<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ภูเก็ต ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<atom:link href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%95/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://brickinfotv.com/tag/ภูเก็ต</link>
	<description>ข่าวสาร สาระ ความรู้ และความบันเทิง</description>
	<lastBuildDate>Wed, 15 Apr 2026 07:41:39 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.1</generator>

<image>
	<url>https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/07/cropped-06-Favicon-Brick-100x100.png</url>
	<title>ภูเก็ต ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<link>https://brickinfotv.com/tag/ภูเก็ต</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>รัฐบาลเผยภาพรวมสงกรานต์ 2569 เงินสะพัดทั่วประเทศ ภูเก็ตทำรายได้ทะลุ 4 พันล้านบาท</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/306455</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Apr 2026 07:41:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Office of the Prime Minister]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[ชลบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[ลลิดา เพริศวิวัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[สลน.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักนายกรัฐมนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=306455</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; รัฐบาลสรุปภาพรวมการจัดงาน เท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/306455">รัฐบาลเผยภาพรวมสงกรานต์ 2569 เงินสะพัดทั่วประเทศ ภูเก็ตทำรายได้ทะลุ 4 พันล้านบาท</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/163068">รัฐบาล</a>สรุปภาพรวมการจัดงาน <strong>เทศกาลสงกรานต์ 2569</strong> พบความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจคึกคักทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะการฟื้นตัวของ <strong>เศรษฐกิจฐานราก</strong> ที่ได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายภายในประเทศ กิจกรรมในแต่ละพื้นที่สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนสู่ประชาชนและผู้ประกอบการท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีไฮไลต์สำคัญอยู่ที่จังหวัดภูเก็ตซึ่งคาดการณ์รายได้เฉพาะช่วงเทศกาลพุ่งสูงกว่า 4,000 ล้านบาท</p>



<p>นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงรายละเอียดการจัดงานในพื้นที่ <strong>กรุงเทพมหานคร</strong> และภาคกลางว่า มีการกระจายจุดจัดกิจกรรมมากกว่า 91 แห่งทั่วเมือง ข้อมูลเบื้องต้น ณ วันที่ 12 เมษายน 2569 พบว่าใน 6 สถานที่หลักมีผู้เข้าร่วมงานรวมกว่า 558,561 คน โดยเฉพาะงาน <strong>สงกรานต์สยาม 2569</strong> ณ <strong>สยามสแควร์ (Siam Square)</strong> มีผู้เข้าร่วมงานสูงสุดถึง 183,544 คน ตามมาด้วย <strong>ถนนสีลม (Silom Road)</strong> และ <strong>ไอคอนสยาม (ICONSIAM)</strong> ขณะที่จังหวัดปริมณฑลและภาคกลางอย่าง <strong>สมุทรปราการ</strong> และ <strong>พระนครศรีอยุธยา</strong> เน้นการจัดกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมช่วยให้รายได้กระจายตัวสู่ชุมชนรอบนอกอย่างต่อเนื่อง</p>



<p>สำหรับพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคเหนือพบการขยายตัวของรายได้จากการจัดกิจกรรมระยะยาว โดยจังหวัด <strong>ชลบุรี (Chonburi)</strong> และ <strong>เมืองพัทยา (Pattaya)</strong> มีการจัดงาน <strong>วันไหล</strong> ต่อเนื่องไปจนถึงปลายเดือนเมษายนเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย ส่วนจังหวัด <strong>ระยอง</strong> สร้างจุดเด่นผ่านกิจกรรม <strong>สงกรานต์ถนนทุเรียน</strong> เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ด้านภาคเหนือยังคงเอกลักษณ์ <strong>ปี๋ใหม่เมือง</strong> โดยมีจังหวัด <strong>เชียงใหม่ (Chiang Mai)</strong> เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 6–17 เมษายน ควบคู่ไปกับการจัดงานในจังหวัด <strong>เชียงราย</strong> และ <strong>พะเยา</strong> ที่เน้นกิจกรรมร่วมสมัยเพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่หลากหลาย</p>



<p>ในส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักตามอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยเฉพาะ <strong>ถนนข้าวเหนียว</strong> ในจังหวัด <strong>ขอนแก่น (Khon Kaen)</strong> รวมถึงงานขนาดใหญ่ใน <strong>นครราชสีมา</strong> และ <strong>อุดรธานี</strong> ที่ส่งผลต่อการหมุนเวียนรายได้ในพื้นที่ชัดเจน ส่วนภาคใต้นั้น <strong>ภูเก็ต (Phuket)</strong> ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางหลัก ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 11–15 เมษายน จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าพื้นที่ประมาณ 149,690 คน สร้างรายได้หมุนเวียนสูงถึง 4,083 ล้านบาท ขณะที่ <strong>สงขลา</strong> และ <strong>นครศรีธรรมราช</strong> สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้เป็นจำนวนมากเช่นกัน</p>



<p>นางสาวลลิดา กล่าวทิ้งท้ายถึงภาพรวมเศรษฐกิจในครั้งนี้ว่า แม้จะมีผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจโลก แต่การท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของการใช้ซอฟต์พาวเวอร์ทางวัฒนธรรมมาเป็นเครื่องมือสร้างรายได้ “สงกรานต์ปีนี้ไม่ใช่แค่คึกคัก แต่คือรายได้ที่เกิดขึ้นจริงกับคนไทยในทุกพื้นที่ ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อยไปจนถึงภาคธุรกิจท้องถิ่น ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจฐานรากที่เห็นผลได้อย่างชัดเจน”</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/306455">รัฐบาลเผยภาพรวมสงกรานต์ 2569 เงินสะพัดทั่วประเทศ ภูเก็ตทำรายได้ทะลุ 4 พันล้านบาท</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สรุปยอดอุบัติเหตุสงกรานต์ 2569 สะสม 3 วัน เสียชีวิต 95 ราย รัฐบาลกำชับดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวต่อเนื่อง</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/306391</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Apr 2026 06:50:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[Ministry of Tourism and Sports]]></category>
		<category><![CDATA[Tourist Police Bureau]]></category>
		<category><![CDATA[กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา]]></category>
		<category><![CDATA[กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ชลบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ปภ.]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[ลลิดา เพริศวิวัฒนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=306391</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; รัฐบาลรายงานสถานการณ์อุบัติเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/306391">สรุปยอดอุบัติเหตุสงกรานต์ 2569 สะสม 3 วัน เสียชีวิต 95 ราย รัฐบาลกำชับดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวต่อเนื่อง</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> รัฐบาลรายงานสถานการณ์<a href="https://www.thaigov.go.th/th/news/163059">อุบัติเหตุในช่วงเทศกาล <strong>สงกรานต์ 2569</strong></a> ภายใต้มาตรการควบคุมเข้มข้นช่วง <strong>7 วันอันตราย</strong> พบยอดอุบัติเหตุสะสมในช่วง 3 วันแรก (10 – 12 เมษายน 2569) เกิดขึ้นรวม 581 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตแล้ว 95 ราย และบาดเจ็บ 486 ราย ขณะที่ <strong>กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (Ministry of Tourism and Sports)</strong> ได้ประสานงานร่วมกับ <strong>กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (Tourist Police Bureau)</strong> เพื่อยกระดับการดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงเทศกาล</p>



<p>นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยข้อมูลจาก <strong>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)</strong> ถึงสถิติเฉพาะวันที่ 12 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการรณรงค์ พบการเกิดอุบัติเหตุ 193 ครั้ง บาดเจ็บ 169 ราย และเสียชีวิต 24 ราย โดยภาพรวมการเกิดเหตุส่วนใหญ่ยังคงเกี่ยวข้องกับการสัญจรทางถนน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามบูรณาการความช่วยเหลือเพื่อลดความสูญเสียในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ</p>



<p>ในด้านสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ <strong>ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (Tourist Assistance Center)</strong> หรือ <strong>TAC</strong> ที่มีเครือข่าย 79 แห่งทั่วประเทศ รายงานว่าในวันที่ 12 เมษายน มีนักท่องเที่ยวต่างชาติประสบอุบัติเหตุ 2 ราย ในพื้นที่จังหวัด <strong>ภูเก็ต (Phuket)</strong> และจังหวัด <strong>ชลบุรี (Chonburi)</strong> โดยทั้งสองกรณีเป็นอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์และเป็นการบาดเจ็บทั้งหมด ส่งผลให้ยอดสะสม 3 วัน มีนักท่องเที่ยวต่างชาติประสบอุบัติเหตุรวม 7 ราย โดยยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในกลุ่มนี้</p>



<p>สำหรับการอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว ข้อมูลระบุว่ามีการให้บริการรวมทั้งสิ้น 2,218 ราย ส่วนใหญ่เป็นการให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและเส้นทางจำนวน 2,113 ราย รองลงมาเป็นการประสานงานช่วยเหลืออื่น ๆ 96 ราย การรับแจ้งเหตุของหาย 6 ราย และการประสานงานผ่านระบบสายด่วน 3 ราย ซึ่งรัฐบาลเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนเตรียมพร้อมให้บริการข้อมูลและช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านความปลอดภัย</p>



<p>นางสาวลลิดา กล่าวเน้นย้ำถึงนโยบายความปลอดภัยว่า &#8220;รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกท่านให้ขับขี่ด้วยความไม่ประมาท และยึดหลัก <strong>เมาไม่ขับ</strong> เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์ปีนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและความปลอดภัยของทุกคน&#8221; ทั้งนี้ได้มีการกำชับให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังพื้นที่จัดงานสำคัญที่มีผู้คนหนาแน่นเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน</p>



<p>ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือระหว่างการเดินทางหรือท่องเที่ยว สามารถติดต่อ <strong>ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (TAC)</strong> ได้ที่จุดบริการทั่วประเทศ หรือประสานงานผ่าน <strong>สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155</strong> ซึ่งมีการจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ไว้คอยอำนวยความสะดวกและรับเรื่องร้องเรียนตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/306391">สรุปยอดอุบัติเหตุสงกรานต์ 2569 สะสม 3 วัน เสียชีวิต 95 ราย รัฐบาลกำชับดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวต่อเนื่อง</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Scoot เปิดเส้นทางบินใหม่สู่ เบลีตุง และ ปอนเตียนัค อินโดนีเซีย พร้อมเพิ่มความถี่เที่ยวบินรับฤดูท่องเที่ยว</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/305916</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Apr 2026 09:31:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[คมนาคม]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[Scoot]]></category>
		<category><![CDATA[Sia]]></category>
		<category><![CDATA[Singapore Airlines]]></category>
		<category><![CDATA[ปอนเตียนัค]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[สกู๊ต]]></category>
		<category><![CDATA[สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[เบลีตุง]]></category>
		<category><![CDATA[เลสลี่ ถง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=305916</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; สายการบิน สกู๊ต (Scoot) สายก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/305916">Scoot เปิดเส้นทางบินใหม่สู่ เบลีตุง และ ปอนเตียนัค อินโดนีเซีย พร้อมเพิ่มความถี่เที่ยวบินรับฤดูท่องเที่ยว</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> สายการบิน <strong>สกู๊ต (Scoot)</strong> สายการบินราคาประหยัดในเครือ <strong>สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส (Singapore Airlines &#8211; SIA)</strong> ประกาศขยายโครงข่ายการบินในประเทศอินโดนีเซียด้วยการเปิด 2 เส้นทางใหม่สู่ <strong>เบลีตุง (Belitung)</strong> และ <strong>ปอนเตียนัค (Pontianak)</strong> โดยเตรียมเริ่มให้บริการในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2569 ตามลำดับ พร้อมกันนี้ยังได้ปรับเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางยอดนิยมรวมถึง <strong>ภูเก็ต (Phuket)</strong> เพื่อรองรับความต้องการเดินทางที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงวันหยุดพักผ่อน</p>



<p>สำหรับการขยายเส้นทางในครั้งนี้ <strong>สกู๊ต (Scoot)</strong> จะนำเครื่องบินแบบ <strong>Embraer E190-E2</strong> มาใช้ทำการบิน โดยเส้นทางสู่ <strong>เบลีตุง (Belitung)</strong> เกาะที่มีความโดดเด่นทางธรณีวิทยาและธรรมชาติในจังหวัดหมู่เกาะเบลีตุง จะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2569 จำนวน 2 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ขณะที่เส้นทางสู่ <strong>ปอนเตียนัค (Pontianak)</strong> เมืองหลวงของจังหวัดกาลิมันตันตะวันตก ซึ่งตั้งอยู่บนเส้นศูนย์สูตรและแม่น้ำกาปูอัส จะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2569 จำนวน 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยเปิดราคาค่าโดยสารชั้นประหยัดเริ่มต้นที่ 3,100 บาท และ 4,100 บาท ตามลำดับ</p>



<p>นอกจากการเปิดเส้นทางใหม่แล้ว สายการบินยังมีการปรับเพิ่มเที่ยวบินในเส้นทางเดิมเพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสาร โดยในส่วนของประเทศไทย เส้นทางสู่ <strong>ภูเก็ต (Phuket)</strong> จะมีการปรับเพิ่มจาก 17 เที่ยวบิน เป็น 21 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไป รวมถึงการเพิ่มเที่ยวบินสู่จุดหมายปลายทางอื่น ๆ ในอินโดนีเซีย เช่น <strong>บาหลี (Bali)</strong> และ <strong>จาการ์ตา (Jakarta)</strong> ที่จะปรับเพิ่มเป็น 35 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ รวมถึงเส้นทาง <strong>ลาบวนบาโจ (Labuan Bajo)</strong> <strong>ลอมบอก (Lombok)</strong> และ <strong>มานาโด (Manado)</strong> ที่จะเพิ่มความถี่ในช่วงเวลาเดียวกัน</p>



<p>ในส่วนของเครือข่ายการบินระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ <strong>สกู๊ต (Scoot)</strong> ได้ขยายบริการไปยังเอเชียเหนือและยุโรปเพิ่มเติม โดยเพิ่มเที่ยวบินสู่ <strong>โอกินาวา (Okinawa)</strong> และ <strong>ฉางซา (Changsha)</strong> รวมถึงเส้นทางสู่ <strong>เวียนนา (Vienna)</strong> ประเทศออสเตรีย ซึ่งจะช่วยให้เครือข่ายการบินของสกู๊ตครอบคลุมจุดหมายปลายทางรวม 85 แห่ง ใน 18 ประเทศและเขตปกครองทั่วโลก</p>



<p><strong>นายเลสลี่ ถง (Leslie Thng)</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ <strong>สกู๊ต (Scoot)</strong> ระบุว่า &#8220;การเปิดเส้นทางบินใหม่สู่ <strong>เบลีตุง (Belitung)</strong> และ <strong>ปอนเตียนัค (Pontianak)</strong> ไม่เพียงช่วยขยายเครือข่ายของสกู๊ตในประเทศอินโดนีเซีย แต่ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านการเชื่อมต่อเครือข่ายของกลุ่ม <strong>สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส (Singapore Airlines)</strong> ผ่านศูนย์กลางที่สิงคโปร์ อีกทั้งการเพิ่มความถี่เที่ยวบินในหลายเส้นทางยอดนิยมยังช่วยรองรับความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้นในช่วงวันหยุดปิดเทอม&#8221;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ตารางเที่ยวบินดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามการอนุมัติจากหน่วยงานภาครัฐและข้อกำหนดด้านการบินในแต่ละพื้นที่ โดยผู้โดยสารสามารถตรวจสอบข้อมูลและสำรองที่นั่งผ่านช่องทางออนไลน์ของสายการบินได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/305916">Scoot เปิดเส้นทางบินใหม่สู่ เบลีตุง และ ปอนเตียนัค อินโดนีเซีย พร้อมเพิ่มความถี่เที่ยวบินรับฤดูท่องเที่ยว</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AIS เตรียมความพร้อมเครือข่ายมือถือและเน็ตบ้าน รับเทศกาลสงกรานต์ 2569 คาดคนไทยใช้งานผ่านระบบออนไลน์เพิ่มสูงขึ้น</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/305792</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Apr 2026 09:34:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Advanced Info Service]]></category>
		<category><![CDATA[AIS]]></category>
		<category><![CDATA[กิตติ งามเจตนรมย์]]></category>
		<category><![CDATA[ขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนข้าวสาร]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนสีลม]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[ยอดชาย อัศวธงชัย]]></category>
		<category><![CDATA[สนามหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[สยามสแควร์]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เอไอเอส]]></category>
		<category><![CDATA[แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=305792</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; เอไอเอส (AIS) ประกาศความพร้อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/305792">AIS เตรียมความพร้อมเครือข่ายมือถือและเน็ตบ้าน รับเทศกาลสงกรานต์ 2569 คาดคนไทยใช้งานผ่านระบบออนไลน์เพิ่มสูงขึ้น</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>เอไอเอส (AIS)</strong> ประกาศความพร้อมในการดูแลโครงข่ายดิจิทัล ทั้งระบบ<strong>เครือข่ายมือถือ</strong>และ<strong>อินเทอร์เน็ตบ้าน</strong> เพื่อรองรับการใช้งานของประชาชนในช่วง<strong>เทศกาลสงกรานต์ 2569</strong> ซึ่งคาดการณ์ว่าในปีนี้จะมีปริมาณการใช้งานดาต้าเพิ่มสูงขึ้นจากการเดินทางท่องเที่ยว การกลับภูมิลำเนา รวมถึงกลุ่มที่เลือกพักผ่อนอยู่กับครอบครัวที่บ้าน โดยมีการนำเทคโนโลยี <strong>AI</strong> และระบบ <strong>Autonomous Network Monitoring</strong> เข้ามาช่วยบริหารจัดการและเฝ้าระวังประสิทธิภาพการใช้งานแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การสื่อสารราบรื่นในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ</p>



<p>สำหรับการเตรียมความพร้อมในส่วนของเครือข่ายมือถือ <strong>AIS</strong> ได้เพิ่มศักยภาพการรองรับในพื้นที่ที่มีการใช้งานหนาแน่น โดยเฉพาะจุดจัดกิจกรรม<strong>สงกรานต์</strong>และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ อาทิ <strong>สงกรานต์สยาม 2569</strong> ณ <strong>สยามสแควร์</strong>, งาน <strong>S2O Songkran Music Festival</strong>, ถนนข้าวสาร, ถนนสีลม และสนามหลวง รวมถึงพื้นที่หัวเมืองใหญ่ เช่น เชียงใหม่, ขอนแก่น, ชลบุรี, ภูเก็ต และสงขลา เพื่อรองรับการสื่อสารและการแชร์เนื้อหาผ่านโซเชียลมีเดียในรูปแบบวิดีโอและภาพถ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเทศกาล</p>



<p><strong>นายกิตติ งามเจตนรมย์</strong> หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี <strong>เอไอเอส (AIS)</strong> เปิดเผยว่า &#8220;ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งมีทั้งการเดินทาง การท่องเที่ยว และการร่วมกิจกรรมขนาดใหญ่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ AIS ได้เตรียมความพร้อมเครือข่ายมือถืออย่างเต็มที่ เพื่อรองรับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งการสื่อสาร การแชร์ภาพและวิดีโอแบบเรียลไทม์ รวมถึงการใช้งานดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างๆ เราได้นำ AI และระบบ Autonomous Network Monitoring เข้ามาช่วยวิเคราะห์และบริหารจัดการโครงข่ายอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ลูกค้าใช้งานเครือข่ายมือถือได้อย่างมั่นใจ ราบรื่น และมีคุณภาพในทุกพื้นที่สำคัญตลอดช่วงเทศกาล&#8221;</p>



<p>ในด้านบริการอินเทอร์เน็ตบ้าน <strong>AIS 3BB FIBRE3</strong> ได้เตรียมรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีแนวโน้มพักผ่อนอยู่กับบ้านเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะมีการใช้งานผ่านการรับชมสตรีมมิงบนแพลตฟอร์ม <strong>AIS PLAY</strong> การเล่นเกมออนไลน์ และการสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัลภายในครอบครัวในช่วงวันหยุดยาวนี้ ซึ่งโครงข่ายบรอดแบนด์ได้รับการปรับปรุงให้มีความเสถียรเพื่อรองรับการเชื่อมต่อพร้อมกันในปริมาณมากได้อย่างต่อเนื่อง</p>



<p><strong>นายยอดชาย อัศวธงชัย</strong> หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจบรอดแบนด์ <strong>เอไอเอส (AIS)</strong> ระบุว่า &#8220;สงกรานต์ปีนี้ AIS มองว่าเน็ตบ้านยังคงมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้บริโ้มคมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่หลายครอบครัวเลือกใช้เวลาอยู่บ้านร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการรับชมความบันเทิงออนไลน์ การติดต่อสื่อสาร หรือการใช้งานดิจิทัลภายในครัวเรือน เราจึงได้เตรียมความพร้อมโครงข่ายบรอดแบนด์อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อให้ลูกค้า AIS 3BB FIBRE3 ใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้านได้อย่างเสถียร รวดเร็ว และต่อเนื่อง สร้างความอุ่นใจตลอดช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้&#8221;</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/305792">AIS เตรียมความพร้อมเครือข่ายมือถือและเน็ตบ้าน รับเทศกาลสงกรานต์ 2569 คาดคนไทยใช้งานผ่านระบบออนไลน์เพิ่มสูงขึ้น</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ชำระคืนหุ้นกู้ 2 รุ่น รวม 2,135 ล้านบาท ครบถ้วนตามกำหนด</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/304244</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Mar 2026 07:04:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ORI]]></category>
		<category><![CDATA[Origin Property Public Company Limited]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พีระพงศ์ จรูญเอก]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเก็ต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=304244</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/304244">ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ชำระคืนหุ้นกู้ 2 รุ่น รวม 2,135 ล้านบาท ครบถ้วนตามกำหนด</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> บริษัท <strong>ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้</strong> จำกัด (มหาชน) หรือ <strong>ORI</strong> ประกาศความสำเร็จในการชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดสะท้อนวินัยทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยได้จ่ายคืนหุ้นกู้จำนวน 2 รุ่น รวมเป็นเงินกว่า 2,135 ล้านบาท เต็มจำนวนตามกำหนดการในวันที่ 22 มีนาคม 2569 พร้อมกางแผนดำเนินธุรกิจปี 2569 ภายใต้กลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงสู่ธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและเตรียมรับมอบโครงการคอนโดมิเนียมใหม่รวม 7 แห่งทั่วประเทศ</p>



<p>นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท <strong>ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้</strong> จำกัด (มหาชน) หรือ <strong>Origin Property (ORI)</strong> เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ดำเนินการชำระคืนหุ้นกู้ (Rollover) จำนวน 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น <strong>ORI263A</strong> และ <strong>ORI263B</strong> รวมมูลค่า 2,135 ล้านบาท เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้อย่างต่อเนื่องทุุกรุ่น เพื่อรักษาความเชื่อมั่นต่อผู้ถือหุ้นและนักลงทุนในระยะยาว</p>



<p>สำหรับการเติบโตในอนาคต <strong>ออริจิ้น</strong> ได้วางแผนกระจายความเสี่ยงผ่านกลยุทธ์ <strong>Diversify</strong> ซึ่งไม่ได้จำกัดเพียงการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อขายเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (<strong>Recurring Income</strong>) เช่น กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว (<strong>Hospitality and Tourism &amp; Service</strong>) และกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ (<strong>Logistics and Warehouse</strong>) รวมถึงการบริหารจัดการสินทรัพย์ผ่านการนำเข้ากองรีท (<strong>REIT</strong>) เพื่อสร้างผลตอบแทนและกระแสเงินสดรองรับการขยายตัวของธุรกิจ</p>



<p>“บริษัทฯ ขอขอบคุณผู้ถือหุ้นกู้ทุกท่านที่มอบความไว้วางใจ วันนี้การพัฒนาและการลงทุนของเราดำเนินไปอย่างแข็งแกร่งตามแผนงานที่วางไว้ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเก็บเกี่ยวผลสำเร็จจากโครงการต่างๆ ที่ได้ลงทุนไปก่อนหน้า การชำระคืนหุ้นกู้ตรงตามกำหนดในทุกชุดที่ผ่านมา จึงไม่ได้เป็นเพียงหน้าที่ แต่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันถึงวินัยทางการเงินที่เข้มงวด ความมั่นคงของกลุ่มบริษัท และความรับผิดชอบที่เรามีต่อทุกคน” นายพีระพงศ์ กล่าว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="819" height="1024" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/03/ori-repay-debentures-2135-million-baht-2026-819x1024.webp" alt="" class="wp-image-304246" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/03/ori-repay-debentures-2135-million-baht-2026-819x1024.webp 819w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/03/ori-repay-debentures-2135-million-baht-2026-240x300.webp 240w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/03/ori-repay-debentures-2135-million-baht-2026-768x960.webp 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/03/ori-repay-debentures-2135-million-baht-2026-1229x1536.webp 1229w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/03/ori-repay-debentures-2135-million-baht-2026-1638x2048.webp 1638w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/03/ori-repay-debentures-2135-million-baht-2026.webp 2000w" sizes="(max-width: 819px) 100vw, 819px" /></figure>



<p>นอกจากนี้ ณ สิ้นปี 2568 บริษัทฯ มียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (<strong>Backlog</strong>) มูลค่ารวม 36,518 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องในช่วง 4 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะในปี 2569 มีแผนส่งมอบโครงการคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่รวม 7 โครงการ มูลค่ารวม 14,400 ล้านบาท ซึ่งมียอดจองล่วงหน้าแล้วกว่า 10,000 ล้านบาท ครอบคลุมทำเลศักยภาพทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อาทิ โครงการ ดิ ออริจิ้น กระทู้ป่าตอง ภูเก็ต (<strong>The Origin Kathu Patong</strong>), โซ ออริจิ้น ศิริราช (<strong>So Origin Siriraj</strong>) และโครงการเรือธงอย่าง ดิ ออริจิ้น ทองหล่อเวิลด์ ทาวเวอร์ 4 (<strong>The Origin Thonglor World</strong>)</p>



<p>ในปี 2569 <strong>ออริจิ้น กรุ๊ป</strong> (<strong>ORIGIN GROUP</strong>) ได้ประกาศทิศทางธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ <strong>ORIGIN Portfolio Evolution 2026</strong> โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 25,000 ล้านบาท และเป้ารายได้รวม 10,000 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจในลักษณะ <strong>Holding Company</strong> โดยแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ ธุรกิจคอนโดมิเนียมภายใต้ <strong>ออริจิ้น เวอร์ติเคิล</strong> (<strong>ORIGIN VERTICAL</strong>), ธุรกิจบ้านจัดสรรภายใต้ <strong>บริทาเนีย</strong> (<strong>Britania &#8211; BRI</strong>), ธุรกิจบริการภายใต้ <strong>พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น</strong> (<strong>Primo Service Solution &#8211; PRI</strong>), ธุรกิจโรงแรมภายใต้ <strong>ออริจิ้น โฮเทล</strong> (<strong>ORIGIN HOTEL</strong>) และธุรกิจโลจิสติกส์ภายใต้ <strong>แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น</strong> (<strong>ALPHA</strong>)</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/304244">ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ชำระคืนหุ้นกู้ 2 รุ่น รวม 2,135 ล้านบาท ครบถ้วนตามกำหนด</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยครองแชมป์จุดหมายยอดนิยมกลุ่มนักท่องเที่ยวรัสเซียช่วงฤดูหนาว พบเทรนด์ท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และวิลลาโตพุ่ง</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/303582</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 15 Mar 2026 04:08:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Medical Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[Yango Ads]]></category>
		<category><![CDATA[กระบี่]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพฯ]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[พัทยา]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[ยังโก แอดส์]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เนฮะ ดาวาร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=303582</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; ประเทศไทยยังคงรักษาตำแหน่งจุ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/303582">ไทยครองแชมป์จุดหมายยอดนิยมกลุ่มนักท่องเที่ยวรัสเซียช่วงฤดูหนาว พบเทรนด์ท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และวิลลาโตพุ่ง</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> ประเทศไทยยังคงรักษาตำแหน่งจุดหมายปลายทางหลักของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใช้ภาษารัสเซียอย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาวที่ความต้องการเดินทางพุ่งสูงขึ้น รายงานล่าสุดระบุว่าไทยติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลกในฐานะศูนย์กลาง <strong>การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism)</strong> ขณะที่เมืองท่องเที่ยวรองอย่าง <strong>เชียงใหม่ (Chiang Mai)</strong> และ <strong>กระบี่ (Krabi)</strong> เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่ไปกับพฤติกรรมการจองที่พักแบบ <strong>วิลลา (Villa)</strong> และการจองการเดินทางแบบกระชั้นชิดที่สูงถึง 95% ของยอดการค้นหาทั้งหมด</p>



<p>ข้อมูลจากรายงานการท่องเที่ยวไตรมาสที่ 4 ปี 2568 โดย <strong>ยังโก แอดส์ (Yango Ads)</strong> ระบุว่าปริมาณการค้นหาข้อมูลการเดินทางมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้ไทยครองอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน เหนือกว่าเวียดนาม อินเดีย และญี่ปุ่น ส่วนในระดับโลกประเทศไทยอยู่ในอันดับ 5 ตามหลังเพียงตุรกี จีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอียิปต์ นอกจากนี้ในเซกเมนต์เฉพาะทางอย่างการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ พบว่าความสนใจเดินทางมาไทยเพื่อรับบริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบรายปี โดยเฉพาะบริการ <strong>สปา (Spa)</strong> ที่มีการค้นหาเพิ่มขึ้นถึง 45% ตามด้วยการตรวจวินิจฉัยและทันตกรรม</p>



<p>ในส่วนของจุดหมายปลายทาง พบว่า <strong>กรุงเทพฯ (Bangkok)</strong> มียอดการค้นหาเพิ่มขึ้น 8% จากปัจจัยด้านงานอีเวนต์และกิจกรรมทางธุรกิจ แต่ที่น่าจับตามองคือ <strong>เชียงใหม่</strong> ที่มียอดการค้นหาพุ่งสูงขึ้นถึง 24% ซึ่งได้รับอานิสงส์จากเทศกาลปลายปีและสภาพอากาศที่เย็นสบาย ส่วน <strong>กระบี่</strong> เติบโตขึ้น 16% จากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มองหาการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและความเป็นส่วนตัว โดยพฤติกรรมการเลือกที่พักนั้น นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น ส่งผลให้ที่พักประเภท <strong>วิลลา</strong> มีสัดส่วนการค้นหาสูงถึง 69% ในกลุ่มที่พักนอกเหนือจากโรงแรม</p>



<p>พฤติกรรมการจองการเดินทางของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เปลี่ยนไปสู่รูปแบบ <strong>การจองใกล้วันเดินทาง (Last-Minute Bookings)</strong> อย่างชัดเจน โดยพบว่า 95% ของการค้นหาทัวร์และที่พักเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้กับวันเดินทางจริง สะท้อนถึงความต้องการความยืดหยุ่นและการใช้งานแพลตฟอร์มดิจิทัลที่รองรับระบบราคาตามความต้องการจริง (Dynamic Pricing) ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและการพักผ่อนแบบครอบครัวท่ามกลางธรรมชาติมากกว่าที่พักเพื่อธุรกิจ</p>



<p>นางสาวเนฮะ ดาวาร์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ <strong>ยังโก แอดส์ (Yango Ads)</strong> ประเทศไทย ให้ความเห็นว่า &#8220;ประเทศไทยยังคงขึ้นแท่นเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากนักท่องเที่ยวที่ใช้ภาษารัสเซีย โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่มีความต้องการเดินทางสูง พร้อมกับความสนใจในการสำรวจจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ ในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศมากขึ้น ในขณะที่การแข่งขันระหว่างโรงแรม สายการบิน ตัวแทนการท่องเที่ยวออนไลน์ และผู้ประกอบการทัวร์มีความเข้มข้นมากขึ้น การใช้กลยุทธ์การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจึงมีบทบาทสำคัญในการเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง&#8221;</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/303582">ไทยครองแชมป์จุดหมายยอดนิยมกลุ่มนักท่องเที่ยวรัสเซียช่วงฤดูหนาว พบเทรนด์ท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และวิลลาโตพุ่ง</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดีป้า เปิดตัวโครงการ OTOD ซีซัน 3 หนุนชุมชนเข้าถึงเทคโนโลยีโดรนและแทรกเตอร์อัจฉริยะ</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/301509</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Feb 2026 06:26:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[1 ตำบล 1 ดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[DEPA]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Economy Promotion Agency]]></category>
		<category><![CDATA[OTOD]]></category>
		<category><![CDATA[ขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[ชลบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ดีป้า]]></category>
		<category><![CDATA[พระนครศรีอยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[พิษณุโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[สงขลา]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[อุบลราชธานี]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรอัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[โดรนเพื่อการเกษตร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=301509</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/301509">ดีป้า เปิดตัวโครงการ OTOD ซีซัน 3 หนุนชุมชนเข้าถึงเทคโนโลยีโดรนและแทรกเตอร์อัจฉริยะ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ <strong>ดีป้า (depa)</strong> ประกาศเปิดรับสมัครกลุ่มชุมชนและเกษตรกรทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ <strong>1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซัน 3</strong> หรือ <strong>One Tambon One Digital (OTOD #3)</strong> เพื่อยกระดับทักษะการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ผ่านดิจิทัลสตาร์ทอัพไทย เน้นการประยุกต์ใช้ <strong>โดรนเพื่อการเกษตร</strong> แทรกเตอร์อัจฉริยะ และระบบจัดการแปลงอัตโนมัติ เพื่อลดต้นทุนแรงงานและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างยั่งยืน</p>



<p>เป้าหมายหลักของโครงการในซีซันนี้ คือการส่งเสริมให้เกิดการนำเทคโนโลยีจากบัญชีบริการดิจิทัล (<strong>Thailand Digital Catalog</strong>) มาใช้งานจริงในภาคการเกษตร โดยเทคโนโลยีทั้ง 3 ประเภทที่เปิดให้ยื่นข้อเสนอประกอบด้วย <strong>โดรนเพื่อการเกษตร (Agricultural Drone)</strong>, <strong>แทรกเตอร์การเกษตรอัจฉริยะ</strong> และ <strong>ระบบบริหารจัดการแปลงอัตโนมัติ</strong> ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผน ควบคุม และติดตามผลการเพาะปลูกได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังมุ่งหวังให้เกิดอาชีพใหม่ในชุมชน เช่น ผู้ให้บริการบินโดรน และช่างซ่อมบำรุงเครื่องจักรกลเกษตร เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากตามแนวคิดชุมชนดี รายได้ดี ด้วยดิจิทัล</p>



<p>โครงการ <strong>OTOD #3</strong> เตรียมจัดกิจกรรม <strong>Accelerate Digital Agriculture &amp; Pitching Day</strong> ใน 8 จังหวัดเศรษฐกิจ ได้แก่ เชียงใหม่, พิษณุโลก, พระนครศรีอยุธยา, สงขลา, ภูเก็ต, ชลบุรี, อุบลราชธานี และขอนแก่น โดยกิจกรรมจะเน้นการเวิร์กชอปยกระดับทักษะ 4 หัวข้อสำคัญ คือ เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ, การสร้างดิจิทัลคอนเทนต์, การเตรียมข้อเสนอเพื่อเข้าถึงแหล่งทุน และชุมชนเศรษฐกิจสีเขียว พร้อมเปิดพื้นที่ให้มีการเจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างเกษตรกรและผู้พัฒนาเทคโนโลยี (AgriTech Showcase)</p>



<p>สำหรับการสนับสนุนในครั้งนี้ <strong>ดีป้า</strong> แบ่งเกณฑ์การส่งเสริมออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่</p>



<ol start="1" class="wp-block-list">
<li><strong>ประเภทการยกระดับกลุ่มชุมชน (d-community):</strong> สำหรับชุมชนที่จดทะเบียนกับหน่วยงานรัฐ มีสมาชิกไม่น้อยกว่า 20 ครัวเรือน และพร้อมสมทบงบประมาณไม่น้อยกว่า 50% โดยจะสนับสนุนรายละไม่เกิน 150,000 บาท จำนวน 330 ราย</li>



<li><strong>ประเภทการยกระดับธุรกิจชุมชนบริการดิจิทัล (d-startup):</strong> สำหรับบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนไม่เกิน 3 ปี ที่ต้องการทำธุรกิจบริการซ่อมบำรุงเทคโนโลยีเกษตร โดยสนับสนุนรายละไม่เกิน 200,000 บาท จำนวน 33 ราย ทั้งนี้ ผู้สมัครต้องไม่เคยได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการในซีซัน 2 มาก่อน</li>
</ol>



<p>เกษตรกรและชุมชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ <strong>1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซัน 3</strong> สามารถศึกษารายละเอียดและสมัครได้ที่เว็บไซต์ของโครงการ หรือติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์ของ <strong>สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล</strong> เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำเทคโนโลยีไปเปลี่ยนโฉมการทำงานในพื้นที่ของตนเองให้มีประสิทธิภาพและก้าวทันยุคดิจิทัล</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/301509">ดีป้า เปิดตัวโครงการ OTOD ซีซัน 3 หนุนชุมชนเข้าถึงเทคโนโลยีโดรนและแทรกเตอร์อัจฉริยะ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TCEB ชูศักยภาพเมืองไมซ์ เตรียมเป็นเจ้าภาพ 3 งานประชุมนานาชาติปี 2569 คาดเงินสะพัด 350 ล้านบาท</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/301467</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 22 Feb 2026 14:17:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[TCEB]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[ททท.]]></category>
		<category><![CDATA[ทีเส็บ]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิกิตติ์ รักแต่งาม]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภวรรณ ตีระรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[สุวิทย์ พันธ์เสงี่ยม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=301467</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; จังหวัดภูเก็ตเตรียมยกระดับสู [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/301467">TCEB ชูศักยภาพเมืองไมซ์ เตรียมเป็นเจ้าภาพ 3 งานประชุมนานาชาติปี 2569 คาดเงินสะพัด 350 ล้านบาท</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>จังหวัดภูเก็ต</strong>เตรียมยกระดับสู่การเป็นเมือง<strong>ไมซ์</strong> (<strong>MICE</strong>) ระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบ หลัง<strong>สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)</strong> หรือ <strong>ทีเส็บ</strong> (<strong>TCEB</strong>) ผนึกกำลังภาครัฐและเอกชน ดึง 3 <strong>งานประชุมนานาชาติ</strong>สุดยิ่งใหญ่ ทั้งด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ความหลากหลายทางเพศ และสุขภาพ มาจัดที่<strong>ภูเก็ต</strong>ในปี 2569 คาดการณ์ว่าจะดึงดูดผู้ร่วมงานทั้งชาวไทยและต่างชาติได้กว่า 2,100 คน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนใน<strong>เศรษฐกิจ</strong>ราว 351.40 ล้านบาท และก่อให้เกิดการจ้างงานใหม่ถึง 484 ตำแหน่ง</p>



<p>สำหรับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม<strong>ไมซ์</strong> (<strong>MICE</strong>) ซึ่งเป็นธุรกิจท่องเที่ยวที่ผสมผสานการเดินทางเข้ากับการทำงานหรือการประชุมนั้น ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ<strong>ทีเส็บ</strong> (<strong>TCEB</strong>) ระบุว่า การทำงานร่วมกับ<strong>จังหวัดภูเก็ต</strong>จะทำให้ประเทศไทยสามารถเชื่อมต่อกับระดับโลกได้ผ่านการพัฒนาภาพลักษณ์ของเมือง เพราะปัจจุบันการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป &#8220;ภูเก็ตคือเมืองไมซ์ต้นแบบที่สามารถนำงานไมซ์มาเป็นกลไกยกระดับเมืองและสร้างโอกาสด้านการค้า การลงทุนและการพัฒนาที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ของทีเส็บในการดึงงานระดับโลกมาสู่ประเทศไทยอย่างมีเป้าหมาย กลยุทธ์การพัฒนาเมืองไมซ์ภูมิภาคให้สร้างแบรนด์เฉพาะด้านตามยุทธศาสตร์เมืองและกลยุทธ์กระจายการจัดงานระดับนานาชาติไปยังเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศ ไม่จำกัดเฉพาะในกรุงเทพมหานคร&#8221;</p>



<p>ด้านนายสุวิทย์ พันธ์เสงี่ยม รองผู้ว่าราชการ<strong>จังหวัดภูเก็ต</strong> กล่าวถึงความพร้อมว่า &#8220;จังหวัดภูเก็ต กำลังใช้ ‘ไมซ์’ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคุณภาพ เพราะงานประชุมนานาชาติไม่ได้สร้างรายได้เฉพาะภาคท่องเที่ยว แต่กระจายประโยชน์ไปถึงธุรกิจท้องถิ่นและชุมชนอย่างชัดเจน การเป็นเมืองเจ้าภาพจัดงานสำคัญครั้งนี้สะท้อนความพร้อมของภูเก็ตในฐานะเมืองไมซ์ระดับนานาชาติ และช่วยยกระดับภาพลักษณ์เมือง เพิ่มโอกาสการลงทุน และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน&#8221; พร้อมย้ำว่าทั้ง 3 งานสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเมือง ทั้งเรื่องความยั่งยืน ความหลากหลายทางเพศและวัฒนธรรม รวมถึงส่งเสริมเศรษฐกิจระดับสูงอย่างกลุ่มธุรกิจสุขภาพ</p>



<p>ขณะที่นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม ประธานมูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืนและตัวแทนภาคเอกชน<strong>จังหวัดภูเก็ต</strong> มองว่าเป้าหมายสำคัญไม่ใช่แค่การจัดงาน แต่คือการพัฒนามุมมองและการทำธุรกิจของคนในจังหวัด โดยเฉพาะงานด้านสุขภาพที่มีมูลค่าบัตรเข้าชมสูงถึงราว 6,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 186,000 บาท) ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงในท้องถิ่น &#8220;ในฐานะตัวแทนภาคเอกชนภูเก็ต ผมยินดีที่เมืองได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพสามงานประชุมระดับโลก ซึ่งเป็นผลจากความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างภาครัฐและเอกชนในการขับเคลื่อน 7 ยุทธศาสตร์จังหวัด โดยเรามุ่งเน้นการนำศักยภาพด้านความยั่งยืนและบริการสุขภาพระดับสากลมาสร้างผลลัพธ์ใหม่ ๆ ที่จับต้องได้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีโลกอย่างมีกลยุทธ์ ขณะเดียวกันยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลความสุขของคนในท้องถิ่น&#8221;</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-สำหร-บงานประช-มนานาชาต-3-งานใหญ-ท-จะจ-ดข-นท-จ-งหว-ดภ-เก-ตในป-2569-ประกอบด-วย">สำหรับงานประชุมนานาชาติ 3 งานใหญ่ที่จะจัดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ตในปี 2569 ประกอบด้วย</h2>



<ul class="wp-block-list">
<li>งานประชุมด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน Global Sustainable Tourism Conference (GSTC) 2026 ระหว่างวันที่ 21-24 เมษายน 2569 คาดว่าจะมีผู้ร่วมงาน 900 คน</li>



<li>งานประชุมสมาคมผู้จัดงานไพรด์สากล InterPride General Meeting &amp; World Conference 2026 ระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2569 คาดว่าจะมีตัวแทนจากองค์กร Pride ทั่วโลกเข้าร่วม 400-500 คน</li>



<li>งานประชุมด้านสุขภาพระดับโลก Global Wellness Summit 2026 (GWS 2026) ระหว่างวันที่ 10-13 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงาน 600-700 คน<br>นอกจากการกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานแล้ว</li>
</ul>



<p>ซึ่งผู้อำนวยการ<strong>ทีเส็บ</strong> (<strong>TCEB</strong>) ระบุว่างานนี้จะเป็นรากฐานสำคัญในการผลักดันไทยสู่การเป็นผู้จัดงาน World Pride ในอนาคต และปิดท้ายด้วยงาน <strong>Global Wellness Summit</strong> 2026 ของสถาบันเวลเนสโลก ระหว่างวันที่ 10-13 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งมีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก <strong>กระทรวงสาธารณสุข</strong> <strong>ทีเส็บ</strong> และ<strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย</strong> (<strong>ททท.</strong>) เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงาน 600-700 คน</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/301467">TCEB ชูศักยภาพเมืองไมซ์ เตรียมเป็นเจ้าภาพ 3 งานประชุมนานาชาติปี 2569 คาดเงินสะพัด 350 ล้านบาท</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ออริจิ้น กางแผนปี 2026 รุกกลยุทธ์ ORIGIN Portfolio Evolution ตั้งเป้ารายได้รวม 1 หมื่นล้านบาท</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/301210</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Feb 2026 13:39:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[Alpha]]></category>
		<category><![CDATA[BRI]]></category>
		<category><![CDATA[Britania Public Company Limited]]></category>
		<category><![CDATA[ORI]]></category>
		<category><![CDATA[ORIGIN HOTEL]]></category>
		<category><![CDATA[Origin Property Public Company Limited]]></category>
		<category><![CDATA[ORIGIN VERTICAL]]></category>
		<category><![CDATA[PRI]]></category>
		<category><![CDATA[Primo Service Solution Public Company Limited]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ออริจิ้น โฮเทล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พัทยา]]></category>
		<category><![CDATA[พีระพงศ์ จรูญเอก]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเก็ต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=301210</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/301210">ออริจิ้น กางแผนปี 2026 รุกกลยุทธ์ ORIGIN Portfolio Evolution ตั้งเป้ารายได้รวม 1 หมื่นล้านบาท</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>ORI</strong> ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2026 ภายใต้กลยุทธ์ <strong>ORIGIN Portfolio Evolution 2026</strong> มุ่งเน้นการกระจายพอร์ตโฟลิโอผ่าน 5 กลุ่มธุรกิจหลัก เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกวัฏจักรเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้ายอดขายรวม <strong>25,000 ล้านบาท</strong> และรายได้รวม <strong>10,000 ล้านบาท</strong> พร้อมวางแผนเปิดตัวโครงการใหม่มูลค่ารวม <strong>19,400 ล้านบาท</strong> ครอบคลุมทั้งที่อยู่อาศัย โรงแรม อาคารสำนักงาน และคลังสินค้า เพื่อรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป</p>



<p><strong>นายพีระพงศ์ จรูญเอก</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร <strong>บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)</strong> ประเมินภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2026 ว่าจะมีการเติบโตเพียงเล็กน้อย เนื่องจากปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจและสงครามการค้า อย่างไรก็ตาม ยังเห็นสัญญาณบวกจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและนโยบายรวมหนี้ที่ช่วยเพิ่มกำลังซื้อ โดยระบุว่า <em>&#8220;ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็น Global Safe Zone และ Second Home ของชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในทำเลยุทธศาสตร์อย่าง ภูเก็ต พัทยา และกรุงเทพฯ CBD ซึ่งกลุ่มออริจิ้นสามารถสร้างยอดขายจากลูกค้าต่างชาติได้กว่า 6,300 ล้านบาท จากกว่า 30 ประเทศ&#8221;</em></p>



<p>ในส่วนของกลุ่มธุรกิจที่อยู่อาศัย <strong>บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด</strong> หรือ <strong>ORIGIN VERTICAL</strong> เตรียมเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ 3 โครงการ มูลค่า 4,200 ล้านบาท โดยยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำตลาด <strong>Pet-Friendly Condominium</strong> ที่มีโครงการรองรับสัตว์เลี้ยงกว่า 25 โครงการ ขณะที่ <strong>บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>BRI</strong> วางแผนเปิดตัวบ้านจัดสรรใหม่ 3 โครงการ มูลค่า 3,200 ล้านบาท พร้อมรุกโมเดล <strong>Brilliant Business Park</strong> พื้นที่ธุรกิจมัลติฟังก์ชั่นใน 5 ทำเลศักยภาพ เช่น บางนา-ตราด และระยอง เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ประกอบการยุคใหม่</p>



<p>ด้านธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) <strong>บริษัท ออริจิ้น โฮเทล จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>ORIGIN HOTEL</strong> เตรียมเปิดดำเนินการโรงแรมใหม่ 4 แห่ง และอาคารสำนักงานอีก 4 แห่ง มูลค่ารวมกว่า 9,000 ล้านบาท พร้อมใช้โมเดล <strong>Build–Operate–Exit–Reinvest</strong> โดยมีแผนขายสินทรัพย์ (Divestment) 4 โรงแรม มูลค่า 4,000 ล้านบาท เพื่อสร้างกระแสเงินสดหมุนเวียน ส่วนธุรกิจคลังสินค้าภายใต้ <strong>บริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด</strong> หรือ <strong>ALPHA</strong> เตรียมเปิดโครงการเพิ่ม 5 แห่ง และมีแผนนำสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์ <strong>ALPHA REIT</strong> เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน</p>



<p>นอกจากนี้ <strong>บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>PRI</strong> ได้วางเป้ารายได้ 2,000 ล้านบาท ผ่านกลยุทธ์ <strong>PRIMO TRANSFORMATION ERA</strong> ที่มุ่งยกระดับงานบริการสู่ระดับพรีเมียมและนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพผ่านแอปพลิเคชัน <strong>Primo Plus</strong> ทั้งนี้ <strong>ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้</strong> ยืนยันความพร้อมในการเปิดรับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศเพื่อร่วมพัฒนาโครงการที่มีศักยภาพ และเดินหน้าเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการกระจายความเสี่ยงในพอร์ตธุรกิจอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/301210">ออริจิ้น กางแผนปี 2026 รุกกลยุทธ์ ORIGIN Portfolio Evolution ตั้งเป้ารายได้รวม 1 หมื่นล้านบาท</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Maxim เผยเทรนด์ปี 2025 ผู้ใช้บริการรถยนต์ไฟฟ้าพุ่ง 90% นครราชสีมา-อุดรธานี ครองแชมป์ใช้งานสูงสุด</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/297080</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Dec 2025 07:54:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[คมนาคม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์-ยานพาหนะ]]></category>
		<category><![CDATA[Maxim]]></category>
		<category><![CDATA[Maxim Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[ขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[นครราชสีมา]]></category>
		<category><![CDATA[พงศ์พัฒน์ อักษราวรกานต์]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[หาดใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[อุดรธานี]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[แม็กซิม ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=297080</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; Maxim (แม็กซิม) ประเทศไทย เป [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/297080">Maxim เผยเทรนด์ปี 2025 ผู้ใช้บริการรถยนต์ไฟฟ้าพุ่ง 90% นครราชสีมา-อุดรธานี ครองแชมป์ใช้งานสูงสุด</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>Maxim (แม็กซิม)</strong> ประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลทิศทางอุตสาหกรรมการเดินทางและบริการจัดส่งเดลิเวอรีในปี 2025 พบแนวโน้มการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการใช้บริการผ่าน <strong>รถยนต์ไฟฟ้า (EV)</strong> ที่มีจำนวนผู้ใช้งานทั่วประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 90% สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการเดินทางอย่างยั่งยืนในพื้นที่หัวเมืองหลักทั่วประเทศไทย</p>



<p>จากการรวบรวมข้อมูลในพื้นที่ที่ <strong>Maxim (แม็กซิม)</strong> เปิดให้บริการรถยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ ขอนแก่น นครราชสีมา กรุงเทพมหานคร และอุดรธานี พบว่าการเติบโตนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนผ่านด้านพาหนะเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวเร่งให้เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น เช่น การขยายตัวของการติดตั้งสถานีชาร์จและการวางแผนเส้นทางเดินรถที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลดีต่อการลดมลพิษทางอากาศและมลพิษทางเสียงในเขตเมือง รวมถึงช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานในระยะยาว</p>



<p>ผลสำรวจระบุชัดเจนว่า <strong>จังหวัดนครราชสีมา</strong> และ <strong>จังหวัดอุดรธานี</strong> เป็นสองพื้นที่ที่มีจำนวนผู้ใช้งาน <strong>รถยนต์ไฟฟ้า (EV)</strong> สูงที่สุดในกลุ่มพื้นที่ให้บริการทั้งหมด ตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นเมืองศูนย์กลางระดับภูมิภาคที่พร้อมขับเคลื่อนนโยบายการเดินทางสีเขียว นอกจากนี้ในด้านสถิติผู้ใช้งานพบว่ากลุ่มผู้หญิงมีความนิยมใช้บริการสูงถึง 64% ในขณะที่ผู้ชายมีสัดส่วน 36% โดยปัจจัยหลักมาจากความเชื่อมั่นในเรื่องความเงียบ ความสะดวกสบาย และภาพลักษณ์ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>



<p>ในส่วนของยานยนต์ไฟฟ้าที่ผู้ให้บริการเลือกนำมาใช้มากที่สุด 3 อันดับแรก ประกอบด้วย <strong>Neta V (เนต้า วี)</strong> คิดเป็น 24.5% ตามด้วย <strong>MG4 EV (เอ็มจี 4 อีวี)</strong> 23.4% และ <strong>BYD Dolphin (บีวายดี ดอลฟิน)</strong> 14.8% ซึ่งรถยนต์รุ่นดังกล่าวมีจุดเด่นเรื่องต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำ เหมาะสมกับการให้บริการในเขตเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม</p>



<p>นายพงศ์พัฒน์ อักษราวรกานต์ กรรมการผู้จัดการ <strong>Maxim ประเทศไทย</strong> กล่าวถึงทิศทางในอนาคตว่า &#8220;Maxim ประเทศไทยมองว่า แนวโน้มการเติบโตของการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้าควบคู่กับการปรับตัวของอัตราค่าบริการจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมการเดินทางและการจัดส่งในปี 2025 และในอนาคตซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้โดยสารและสร้างโอกาสทางรายได้ให้แก่ผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมการเดินทางโดยรวม&#8221;</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/297080">Maxim เผยเทรนด์ปี 2025 ผู้ใช้บริการรถยนต์ไฟฟ้าพุ่ง 90% นครราชสีมา-อุดรธานี ครองแชมป์ใช้งานสูงสุด</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
