<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สถานการณ์ฉุกเฉิน ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<atom:link href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%89%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%89%e0%b8%b4%e0%b8%99/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://brickinfotv.com/tag/สถานการณ์ฉุกเฉิน</link>
	<description>ข่าวสาร สาระ ความรู้ และความบันเทิง</description>
	<lastBuildDate>Fri, 25 Jul 2025 07:48:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.2</generator>

<image>
	<url>https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/07/cropped-06-Favicon-Brick-100x100.png</url>
	<title>สถานการณ์ฉุกเฉิน ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<link>https://brickinfotv.com/tag/สถานการณ์ฉุกเฉิน</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“สมศักดิ์” ออก 9 ข้อสั่งการรับเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน สธ. เผยยอดผู้บาดเจ็บ 31 ราย เสียชีวิต 13 ราย</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/281839</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Nopparit Kamolsuwan]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Jul 2025 07:42:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[PHEOC]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[กัมพูชา]]></category>
		<category><![CDATA[ชายแดนไทย-กัมพูชา]]></category>
		<category><![CDATA[บุรีรัมย์]]></category>
		<category><![CDATA[ศรีสะเกษ]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์ฉุกเฉิน]]></category>
		<category><![CDATA[สมศักดิ์ เทพสุทิน]]></category>
		<category><![CDATA[สุรินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[อุบลราชธานี]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=281839</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/281839">“สมศักดิ์” ออก 9 ข้อสั่งการรับเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน สธ. เผยยอดผู้บาดเจ็บ 31 ราย เสียชีวิต 13 ราย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่า<a href="https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/98826">การกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) </a>ได้สั่งการให้วางระบบบัญชาการด้านการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อรับมือกับสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัด พร้อมออก 9 ข้อสั่งการสำคัญ โดยให้ปิดโรงพยาบาลในเขตพื้นที่เสี่ยงสูง (Hot Zone) จัดทำแผนอพยพผู้ป่วย เตรียมห้องผ่าตัดและห้องฉุกเฉินให้พร้อม รวมถึงสำรองยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น ขณะที่ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า มีประชาชนได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว 31 ราย และเสียชีวิต 13 ราย</p>



<p class="wp-block-paragraph">วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 ที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้วางระบบบริหารจัดการสถานการณ์ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์สูงสุด มอบหมายให้ นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ เป็นผู้บัญชาการส่วนกลาง และ นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้บัญชาการส่วนหน้า เพื่อประสานงานกับผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 6, 9, 10 และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั้ง 7 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-สำหร-บ-9-ข-อส-งการท-เก-ยวข-องก-บการร-บม-อสถานการณ-ได-แก">สำหรับ 9 ข้อสั่งการที่เกี่ยวข้องกับการรับมือสถานการณ์ ได้แก่ </h2>



<ol class="wp-block-list">
<li>จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) ทั้งในระดับจังหวัดและเขตสุขภาพ เพื่อวิเคราะห์และประสานงานด้านสุขภาพ</li>



<li>ประเมินสถานการณ์โรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงการปิดโรงพยาบาลในเขต Hot Zone และประสานหน่วยแพทย์ทหาร</li>



<li>วางแผนเส้นทางและระบบการส่งต่อผู้ป่วยจากพื้นที่ชายแดนไปยังสถานพยาบาลที่เหมาะสมอย่างรวดเร็วและปลอดภัย</li>



<li>จัดเตรียมโรงพยาบาลในพื้นที่และโรงพยาบาลคู่ขนานให้มีเตียงรองรับผู้ป่วยหนัก ห้องผ่าตัด และห้องฉุกเฉินที่พร้อมใช้งาน</li>



<li>ตรวจสอบและสำรองยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์กู้ชีพ และเครื่องมือที่จำเป็นให้เพียงพอ โดยเฉพาะยาและเวชภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บจากสงครามและโรคระบาดที่อาจเกิดขึ้นในภาวะฉุกเฉิน</li>



<li>ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานความมั่นคงและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อติดตามสถานการณ์ การเคลื่อนย้ายประชากร และความต้องการด้านสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง</li>



<li>สื่อสารความเสี่ยงด้านสุขภาพและให้ข้อมูลที่ชัดเจนเข้าใจง่ายแก่ผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อป้องกันการตื่นตระหนก</li>



<li>ดูแลสุขอนามัยในจุดพักพิงเพื่อป้องกันโรค เฝ้าระวังและควบคุมโรค รวมถึงให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต</li>



<li>หากมีข้อสงสัยหรือข้อขัดข้องในการปฏิบัติงาน ให้รายงานต่อศูนย์ PHEOC ส่วนกลางเพื่อขอรับการสนับสนุนอย่างเร่งด่วน</li>
</ol>



<p class="wp-block-paragraph">นายแพทย์วีรวุฒิกล่าวเสริมว่า จากการติดตามสถานการณ์เมื่อเวลา 09.00 น. พบว่ามีประชาชนได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์รวม 31 ราย และเสียชีวิต 13 ราย โดยแบ่งเป็น จังหวัดอุบลราชธานี บาดเจ็บสาหัส 2 ราย ปานกลาง 2 ราย เสียชีวิต 1 ราย, จังหวัดศรีสะเกษ บาดเจ็บสาหัส 3 ราย ปานกลาง 8 ราย เล็กน้อย 4 ราย เสียชีวิต 8 ราย, จังหวัดสุรินทร์ บาดเจ็บสาหัส 1 ราย ปานกลาง 3 ราย เล็กน้อย 6 ราย เสียชีวิต 4 ราย และจังหวัดบุรีรัมย์ บาดเจ็บปานกลาง 1 ราย และเล็กน้อย 1 ราย โดยผู้บาดเจ็บทุกรายได้รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในส่วนของสถานพยาบาล มี 7 แห่งที่ต้องปิดให้บริการ ได้แก่ <strong>โรงพยาบาลน้ำขุ่น</strong> (Nam Khun Hospital), <strong>โรงพยาบาลน้ำยืน</strong> (Nam Yuen Hospital) จังหวัดอุบลราชธานี (Ubon Ratchathani); <strong>โรงพยาบาลกันทรลักษ์</strong> (Kantharalak Hospital), <strong>โรงพยาบาลภูสิงห์</strong> (Phu Sing Hospital) จังหวัดศรีสะเกษ (Sisaket); <strong>โรงพยาบาลกาบเชิง</strong> (Kap Choeng Hospital), <strong>โรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา</strong> (Phanom Dong Rak Chalermprakiat 80 Pansa Hospital) จังหวัดสุรินทร์ (Surin); และ <strong>โรงพยาบาลบ้านกรวด</strong> (Ban Kruat Hospital) จังหวัดบุรีรัมย์ (Buriram) ขณะที่ 4 แห่งเปิดให้บริการเฉพาะห้องฉุกเฉิน ได้แก่ <strong>โรงพยาบาลนาจะหลวย</strong> (Na Chaluai Hospital) จังหวัดอุบลราชธานี; <strong>โรงพยาบาลปราสาท</strong> (Prasat Hospital), <strong>โรงพยาบาลสังขะ</strong> (Sangkhla Hospital) จังหวัดสุรินทร์; และ <strong>โรงพยาบาลประโคนชัย</strong> (Prakhon Chai Hospital) จังหวัดบุรีรัมย์ โดยภาพรวมมีการอพยพผู้ป่วยแล้ว 429 ราย และอพยพประชาชนรวม 83,170 ราย ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้กำชับให้สถานพยาบาลในสังกัดดูแลจ่ายยาอย่างเพียงพอสำหรับประชาชนที่มีโรคประจำตัวที่อพยพจากเหตุการณ์นี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/281839">“สมศักดิ์” ออก 9 ข้อสั่งการรับเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน สธ. เผยยอดผู้บาดเจ็บ 31 ราย เสียชีวิต 13 ราย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
