<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กูเกิล ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<atom:link href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%a5/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://brickinfotv.com/tag/กูเกิล</link>
	<description>ข่าวสาร สาระ ความรู้ และความบันเทิง</description>
	<lastBuildDate>Mon, 01 Jun 2026 15:35:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.2</generator>

<image>
	<url>https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/07/cropped-06-Favicon-Brick-100x100.png</url>
	<title>กูเกิล ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<link>https://brickinfotv.com/tag/กูเกิล</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กูเกิล เตรียมปล่อยยุง 32 ล้านตัวในสหรัฐฯ มุ่งลดประชากรพาหะนำโรค พร้อมวิธีการว่าจะลดได้อย่างไร ?</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/sustainability-environment/311453</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Jun 2026 15:35:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน-สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental Protection Agency]]></category>
		<category><![CDATA[EPA]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[กูเกิล]]></category>
		<category><![CDATA[ฟลอริดา]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[แคลิฟอร์เนีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=311453</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; กูเกิล (Google) ยักษ์ใหญ่ด้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/sustainability-environment/311453">กูเกิล เตรียมปล่อยยุง 32 ล้านตัวในสหรัฐฯ มุ่งลดประชากรพาหะนำโรค พร้อมวิธีการว่าจะลดได้อย่างไร ?</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong><a href="https://debug.com/">กูเกิล (Google)</a></strong> ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี กำลังอยู่ในขั้นตอนขออนุมัติจากหน่วยงานรัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกา เพื่อปล่อยยุงจำนวน 32 ล้านตัวในรัฐแคลิฟอร์เนียและรัฐฟลอริดา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสาธารณสุขขนาดใหญ่เพื่อต่อสู้กับโรคร้ายที่มีอุบัติการณ์สูงในประเทศ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ยุงถือเป็นพาหะสำคัญที่นำโรคต่าง ๆ มาสู่ประชากรในสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นโรคไข้สมองอักเสบเซนต์หลุยส์ (St. Louis encephalitis) ไข้เลือดออก (Dengue) ไวรัสซิกา (Zika) ไข้เหลือง (Yellow fever) และ<strong>ไวรัสเวสต์ไนล์ (West Nile virus)</strong> ซึ่งเป็นโรคจากยุงที่พบมากที่สุดในสหรัฐฯ โดยโครงการนี้อยู่ภายใต้ความคิดริเริ่มที่ชื่อว่า <strong>ดีบัก (Debug)</strong> ของกูเกิล ซึ่งเริ่มต้นมานานกว่าทศวรรษเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถลดจำนวนประชากรยุงที่เป็นพาหะนำโรค</p>



<p class="wp-block-paragraph">แผนการของกูเกิลในครั้งนี้ คือการปล่อย<strong>ยุงตัวผู้</strong> จำนวน 32 ล้านตัวในพื้นที่รัฐแคลิฟอร์เนียและรัฐฟลอริดาภายในระยะเวลา 2 ปีข้างหน้า โดยยุงเหล่านี้จะถูกทำให้ติดเชื้อ<strong>แบคทีเรียโวลบาเกีย (Wolbachia)</strong> ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและมีคุณสมบัติทำให้ยุงตัวผู้เป็นหมัน เมื่อยุงตัวผู้ที่ติดเชื้อเหล่านี้ไปผสมพันธุ์กับยุงตัวเมียในธรรมชาติ จะส่งผลให้ไข่ของยุงตัวเมียไม่ฟักออกมาเป็นตัว ซึ่งจะทำให้ประชากรยุงทยอยลดจำนวนลงในที่สุด</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="Debug" width="740" height="416" src="https://www.youtube.com/embed/5MrhUArfJh4?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ทางบริษัทกูเกิลระบุเพิ่มเติมว่า เนื่องจากมีเพียงยุงตัวเมียเท่านั้นที่กัดมนุษย์ ดังนั้นการปล่อยยุงตัวผู้ที่ติดเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวเข้าสู่ระบบนิเวศ จะไม่เป็นการเพิ่มจำนวนยุงที่กัดคนในพื้นที่อย่างแน่นอน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัจจุบันข้อเสนอดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของ<strong>สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม (Environmental Protection Agency)</strong> หรือ <strong>EPA</strong> ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานส่วนกลางของสหรัฐฯ โดยกำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชนจนถึงวันที่ 5 มิถุนายนนี้ ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะออกใบอนุญาตให้กูเกิลดำเนินโครงการนี้ต่อไปหรือไม่</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/sustainability-environment/311453">กูเกิล เตรียมปล่อยยุง 32 ล้านตัวในสหรัฐฯ มุ่งลดประชากรพาหะนำโรค พร้อมวิธีการว่าจะลดได้อย่างไร ?</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไขข้อสงสัย ทำไมเลข 67 ถึงกลายเป็นมีมไวรัลและคำศัพท์แห่งปี 2025 ของวัยรุ่น</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/311206</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2026 06:02:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[Dictionary.com]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[Maverick Trevillian]]></category>
		<category><![CDATA[Skrilla]]></category>
		<category><![CDATA[Taylen Kinney]]></category>
		<category><![CDATA[TikTok]]></category>
		<category><![CDATA[กูเกิล]]></category>
		<category><![CDATA[ดิกชันนารีดอตคอม]]></category>
		<category><![CDATA[ติ๊กต็อก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=311206</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; ปรากฏการณ์ไวรัลบนโลกอินเทอร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/311206">ไขข้อสงสัย ทำไมเลข 67 ถึงกลายเป็นมีมไวรัลและคำศัพท์แห่งปี 2025 ของวัยรุ่น</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> ปรากฏการณ์ไวรัลบนโลกอินเทอร์เน็ตที่สร้างความสงสัยให้กับผู้คนจำนวนมาก เมื่อ <strong>ตัวเลข &#8220;67&#8221; (Six-Seven)</strong> กลายเป็นคำสแลงและ <strong>มีม (Meme)</strong> ยอดฮิตของวัยรุ่นกลุ่ม <strong>Gen Z</strong> และ Gen Alpha ในช่วงปี 2024 ถึง 2025 จนถึงขั้นได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน <strong>คำศัพท์แห่งปี 2025 (Word of the Year)</strong> จากเว็บไซต์ <strong>Dictionary.com</strong> โดยจุดเด่นที่ทำให้ตัวเลขนี้ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามคือความไม่มีความหมาย แต่ถูกนำมาใช้เป็นมุกตลกในลักษณะของ <strong>Brainrot Content</strong> หรือคอนเทนต์เบาสมองที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วโดยไม่มีสาระสำคัญ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="559" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/05/42cfee05-9139-454c-8b65-eed28e816f41.jpg" alt="" class="wp-image-311207" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/05/42cfee05-9139-454c-8b65-eed28e816f41.jpg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/05/42cfee05-9139-454c-8b65-eed28e816f41-300x164.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2026/05/42cfee05-9139-454c-8b65-eed28e816f41-768x419.jpg 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">จุดเริ่มต้นของกระแส <strong>เลข 67</strong> มาจากวงการฮิปฮอป ในเพลงแร็ปที่มีชื่อว่า &#8220;Doot Doot&#8221; ของศิลปิน Skrilla โดยเนื้อเพลงมีท่อนที่กล่าวถึงตัวเลขดังกล่าว ซึ่งทางศิลปินเคยระบุถึงที่มาไว้ว่า ตัวเลขนี้ไม่ได้มีความหมายแฝงอะไรเป็นพิเศษ เพียงแค่ใส่เข้าไปและอยากให้มีความคลุมเครือเท่านั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">จากนั้นกระแสได้ถูกพูดถึงมากขึ้นเมื่อดาวรุ่งในวงการบาสเกตบอลเยาวชนอย่าง Taylen Kinney นำคำนี้มาใช้พูดเล่นกัน ก่อนที่จุดเปลี่ยนสำคัญจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมปี 2025 เมื่อเด็กชายชื่อ Maverick Trevillian ซึ่งต่อมาได้รับฉายาว่า &#8220;67 Kid&#8221; ได้อัดคลิปวิดีโอตะโกนคำว่า &#8220;67!&#8221; พร้อมทำท่าทางกวน ๆ บนสนามบาสเกตบอล ส่งผลให้คลิปดังกล่าวถูกใจชาวเน็ตและถูกนำไปตัดต่อล้อเลียนบนแอปพลิเคชัน <strong>ติ๊กต็อก (TikTok)</strong> อย่างมหาศาล</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="อัปเดตเทรนด์เจนอัลฟ่า &quot;Italain Brianrot&quot; และ &quot;67&quot; คืออะไร ? ชวนมองโอกาสทางธุรกิจในเรื่องไร้สาระนี้" width="740" height="416" src="https://www.youtube.com/embed/czHX2cYrqeM?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับวิธีการใช้งานของกลุ่มวัยรุ่น มักจะเป็นการนำไปใช้แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย โดยวัยรุ่นมักจะตะโกนหรือหัวเราะออกมาเมื่อพบเจอ <strong>ตัวเลข 67</strong> ในชีวิตประจำวันด้วยความบังเอิญ ไม่ว่าจะเป็นการเห็นป้ายทะเบียนรถ ตัวเลขบนนาฬิกา การได้คะแนนสอบ 67% หรือแม้กระทั่งการได้บัตรคิวร้านอาหารหมายเลข 67 ซึ่งคำนี้ทำหน้าที่คล้ายกับคำอุทานหรือรหัสลับของคนรุ่นใหม่ เพื่อทดสอบว่าใครสามารถติดตามเทรนด์อินเทอร์เน็ตได้ทัน หากใครได้ยินแล้วหัวเราะแปลว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน แต่ถ้าทำหน้างงแสดงว่าตามกระแสไม่ทัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความนิยมของ <strong>มีม 67</strong> ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในแพลตฟอร์ม <strong>TikTok</strong> เท่านั้น แต่แบรนด์ใหญ่หลายแห่งยังนำไปเล่นเพื่อเกาะกระแสและเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่น แม้กระทั่งเสิร์ชเอนจินรายใหญ่อย่าง <strong>กูเกิล (Google)</strong> ก็เคยซ่อนลูกเล่นเอาไว้ โดยหากค้นหาคำว่า &#8220;67&#8221; ในช่วงที่กำลังได้รับความนิยม หน้าจอผลการค้นหาก็จะสั่นสะเทือนเพื่อตอบรับกระแสดังกล่าว ปรากฏการณ์นี้จึงเป็นตัวแทนของอารมณ์ขันบนอินเทอร์เน็ตยุคใหม่ที่เน้นความไร้สาระ คาดเดาไม่ได้ และไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลหรือความหมายลึกซึ้งมารองรับ</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/311206">ไขข้อสงสัย ทำไมเลข 67 ถึงกลายเป็นมีมไวรัลและคำศัพท์แห่งปี 2025 ของวัยรุ่น</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กูเกิล ไมโครซอฟท์ และ xAI ตกลงให้รัฐบาลสหรัฐฯ ทดสอบโมเดล AI ก่อนเปิดตัว หวังลดความเสี่ยงด้านความมั่นคงไซเบอร์</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/308651</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 May 2026 18:51:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[CAISI]]></category>
		<category><![CDATA[Center for AI Standards and Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft]]></category>
		<category><![CDATA[US Department of Commerce]]></category>
		<category><![CDATA[xAI]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ]]></category>
		<category><![CDATA[กูเกิล]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์นวัตกรรมและมาตรฐานปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็กซ์เอไอ]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโครซอฟท์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=308651</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/308651">กูเกิล ไมโครซอฟท์ และ xAI ตกลงให้รัฐบาลสหรัฐฯ ทดสอบโมเดล AI ก่อนเปิดตัว หวังลดความเสี่ยงด้านความมั่นคงไซเบอร์</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง <strong>กูเกิล (Google)</strong>, <strong>ไมโครซอฟท์ (Microsoft)</strong> และ <strong>เอ็กซ์เอไอ (xAI)</strong> บรรลุข้อตกลงร่วมกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ในการส่งมอบโมเดลปัญญาประดิษฐ์เวอร์ชันที่ยังไม่เปิดตัวให้ทางหน่วยงานภาครัฐได้ทำการทดสอบก่อน เพื่อประเมินความเสี่ยงและป้องกันภัยคุกคามทางด้าน <strong>ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity)</strong> ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากความกังวลเรื่องผลกระทบของ AI ต่อความปลอดภัยสาธารณะพุ่งสูงขึ้น จนทำให้ทำเนียบขาวต้องเริ่มพิจารณากระบวนการตรวจสอบ AI อย่างเป็นทางการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อตกลงดังกล่าวจะเปิดทางให้ <strong>ศูนย์นวัตกรรมและมาตรฐานปัญญาประดิษฐ์ (Center for AI Standards and Innovation)</strong> หรือ <strong>CAISI</strong> ภายใต้สังกัด <strong>กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ (US Department of Commerce)</strong> ทำหน้าที่ประเมินโมเดล AI รุ่นใหม่และวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความมั่นคงแห่งชาติก่อนที่จะมีการปล่อยสู่สาธารณะ นอกจากนี้ศูนย์ดังกล่าวจะยังคงทำการวิจัยและทดสอบต่อเนื่องหลังจากมีการใช้งานจริง โดยที่ผ่านมาหน่วยงานนี้ได้ดำเนินการประเมินโมเดล AI ไปแล้วมากกว่า 40 รายการ เพื่อสร้างบรรทัดฐานความปลอดภัยในระดับสากล</p>



<p class="wp-block-paragraph">คริส ฟอลล์ (Chris Fall) ผู้อำนวยการ <strong>CAISI</strong> ได้ระบุในแถลงการณ์ว่า &#8220;วิทยาการการวัดผลที่เข้มงวดและเป็นอิสระนั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจ <strong>ปัญญาประดิษฐ์ระดับแนวหน้า (Frontier AI)</strong> และผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ การขยายความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมในครั้งนี้ จะช่วยให้เราสามารถยกระดับการทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะในช่วงเวลาที่สำคัญเช่นนี้ได้&#8221; ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่โมเดลรุ่นใหม่อย่าง <strong>Mythos</strong> ของบริษัท <strong>แอนโธรปิก (Anthropic)</strong> ได้สร้างความตื่นตัวให้กับรัฐบาลและสถาบันการเงินทั่วโลก เนื่องจากขีดความสามารถที่ล้ำหน้าจนอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทางด้าน <strong>ไมโครซอฟท์ (Microsoft)</strong> โดย นาตาชา แครมป์ตัน (Natasha Crampton) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความรับผิดชอบด้าน AI กล่าวว่า แม้บริษัทจะมีการทดสอบโมเดลของตนเองเป็นประจำอยู่แล้ว แต่การร่วมมือกับหน่วยงานรัฐจะช่วยให้ได้รับคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค วิทยาศาสตร์ และความมั่นคงแห่งชาติ ขณะที่ <strong>โอเพนเอไอ (OpenAI)</strong> ก็ได้ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า จะเปิดให้รัฐบาลทุกระดับที่ผ่านการตรวจสอบสามารถเข้าถึงโมเดล AI ที่ทันสมัยที่สุดเพื่อป้องกันภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นล่วงหน้าเช่นกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัจจุบันทำเนียบขาวกำลังอยู่ในขั้นตอนการปรึกษาหารือกับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเพื่อกำหนดกระบวนการตรวจสอบของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทิศทางจากการบริหารในยุคก่อนที่เน้นการควบคุมอย่างหลวมๆ</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/308651">กูเกิล ไมโครซอฟท์ และ xAI ตกลงให้รัฐบาลสหรัฐฯ ทดสอบโมเดล AI ก่อนเปิดตัว หวังลดความเสี่ยงด้านความมั่นคงไซเบอร์</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทรู จับมือ Google เปิดตัว “AI for All Thais” บูรณาการหลักสูตรปัญญาประดิษฐ์ในมหาวิทยาลัย ร่วมกับ อว. ให้นับหน่วยกิตได้จริง</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/308474</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 May 2026 13:23:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[True]]></category>
		<category><![CDATA[True Corporation]]></category>
		<category><![CDATA[True Digital Park]]></category>
		<category><![CDATA[True-dtac]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[กูเกิล]]></category>
		<category><![CDATA[ซิกเว่ เบรกเก้]]></category>
		<category><![CDATA[ทรู]]></category>
		<category><![CDATA[ทรู ดีแทค]]></category>
		<category><![CDATA[บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศารณีย์ บุญฤทธิ์ธงไชย]]></category>
		<category><![CDATA[อว.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=308474</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น (True  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/308474">ทรู จับมือ Google เปิดตัว “AI for All Thais” บูรณาการหลักสูตรปัญญาประดิษฐ์ในมหาวิทยาลัย ร่วมกับ อว. ให้นับหน่วยกิตได้จริง</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น (True Corporation) ประสานความร่วมมือกับ กูเกิล (Google) เปิดตัวโครงการ <strong>“AI for All Thais”</strong> เพื่อยกระดับการเรียนรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ในประเทศไทย โดยร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และเครือข่ายมหาวิทยาลัยกว่า 20 แห่งทั่วประเทศ บูรณาการหลักสูตร <strong>AI for Future Workforce</strong> เข้าสู่ระบบการศึกษา ซึ่งนักศึกษาสามารถนำไปนับหน่วยกิตได้จริง พร้อมตั้งเป้าผลิตบุคลากรที่มีทักษะดิจิทัลเพื่อรองรับความต้องการของตลาดแรงงานที่ยังขาดแคลน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศด้าน <strong>AI</strong> ที่แข็งแกร่ง ผ่านการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน โดยในระยะแรกจะเน้นไปที่โครงการ <strong>AI First Citizen</strong> ภายใต้ <strong>Gemini Academy</strong> เพื่อปูพื้นฐานความรู้ด้าน <strong>AI Safety</strong>, <strong>Digital Literacy</strong> และการเขียนคำสั่ง (Prompt Engineering) ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ โดยทาง <strong>ทรู (True)</strong> ได้สนับสนุนดาต้าฟรีจำนวน 10GB สำหรับนิสิตนักศึกษาที่ใช้บริการ <strong>ทรู-ดีแทค (true-dtac)</strong> เพื่อลดอุปสรรคในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ระบุว่า การพัฒนากำลังคนด้าน <strong>AI</strong> ถือเป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากประเทศไทยยังเผชิญกับภาวะขาดแคลนบุคลากรด้านนี้สูงถึง 80,000 คน โดยกระทรวงฯ พร้อมผลักดันโครงการนี้เพื่อติดอาวุธทักษะดิจิทัลแห่งอนาคตให้กับคนไทย</p>



<blockquote class="wp-block-quote is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow">
<p class="wp-block-paragraph">“ภาพความร่วมมือระดับประเทศที่เกิดขึ้นในวันนี้ คือบทพิสูจน์ของการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม โดยกระทรวง อว. มีเป้าหมายนำ <strong>AI</strong> เข้าไปบูรณาการในหลักสูตรการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างเส้นทางการเรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงระดับผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมปฏิบัติงานจริง” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว</p>
</blockquote>



<p class="wp-block-paragraph">ด้านนายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น (True Corporation) เปิดเผยว่า อุปสรรคสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาใช้ไม่ใช่เรื่องของตัวเครื่องมือ แต่คือทักษะของผู้คน ซึ่งทาง <strong>ทรู</strong> กำลังเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นองค์กร <strong>AI-First</strong> และตั้งเป้าเสริมศักยภาพให้คนไทย 12 ล้านคนภายในปี 2573 โดยเริ่มต้นจากการพัฒนาพนักงานในองค์กรก่อนจะขยายผลสู่ระดับประเทศผ่านพันธมิตรระดับโลก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขณะที่ นางศารณีย์ บุญฤทธิ์ธงไชย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ <strong>Google</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือนี้เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจ <strong>‘Leave No Thai Behind’</strong> เพื่อช่วยลดช่องว่างด้านทักษะดิจิทัล โดยมุ่งเน้นให้นักศึกษาสามารถใช้งาน <strong>Generative AI</strong> ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพผ่านโครงการอย่าง <strong>Gemini Academy for Students</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากหลักสูตรการเรียนการสอนแล้ว โครงการ <strong>“AI for All Thais”</strong> ยังมีการจัดการแข่งขันประยุกต์ใช้ <strong>AI</strong> ในหัวข้อต่างๆ โดยผู้ชนะจะมีโอกาสเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ <strong>Google</strong> ประเทศสิงคโปร์ เพื่อเปิดประสบการณ์ในระดับสากล ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนระบบนิเวศด้าน <strong>AI</strong> ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ภายใต้ <strong>CP Center of Excellence (CP-CoE)</strong> ณ <strong>True Digital Park</strong> อีกด้วย</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/308474">ทรู จับมือ Google เปิดตัว “AI for All Thais” บูรณาการหลักสูตรปัญญาประดิษฐ์ในมหาวิทยาลัย ร่วมกับ อว. ให้นับหน่วยกิตได้จริง</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>YouTube ทดสอบฟีเจอร์ใหม่สำหรับสมาชิก Premium ปรับความเร็ววิดีโออัตโนมัติและโหมดลดการรบกวน</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/306175</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Apr 2026 09:17:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Auto speed]]></category>
		<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[On-the-go]]></category>
		<category><![CDATA[YouTube]]></category>
		<category><![CDATA[YouTube Premium]]></category>
		<category><![CDATA[กูเกิล]]></category>
		<category><![CDATA[ฟีเจอร์ใหม่ YouTube]]></category>
		<category><![CDATA[ยูทูบ]]></category>
		<category><![CDATA[ยูทูบพรีเมียม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=306175</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; ยูทูบ (YouTube) เริ่มทดสอบฟี [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/306175">YouTube ทดสอบฟีเจอร์ใหม่สำหรับสมาชิก Premium ปรับความเร็ววิดีโออัตโนมัติและโหมดลดการรบกวน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>ยูทูบ (YouTube)</strong> เริ่มทดสอบฟีเจอร์ใหม่สำหรับผู้ใช้งาน <strong>YouTube Premium</strong> โดยมุ่งเน้นไปที่การประหยัดเวลาและเพิ่มความสะดวกในการรับชม ฟีเจอร์หลักคือ <strong>&#8220;Auto speed&#8221;</strong> หรือการปรับความเร็ววิดีโอโดยอัตโนมัติเพื่อให้รับชมเนื้อหาได้รวดเร็วขึ้นแต่ยังคงความชัดเจนของเสียงและภาพ นอกจากนี้ยังมีการทดสอบโหมด <strong>&#8220;On-the-go&#8221;</strong> ที่ออกแบบมาเพื่อลดสิ่งรบกวนบนหน้าจอสำหรับผู้ที่ฟังคอนเทนต์ประเภทพอดแคสต์หรือรายการทอล์กโชว์ขณะเคลื่อนที่ โดยทั้งสองฟีเจอร์เปิดให้ทดลองใช้งานแบบจำกัดเวลาเพื่อเก็บข้อมูลจากผู้ใช้งานจริง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ฟีเจอร์ <strong>Auto speed</strong> ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงเนื้อหาในวิดีโอที่มีความยาวได้รวดเร็วขึ้น โดยระบบจะทำการ <strong>ปรับความเร็วในการเล่น (Playback speed)</strong> โดยอัตโนมัติ ซึ่งทาง <strong>YouTube</strong> ระบุว่าฟีเจอร์นี้จะช่วยให้ผู้ใช้รับชมวิดีโอจนจบได้โดยไม่พลาดรายละเอียดสำคัญ เหมาะสำหรับเวลาที่ผู้ใช้งานต้องการความเร่งรีบแต่ไม่อยากปรับความเร็วด้วยตนเองบ่อยครั้ง สมาชิกที่สนใจสามารถเข้าไปเปิดใช้งานได้ที่เมนูการตั้งค่าและเลือกหัวข้อ <strong>ลองใช้ฟีเจอร์ใหม่ (Try experimental new features)</strong> จากนั้นจึงไปเปิดการทำงานในเมนูความเร็วการเล่นของวิดีโอที่กำลังรับชม</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="HOW TO: Use auto speed as a YouTube Premium member" width="740" height="416" src="https://www.youtube.com/embed/P2cdhi1aSac?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะเดียวกัน <strong>กูเกิล (Google)</strong> ยังได้เพิ่มการทดสอบฟีเจอร์ <strong>On-the-go</strong> ซึ่งเน้นการปรับปรุงประสบการณ์การฟังให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้งานที่ชื่นชอบ <strong>พอดแคสต์ (Podcasts)</strong> หรือรายการที่เน้นเสียงเป็นหลัก ฟีเจอร์นี้จะทำหน้าที่ลดองค์ประกอบที่ดึงดูดสายตาบนหน้าจอ เช่น ส่วนของคอมเมนต์หรือส่วนติดต่อผู้ใช้งานอื่น ๆ เพื่อให้สามารถควบคุมการเล่นได้ง่ายขึ้นขณะทำงานหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ โดยระบบจะตรวจจับการเคลื่อนที่ของผู้ใช้งาน หากมีการเคลื่อนไหวติดต่อกันนานกว่า 60 วินาที ฟีเจอร์นี้จะเสนอให้เปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ หรือผู้ใช้ Android สามารถเลือกเปิดเองได้ผ่านเมนู <strong>การควบคุมพรีเมียม (Premium controls)</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับการทดสอบทั้งสองฟีเจอร์นี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการพัฒนา <strong>ประสบการณ์ผู้ใช้งาน (User Experience)</strong> ของ <strong>ยูทูบ (YouTube)</strong> ให้มีความหลากหลายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป โดยปัจจุบันยังคงอยู่ในสถานะฟีเจอร์ทดลอง (Experimental features) ซึ่งสมาชิก <strong>YouTube Premium</strong> สามารถเข้าไปร่วมทดสอบและส่งคำติชมให้กับทางผู้พัฒนาได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 27 เมษายนนี้ ก่อนที่ทางทีมงานจะนำข้อมูลไปพิจารณาเพื่อเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในอนาคตต่อไป</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/306175">YouTube ทดสอบฟีเจอร์ใหม่สำหรับสมาชิก Premium ปรับความเร็ววิดีโออัตโนมัติและโหมดลดการรบกวน</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คณะลูกขุนแคลิฟอร์เนียสั่ง Facebook-Youtube จ่ายค่าเสียหาย 6 ล้านดอลลาร์ หลังหญิงอเมริกันฟ้องแพลตฟอร์มทำเสพติดโซเชียลมีเดีย</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/304911</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 28 Mar 2026 10:22:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[Instagram]]></category>
		<category><![CDATA[Meta]]></category>
		<category><![CDATA[YouTube]]></category>
		<category><![CDATA[กูเกิล]]></category>
		<category><![CDATA[ยูทูบ]]></category>
		<category><![CDATA[ลอสแอนเจลิส]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[อินสตาแกรม]]></category>
		<category><![CDATA[เมตา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=304911</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; คณะลูกขุนในเมืองลอสแอนเจลิส  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/304911">คณะลูกขุนแคลิฟอร์เนียสั่ง Facebook-Youtube จ่ายค่าเสียหาย 6 ล้านดอลลาร์ หลังหญิงอเมริกันฟ้องแพลตฟอร์มทำเสพติดโซเชียลมีเดีย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> คณะลูกขุนในเมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย มีคำวินิจฉัยให้บริษัท <strong>เมตา (Meta)</strong> และ <strong>กูเกิล (Google)</strong> มีความผิดในคดีที่ถูกฟ้องร้องเรื่องการทำให้ผู้ใช้งานเยาวชนเกิดอาการ<strong>เสพติดโซเชียลมีเดีย (Social Media Addiction)</strong> โดยสั่งให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายรวมเป็นเงิน 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แก่หญิงวัย 20 ปี รายหนึ่งที่ระบุว่าการออกแบบอัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม <strong>อินสตาแกรม (Instagram)</strong> และ <strong>ยูทูบ (YouTube)</strong> ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตอย่างรุนแรงตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งถือเป็นคำตัดสินครั้งประวัติศาสตร์ที่อาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ให้กับการกำกับดูแลบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก</p>



<p class="wp-block-paragraph">คดีความดังกล่าวมีโจทก์คือหญิงสาวนามสมมติว่า <strong>K.G.M.</strong> ซึ่งปัจจุบันอายุ 20 ปี เธอได้ยื่นฟ้องโดยระบุว่าการใช้งานแพลตฟอร์มตั้งแต่วัยเยาว์ โดยเริ่มใช้ <strong>YouTube</strong> ตั้งแต่อายุ 6 ปี และเริ่มใช้ <strong>Instagram</strong> เมื่ออายุ 9 ปี เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เธอตกอยู่ในสภาวะซึมเศร้าและมีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย ทีมกฎหมายของเธอชี้ให้เห็นว่าฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น <strong>การเลื่อนฟีดแบบไม่สิ้นสุด (Infinite Scrolling)</strong> ระบบเล่นวิดีโออัตโนมัติ และการแจ้งเตือนที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ถูกออกแบบมาโดยเจตนาเพื่อให้ผู้ใช้งานเสพติดและใช้เวลาอยู่บนหน้าจอให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">คณะลูกขุนใช้เวลาพิจารณาคดีนานกว่าหนึ่งเดือนและหารือกันเคร่งเครียดกว่า 43 ชั่วโมง ก่อนจะมีมติว่าทั้งสองบริษัทดำเนินธุรกิจด้วย <strong>ความมุ่งร้าย การกดขี่ หรือการฉ้อโกง (Malice, Oppression, or Fraud)</strong> จึงสั่งให้จ่ายค่าเสียหายเชิงลงโทษเพิ่มเติมอีก 3 ล้านดอลลาร์ จากค่าเสียหายเบื้องต้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6 ล้านดอลลาร์ โดยกำหนดให้ <strong>Meta</strong> รับผิดชอบค่าเสียหายในสัดส่วน 70% ขณะที่ <strong>Google</strong> รับผิดชอบส่วนที่เหลือ ซึ่งคำตัดสินนี้เน้นย้ำว่าผู้ผลิตแพลตฟอร์มควรตระหนักถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กจากการออกแบบผลิตภัณฑ์ของตน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทางด้านตัวแทนของ <strong>เมตา (Meta)</strong> ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังทราบคำตัดสินว่า <strong>&#8220;ทางบริษัทขอแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งต่อคำตัดสินที่ออกมา และกำลังอยู่ในระหว่างการประเมินทางเลือกทางกฎหมายเพื่อดำเนินการต่อไป&#8221;</strong> โดยทั้งสองบริษัทต่างยืนยันในชั้นศาลว่า แพลตฟอร์มของพวกเขามีฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยและระบบควบคุมโดยผู้ปกครองที่เพียงพอแล้ว ขณะที่จำเลยร่วมอย่าง <strong>ติ๊กต็อก (TikTok)</strong> และ <strong>สแนป (Snap Inc.)</strong> ได้ตัดสินใจยอมความและจ่ายค่าชดเชยนอกศาลไปก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา</p>



<p class="wp-block-paragraph">คดีนี้สะท้อนถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อ <strong>บิ๊กเทค (Big Tech)</strong> ในประเด็นเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะผลกระทบด้านสุขภาพจิตในกลุ่มผู้ใช้งานอายุน้อย ซึ่งที่ผ่านมามักจะได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายในแง่ของเนื้อหาที่ผู้ใช้โพสต์ แต่ในคดีนี้คณะลูกขุนมุ่งเน้นไปที่ความบกพร่องในการออกแบบระบบ (Negligent Design) ที่จงใจกระตุ้นพฤติกรรมการเสพติด ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการฟ้องร้องดำเนินคดีกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในอนาคต</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/304911">คณะลูกขุนแคลิฟอร์เนียสั่ง Facebook-Youtube จ่ายค่าเสียหาย 6 ล้านดอลลาร์ หลังหญิงอเมริกันฟ้องแพลตฟอร์มทำเสพติดโซเชียลมีเดีย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Apple ดึงตัวอดีตผู้บริหาร Google เสริมทัพการตลาด AI เตรียมยกระดับ Siri ครั้งใหญ่</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/304906</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 28 Mar 2026 10:14:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Alphabet]]></category>
		<category><![CDATA[Apple]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[Lilian Rincon]]></category>
		<category><![CDATA[กูเกิล]]></category>
		<category><![CDATA[อัลฟาเบต]]></category>
		<category><![CDATA[เกร็ก จอสวิแอก]]></category>
		<category><![CDATA[แอปเปิล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=304906</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; แอปเปิล (Apple) เดินหน้าเสริ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/304906">Apple ดึงตัวอดีตผู้บริหาร Google เสริมทัพการตลาด AI เตรียมยกระดับ Siri ครั้งใหญ่</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>แอปเปิล (Apple)</strong> เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศคว้าตัวอดีตผู้บริหารระดับสูงจาก <strong>กูเกิล (Google)</strong> เข้ามารับตำแหน่งรองประธานฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ด้าน <strong>ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence)</strong> หรือ <strong>AI</strong> เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดตัวระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ <strong>Siri</strong> เวอร์ชันใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาปรับใช้ในผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่กำลังจะออกสู่ตลาดในปีนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">การข้ามค่ายในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ <strong>Apple</strong> โดยได้แต่งตั้งให้ <strong>ลิเลียน รินคอน (Lilian Rincon)</strong> ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์การทำงานกับ <strong>Google</strong> มายาวนานเกือบ 10 ปี เข้ามาดำรงตำแหน่ง <strong>รองประธานฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ด้าน AI (Vice President of Product Marketing for AI)</strong> โดยเธอจะขึ้นตรงต่อ <strong>เกร็ก จอสวิแอก</strong> หัวหน้าฝ่ายการตลาดของแอปเปิล ซึ่งการขยับตัวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของบริษัทในการไล่ตามคู่แข่งในสมรภูมิเทคโนโลยีที่กำลังขับเคี่ยวกันอย่างรุนแรง</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับประวัติการทำงานของ <strong>Lilian Rincon</strong> นั้นถือว่าไม่ธรรมดา เพราะก่อนหน้านี้เธอเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบผลิตภัณฑ์กลุ่มการช็อปปิ้งและ <strong>Google Assistant</strong> ซึ่งเป็นคู่แข่งโดยตรงของ <strong>Siri</strong> มาก่อน การนำประสบการณ์ความเชี่ยวชาญจากผลิตภัณฑ์ที่มีฐานผู้ใช้งานทั่วโลกมาปรับใช้กับ <strong>Apple</strong> จึงเป็นที่จับตามองว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์และการสื่อสารฟีเจอร์ใหม่ ๆ ของบริษัทให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">เป้าหมายหลักของการจ้างงานครั้งนี้คือการเตรียมพร้อมเปิดตัว <strong>Siri</strong> เวอร์ชันปรับปรุงใหม่ที่มีกำหนดการปล่อยออกมาให้ใช้งานภายในปีนี้ โดยมีรายงานว่าระบบผู้ช่วยเสมือนดังกล่าวจะได้รับการสร้างขึ้นใหม่ด้วยเทคโนโลยีโมเดล <strong>Gemini AI</strong> จาก <strong>อัลฟาเบต</strong> หรือ <strong>Google</strong> ซึ่งจะช่วยให้การโต้ตอบและการประมวลผลมีความฉลาดและแม่นยำมากขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/304906">Apple ดึงตัวอดีตผู้บริหาร Google เสริมทัพการตลาด AI เตรียมยกระดับ Siri ครั้งใหญ่</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทรู คอร์ปอเรชั่น จับมือ Google เปิดตัว 2 หลักสูตรยกระดับทักษะ AI และความปลอดภัยดิจิทัลแก่เยาวชนไทย</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/304575</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Mar 2026 13:07:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[DTAC]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[True]]></category>
		<category><![CDATA[True Corporation Public Company Limited]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[กูเกิล]]></category>
		<category><![CDATA[ชารัด เมห์โรทรา]]></category>
		<category><![CDATA[ดีแทค]]></category>
		<category><![CDATA[ทรู]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[โรฮาน ทีวารี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=304575</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; ทรู คอร์ปอเรชั่น (True Corpo [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/304575">ทรู คอร์ปอเรชั่น จับมือ Google เปิดตัว 2 หลักสูตรยกระดับทักษะ AI และความปลอดภัยดิจิทัลแก่เยาวชนไทย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> <strong>ทรู คอร์ปอเรชั่น (True Corporation)</strong> ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ <strong>กูเกิล (Google)</strong> เปิดตัวโครงการพัฒนาทักษะความฉลาดทางดิจิทัลด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ <strong>AI Literacy</strong> ผ่าน 2 หลักสูตรใหม่ ได้แก่ <strong>Gemini Academy for Students</strong> และ <strong>AI Literacy &amp; Safety Module</strong> มุ่งเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันในการใช้งานเทคโนโลยีอย่างปลอดภัย พร้อมมอบสิทธิพิเศษสนับสนุนการเรียนรู้ด้วยการให้ลูกค้า <strong>ทรู (True)</strong> และ <strong>ดีแทค (dtac)</strong> ใช้งานอินเทอร์เน็ตฟรีแบบไม่จำกัดตลอดระยะเวลาการอบรม เพื่อลดช่องว่างทางทักษะดิจิทัลและเตรียมความพร้อมสู่เศรษฐกิจยุคใหม่</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความร่วมมือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังการใช้งาน <strong>ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence)</strong> อย่างมีความรับผิดชอบ โดยหลักสูตรที่ออกแบบร่วมกันจะครอบคลุมทั้งการทำเวิร์กชอปและบทเรียนออนไลน์ที่เน้นพื้นฐานด้าน <strong>AI</strong> จริยธรรมการใช้งาน และทักษะความปลอดภัยในโลกออนไลน์ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อเทคโนโลยีในระยะยาว โดยโครงการนี้เปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไปจากทุกเครือข่ายสามารถเข้าร่วมเรียนรู้ได้ เพื่อผลักดันแนวคิด <strong>AI for All</strong> ให้เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>คุณชารัด เมห์โรทรา (Sharad Mehrotra)</strong> หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจลูกค้าบุคคล <strong>บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (True Corporation Public Company Limited)</strong> ระบุว่า &#8220;ในยุคที่ <strong>AI</strong> กำลังกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและสังคม ทรูเชื่อว่า <strong>AI Literacy</strong> เป็นทักษะสำคัญเพราะเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ การทำงาน และการใช้ชีวิต เยาวชนไทยต้องไม่เพียงเข้าถึงเทคโนโลยี แต่ต้องเข้าใจ รู้เท่าทัน และสามารถนำไปใช้อย่างมีความรับผิดชอบและปลอดภัย การเปิดตัวหลักสูตรในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทรูและเครือซีพีในการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เข้าถึงได้ทุกคน เพื่อพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ให้เป็นผู้สร้างคุณค่าและนวัตกรรมจาก <strong>AI</strong> เพื่อประเทศ&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้าน <strong>คุณโรฮาน ทีวารี (Rohan Tiwary)</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายพันธมิตรด้านแพลตฟอร์มและอุปกรณ์แอนดรอยด์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก <strong>กูเกิล (Google)</strong> กล่าวว่า &#8220;ความร่วมมือระหว่าง <strong>Google</strong> และ <strong>True</strong> จะช่วยเตรียมความพร้อมให้กับเยาวชนไทยด้วยทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคต เราตื่นเต้นที่จะได้เห็นว่าโครงการ <strong>Gemini Academy for Students</strong> และโมดูลความปลอดภัยของเราจะช่วยเสริมศักยภาพให้ผู้เรียนได้สำรวจความอยากรู้อยากเห็นอย่างปลอดภัยได้อย่างไรบ้าง เราภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับ <strong>True</strong> เพื่อลดช่องว่างด้านทักษะดิจิทัลและทำให้มั่นใจว่านักเรียนทั่วประเทศไทยพร้อมที่จะเติบโตในยุคของเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย <strong>AI</strong> ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นของเราภายใต้พันธกิจ <strong>Leave No Thai Behind</strong>&#8220;</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับรายละเอียดโครงการ หลักสูตร <strong>AI Literacy &amp; Safety</strong> จะเปิดให้เรียนผ่านช่องทางออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ส่วนหลักสูตร <strong>Gemini Academy for Students</strong> จะเป็นการจัดกิจกรรมในรูปแบบออฟไลน์ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและสมัครเข้าร่วมได้ผ่านเว็บไซต์ของทางทรู ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมอบรมที่ผ่านเกณฑ์ตามที่กำหนดจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองทักษะและความรู้ด้าน <strong>AI</strong> จากทั้ง <strong>ทรู (True)</strong> และ <strong>กูเกิล (Google)</strong> เพื่อใช้ในการต่อยอดทางการศึกษาและอาชีพในอนาคตต่อไป</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/304575">ทรู คอร์ปอเรชั่น จับมือ Google เปิดตัว 2 หลักสูตรยกระดับทักษะ AI และความปลอดภัยดิจิทัลแก่เยาวชนไทย</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จับตา Apple กับความท้าทายในตลาดสมาร์ทโฟนพับได้ หลังคู่แข่ง Android รุกหนักต่อเนื่อง</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/303865</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Mar 2026 17:14:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[Apple]]></category>
		<category><![CDATA[Counterpoint Research]]></category>
		<category><![CDATA[Foldable Smartphone]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[iPhone Flip]]></category>
		<category><![CDATA[iPhone หน้าจอพับได้]]></category>
		<category><![CDATA[motorola]]></category>
		<category><![CDATA[samsung]]></category>
		<category><![CDATA[กูเกิล]]></category>
		<category><![CDATA[ซัมซุง]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้]]></category>
		<category><![CDATA[แอปเปิล]]></category>
		<category><![CDATA[โมโตโรลา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=303865</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาด [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/303865">จับตา Apple กับความท้าทายในตลาดสมาร์ทโฟนพับได้ หลังคู่แข่ง Android รุกหนักต่อเนื่อง</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากการรุกคืบของ <strong>โทรศัพท์มือถือหน้าจอพับได้ (Foldable Smartphones)</strong> ซึ่งปัจจุบันเกือบทุกผู้ผลิตยักษ์ใหญ่ในฝั่ง <strong>แอนดรอยด์ (Android)</strong> ไม่ว่าจะเป็น <strong>ซัมซุง (Samsung)</strong>, <strong>กูเกิล (Google)</strong>, <strong>โมโตโรลา (Motorola)</strong> หรือแม้แต่แบรนด์จากจีนอย่าง <strong>เสี่ยวมี่ (Xiaomi)</strong> และ <strong>ออปโป้ (Oppo)</strong> ต่างส่งผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ทิ้งให้ <strong>แอปเปิล (Apple)</strong> เป็นเพียงผู้ผลิตรายใหญ่รายเดียวที่ยังไม่มี <strong>ไอโฟนหน้าจอพับได้ (iPhone Flip)</strong> ออกมาวางจำหน่าย ซึ่งอาจกลายเป็นความเสี่ยงในการสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดในระยะยาว</p>



<p class="wp-block-paragraph">สถานการณ์ปัจจุบันพบว่าผู้ผลิตฝั่ง <strong>Android</strong> ต่างพัฒนาเทคโนโลยีหน้าจอพับมาจนถึงจุดที่สมบูรณ์มากขึ้น โดย <strong>Samsung</strong> ได้ดำเนินมาถึงเจเนอเรชันที่ 7 ของซีรีส์ <strong>Flip</strong> และ <strong>Fold</strong> แล้ว ขณะที่ <strong>Motorola</strong> ระบุข้อมูลที่น่าสนใจว่า ลูกค้ากว่า 20% ที่ตัดสินใจซื้อรุ่น <strong>Razr</strong> ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนพับได้นั้น เป็นกลุ่มลูกค้าที่ย้ายค่ายมาจาก <strong>Apple</strong> โดยตรง สะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมนี้เริ่มส่งผลกระทบต่อฐานผู้ใช้งานเดิมของ <strong>iPhone</strong> ที่ต้องการความแปลกใหม่มากกว่าทรงสี่เหลี่ยมแบบเดิม</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากตัวเลขยอดขายในภาพรวม <strong>แอปเปิล (Apple)</strong> ดูเหมือนจะยังไม่เร่งรีบนัก โดยในปี 2023 ยอดขายสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้ทั่วโลกรวมทุกยี่ห้ออยู่ที่ประมาณ 20 ล้านเครื่อง แต่เพียงแค่รุ่น <strong>iPhone 14 Pro Max</strong> ของแอปเปิลรุ่นเดียว กลับทำยอดขายได้สูงถึง 26.5 ล้านเครื่องในช่วงครึ่งแรกของปีเท่านั้น นอกจากนี้ข้อมูลจากนักวิเคราะห์ของ <strong>เคาน์เตอร์พอยท์ รีเสิร์ช (Counterpoint Research)</strong> ยังระบุว่ายอดขายมือถือพับได้ในปี 2024 และ 2025 ค่อนข้างทรงตัว แม้จะมีสัญญาณบวกจากยอดจองล่วงหน้าของ <strong>Samsung</strong> ที่ทำสถิติใหม่ก็ตาม</p>



<p class="wp-block-paragraph">จุดแข็งที่ทำให้ <strong>Apple</strong> ยังคงนิ่งเฉยได้ คือประวัติศาสตร์การดำเนินธุรกิจที่เน้นการเฝ้าสังเกตการณ์และรอจังหวะที่เหมาะสม บริษัทมักไม่ใช่นักประดิษฐ์กลุ่มแรกที่เริ่มทำสิ่งใหม่ แต่เป็นผู้ที่นำเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิมมาขัดเกลาให้ใช้งานได้จริงและสร้างประสบการณ์ที่ดีกว่า ดังที่เคยทำสำเร็จมาแล้วกับ <strong>iPhone</strong>, <strong>iPad</strong> และ <strong>Apple Watch</strong> ซึ่งในครั้งนี้ความคาดหวังไม่ได้อยู่ที่ตัวฮาร์ดแวร์ที่พับได้เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การทำงานร่วมกับเหล่านักพัฒนาซอฟต์แวร์ในการสร้างแอปพลิเคชันที่รองรับรูปแบบหน้าจอใหม่ๆ อย่างแท้จริง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัญหาหลักของสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้ในฝั่ง <strong>Android</strong> ปัจจุบัน คือการขาดการสนับสนุนจากนักพัฒนาซอฟต์แวร์ภายนอก ทำให้แอปพลิเคชันส่วนใหญ่เป็นเพียงการปรับขนาดจากสมาร์ทโฟนปกติ ซึ่งแตกต่างจากแนวทางของ <strong>Apple</strong> ที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับนักพัฒนา ทำให้หลายฝ่ายคาดหวังว่าหาก <strong>iPhone</strong> หน้าจอพับได้เปิดตัวในปี 2026 หรือหลังจากนั้น มันจะไม่ใช่แค่โทรศัพท์ที่พับครึ่งได้ แต่จะเป็นการปฏิวัติรูปแบบการใช้งานสมาร์ทโฟนที่น่าตื่นเต้นอีกครั้ง เพื่อแก้ปัญหาความจำเจของเทคโนโลยีในปัจจุบัน</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/303865">จับตา Apple กับความท้าทายในตลาดสมาร์ทโฟนพับได้ หลังคู่แข่ง Android รุกหนักต่อเนื่อง</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศาลสหรัฐฯ เริ่มพิจารณาคดีประวัติศาสตร์ ฟ้อง Meta และ YouTube จงใจออกแบบแอปพลิเคชันให้เด็กเสพติด</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/300116</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo News Agency]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 10 Feb 2026 14:11:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[Kaley G.M.]]></category>
		<category><![CDATA[Mark Zuckerberg]]></category>
		<category><![CDATA[Meta Platforms]]></category>
		<category><![CDATA[Snap]]></category>
		<category><![CDATA[TikTok]]></category>
		<category><![CDATA[YouTube]]></category>
		<category><![CDATA[กูเกิล]]></category>
		<category><![CDATA[ติ๊กต็อก]]></category>
		<category><![CDATA[ยูทูบ]]></category>
		<category><![CDATA[ศาลสูงลอสแอนเจลิส]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพจิตเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[สแนป]]></category>
		<category><![CDATA[เมตา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=300116</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211; การพิจารณาคดีครั้งสำคัญในสหร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/300116">ศาลสหรัฐฯ เริ่มพิจารณาคดีประวัติศาสตร์ ฟ้อง Meta และ YouTube จงใจออกแบบแอปพลิเคชันให้เด็กเสพติด</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>สำนักข่าวบริคอินโฟ &#8211;</strong> การพิจารณาคดีครั้งสำคัญในสหรัฐอเมริกาเริ่มต้นขึ้นแล้ว เมื่อโจทก์หญิงวัย 20 ปี ยื่นฟ้องบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ระดับโลกอย่าง <strong>เมตา (Meta Platforms)</strong> และ <strong>ยูทูบ (YouTube)</strong> โดยกล่าวหาว่าทั้งสองบริษัท<strong>จงใจออกแบบแพลตฟอร์มให้มีลักษณะมอมเมาและสร้างอาการเสพติดในเด็ก</strong> ซึ่งคดีนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญว่าบริษัทโซเชียลมีเดียจะต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบด้านสุขภาพจิตที่เกิดจากการออกแบบฟีเจอร์ต่าง ๆ หรือไม่ ท่ามกลางกระแสการฟ้องร้องในลักษณะเดียวกันที่กำลังขยายตัวเป็นวงกว้างในแคลิฟอร์เนียและรัฐอื่น ๆ ทั่วประเทศ</p>



<p class="wp-block-paragraph">มาร์ค ลาเนียร์ (Mark Lanier) ทนายความของ <strong>เคลีย์ จี.เอ็ม. (Kaley G.M.)</strong> หญิงสาวผู้ยื่นฟ้อง ระบุต่อคณะลูกเกดในนครลอสแอนเจลิสว่า ลูกความของเขาต้องตกอยู่ในสภาวะ<strong>เสพติดโซเชียลมีเดีย</strong>ตั้งแต่อยู่ในวัยเยาว์ เนื่องจากการออกแบบแอปพลิเคชันที่มีเป้าหมายชัดเจน โดยเขากล่าวอ้างถึงเอกสารภายในของบริษัทที่แสดงให้เห็นว่า <strong>“บริษัทเหล่านี้สร้างเครื่องจักรที่ออกแบบมาเพื่อทำให้สมองของเด็กเสพติด และพวกเขาทำมันโดยเจตนา”</strong> ขณะที่ฝ่ายโจทก์ตั้งเป้าที่จะพิสูจน์ว่าบริษัทประมาทเลินเล่อในการออกแบบ ไม่แจ้งเตือนความเสี่ยงต่อสาธารณะ และแพลตฟอร์มเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดอาการซึมเศร้าและความคิดที่จะฆ่าตัวตาย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ด้าน พอล ชมิดท์ (Paul Schmidt) ทนายความของฝั่ง <strong>เมตา (Meta)</strong> ได้โต้แย้งในแถลงการณ์เปิดคดีโดยหยิบยกประวัติสุขภาพของเคลีย์ขึ้นมาอ้างว่า เธอมีประวัติการถูกทำร้ายทั้งทางร่างกายและวาจา รวมถึงมีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับครอบครัว โดยตั้งคำถามต่อคณะลูกขุนว่า <strong>“หากคุณนำอินสตาแกรม (Instagram) ออกไปจากชีวิตของเธอ แต่ปัจจัยอื่น ๆ ในชีวิตของเคลีย์ยังคงเหมือนเดิม ชีวิตของเธอจะแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงจริงหรือ?”</strong> ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการต่อสู้คดีของฝั่งเทคยักษ์ใหญ่ที่พยายามชี้ให้เห็นว่ามีปัจจัยแวดล้อมอื่นที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตของผู้ใช้งาน</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากการพิจารณาคดีที่ลอสแอนเจลิสแล้ว ในวันเดียวกันนั้นที่รัฐนิวเม็กซิโก <strong>เมตา (Meta)</strong> ยังต้องเผชิญกับการพิจารณาคดีในข้อหาแสวงหาผลกำไรจากการปล่อยให้เด็กและเยาวชนเผชิญกับการถูกล่วงละเมิดทางเพศและทำลายสุขภาพจิต โ</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดนัลด์ มิกลิโอรี (Donald Migliori) ทนายความฝั่งอัยการรัฐนิวเม็กซิโก กล่าวว่า <strong>“เป็นความจริงที่บริษัทในสหรัฐฯ มีเป้าหมายในการทำเงิน แต่เมตาสร้างกำไรในขณะที่บิดเบือนต่อสาธารณะว่าแพลตฟอร์มของตนปลอดภัยสำหรับเยาวชน ทั้งที่รู้ถึงอันตรายแต่กลับปฏิเสธหรือพูดไม่ความจริง”</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ปัจจุบัน <strong>กูเกิล (Google)</strong>, <strong>เมตา (Meta)</strong>, <strong>ติ๊กต็อก (TikTok)</strong> และ <strong>สแนป (Snap)</strong> กำลังเผชิญกับการฟ้องร้องหลายพันคดีในแคลิฟอร์เนีย รวมถึงคดีจากผู้ปกครอง เขตการศึกษา และอัยการรัฐรวมกว่า 2,300 คดีในศาลรัฐบาลกลาง หากคณะลูกขุนตัดสินให้บริษัทเทคโนโลยีมีความผิดในคดีนี้ จะถือเป็นการทำลายเกราะคุ้มกันทางกฎหมายที่ยาวนานของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในสหรัฐฯ และอาจส่งผลกระทบต่อโมเดลธุรกิจของโซเชียลมีเดียทั่วโลกที่กำลังถูกจับตามองอย่างเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยของเยาวชน</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/300116">ศาลสหรัฐฯ เริ่มพิจารณาคดีประวัติศาสตร์ ฟ้อง Meta และ YouTube จงใจออกแบบแอปพลิเคชันให้เด็กเสพติด</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
