<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ภาวะหมดไฟ ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<atom:link href="https://brickinfotv.com/tag/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%9F/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://brickinfotv.com/tag/ภาวะหมดไฟ</link>
	<description>ข่าวสาร สาระ ความรู้ และความบันเทิง</description>
	<lastBuildDate>Fri, 14 Mar 2025 11:16:35 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.1</generator>

<image>
	<url>https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/07/cropped-06-Favicon-Brick-100x100.png</url>
	<title>ภาวะหมดไฟ ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<link>https://brickinfotv.com/tag/ภาวะหมดไฟ</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>การ์ทเนอร์ชี้ 6 เทรนด์ความปลอดภัยไซเบอร์ปี 2568 เน้น AI เชิงกลยุทธ์-แก้ปัญหาหมดไฟ</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/269465</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Mar 2025 11:16:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Cybersecurity]]></category>
		<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Gartner]]></category>
		<category><![CDATA[SRM]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการข้อมูลประจำตัวเครื่องจักร]]></category>
		<category><![CDATA[การ์ทเนอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ความปลอดภัยไซเบอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะหมดไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ความปลอดภัยไซเบอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=269465</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ รายงานว่า การ์ทเนอร์ บริษัทวิจัยและว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/269465">การ์ทเนอร์ชี้ 6 เทรนด์ความปลอดภัยไซเบอร์ปี 2568 เน้น AI เชิงกลยุทธ์-แก้ปัญหาหมดไฟ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ</strong> รายงานว่า การ์ทเนอร์ บริษัทวิจัยและวิเคราะห์ชั้นนำ ได้เผย 6 เทรนด์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่องค์กรต้องจับตามองในปี พ.ศ. 2568 โดยเน้นการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เชิงกลยุทธ์, การจัดการข้อมูลประจำตัวเครื่องจักร, และการแก้ไขปัญหาภาวะหมดไฟของบุคลากรด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์</p>



<p><a href="https://www.gartner.com/en/experts/alex-michaels"><strong>Alex Michaels</strong></a><strong> นักวิเคราะห์อาวุโสของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า</strong> &#8220;ผู้นำด้านความปลอดภัยและการจัดการความเสี่ยง หรือ Security and risk management (SRM) กำลังเผชิญกับความท้าทายและโอกาสที่หลากหลายพร้อมกันในปีนี้ โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อเปลี่ยนผ่านและสร้างความยืดหยุ่นให้เกิดขึ้นในองค์กร ความพยายามเพื่อบรรลุเป้าหมายทั้งสองด้านนี้ขององค์กรมีความสำคัญมากกว่าแค่การสร้างนวัตกรรม แต่เพื่อให้มั่นใจว่านวัตกรรมเหล่านั้นมีความปลอดภัยและยั่งยืนในโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว&#8221;</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-6-เทรนด-ความปลอดภ-ยไซเบอร-ป-พ-ศ-2568-ท-การ-ทเนอร-กล-าวถ-ง-ม-รายละเอ-ยดด-งน"><strong>6 เทรนด์ความปลอดภัยไซเบอร์ปี พ.ศ. 2568 ที่การ์ทเนอร์กล่าวถึง มีรายละเอียดดังนี้</strong></h2>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>เทรนด์ 1: การใช้ AI เชิงกลยุทธ์ (Tactical AI)</strong>
<ul class="wp-block-list">
<li>ผู้นำด้านการบริหารความเสี่ยงด้านความปลอดภัย (SRM) กำลังจัดลำดับความสำคัญใหม่ของโครงการ AI โดยมุ่งเน้นที่การใช้งานที่วัดผลกระทบได้โดยตรง</li>



<li>&#8220;ตอนนี้ผู้นำ SRM มีความรับผิดชอบชัดเจนในการรักษาความปลอดภัยการใช้งาน AI จากบุคคลที่สาม ปกป้องแอปพลิเคชัน AI ขององค์กร และปรับปรุงความปลอดภัยทางไซเบอร์ด้วย AI โดยมุ่งเน้นที่การปรับปรุงเชิงยุทธวิธีที่เป็นประโยชน์อย่างชัดเจนมากขึ้น&#8221; Michaels กล่าว</li>
</ul>
</li>



<li><strong>เทรนด์ 2: การจัดการข้อมูลประจำตัวเครื่องจักร (Managing Machine Identities)</strong>
<ul class="wp-block-list">
<li>มีการใช้งานบัญชีและข้อมูลประจำตัวเครื่องสำหรับอุปกรณ์และเวิร์กโหลดซอฟต์แวร์เพิ่มมากขึ้น</li>



<li>หากไม่ได้รับการควบคุม อาจกลายเป็นเป้าโจมตีขององค์กรได้</li>
</ul>
</li>



<li><strong>เทรนด์ 3: เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเทคโนโลยีความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้เหมาะสม (Cybersecurity Technology Optimization)</strong>
<ul class="wp-block-list">
<li>องค์กรต้องสร้างสมดุลระหว่างฝ่ายจัดซื้อ, สถาปนิก, และวิศวกรด้านความปลอดภัย</li>



<li>เพื่อให้โปรแกรมรักษาความปลอดภัยมีประสิทธิภาพสูงสุด</li>
</ul>
</li>



<li><strong>เทรนด์ 4: เพิ่มคุณค่ากับโปรแกรมการจัดการด้านพฤติกรรมและวัฒนธรรมความปลอดภัย (Extending Security Behavior and Culture Program Value)</strong>
<ul class="wp-block-list">
<li>การ์ทเนอร์คาดว่าการใช้ GenAI จะช่วยลดเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เกิดจากพนักงานได้ถึง 40% ภายในปี พ.ศ. 2569</li>
</ul>
</li>



<li><strong>เทรนด์ 5: มุ่งแก้ไขปัญหาภาวะหมดไฟ (Burn Out) ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์</strong>
<ul class="wp-block-list">
<li>เป็นข้อกังวลสำคัญในอุตสาหกรรม</li>



<li>&#8220;ภาวะ Burn Out ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และผลกระทบต่อองค์กรต้องได้รับการรับรู้และเร่งแก้ไขเพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพของโปรแกรมความปลอดภัยทางไซเบอร์&#8221; Michaels กล่าว</li>
</ul>
</li>



<li><strong>เทรนด์ 6: มุ่งแก้ไขปัญหาภาวะหมดไฟ (Burn Out) ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์</strong>
<ul class="wp-block-list">
<li>การ์ทเนอร์ชี้ว่าความ Burn Out ของผู้บริหาร SRM และทีมรักษาความปลอดภัยกลายเป็นข้อกังวลสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนทักษะในเชิงระบบอยู่</li>
</ul>
</li>
</ul>



<p>&#8220;ภาวะ Burn Out ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และผลกระทบต่อองค์กรต้องได้รับการรับรู้และเร่งแก้ไขเพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพของโปรแกรมความปลอดภัยทางไซเบอร์ ผู้บริหาร SRM ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดไม่เพียงแต่จัดลำดับความสำคัญและจัดการความเครียดของตนเองได้เท่านั้น แต่ยังต้องดูแลทีมงานเพื่อปลูกฝังความเป็นอยู่ที่ดีทั่วทั้งทีม และเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงานส่วนบุคคลได้อย่างชัดเจน&#8221; Michaels กล่าว</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/269465">การ์ทเนอร์ชี้ 6 เทรนด์ความปลอดภัยไซเบอร์ปี 2568 เน้น AI เชิงกลยุทธ์-แก้ปัญหาหมดไฟ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รายงาน Sophos เผย 90% ของผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และไอที ในเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น ได้รับผลกระทบจากภาวะหมดไฟและความเหนื่อยล้า</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/237843</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 May 2024 17:22:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Aaron Bugal]]></category>
		<category><![CDATA[Sophos]]></category>
		<category><![CDATA[ความปลอดภัยไซเบอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยไซเบอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยไซเบอร์ 2024]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะหมดไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะหมดไฟ (Burn out)]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะหมดไฟในการทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โซฟอส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=237843</guid>

					<description><![CDATA[<p>โซฟอส (Sophos) ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมและการให้บริการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/237843">รายงาน Sophos เผย 90% ของผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และไอที ในเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น ได้รับผลกระทบจากภาวะหมดไฟและความเหนื่อยล้า</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><a href="https://www.sophos.com/en-us.aspx">โซฟอส</a> (Sophos) ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมและการให้บริการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ เปิดเผยรายงาน <em>“อนาคตของความปลอดภัยทางไซเบอร์ในเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น”</em> ฉบับที่ 4 ด้วยความร่วมมือกับ Tech Research Asia (TRA) โดยรายงานพบว่า 90% ของผู้ตอบแบบสอบถามในบทบาทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และไอที ได้รับผลกระทบจากภาวะหมดไฟและความเหนื่อยล้าในการทำงาน</p>



<p>ผลการศึกษาพบว่าภาวะหมดไฟเกิดขึ้นได้ในเกือบทุกด้านของการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 30 กล่าวว่ามีภาวะหมดไฟในการทำงานที่เพิ่มขึ้น “อย่างมีนัยสำคัญ” ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยร้อยละ 41 กล่าวว่า ภาวะหมดไฟนี้ทำให้พวกเขา “ขยันน้อยลง” ในบทบาทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของพวกเขา ซึ่ง 17% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ระบุว่าภาวะหมดไฟและความเหนื่อยล้าจากการทำงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์นี้ มีส่วนทำให้เกิดหรือมีผลกระทบโดยตรงต่อการละเมิดความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยบริษัทกว่า 17% ประสบปัญหาเรื่องเวลาการตอบสนองต่อเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ช้าลงกว่าค่าเฉลี่ย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/05/Sophos_Cyber-fatigue-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-237845" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/05/Sophos_Cyber-fatigue-1024x683.jpg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/05/Sophos_Cyber-fatigue-300x200.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/05/Sophos_Cyber-fatigue-768x512.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/05/Sophos_Cyber-fatigue-1536x1024.jpg 1536w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/05/Sophos_Cyber-fatigue-2048x1365.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-สาเหต-ของภาวะหมดไฟและความเหน-อยล-าทางไซเบอร"><strong>สาเหตุของภาวะหมดไฟและความเหนื่อยล้าทางไซเบอร์ </strong><strong></strong></h2>



<p>สาเหตุหลัก 5 ประการหลักของภาวะหมดไฟและความเหนื่อยล้าทางไซเบอร์ในรายงาน ได้แก่:</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ขาดแคลนทรัพยากรสนับสนุนด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์</li>



<li>ลักษณะงานประจำที่สร้างความรู้สึกซ้ำซากจำเจ</li>



<li>ระดับความกดดันที่เพิ่มขึ้นจากคณะกรรมการและ/หรือผู้บริหาร</li>



<li>การแจ้งเตือนจำนวนมากจากเครื่องมือและระบบต่างๆ</li>



<li>ภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้น และการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ ส่งผลให้เกิดความท้าทายเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง</li>
</ol>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-ผลกระทบของภาวะหมดไฟและความเหน-อยล-าต-อพน-กงานด-านความปลอดภ-ยทางไซเบอร"><strong>ผลกระทบของภาวะหมดไฟและความเหนื่อยล้าต่อพนักงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ </strong><strong></strong></h2>



<p>ผลการศึกษาพบว่าพนักงานทั่วเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>41% รู้สึกว่าพวกเขาไม่ใส่ใจในการปฏิบัติงานอย่างเพียงพอ</li>



<li>34% รู้สึกว่ามีระดับความวิตกกังวลเพิ่มขึ้นหากถูกละเมิดหรือถูกโจมตี</li>



<li>31% รู้สึกห่างเหิน และเฉยเมยต่อเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ และความรับผิดชอบของพวกเขา</li>



<li>30% ระบุว่าทำให้อยากลาออกหรือเปลี่ยนอาชีพ (23% ของผู้ตอบแบบสำรวจได้ดำเนินการลาออกแล้ว)</li>



<li>10% รู้สึกผิดที่ไม่สามารถทำหน้าที่ต่อเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้มากกว่านี้</li>
</ul>



<p><strong>Aaron Bugal</strong><strong>,</strong><strong> </strong><strong>field CTO </strong><strong>ของโซฟอสกล่าวว่า </strong>“ในช่วงเวลาที่องค์กรต่าง ๆ กำลังดิ้นรนกับปัญหาการขาดแคลนทักษะด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ และสภาพแวดล้อมการโจมตีทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ความมั่นคง และประสิทธิภาพของพนักงานถือเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันธุรกิจให้แข็งแกร่งต่อการโจมตี โดยภาวะหมดไฟ และความเหนื่อยล้ากำลังทำลายในส่วนนี้ และองค์กรจำเป็นต้องเข้ามาช่วยเหลือ และสนับสนุนพนักงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจากรายงานของเราพบว่า 17% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าภาวะหมดไฟ และความเหนื่อยล้าด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ มีส่วนก่อให้เกิด หรือส่งผลโดยตรงต่อการละเมิดความปลอดภัยทางไซเบอร์”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="607" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/05/Sophos_Cyber-threat-1024x607.jpg" alt="" class="wp-image-237846" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/05/Sophos_Cyber-threat-1024x607.jpg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/05/Sophos_Cyber-threat-300x178.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/05/Sophos_Cyber-threat-768x455.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/05/Sophos_Cyber-threat-1536x910.jpg 1536w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2024/05/Sophos_Cyber-threat-2048x1214.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“รายงานของโซฟอสและ TRA นี้ ให้ข้อมูลอย่างทันท่วงทีเกี่ยวกับความกดดันทางไซเบอร์ที่องค์กรต่างๆ ต้องเผชิญ และแสดงให้เห็นว่าสิ่งต่างๆจำเป็นเปลี่ยนแปลง แม้ว่าการแก้ไขจะไม่ง่าย แต่การปรับทัศนคติจะช่วยในการกำหนดความคาดหวังที่ถูกต้องต่อการพัฒนาไปสู่ธุรกิจที่มีความทนทานต่อภ้ยคุกคามทางไซเบอร์ คณะกรรมการและคณะกรรมการบริหารจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงการขับเคลื่อน และสนับสนุนคนที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการกำกับดูแลที่ดีขึ้นต่อแนวทางไซเบอร์ อย่างไรก็ตามพวกเขาจำเป็นต้องมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่อย่างชัดเจนในการพัฒนา และแผนการดูแลรักษา เนื่องจากขณะนี้ความปลอดภัยทางไซเบอร์เปรียบเสมือนกีฬาที่มีการโต้ตอบตลอดเวลา <a href="https://news.sophos.com/en-us/2023/08/23/ransomware-actors-log-on-when-you-log-off-heres-how-to-stop-them/">และจำเป็นต้องมีทีมงานที่เพียงพอ สามารถป้องกันได้ทุกช่ว</a>งเวลา”</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-ผลกระทบของภาวะหมดไฟด-านความปลอดภ-ยทางไซเบอร-และความเหน-อยล-าต-อการดำเน-นธ-รก-จ"><strong>ผลกระทบของภาวะหมดไฟด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ และความเหนื่อยล้าต่อการดำเนินธุรกิจ </strong><strong></strong></h2>



<p>4 ประเด็นสำคัญที่ภาวะหมดไฟ และความเหนื่อยล้าทางไซเบอร์มีผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจ มีดังนี้:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>มีส่วนโดยตรงต่อการละเมิดความปลอดภัยทางไซเบอร์: </strong>17% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าภาวะหมดไฟ หรือความเหนื่อยล้ากับระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ มีส่วนทำให้เกิด หรือส่งผลโดยตรงต่อการละเมิดความปลอดภัยทางไซเบอร์<strong></strong></li>



<li><strong>เวลาตอบสนองต่อเหตุการณ์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ช้าลง:</strong> 17% ของบริษัทประสบปัญหาการตอบสนองต่อเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ช้าลงกว่าปกติ</li>



<li><strong>ประสิทธิภาพการทำงานที่สูญเสียไป:</strong> ธุรกิจต่าง ๆ ประสบปัญหาการสูญเสียประสิทธิภาพการทำงานเฉลี่ย 4.1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จากผู้รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านไอที โดยบริษัทในฟิลิปปินส์ (4.6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) และสิงคโปร์ (4.2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) ได้รับผลกระทบที่เลวร้ายที่สุด ในขณะที่อินเดียและญี่ปุ่น (3.6 ชั่วโมง/สัปดาห์) ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด</li>



<li><strong>การลาออกของพนักงาน:</strong> 23% ของบริษัท ระบุว่าความเครียด และภาวะหมดไฟเป็นสาเหตุโดยตรงของการลาออกของผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ และไอที โดยสิงคโปร์มียอดสูงถึง 38% ของการลาออก และอินเดีย 31%</li>
</ul>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/237843">รายงาน Sophos เผย 90% ของผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และไอที ในเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น ได้รับผลกระทบจากภาวะหมดไฟและความเหนื่อยล้า</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>International SOS เผย ภาวะหมดไฟ รุนแรงมากขึ้น จากภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤตทั่วโลกบั่นทอนจิตใจ-หมดแรงหมดใจ</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/222877</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Feb 2024 08:13:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[International SOS]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะหมดไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=222877</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤตทั่วโลกมีแนวโน้มว่า จะเกิดขึ้นอย่างต่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/222877">International SOS เผย ภาวะหมดไฟ รุนแรงมากขึ้น จากภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤตทั่วโลกบั่นทอนจิตใจ-หมดแรงหมดใจ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤตทั่วโลกมีแนวโน้มว่า จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2567 เนื่องจากสภาพอากาศสุดขั้วและสถานการณ์ความไม่มั่นคงที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อองค์กรต่าง ๆ</p>



<p>สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกิดภาวะหมดไฟในกลุ่มพนักงานเพิ่มมากขึ้น รายงานภาพรวมแนวโน้มความเสี่ยงทั่วโลก ประจำปี 2567 ของอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส (<a href="https://www.internationalsos.com/">International SOS</a> Risk Outlook Report 2024) ฉบับล่าสุด ระบุว่า 80% ของผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านความเสี่ยงทั่วโลกที่ตอบแบบสำรวจคาดการณ์ว่า ภาวะหมดไฟจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อธุรกิจในปี 2567<a href="#_ftn1" id="_ftnref1"><sup>[1]</sup></a> แต่มีเพียง 41% ของผู้ตอบแบบสำรวจกลุ่มนี้เท่านั้นที่รู้สึกว่า องค์กรของตนพร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว</p>



<p>รายงานยังได้ให้ภาพรวมโดยละเอียดเกี่ยวกับความเสี่ยงสำคัญบางประการที่องค์กรต่าง ๆ ต้องเผชิญในปี 2567 รวมถึงวิกฤตสภาพภูมิอากาศ พลังของปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเปลี่ยนแปลงในเรื่องความคาดหวังของพนักงาน และปัญหาความไม่สงบทั่วโลก</p>



<p><a>คุณแซลลี ลูเวลลิน</a> (Sally Llewellyn) ผู้อำนวยการฝ่ายความมั่นคงปลอดภัยระดับโลกของอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส กล่าวว่า “องค์กรต่าง ๆ จะต้องเผชิญกับความเสี่ยงมากมายในปี 2567 เนื่องจากความไม่มั่นคงยังคงเป็นประเด็นสำคัญต่อสภาพแวดล้อมด้านความปลอดภัยทั่วโลก อัตราการเกิดวิกฤตที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องยิ่งทำให้การฝ่าฟันปัญหาขององค์กรต่าง ๆ ยากขึ้นไปอีก ทีมงานด้านการบริหารจัดการภาวะวิกฤตซึ่งทำงานอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงโควิด จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะหมดไฟในการทำหน้าที่ที่สำคัญนี้</p>



<p>&nbsp;“การบริหารความเสี่ยงเชิงรุกจะเป็นกุญแจสำคัญ เนื่องจากผู้ตอบแบบสำรวจหลายคนคาดการณ์ว่าความเสี่ยงที่บริษัทต่าง ๆ ต้องเผชิญในปี 2567 จะเพิ่มสูงขึ้น การเป็นพันธมิตรกับองค์กรอื่น ๆ หรือผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้เรามีความเข้าใจเรื่องความเสี่ยงและผลกระทบในลำดับที่สองหรือสามที่อาจจะต้องเผชิญเมื่อพิจารณาจากพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ อุตสาหกรรม หรือรูปแบบการเดินทาง การเตือนภัยล่วงหน้าจะช่วยให้องค์กรสามารถวางแผนหรือลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ การดูแลให้เกิดความยืดหยุ่นภายในแผนกที่รับผิดชอบด้านการบริหารจัดการภาวะวิกฤตก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน ขณะที่การเพิ่มจำนวนผู้บริหารที่สามารถเข้ามาช่วยดูแลในยามวิกฤต และเสริมศักยภาพให้ผู้บริหารเหล่านี้ด้วยการฝึกอบรมที่เหมาะสม ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยรับรองและสร้างความเชื่อมั่นว่า ภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤตจะไม่ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจในวงกว้าง”</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-รายงานภาพรวมแนวโน-มความเส-ยงท-วโลก-ประจำป-2567-ของอ-นเตอร-เนช-นแนล-เอสโอเอส-การคาดการณ-5-อ-นด-บแรก"><strong>รายงานภาพรวมแนวโน้มความเสี่ยงทั่วโลก ประจำปี </strong><strong>2567 </strong><strong>ของอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส</strong><strong>: </strong><strong>การคาดการณ์</strong><strong> </strong><strong>5 </strong><strong>อันดับแรก</strong><strong></strong></h2>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>หมดแรงหมดใจ</strong><strong> – </strong><strong>ปัญหาวิกฤตซ้อนวิกฤตบั่นทอนจิตใจ</strong></li>
</ul>



<p>ในขณะที่ภาวะผันผวนที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิดได้เริ่มบรรเทาเบาบางลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความขัดแย้งระหว่างยูเครนกับรัสเซียได้ทำให้ห่วงโซ่อุปทานและบริการในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ต้องเผชิญกับภาวะผันผวนและหยุดชะงักลงอีกครั้ง สถานการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียดสะสมอย่างต่อเนื่องเหล่านี้ทำให้พนักงานมีความเสี่ยงที่จะหมดไฟมากยิ่งขึ้น ผลการวิจัยพบว่า องค์กรต่าง ๆ เผชิญกับปัญหาการขาดงานเนื่องจากความเครียดเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยผู้ตอบแบบสำรวจเน้นย้ำว่า ระดับความเสี่ยงที่รับรู้ได้ในช่วง 12 เดือนข้างหน้านั้น อยู่ที่ระดับสูงสุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา โดย 65% เชื่อว่าความเสี่ยงทั่วโลกจะยังคงเพิ่มสูงขึ้นในปี 2567 ส่งผลให้ความเหนื่อยล้าที่เกิดจากการบริหารจัดการวิกฤตเพิ่มสูงกว่าช่วงก่อนที่จะเกิดโรคระบาด</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>วิกฤตสภาพภูมิอากาศ</strong><strong> – </strong><strong>เมื่อภาวะโลกร้อนมาเยือน</strong></li>
</ul>



<p>ในช่วงระยะเวลากว่า 2,000 ปี อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้นในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่า ความเสี่ยงจากสภาพอากาศนั้นเกี่ยวพันกับธุรกิจทั่วโลกมากเพียงใด<a href="#_ftn2" id="_ftnref2"><sup>[2]</sup></a> องค์กรหนึ่งในสี่เปิดเผยว่า กิจการของตนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และรายงานการแจ้งเตือน (Alerts)จากอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส ในปี 2566 ชี้ว่า เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว เป็นประเภทของสถานการณ์ที่มีการแจ้งเตือนสูงเป็นอันดับสองของรายงานการแจ้งเตือนจำนวนหลายพันรายงานที่ออกโดยอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส</p>



<p>ในขณะที่ผู้ตอบแบบสำรวจเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นที่ระบุว่า ตนเองได้พิจารณาและนำปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเข้ามาใส่ไว้ในแผนด้านสุขภาพและความปลอดภัย ซึ่งประเด็นนี้ ชี้ให้เห็นว่า หลายองค์กรมีความเสี่ยงมากเพียงใด และแน่นอนว่า ปัญหานี้จะไม่หมดไป โดยประมาณสามในสี่ของธุรกิจต่าง ๆ เปิดเผยว่า สภาพอากาศสุดขั้วจะเป็นอุปสรรคสำหรับพนักงานและการดำเนินธุรกิจของตนในปี 2567</p>



<p>เมื่อสภาพอากาศและภูมิอากาศในหลายภูมิภาคทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไป สภาพแวดล้อมของความเสี่ยงด้านสุขภาพก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วยเช่นกัน ดร.ไอรีน ไล (Dr Irene Lai) ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ระดับโลกของอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส แสดงความเห็นว่า “เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วหลายเหตุการณ์ที่เราได้เผชิญในปี 2566 อาจจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาสามัญในปี 2567 ซึ่งอาจส่งผลให้พนักงานมีความวิตกกังวลเรื่องสภาพภูมิอากาศมากยิ่งขึ้น เช่น สภาพอากาศที่ร้อนจัดในยุโรปอาจกลายเป็นเรื่องปกติ โดยอาจจะมีคลื่นความร้อนที่ถูกตั้งชื่อมากยิ่งขึ้นหลังจากที่ได้มีการตั้งชื่อคลื่นความร้อนลูกแรกกันไปแล้วในปี 2566 ว่า ‘เซอร์เบอรัส’ (Cerberus)</p>



<p>&nbsp;“เมื่ออุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น ความเป็นไปได้ที่จะเกิดการแพร่ระบาดของโรคก็เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย เพราะปัจจัยดังกล่าวทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเกิดโรคที่มียุงเป็นพาหะ ซึ่งเราได้เห็นเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแล้วในบางภูมิภาค เช่น การระบาดของโรคมาลาเรียในพื้นที่หลายรัฐของสหรัฐในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา รูปแบบการแพร่เชื้อมาลาเรียที่เปลี่ยนแปลงไปในพื้นที่ราบสูงของแอฟริกาและแนวโน้มของโรคที่เกิดจากพาหะนำโรคในยุโรป ก่อให้เกิดความท้าทายที่สำคัญสำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ดังนั้นการเตรียมแผนรับมือกับความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มสูงขึ้น จึงเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับองค์กรต่าง ๆ”</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ภาวะไร้เสถียรภาพทั่วโลกทวีความรุนแรงขึ้น</strong></li>
</ul>



<p>ผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่า ในปี 2566 ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เป็นหัวข้อที่ทำให้เกิดความกังวลด้านความปลอดภัยที่สูงเป็นอันดับสอง&nbsp; โดยผู้ตอบแบบสำรวจถึงสามในสี่เชื่อว่า องค์กรของตนจะได้รับผลกระทบอย่างมากในปี 2567 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิกฤตการณ์ที่ยังคงเกิดขึ้นในอิสราเอลและฉนวนกาซา รวมถึงความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในยูเครน ส่งผลให้เกิดภาวะไร้เสถียรภาพทั่วโลก ความไม่สงบและความระส่ำระสายในสังคมควบคู่กับความไม่มั่นคงทางการเมือง ถือเป็นหัวข้อที่สร้างความกังวลอย่างมากในระดับรองลงมาสำหรับองค์กรต่าง ๆ ด้วยรูปแบบที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ของเหตุการณ์เหล่านี้ ธุรกิจต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มแข็ง เพื่อรับมือกับความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>เอไอ</strong><strong> – </strong><strong>ความเสี่ยงและโอกาส</strong></li>
</ul>



<p>ปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) มีศักยภาพที่น่าทึ่งในการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน &nbsp;เอไอกลับทำให้งานที่มีความสำคัญอย่างการแยกแยะข้อมูลที่เชื่อถือได้ออกจากข้อมูลเท็จและข้อมูลที่จงใจบิดเบือนสำหรับธุรกิจนั้น มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น ผู้ตอบแบบสำรวจงานวิจัยภาพรวมแนวโน้มความเสี่ยงระดับโลกมากกว่าสองในห้าระบุว่า รู้สึกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับพนักงานของตนจากข้อมูลทางการแพทย์ที่ไม่ถูกต้องและถูกบิดเบือน และตัวเลขผู้ตอบแบบสำรวจเพิ่มขึ้นเป็นสามในห้าเมื่อถูกถามเกี่ยวกับข้อมูลทางการเมืองที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งประเด็นนี้อาจเป็นสถานการณ์ที่ท้าทายอย่างยิ่งในช่วงที่สหรัฐกำลังจะมีการเลือกตั้งครั้งสำคัญ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>สัญญาจ้างแรงงานรูปแบบใหม่</strong></li>
</ul>



<p>สามในสี่ขององค์กรที่ตอบรับการสำรวจเปิดเผยว่า พนักงานมีความคาดหวังมากขึ้นว่าจะได้รับการดูแลจากบริษัท (Duty of Care) ตัวเลขดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นถึงองค์กรที่ปัจจุบันแบกรับหน้าที่ที่เคยถูกมองว่าเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล เช่น สองในสามขององค์กรที่ระบุว่า องค์กรได้ขยายขอบเขตสวัสดิการพนักงานให้ครอบคลุมการสนับสนุนครอบครัวของพนักงานในยามจำเป็นด้วยเช่นกัน นับเป็นการตอกย้ำว่า ยุคสมัยแห่งการให้บริการด้านอาชีวอนามัยขั้นพื้นฐานสำหรับพนักงานเพียงอย่างเดียวนั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว แม้ว่าบริการด้านอาชีวอนามัยสำหรับพนักงานจะยังคงมีความสำคัญ แต่จำเป็นต้องถูกยกระดับด้วยมาตรการช่วยเหลือและการสนับสนุนที่หลากหลาย เพื่อปกป้องดูแลพนักงานทั่วโลก</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p><a href="#_ftnref1" id="_ftn1">[1]</a> รายงานภาพรวมแนวโน้มความเสี่ยงทั่วโลก ประจำปี 2567 อ้างอิงจากการสำรวจความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านความเสี่ยงทั่วโลก 675 ราย โดยชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ในการปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน เช่น การรับรู้เรื่องความเสี่ยง สุขภาพจิต ผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน และความท้าทายในการปฏิบัติงาน นอกจากข้อมูลจากการสำรวจแล้ว รายงานนี้ยังมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องและการคาดการณ์จาก Workforce Resilience Council รวมถึงบทวิเคราะห์และข้อมูลจำนวนมากที่เป็นกรรมสิทธิ์ของอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส ทั้งนี้ Workforce Resilience Council ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญที่เป็นตัวแทนจากทุกสาขาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ความมั่นคง และความปลอดภัย สมาชิกของ Workforce Resilience Council ปี 2566 มีทั้งกลุ่มนักวิชาการ, สมาคม, คณะกรรมการที่ปรึกษา, องค์การนอกภาครัฐ (NGO) และองค์การระหว่างประเทศ (IGO) ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงในการทำงานทั้งในประเทศหรือต่างประเทศ</p>



<p><a href="#_ftnref2" id="_ftn2">[2]</a> คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp; <a href="https://www.ipcc.ch/report/ar6/syr/">https://www.ipcc.ch/report/ar6/syr/</a></p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/222877">International SOS เผย ภาวะหมดไฟ รุนแรงมากขึ้น จากภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤตทั่วโลกบั่นทอนจิตใจ-หมดแรงหมดใจ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
