละ 14.3 หรือมีจำนวน 6.8 หมื่นคน อย่างไรก็ตาม ผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อนกว่าร้อยละ 74.3 ยังคงว่างงานเพราะหางานไม่ได้ และผู้เสมือนว่างงานมีจำนวนกว่า 4.3 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึงร้อยละ 14.6 สภาพัฒน์ชี้ว่าประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังและให้ความสำคัญคือ <strong>การประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ SMEs</strong> เนื่องจากรายงานของธนาคารโลกระบุว่าธุรกิจไทยมีการใช้นวัตกรรมน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันและการปิดกิจการ นอกจากนี้ยังต้องมีการ <strong>สร้างหลักประกันกรณีถูกเลิกจ้างให้แก่แรงงาน</strong> โดยศึกษาและกำหนดมาตรการที่ชัดเจน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับการชดเชยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และประเด็นสุดท้ายคือ <strong>เด็กจบใหม่อาจเสี่ยงตกงาน</strong> เนื่องจากผลสำรวจพบว่าผู้บริหารกว่าร้อยละ 89 มีแนวโน้มที่จะเลี่ยงการจ้างงานบัณฑิตจบใหม่ เพราะมองว่าขาดประสบการณ์ ทักษะ และมารยาททางธุรกิจ ส่งผลให้เด็กจบใหม่ต้องเตรียมความพร้อมด้านทักษะและทัศนคติ ขณะที่ภาคการศึกษาต้องเร่งปรับรูปแบบการเรียนการสอน</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>หนี้สินครัวเรือน</strong> ในไตรมาส 4 ปี 2567 มีมูลค่า 16.42 ล้านล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 0.2 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า สาเหตุมาจากความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ โดยเฉพาะจากธนาคารพาณิชย์ ส่งผลให้สัดส่วน <strong>หนี้สินครัวเรือนต่อ GDP</strong> ลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 88.4 จากร้อยละ 88.9 ในไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม คุณภาพสินเชื่อของครัวเรือนกลับลดลง โดยมูลค่า <strong>สินเชื่อส่วนบุคคลที่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs)</strong> ที่ค้างชำระเกิน 90 วันขึ้นไป ในฐานข้อมูลเครดิตบูโรมีจำนวน 1.22 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 8.94 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 8.78 ของไตรมาสที่ผ่านมา ในขณะที่สินเชื่อค้างชำระระหว่าง 30 – 90 วัน (SMLs) มีมูลค่า 5.68 แสนล้านบาท ลดลงร้อยละ 6.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ประเด็นสำคัญที่ต้องให้ความสำคัญคือ <strong>พฤติกรรมการบริโภคแบบติดหรูของคนไทย</strong> ซึ่งอาจนำไปสู่การก่อหนี้เกินตัว จากการสำรวจของมหาวิทยาลัยมหิดลพบว่า 1 ใน 3 ของคนไทยนิยมใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้า Luxury และบริการระดับพรีเมียม ทำให้มีแนวโน้มเข้าสู่วงจรหนี้ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีการผลักดันให้ <strong>สหกรณ์เข้าร่วมเป็นสมาชิกเครดิตบูโร</strong> เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยให้ประชาชนหลุดพ้นจากปัญหาหนี้สินและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อที่เป็นธรรม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้าน <strong>สุขภาพ</strong> ไตรมาสแรกปี 2568 การเจ็บป่วยด้วยโรคเฝ้าระวังเพิ่มขึ้นร้อยละ 64.1 ซึ่งเป็นผลมาจากการระบาดต่อเนื่องของ <strong>โรคไข้หวัดใหญ่</strong> และ <strong>โรคปอดอักเสบ</strong> จากไตรมาส 4 ปี 2567 นอกจากนี้ยังพบปัญหา <strong>สุขภาพจิต</strong> เพิ่มขึ้น ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญคือการแพร่ระบาดของ <strong>โรคโควิด-19 (COVID-19)</strong> ที่มีผู้ป่วยจำนวนมากขึ้น รวมถึง <strong>โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์</strong> โดยเฉพาะโรคซิฟิลิสและโรคเอชไอวี (HIV) ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การแพร่ระบาดของ <strong>โรคไข้ดำแดงในเด็ก</strong> และความเสี่ยงของการติดเชื้อ <strong>แอนแทรกซ์</strong> จากการสัมผัสหรือทานเนื้อวัวดิบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับ <strong>การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่</strong> ในไตรมาสแรกปี 2568 พบว่าค่าใช้จ่ายในการบริโภคเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.0 โดยเฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.0 ในขณะที่การบริโภคบุหรี่ลดลงร้อยละ 0.8 ซึ่งสอดคล้องกับจำนวนผู้บริโภคบุหรี่ที่ลดลงต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2554 อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องติดตามคือ <strong>5 จังหวัดที่มีผู้ดื่มหนักและถี่เสี่ยงต่อการเป็นโรค</strong> ได้แก่ บุรีรัมย์ ราชบุรี ตาก อ่างทอง และอุตรดิตถ์ นอกจากนี้ แม้จำนวนผู้สูบบุหรี่โดยรวมจะลดลง แต่พบว่า <strong>กลุ่มผู้สูบบุหรี่เป็นประจำมีจำนวนเพิ่มขึ้น</strong> และ <strong>นักสูบหน้าใหม่มีอายุน้อยลง</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน</strong> ในไตรมาสแรกปี 2568 ลดลง โดยคดีอาญารวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.2 เนื่องจากคดียาเสพติดเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 และคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.1 ในขณะที่คดีชีวิต ร่างกาย และเพศลดลงร้อยละ 6.8 การรับแจ้งอุบัติเหตุทางถนน ผู้ประสบภัยสะสมรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของผู้บาดเจ็บและผู้ทุพพลภาพ ส่วนผู้เสียชีวิตลดลงร้อยละ 11.9 ประเด็นสำคัญที่ต้องให้ความสำคัญคือ <strong>การเสียชีวิตจากการจมน้ำในเด็ก</strong> โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2558-2567) มีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำถึง 6,055 ราย ซึ่งกว่าร้อยละ 33.8 เกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม (เฉลี่ย 2.3 รายต่อวัน) นอกจากนี้ <strong>คนไทยยังคงเสี่ยงตกเป็นเหยื่อถูกหลอกลวงทางออนไลน์สูง</strong> จากรายงาน Whoscall ปี 2567 พบสายโทรศัพท์และข้อความ SMS หลอกลวงจำนวน 168 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 112 จากปี 2566 ซึ่งสูงสุดในรอบ 5 ปี โดยเฉพาะข้อความ SMS ที่แนบลิงก์ฟิชชิงที่มักแอบอ้างหน่วยงานรัฐ และสุดท้ายคือ <strong>การเตรียมพร้อมของระบบการแจ้งเตือนภัยพิบัติ</strong> ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ Cell Broadcast (CBS) ซึ่งยังคงมีข้อจำกัดด้านระบบปฏิบัติการโทรศัพท์ที่ไม่สามารถเข้ากับสัญญาณ CBS ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>การร้องเรียนของผู้บริโภค</strong> เพิ่มขึ้นในไตรมาสแรกปี 2568 ร้อยละ 36.2 โดยเฉพาะการร้องเรียนสินค้าและบริการผ่าน <strong>สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)</strong> เพิ่มขึ้นร้อยละ 39.2 ขณะที่การร้องเรียนปัญหาด้านโทรคมนาคมผ่าน <strong>สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)</strong> ลดลงร้อยละ 4.8 แต่ปัญหาด้านคุณภาพสัญญาณยังคงน่าเป็นห่วง ประเด็นที่ต้องติดตามและเฝ้าระวังคือ <strong>การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการสร้างรูปภาพเพื่อการโฆษณาสินค้าและบริการ</strong> ซึ่งอาจเข้าข่ายโฆษณาเท็จ ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และสร้างความเข้าใจผิดแก่ผู้บริโภค เนื่องจากกว่าร้อยละ 67 ของผู้บริโภคยังแยกแยะภาพ AI ได้ยาก นอกจากนี้ยังพบปัญหา <strong>เพจที่พักปลอมระบาด</strong> บนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะช่วงเทศกาล และ <strong>ค่าบริการโรงพยาบาลเอกชนที่แพงเกินความเหมาะสมและไม่เป็นธรรม</strong> โดยในปี 2568 พบราคายาและเวชภัณฑ์ในโรงพยาบาลเอกชนสูงเกินจริง เช่น ค่าน้ำเกลือขนาด 1,000 มิลลิลิตร ขายในราคา 919 บาท สูงกว่าราคาตลาดถึง 20.4 เท่า (สภาองค์กรของผู้บริโภค, 2568)</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ สภาพัฒน์ยังได้นำเสนอสถานการณ์ทางสังคมที่น่าสนใจ 3 เรื่อง ได้แก่ <strong>ช่องว่าง Soft Skills ในตลาดแรงงานไทย</strong>, <strong>OTT : บริการสื่อสมัยใหม่ควรต้องกำกับดูแลอย่างไร?</strong> และ <strong>เมื่อการเฝ้าระวังและรับมือกับชนิดพันธุ์ต่างถิ่น (Alien Species)</strong> รวมถึงบทความพิเศษเรื่อง “กรณีศึกษาการรับมือแผ่นดินไหวในต่างประเทศ”</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับประเด็น <strong>ช่องว่าง Soft Skills ในตลาดแรงงานไทย</strong> จากผลสำรวจของสภาพัฒน์ร่วมกับบริษัท ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ จำกัด (SAB) พบว่าทั้งกลุ่มแรงงานและนักศึกษาให้ความสำคัญกับ <strong>Soft Skills</strong> เป็นอย่างมาก โดยเชื่อว่า Soft Skills จะช่วยเพิ่มโอกาสในการหางานและมีความสำคัญพอ ๆ กับ Hard Skills ผู้ประกอบการกว่าร้อยละ 65 ให้ความสำคัญกับ Soft Skills และใช้เป็นหนึ่งในเงื่อนไขการคัดเลือกบุคลากร โดยเฉพาะในองค์กรขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม มีข้อค้นพบสำคัญที่ไทยต้องเร่งยกระดับ Soft Skills ของแรงงาน ได้แก่ ประเภท Soft Skills ที่แรงงานไทยให้ความสำคัญยังไม่สอดคล้องกับทิศทางของตลาดแรงงานโลก ซึ่งเน้นทักษะแห่งอนาคต เช่น การคิดวิเคราะห์ ความยืดหยุ่นคล่องตัว และความคิดสร้างสรรค์ ขณะที่แรงงานไทยยังให้ความสำคัญกับ Soft Skills ที่มีประโยชน์ต่อการทำงานในปัจจุบันเท่านั้น นอกจากนี้ นักศึกษาและแรงงานเกือบ 1 ใน 3 ยังเข้าใจทักษะ Soft Skills ไม่ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการ สถานประกอบการกว่า 1 ใน 3 ไม่มีการจัดกิจกรรมพัฒนา Soft Skills และการเรียนการสอนในระดับมหาวิทยาลัยยังพัฒนา Soft Skills น้อย ความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและภาคเอกชนในการพัฒนาทักษะ Soft Skills ยังมีจำนวนน้อย และกลุ่มนักศึกษาและแรงงานส่วนใหญ่เรียนรู้ Soft Skills ด้วยตนเอง ซึ่งอาจทำให้ทักษะไม่ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการ สภาพัฒน์เสนอว่าประเทศไทยจำเป็นต้องกำหนดแนวทางการพัฒนา Soft Skills อย่างเป็นระบบ ควบคู่ไปกับการวางกลไกสนับสนุนที่ครอบคลุมและยั่งยืน โดยเฉพาะบทบาทภาครัฐในการส่งเสริมการบูรณาการของภาคส่วนต่างๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของ <strong>OTT (Over the Top)</strong> หรือบริการคอนเทนต์ผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต พบว่ามีบทบาทสำคัญทดแทนการรับชมคอนเทนต์จากสื่อโทรทัศน์ และมีมูลค่าตลาดสูงถึง 821.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2567 และอาจเพิ่มเป็น 1,059.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2571 อย่างไรก็ตาม การที่ไทยยังขาดการควบคุมดูแลบริการ OTT ที่ชัดเจน ทำให้เกิดปัญหา เช่น ผู้บริโภคเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมได้ง่าย โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน การละเมิดเนื้อหาลิขสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้น และผู้ประกอบการ OTT สามารถอาศัยช่องว่างทางกฎหมายเอาเปรียบผู้บริโภคได้ เช่น การนำรายการทีวีดิจิทัลไปเผยแพร่บนแพลตฟอร์มโดยมีการหารายได้เพิ่มเติมจากการแทรกโฆษณา สภาพัฒน์เสนอแนะแนวทางที่ไทยอาจนำมาปรับใช้จากการดำเนินการของต่างประเทศ ได้แก่ การเร่งรัดให้มีแนวทางกำกับดูแลบริการ OTT ให้ชัดเจน การกำหนดเงื่อนไขการกำกับดูแลด้านเนื้อหาและการให้บริการให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศ และการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานผู้รับผิดชอบ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ประเด็น <strong>การเฝ้าระวังและรับมือกับชนิดพันธุ์ต่างถิ่น (Alien Species)</strong> สภาพัฒน์ระบุว่าการเข้ามาของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นเป็นความเสี่ยงต่อความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลก โดยทั่วโลกประสบปัญหาการรุกรานของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นมากกว่า 37,000 ชนิดพันธุ์ ซึ่ง 3,500 ชนิดจัดอยู่ในกลุ่มรุกราน ส่งผลให้พืชและสัตว์ท้องถิ่นร้อยละ 60 ทั่วโลกสูญพันธุ์ สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจาก สผ. ระบุว่าในปี 2561 ไทยมีชนิดพันธุ์ต่างถิ่นทั้งพืชและสัตว์ที่ขึ้นทะเบียนว่ารุกรานแล้วและมีแนวโน้มรุกรานรวมกัน 196 ชนิด ซึ่งในจำนวนนี้ 23 ชนิดถูกจัดลำดับให้มีความสำคัญสูง ตัวอย่างเช่น <strong>ปลาหมอคางดำ</strong> ที่สร้างความเสียหายต่อเกษตรกรเลี้ยงสัตว์น้ำหรือชาวประมงในตำบลแพรกหนามแดง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม สูงถึง 131.96 ล้านบาทต่อปี สาเหตุของการแพร่ระบาดมาจากการนำเข้าโดยเจตนาและไม่เจตนา ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการขาดการกำกับดูแลที่เหมาะสม นอกจากนี้ ไทยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับการป้องกัน ควบคุม หรือกำจัดชนิดพันธุ์ต่างถิ่น ซึ่งมีช่องว่างในการบังคับใช้ เช่น การขาดการประเมินความเสี่ยงก่อนอนุญาตให้นำเข้า สภาพัฒน์เสนอว่าการจัดการชนิดพันธุ์ต่างถิ่นจำเป็นต้องอาศัยวิธีการที่หลากหลาย โดยไทยควรเร่งปรับปรุงบทกฎหมายให้เฉพาะเจาะจงหรือครอบคลุมมากยิ่งขึ้น พัฒนาระบบติดตาม จัดทำฐานข้อมูล รวมถึงสนับสนุนทุนด้านการวิจัยเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ</p>



<p class="wp-block-paragraph">และสำหรับบทความพิเศษเรื่อง “<strong>กรณีศึกษาการรับมือแผ่นดินไหวในต่างประเทศ</strong>” สภาพัฒน์ชี้ว่าประเทศไทยมีความเสี่ยงต่อแผ่นดินไหวในระดับปานกลาง โดยมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหว 6-8 ครั้งต่อปี แม้แผ่นดินไหวที่ส่งผลกระทบต่อไทยส่วนใหญ่จะมีจุดศูนย์กลางนอกประเทศ แต่แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้อาคารสาธารณะและอาคารของหน่วยงานรัฐได้รับความเสียหายอย่างหนัก 48 อาคาร และเสียหายปานกลาง 304 อาคาร รวมถึงมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่ง SCB EIC ประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจไว้ถึง 3 หมื่นล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าไทยยังมีข้อจำกัดในการรับมือ สภาพัฒน์เสนอว่าประเทศไทยสามารถนำแนวทางจากต่างประเทศมาปรับใช้เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับแผ่นดินไหวได้ เช่น การปรับปรุงอาคารให้สามารถต้านทานต่อการเกิดแผ่นดินไหว การพัฒนาระบบเตือนภัยพิบัติล่วงหน้าที่สามารถช่วยให้ประชาชนเตรียมรับมือได้อย่างถูกต้อง การวางแนวทางในการช่วยเหลือและฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติ และการสร้างองค์ความรู้ในการรับมือกับสถานการณ์แผ่นดินไหวแก่ประชาชน</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/277014">สภาพัฒน์เปิดผลสำรวจภาวะสังคมไทยไตรมาสแรกปี 2568: การจ้างงานลด หนี้ครัวเรือนพุ่ง ความปลอดภัยทรุด</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สภาพัฒน์ แจง “โครงการคนละครึ่ง” ยังไม่สะเด็ดน้ำ</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/77154</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อนุชา ทองเติม]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Sep 2020 07:58:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[คนละครึ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการคนละครึ่ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=77154</guid>

					<description><![CDATA[<p>สภาพัฒน์ แจง “โครงการคนละครึ่ง” ยังไม่สะเด็ดน้ำ กระทรวงการคลังยังจัดทำรายละเอียดโครงการให้มีความสมบูรณ์</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/77154">สภาพัฒน์ แจง “โครงการคนละครึ่ง” ยังไม่สะเด็ดน้ำ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">(7 ก.ย. 63) <strong>สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ</strong> หรือ <strong>สภาพัฒน์</strong> ชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่อง “โครงการคนละครึ่ง”</p>



<p class="wp-block-paragraph">ระบุว่า ตามที่ปรากฏเป็นกระแสข่าวที่รัฐบาลจะดำเนินการมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐผ่าน “<strong>โครงการคนละครึ่ง</strong>” ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เห็นชอบในหลักการของกรอบแนวคิดโครงการในคราวประชุมเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2563 นั้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="644" height="429" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/09/w644.jpg" alt="" class="wp-image-77155" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/09/w644.jpg 644w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/09/w644-300x200.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/09/w644-414x276.jpg 414w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/09/w644-470x313.jpg 470w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/09/w644-640x426.jpg 640w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/09/w644-130x86.jpg 130w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/09/w644-187x124.jpg 187w" sizes="(max-width: 644px) 100vw, 644px" /></figure></div>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ</strong> ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการฯ ขอเรียนชี้แจงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้ โครงการคนละครึ่งที่เสนอในการประชุมคณะกรรมการฯ ยังมีลักษณะเป็นกรอบกว้าง โดยกระทรวงการคลัง จะต้องไปจัดทำรายละเอียดเพิ่มเติม อาทิ คุณสมบัติของประชาชนและร้านค้าที่จะสามารถเข้าร่วมโครงการ จำนวนประชาชนที่จะได้รับสิทธิ์ วงเงินค่าใช้จ่ายต่อวัน ระบบการลงทะเบียน กลไกในการช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกผู้ค้าที่เป็น<strong>หาบเร่ แผงลอย </strong>ให้สามารถเข้าร่วมโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ รูปแบบการชำระเงิน ซึ่งเมื่อกระทรวงการคลังจัดทำรายละเอียดโครงการที่มีความสมบูรณ์แล้ว จะนำเสนอให้คณะกรรมการฯ พิจารณาตามขั้นตอนอีกครั้งหนึ่ง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="750" height="370" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/09/1587534380212.jpg" alt="" class="wp-image-77156" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/09/1587534380212.jpg 750w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/09/1587534380212-300x148.jpg 300w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></figure></div>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น ในช่วงระหว่างนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่กระทรวงการคลังยังจัดทำรายละเอียดโครงการให้มีความสมบูรณ์ ขอให้สื่อมวลชนและประชาชนรอความชัดเจนในรายละเอียดของโครงการดังกล่าวภายหลังจากการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในครั้งต่อไป</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/77154">สภาพัฒน์ แจง “โครงการคนละครึ่ง” ยังไม่สะเด็ดน้ำ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GDP ไตรมาส 2 ติดลบ 12.2% สภาพัฒน์ ผวาการเมือง ซ้ำเติมเศรษฐกิจไทย</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/73896</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อนุชา ทองเติม]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Aug 2020 04:37:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[จีดีพี]]></category>
		<category><![CDATA[นายทศพร ศิริสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพัฒน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=73896</guid>

					<description><![CDATA[<p>สภาพัฒน์ แถลง GDP ไตรมาส 2 ติดลบ 12.2% คาดทั้งปีติดลบ 7.5%  ผวาการเมือง ซ้ำเติมเศรษฐกิจไทย</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/73896">GDP ไตรมาส 2 ติดลบ 12.2% สภาพัฒน์ ผวาการเมือง ซ้ำเติมเศรษฐกิจไทย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">(17 ส.ค. 63) <strong>นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการ</strong>พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แถลงข่าวผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ​ และรายงานภาวะสังคม ไตรมาสที่ 2/2563 โดย <strong>GDP ไตรมาส 2 ติดลบ 12.2%</strong> ประมาณการ<strong>ทั้งปีคาดว่าติดลบ 7.5%</strong> ซึ่งได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 เหมือนกับหลายประเทศทั่วโลก</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="471" height="236" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/08/1256.jpg" alt="" class="wp-image-73901" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/08/1256.jpg 471w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/08/1256-300x150.jpg 300w" sizes="(max-width: 471px) 100vw, 471px" /></figure></div>



<p class="wp-block-paragraph">โดยที่ผ่านมา การบริโภคภาคเอกชน การลงทุน การผลิต การท่องเที่ยว เกษตร ติดลบทั้งหมด มีปัจจัยเดียวที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจคือการบริโภคในประเทศและการลงทุนในภาครัฐ เศรษฐกิจที่ติดลบมาจากผลกระทบจากการปิดเมือง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ส่วนการประมาณการทั้งปี ที่คาดว่าอยู่ที่<strong>ติดลบ 7.5% </strong>นั้น ต้องขึ้นอยู่กับตัวแปรหลายอย่าง โดยคาดว่าการแพร่ระบาดของ<strong>โรคโควิด-19</strong> จะอยู่ในวงจำกัดแล้ว อยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ นอกจากนี้ ยังเห็นว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯกับจีน จะไม่นำไปสู่การกีดกันทางการค้ามากกว่านี้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>นายทศพร</strong> กล่าวว่า หลังจากนี้จะต้องมีการเร่งรัด เช่น การอนุมัติโครงการของภาครัฐ การใช้เงินกู้ &nbsp;ดูแลภาคการผลิตที่อาจเกิดผลกระทบต่อการเงิน การท่องเที่ยว การจ้างงาน SMEs </p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังต้องดูแลรักษาบรรยากาศทางการเมือง เพราะถ้ามีปัจจัยทางการเมือง เกิดความวุ่นวายขึ้นมาอีก ก็จะเกิดการซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจไทย</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/73896">GDP ไตรมาส 2 ติดลบ 12.2% สภาพัฒน์ ผวาการเมือง ซ้ำเติมเศรษฐกิจไทย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
