<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การทำงาน ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<atom:link href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://brickinfotv.com/tag/การทำงาน</link>
	<description>ข่าวสาร สาระ ความรู้ และความบันเทิง</description>
	<lastBuildDate>Tue, 13 Feb 2024 08:14:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.2</generator>

<image>
	<url>https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2019/07/cropped-06-Favicon-Brick-100x100.png</url>
	<title>การทำงาน ข่าวล่าสุด | Brickinfo News Agency</title>
	<link>https://brickinfotv.com/tag/การทำงาน</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>International SOS เผย ภาวะหมดไฟ รุนแรงมากขึ้น จากภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤตทั่วโลกบั่นทอนจิตใจ-หมดแรงหมดใจ</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/222877</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Feb 2024 08:13:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[International SOS]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะหมดไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[อินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=222877</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤตทั่วโลกมีแนวโน้มว่า จะเกิดขึ้นอย่างต่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/222877">International SOS เผย ภาวะหมดไฟ รุนแรงมากขึ้น จากภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤตทั่วโลกบั่นทอนจิตใจ-หมดแรงหมดใจ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤตทั่วโลกมีแนวโน้มว่า จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2567 เนื่องจากสภาพอากาศสุดขั้วและสถานการณ์ความไม่มั่นคงที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อองค์กรต่าง ๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกิดภาวะหมดไฟในกลุ่มพนักงานเพิ่มมากขึ้น รายงานภาพรวมแนวโน้มความเสี่ยงทั่วโลก ประจำปี 2567 ของอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส (<a href="https://www.internationalsos.com/">International SOS</a> Risk Outlook Report 2024) ฉบับล่าสุด ระบุว่า 80% ของผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านความเสี่ยงทั่วโลกที่ตอบแบบสำรวจคาดการณ์ว่า ภาวะหมดไฟจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อธุรกิจในปี 2567<a href="#_ftn1" id="_ftnref1"><sup>[1]</sup></a> แต่มีเพียง 41% ของผู้ตอบแบบสำรวจกลุ่มนี้เท่านั้นที่รู้สึกว่า องค์กรของตนพร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว</p>



<p class="wp-block-paragraph">รายงานยังได้ให้ภาพรวมโดยละเอียดเกี่ยวกับความเสี่ยงสำคัญบางประการที่องค์กรต่าง ๆ ต้องเผชิญในปี 2567 รวมถึงวิกฤตสภาพภูมิอากาศ พลังของปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเปลี่ยนแปลงในเรื่องความคาดหวังของพนักงาน และปัญหาความไม่สงบทั่วโลก</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a>คุณแซลลี ลูเวลลิน</a> (Sally Llewellyn) ผู้อำนวยการฝ่ายความมั่นคงปลอดภัยระดับโลกของอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส กล่าวว่า “องค์กรต่าง ๆ จะต้องเผชิญกับความเสี่ยงมากมายในปี 2567 เนื่องจากความไม่มั่นคงยังคงเป็นประเด็นสำคัญต่อสภาพแวดล้อมด้านความปลอดภัยทั่วโลก อัตราการเกิดวิกฤตที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องยิ่งทำให้การฝ่าฟันปัญหาขององค์กรต่าง ๆ ยากขึ้นไปอีก ทีมงานด้านการบริหารจัดการภาวะวิกฤตซึ่งทำงานอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงโควิด จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะหมดไฟในการทำหน้าที่ที่สำคัญนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;“การบริหารความเสี่ยงเชิงรุกจะเป็นกุญแจสำคัญ เนื่องจากผู้ตอบแบบสำรวจหลายคนคาดการณ์ว่าความเสี่ยงที่บริษัทต่าง ๆ ต้องเผชิญในปี 2567 จะเพิ่มสูงขึ้น การเป็นพันธมิตรกับองค์กรอื่น ๆ หรือผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้เรามีความเข้าใจเรื่องความเสี่ยงและผลกระทบในลำดับที่สองหรือสามที่อาจจะต้องเผชิญเมื่อพิจารณาจากพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ อุตสาหกรรม หรือรูปแบบการเดินทาง การเตือนภัยล่วงหน้าจะช่วยให้องค์กรสามารถวางแผนหรือลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ การดูแลให้เกิดความยืดหยุ่นภายในแผนกที่รับผิดชอบด้านการบริหารจัดการภาวะวิกฤตก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน ขณะที่การเพิ่มจำนวนผู้บริหารที่สามารถเข้ามาช่วยดูแลในยามวิกฤต และเสริมศักยภาพให้ผู้บริหารเหล่านี้ด้วยการฝึกอบรมที่เหมาะสม ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยรับรองและสร้างความเชื่อมั่นว่า ภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤตจะไม่ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจในวงกว้าง”</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-รายงานภาพรวมแนวโน-มความเส-ยงท-วโลก-ประจำป-2567-ของอ-นเตอร-เนช-นแนล-เอสโอเอส-การคาดการณ-5-อ-นด-บแรก"><strong>รายงานภาพรวมแนวโน้มความเสี่ยงทั่วโลก ประจำปี </strong><strong>2567 </strong><strong>ของอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส</strong><strong>: </strong><strong>การคาดการณ์</strong><strong> </strong><strong>5 </strong><strong>อันดับแรก</strong><strong></strong></h2>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>หมดแรงหมดใจ</strong><strong> – </strong><strong>ปัญหาวิกฤตซ้อนวิกฤตบั่นทอนจิตใจ</strong></li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ภาวะผันผวนที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิดได้เริ่มบรรเทาเบาบางลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความขัดแย้งระหว่างยูเครนกับรัสเซียได้ทำให้ห่วงโซ่อุปทานและบริการในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ต้องเผชิญกับภาวะผันผวนและหยุดชะงักลงอีกครั้ง สถานการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียดสะสมอย่างต่อเนื่องเหล่านี้ทำให้พนักงานมีความเสี่ยงที่จะหมดไฟมากยิ่งขึ้น ผลการวิจัยพบว่า องค์กรต่าง ๆ เผชิญกับปัญหาการขาดงานเนื่องจากความเครียดเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยผู้ตอบแบบสำรวจเน้นย้ำว่า ระดับความเสี่ยงที่รับรู้ได้ในช่วง 12 เดือนข้างหน้านั้น อยู่ที่ระดับสูงสุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา โดย 65% เชื่อว่าความเสี่ยงทั่วโลกจะยังคงเพิ่มสูงขึ้นในปี 2567 ส่งผลให้ความเหนื่อยล้าที่เกิดจากการบริหารจัดการวิกฤตเพิ่มสูงกว่าช่วงก่อนที่จะเกิดโรคระบาด</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>วิกฤตสภาพภูมิอากาศ</strong><strong> – </strong><strong>เมื่อภาวะโลกร้อนมาเยือน</strong></li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ในช่วงระยะเวลากว่า 2,000 ปี อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้นในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่า ความเสี่ยงจากสภาพอากาศนั้นเกี่ยวพันกับธุรกิจทั่วโลกมากเพียงใด<a href="#_ftn2" id="_ftnref2"><sup>[2]</sup></a> องค์กรหนึ่งในสี่เปิดเผยว่า กิจการของตนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และรายงานการแจ้งเตือน (Alerts)จากอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส ในปี 2566 ชี้ว่า เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว เป็นประเภทของสถานการณ์ที่มีการแจ้งเตือนสูงเป็นอันดับสองของรายงานการแจ้งเตือนจำนวนหลายพันรายงานที่ออกโดยอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ผู้ตอบแบบสำรวจเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นที่ระบุว่า ตนเองได้พิจารณาและนำปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเข้ามาใส่ไว้ในแผนด้านสุขภาพและความปลอดภัย ซึ่งประเด็นนี้ ชี้ให้เห็นว่า หลายองค์กรมีความเสี่ยงมากเพียงใด และแน่นอนว่า ปัญหานี้จะไม่หมดไป โดยประมาณสามในสี่ของธุรกิจต่าง ๆ เปิดเผยว่า สภาพอากาศสุดขั้วจะเป็นอุปสรรคสำหรับพนักงานและการดำเนินธุรกิจของตนในปี 2567</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อสภาพอากาศและภูมิอากาศในหลายภูมิภาคทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไป สภาพแวดล้อมของความเสี่ยงด้านสุขภาพก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วยเช่นกัน ดร.ไอรีน ไล (Dr Irene Lai) ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ระดับโลกของอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส แสดงความเห็นว่า “เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วหลายเหตุการณ์ที่เราได้เผชิญในปี 2566 อาจจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาสามัญในปี 2567 ซึ่งอาจส่งผลให้พนักงานมีความวิตกกังวลเรื่องสภาพภูมิอากาศมากยิ่งขึ้น เช่น สภาพอากาศที่ร้อนจัดในยุโรปอาจกลายเป็นเรื่องปกติ โดยอาจจะมีคลื่นความร้อนที่ถูกตั้งชื่อมากยิ่งขึ้นหลังจากที่ได้มีการตั้งชื่อคลื่นความร้อนลูกแรกกันไปแล้วในปี 2566 ว่า ‘เซอร์เบอรัส’ (Cerberus)</p>



<p class="wp-block-paragraph">&nbsp;“เมื่ออุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น ความเป็นไปได้ที่จะเกิดการแพร่ระบาดของโรคก็เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย เพราะปัจจัยดังกล่าวทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเกิดโรคที่มียุงเป็นพาหะ ซึ่งเราได้เห็นเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแล้วในบางภูมิภาค เช่น การระบาดของโรคมาลาเรียในพื้นที่หลายรัฐของสหรัฐในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา รูปแบบการแพร่เชื้อมาลาเรียที่เปลี่ยนแปลงไปในพื้นที่ราบสูงของแอฟริกาและแนวโน้มของโรคที่เกิดจากพาหะนำโรคในยุโรป ก่อให้เกิดความท้าทายที่สำคัญสำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ดังนั้นการเตรียมแผนรับมือกับความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มสูงขึ้น จึงเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับองค์กรต่าง ๆ”</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ภาวะไร้เสถียรภาพทั่วโลกทวีความรุนแรงขึ้น</strong></li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่า ในปี 2566 ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เป็นหัวข้อที่ทำให้เกิดความกังวลด้านความปลอดภัยที่สูงเป็นอันดับสอง&nbsp; โดยผู้ตอบแบบสำรวจถึงสามในสี่เชื่อว่า องค์กรของตนจะได้รับผลกระทบอย่างมากในปี 2567 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิกฤตการณ์ที่ยังคงเกิดขึ้นในอิสราเอลและฉนวนกาซา รวมถึงความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในยูเครน ส่งผลให้เกิดภาวะไร้เสถียรภาพทั่วโลก ความไม่สงบและความระส่ำระสายในสังคมควบคู่กับความไม่มั่นคงทางการเมือง ถือเป็นหัวข้อที่สร้างความกังวลอย่างมากในระดับรองลงมาสำหรับองค์กรต่าง ๆ ด้วยรูปแบบที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ของเหตุการณ์เหล่านี้ ธุรกิจต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มแข็ง เพื่อรับมือกับความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>เอไอ</strong><strong> – </strong><strong>ความเสี่ยงและโอกาส</strong></li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) มีศักยภาพที่น่าทึ่งในการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน &nbsp;เอไอกลับทำให้งานที่มีความสำคัญอย่างการแยกแยะข้อมูลที่เชื่อถือได้ออกจากข้อมูลเท็จและข้อมูลที่จงใจบิดเบือนสำหรับธุรกิจนั้น มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น ผู้ตอบแบบสำรวจงานวิจัยภาพรวมแนวโน้มความเสี่ยงระดับโลกมากกว่าสองในห้าระบุว่า รู้สึกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับพนักงานของตนจากข้อมูลทางการแพทย์ที่ไม่ถูกต้องและถูกบิดเบือน และตัวเลขผู้ตอบแบบสำรวจเพิ่มขึ้นเป็นสามในห้าเมื่อถูกถามเกี่ยวกับข้อมูลทางการเมืองที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งประเด็นนี้อาจเป็นสถานการณ์ที่ท้าทายอย่างยิ่งในช่วงที่สหรัฐกำลังจะมีการเลือกตั้งครั้งสำคัญ</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>สัญญาจ้างแรงงานรูปแบบใหม่</strong></li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">สามในสี่ขององค์กรที่ตอบรับการสำรวจเปิดเผยว่า พนักงานมีความคาดหวังมากขึ้นว่าจะได้รับการดูแลจากบริษัท (Duty of Care) ตัวเลขดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นถึงองค์กรที่ปัจจุบันแบกรับหน้าที่ที่เคยถูกมองว่าเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล เช่น สองในสามขององค์กรที่ระบุว่า องค์กรได้ขยายขอบเขตสวัสดิการพนักงานให้ครอบคลุมการสนับสนุนครอบครัวของพนักงานในยามจำเป็นด้วยเช่นกัน นับเป็นการตอกย้ำว่า ยุคสมัยแห่งการให้บริการด้านอาชีวอนามัยขั้นพื้นฐานสำหรับพนักงานเพียงอย่างเดียวนั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว แม้ว่าบริการด้านอาชีวอนามัยสำหรับพนักงานจะยังคงมีความสำคัญ แต่จำเป็นต้องถูกยกระดับด้วยมาตรการช่วยเหลือและการสนับสนุนที่หลากหลาย เพื่อปกป้องดูแลพนักงานทั่วโลก</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="#_ftnref1" id="_ftn1">[1]</a> รายงานภาพรวมแนวโน้มความเสี่ยงทั่วโลก ประจำปี 2567 อ้างอิงจากการสำรวจความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านความเสี่ยงทั่วโลก 675 ราย โดยชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ในการปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน เช่น การรับรู้เรื่องความเสี่ยง สุขภาพจิต ผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน และความท้าทายในการปฏิบัติงาน นอกจากข้อมูลจากการสำรวจแล้ว รายงานนี้ยังมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องและการคาดการณ์จาก Workforce Resilience Council รวมถึงบทวิเคราะห์และข้อมูลจำนวนมากที่เป็นกรรมสิทธิ์ของอินเตอร์เนชั่นแนล เอสโอเอส ทั้งนี้ Workforce Resilience Council ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญที่เป็นตัวแทนจากทุกสาขาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ความมั่นคง และความปลอดภัย สมาชิกของ Workforce Resilience Council ปี 2566 มีทั้งกลุ่มนักวิชาการ, สมาคม, คณะกรรมการที่ปรึกษา, องค์การนอกภาครัฐ (NGO) และองค์การระหว่างประเทศ (IGO) ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงในการทำงานทั้งในประเทศหรือต่างประเทศ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="#_ftnref2" id="_ftn2">[2]</a> คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp; <a href="https://www.ipcc.ch/report/ar6/syr/">https://www.ipcc.ch/report/ar6/syr/</a></p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/222877">International SOS เผย ภาวะหมดไฟ รุนแรงมากขึ้น จากภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤตทั่วโลกบั่นทอนจิตใจ-หมดแรงหมดใจ</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“รู้รอบ รู้ลึก” ทักษะผู้นำ-คนทำงาน ทุกระดับต้องมีในยุคที่นิยามความเก่งเปลี่ยนไป</title>
		<link>https://brickinfotv.com/article/116040</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Aug 2021 06:46:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[SEAC (เอสอีเอซี) ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[นิภัทรา ตั้งพจน์ทวีผล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=116040</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคยมีคำถามว่า ถ้าเราในฐานะผู้นำ ลงทุนใน “คน” หรือ “พนัก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/116040">“รู้รอบ รู้ลึก” ทักษะผู้นำ-คนทำงาน ทุกระดับต้องมีในยุคที่นิยามความเก่งเปลี่ยนไป</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">เคยมีคำถามว่า <strong><em>ถ้าเราในฐานะผู้นำ ลงทุนใน “คน” หรือ “พนักงาน” แต่เขาไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป กับ ถ้าเราไม่ได้ลงทุนอะไรเลยในพนักงานของเรา แล้วเขาอยู่กับเราตลอดไป ตัวเลือกไหนจะเป็น สิ่งที่น่าเสียดายมากกว่ากัน?</em></strong><em> จึง</em>เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมต้องเลือกพัฒนาทักษะให้กับทั้งตัวเราและคนทำงานตลอดเวลา เพราะแน่นอนว่าทักษะเดิมๆ ที่เราคุ้นเคยกันอยู่ ผ่านไปนานวันเข้าจะเข้าสู่ระยะหมดอายุ และไม่สามารถใช้งานได้อีก คีย์เวิร์ดสำคัญของเกมส์การอยู่รอดในครั้งนี้คงหนีไม่พ้น การเร่งปรับตัว เพื่อรีสกิล (Reskill) และอัพสกิล (Upskill) อย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวเข้าสู่โลกยุคใหม่ ยิ่งสำหรับคนทำงานในยุควันนี้ ที่ต้องเจอกับกระแสการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน การใช้ทักษะเพื่อแก้ปัญหาด้วยวิธีใหม่ๆ รวมถึงสร้างผลลัพธ์ในบริบทงานที่เปลี่ยนไปทำให้ไม่สามารถใช้ชุดทักษะในสายงานที่มีอยู่เดิมเพียงอย่างเดียว ขับเคลื่อนผลลัพธ์ใหม่ด้วยความรวดเร็วได้ แต่จำเป็นต้องพัฒนาทักษะแวดล้อมให้มีความคล่องตัว และสามารถส่งมอบผลลัพธ์ (Job Outcomes) ด้วยการเติมทักษะรอบด้าน ที่จำเป็นในการทำงานรูปแบบใหม่ของแต่ละกลุ่มงาน (<a>Job-based skills</a>) กล่าวคือคนทำงานต้องมีความรู้และทักษะที่นอกเหนือจากสายงานของตัวเอง เรียกได้ว่า ยิ่งมี ”ทักษะรอบด้าน” มากเท่าไหร่ ยิ่งได้เปรียบ มากเท่านั้น โดยตระหนักรู้เสมอว่า การพัฒนาตัวเองและเพิ่มทักษะเป็นเรื่องที่ “ต้องทำ” และต้องทำให้เร็วที่สุด หากไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลัง</p>



<ul class="wp-block-list"><li>ฟัง Brickinfo Podcast : <strong><span style="text-decoration: underline;"><a href="https://brickinfotv.com/brickinfo-podcast/112158/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เด็กจบใหม่ เริ่มต้นชีวิตการทำงาน อย่างไร ?</a></span></strong></li></ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>นิภัทรา ตั้งพจน์ทวีผล </strong><strong>Director of Product Marketing, YourNextU by </strong><strong>SEAC (เอสอีเอซี) ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน </strong>กล่าวว่า “ปัจจุบัน การระบาดใหญ่ของโควิด-19 ทำให้โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว “คน” รวมไปถึงธุรกิจในหลากหลายภาคส่วน ล้วนถูกผลกระทบในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจถดถอย ภาวะตกงาน จนทำให้เกิดอัตราการว่างงานเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความท้าทายใหม่ของคนทำงานในทุกๆ ระดับที่มาพร้อมกับความคาดหวังที่เปลี่ยนไป คนเก่งในองค์กร อาจจะกลายเป็นแค่คน(เคย)เก่ง เมื่อไม่สามารถทำวิธีเดิมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์แบบเดิม บนบริบทธุรกิจที่เปลี่ยนไป องค์กรต่างๆ กำลังต้องการสร้าง Multi-Skills Talent Pool ที่ช่วยให้องค์กรยืดหยุ่น คล่องตัวมากขึ้น และทลาย Silo ให้คนในองค์กรที่แตกต่างกันสามารถต่อยอดและทำงานร่วมกันได้ดีมากขึ้น นิยามความเก่ง เปลี่ยนไป จนหลายๆ คนเกิดการตั้งคำถามที่ว่า <em>ถ้าอยากเป็นคนเก่งยุคนี้ต้องเริ่มจากอะไร?</em></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="536" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2021/08/SEAC-New-Skills-Profile-1-resized-1024x536.jpeg" alt="" class="wp-image-116041" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2021/08/SEAC-New-Skills-Profile-1-resized-1024x536.jpeg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2021/08/SEAC-New-Skills-Profile-1-resized-300x157.jpeg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2021/08/SEAC-New-Skills-Profile-1-resized-768x402.jpeg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2021/08/SEAC-New-Skills-Profile-1-resized-990x518.jpeg 990w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2021/08/SEAC-New-Skills-Profile-1-resized-1320x691.jpeg 1320w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2021/08/SEAC-New-Skills-Profile-1-resized.jpeg 1366w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">“SEAC ในฐานะผู้นำด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต สิ่งหนึ่งที่เน้นย้ำเสมอ คือ เราต้องการกระตุ้นให้คนไทยเกิดการรีสกิล (Reskill) และอัพสกิล (Upskill) อย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาศักยภาพผู้นำ บุคลากรและกลุ่มคนทำงานทุกระดับ ทั้งเรื่องของ Mindset, Hard Skills และ Soft Skills โดยเฉพาะการเรียนรู้เพื่อสร้างคนที่รู้กว้าง (Multi-Skills Profile) ในแบบ T-Shaped และ M-Shaped Skills เพื่อพัฒนาทักษะทั้งแนวลึกและแนวกว้างที่ทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ผนวกกับ Learning Mindset ซึ่งทำให้คนที่รู้กว้าง (Multi-Skills Profile) มีความได้เปรียบ และเป็นที่ต้องการขององค์กรยุคนี้ เพราะนอกจากมีทักษะการเรียนรู้ที่ “รู้รอบ รู้ลึก” แล้ว ยังผนวกองค์ความรู้ต่างๆ และเปิดรับสิ่งใหม่ ทำให้สามารถหมุนตัวเองและทำงานที่หลากหลายอย่างคล่องตัวและเชี่ยวชาญ”</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>3 ทักษะคนทำงานทุกระดับต้องเร่งพัฒนา ปี 2021 – 2022</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">การหมั่นพัฒนาทักษะไม่ใช่เรื่องที่ง่าย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ สิ่งแรกที่เราต้องมีคือ Mindset ที่พร้อมจะเปลี่ยน หากยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน คือ ถ้าเราอยู่ในสถานการณ์ความไม่แน่นอนเดียวกัน และเพื่อนร่วมงานของคุณ มี Growth Mindset มองวิกฤติให้เป็นโอกาส กลับกันที่คุณมี Fixed Mindset ที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง เพื่อนร่วมงาน ก็จะนำหน้าไปก่อนอย่างแน่นอน เช่นเดียวกันกับ องค์กรที่บริหารคนมากมาย อุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถปรับตัวได้ไวคือการที่องค์กรไปให้ความสำคัญกับเครื่องมือในการช่วยเหลือมากเกินไป โดยละเลยพื้นฐานสำคัญ อย่าง Mindset จึงทำให้ไม่สามารถเกิดการ Transform อย่างแท้จริง</p>



<ul class="wp-block-list"><li><strong>ทักษะการบริหารจัดการตัวเอง </strong><strong>(Self-Management Skills)</strong> – เริ่มต้นที่ Mindset ว่าทำอย่างไรจะสามารถจัดการกับปัญหาหรือความเครียดที่เกิดขึ้น การมีมุมมองความคิดที่ถูกต้องเหมาะสมกับสถานการณ์จะทำให้เราสามารถปรับมุมมอง (Reframe) ต่อสถานการณ์นั้นๆ ได้เป็นอย่างดี พอเห็นโอกาสเกิดขึ้น เราก็จะสามารถกระตุ้นตัวเราไปให้ถึงเป้าหมาย</li><li><strong>ทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น </strong><strong>(Interpersonal Skills) </strong>–การทำงานร่วมกับคนที่แตกต่างให้สามารถต่อยอดออกมาเป็นผลลัพธ์ที่ดีได้ โดยอาศัย การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Empathy) และการรับฟัง (Listening) ในการทำงานร่วมกันระหว่างทีม ความท้าทายใหม่จะเกิดขึ้นระหว่างหัวหน้าและลูกน้องทั้งในและนอกแผนก อีกทั้ง ใครๆ ก็สามารถเป็นผู้นำได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นผู้นำที่ดีได้ และตัวบุคคลเองก็สามารถมีทักษะ ภาวะผู้นำในตนเอง (Self-Leadership) หากเข้าใจถึงภาพใหญ่ว่าทำไมเราต้องเปลี่ยนการกระทำแบบเดิมๆ เพื่อมุ่งพิชิตเป้าหมายองค์กรไปด้วยกัน</li><li><strong>ทักษะการรู้รอบด้านในแต่ละสายงาน </strong><strong>(Job-based skills)</strong> – เมื่อความรู้มีวันหมดอายุ ทักษะการรู้รอบด้านในสายงานที่เกี่ยวข้อง คือสิ่งสำคัญที่ต้องให้ความสนใจ ทั้งระดับผู้บริหารหรือคนทำงานต้องรีสกิลหลากหลายทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในโลกทุกวันนี้ เสริมทักษะการทำงานรอบด้าน ผสมผสานทั้ง Hard Skills และ Soft Skills สู่การนำไปสร้างผลงานให้โดดเด่นได้ทันที</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">“สิ่งนี้ คือ จุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิด YourNextU by SEAC สังคมการเรียนรู้คุณภาพ ที่ปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกมากถึง 30,000 คน เราอยากให้คนไทยได้มีโอกาสพัฒนาตัวเองให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ด้วยแนวคิดที่มุ่งยกระดับการเรียนรู้สู่มิติใหม่ มองการเรียนรู้เป็นกระบวนการที่ผสมผสานวิธีการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน (Blended Learning) จัดสรรให้เข้ากับความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล (Personalized Learning) และเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดีที่สุดให้กับผู้เรียน โดย YourNextU by SEAC ได้รวบรวมหลักสูตรชั้นนำจากสถาบันการศึกษาชื่อดังระดับโลก อย่าง The Arbinger Institute และ The Ken Blanchard Companies เป็นต้น เพื่อสร้างบริบทใหม่ของการเปลี่ยนแปลงให้กับผู้เรียนด้วยคอร์สการเรียนรู้ อาทิ กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) วิธีคิดเพื่อการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Outward Mindset) ทักษะการเอาใจเขามาใส่ใจเรา (Empathy) กระบวนการคิดวิเคราะห์แก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving) ศาสตร์แห่งการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) การพัฒนาบริหารทีม (E3s Leader Series – Engage Empower Execute) และคอร์สทักษะอื่นๆ ที่จำเป็นต่อโลกทำงานปัจจุบันและในอนาคต ล่าสุด YourNextU by SEAC ออกหลักสูตรคอร์สเรียนออนไลน์และ Virtual Classroom สอนสดผ่านซูม <a><u>“</u></a><strong><u>Job-based Skills Pack”</u></strong> ที่มัดรวมกลุ่มทักษะทั้ง Hard Skills และ Soft Skills ที่จำเป็น เหมาะกับบริบทของแต่ละสายงาน ไม่ว่าจะเป็น Digital Marketing, Sales, Data Analyst, Human Resources และสายอาชีพอื่นๆ ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของตลาด ตอบสนองต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา”</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>นางสาวนิภัทรา กล่าวทิ้งท้ายว่า </strong>“ภายใต้บริบทของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและผันผวนของโลกในปัจจุบัน ทักษะวิธีการที่เคยใช้ได้ดีในวันนี้ วันหน้าอาจจะไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไปแล้ว สิ่งที่เราควรจะทำมากกว่านั้นคือ การพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่องให้เท่าทันบริบทใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมิติการอัพสกิลมีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเริ่มต้นจากการอัพสกิลให้รู้รอบด้านในสายงานปัจจุบัน (Job-based skills) การอัพสกิลที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานโดยตรง แต่เป็นการจับเทรนด์โลก (World Trends Captured Skills) ว่าสิ่งที่กำลังจะเปลี่ยนไปนั้นมีผลกระทบต่อเรามากน้อยแค่ไหน หรือ การอัพสกิลที่สอดคล้องกับแพชชั่นเป็นหลัก เช่น ถ้าวันนี้ไม่ได้ทำอาชีพนี้แล้ว อยากทำอาชีพอะไร เพราะความรู้หมดอายุเร็วมาก ต้องหมั่นเติมเสริมสร้างคุณค่าในตัวเอง ให้เป็นคนที่สดใหม่ ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน”</p>



<p class="wp-block-paragraph">ค้นพบหลักสูตรแรก Digital Marketing ในหมวด Job-based Skills Pack ที่ YourNextU ได้ทำการสำรวจและ รวมทักษะที่บริษัทชั้นนำมองหาในนักการตลาดดิจิทัล เรียกได้ว่าหากอยากรุ่งในสายงานนี้ ทักษะพวกนี้ต้องมี ถ้ายังไม่มี ต้องรีบแล้ว! มัดรวมกลุ่มทักษะทั้ง Hard Skills และ Soft Skills ที่จำเป็น เลือกเรียน Virtual Class ได้ไม่จำกัด สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานและธุรกิจของคุณได้จริง เรียนรู้ไปด้วยกันกับ YourNextU by SEAC คลิกเลย <a href="https://www.yournextu.com/th/%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%8D/digital-marketing-5-skills?&amp;utm_source=Mass%20media&amp;utm_medium=paid_news&amp;utm_campaign=yournextu_retail__traffic__generic__&amp;utm_term=interest">https://www.yournextu.com/th/Digital-maketing-5skills</a></p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/116040">“รู้รอบ รู้ลึก” ทักษะผู้นำ-คนทำงาน ทุกระดับต้องมีในยุคที่นิยามความเก่งเปลี่ยนไป</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เด็กจบใหม่ เริ่มต้นชีวิตการทำงาน อย่างไร ? &#124; Brickinfo Podcast: ต๋าถามป๋าตอบ EP.01</title>
		<link>https://brickinfotv.com/brickinfo-podcast/112158</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 10 Jul 2021 03:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Podcast]]></category>
		<category><![CDATA[ต๋าถามป๋าตอบ]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กจบใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=112158</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อพูดถึงวันแรกหลังจบการศึกษาแล้วต้องก้าวสู่การทำงาน  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/brickinfo-podcast/112158">เด็กจบใหม่ เริ่มต้นชีวิตการทำงาน อย่างไร ? | Brickinfo Podcast: ต๋าถามป๋าตอบ EP.01</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">เมื่อพูดถึงวันแรกหลังจบการศึกษาแล้วต้องก้าวสู่การทำงาน แน่นอนว่าหลายคนต้องสงสัยว่า เราควรจะเริ่มต้นชีวิตการทำงาน อย่างไร ? ติดตามได้ใน &#8220;ต๋าถามป๋าตอบ&#8221; ตอบข้อสงสับสไตล์ พ่อ-ลูกคุยกัน</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-rich is-provider-spotify wp-block-embed-spotify wp-embed-aspect-21-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="Spotify Embed: ต๋าถามป๋าตอบ EP.01 : เด็กจบใหม่ เริ่มต้นชีวิตการทำงาน อย่างไร ?" style="border-radius: 12px" width="100%" height="152" frameborder="0" allowfullscreen allow="autoplay; clipboard-write; encrypted-media; fullscreen; picture-in-picture" loading="lazy" src="https://open.spotify.com/embed/episode/4SEOQ0E7e6tU8CDGQ1nmI1?utm_source=oembed"></iframe>
</div></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ถ้าเราสังเกตให้ดี ชีวิตของคนเราจะมีการเปลี่ยนผ่านอย่างสม่ำเสมอประมาณทุกๆ 10-12 ปี เป็นแบบนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ช่วงที่ 1 คือ อายุตั้งแต่ 7-12 ปี</strong> (10-12ปีแรก) เป็นช่วงเด็กน้อยกำลังเรียนรู้กฏระเบียบ กติกาต่างๆ ที่ผู้ใหญ่กำหนด เช่น การเข้าเรียนตามเกณฑ์ การปฏิบัติตัวตามกฎระเบียบที่พ่อแม่ผู้ปกครองกำหนดบ้าง โรงเรียนกำหนดบ้าง เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาของเด็กน้อยน่ารักของใครๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ช่วงที่ 2 คือ อายุประมาณ 10-22 ปี</strong> เป็นช่วงที่เราเปลี่ยนผ่านจากเด็กไปเป็นวัยรุ่น ตอนนั้นเราจะเริ่มพุ่งพล่านมากเพราะ ฮอร์โมนกำลังมีการเปลี่ยนแปลง ในวัยนี้ส่วนใหญ่ผู้ใหญ่กับวัยรุ่นจะไม่ค่อยเข้าใจกันเพราะวิธีคิดและการกระทำของวัยรุ่นจะผิดแปลกไปจากเด็กน้อยน่ารัก นิสัยดีกลายไปเป็นวัยรุ่นก้าวร้าวบ้าง คิดแผลงๆ บ้าง ทำอะไรนอกลู่นอกรอย เป็นที่ขัดใจของผู้ใหญ่อย่างยิ่ง แต่สำหรับวัยรุ่นเองเป็นช่วงที่แสวงหาตัวตนและความเป็นตัวของตัวเอง ช่วงนี้ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยลงรอยกับผู้ใหญ่ที่บ้านเท่าไร</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ช่วงที่ 3 คือ อายุ 20-32 ปี</strong> เป็นช่วงที่เราจะเริ่มคิดว่า เราเปลี่ยนจากวัยรุ่นไปเป็นผู้ใหญ่ ฮอร์โมนทำงานน้อยลง เริ่มมีความนิ่งขึ้นกว่าตอนเป็นวัยรุ่น มีความรับผิดชอบกับชีวิตตัวเองมากขึ้นเพราะ ส่วนใหญ่ต้องเริ่มออกมาทำงาน รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ของชีวิตตัวเอง บางคนอาจจะต้องเริ่มเข้าไปช่วยค่าใช้จ่ายของครอบครัว เริ่มต้องวางรากฐานของชีวิต เริ่มมองหาการสร้างครอบครัว ไม่ว่าจะแต่งงานหรืออยู่เป็นโสดก็ตาม ถ้าคนสมัยนี้ก็เริ่มมองหาที่อยู่เป็นของตัวเอง เป็นวัยที่เริ่มสร้างภาระให้ตัวเอง ความเครียดเริ่มเปลี่ยนจากการคิดถึงตัวตนของตัวเองไปเป็นการอยู่รอดและสร้างความมั่นคง</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ช่วงที่ 4 คือ อายุ 30-42 ปี</strong> เป็นช่วงที่เริ่มเป็นผู้ใหญ่จริงๆ เพราะสะสมทั้งประสบการณ์ด้านต่างๆ ทั้งความสุข ความทุกข์ ความรัก การเงิน และอีกสารพัดเรื่อง เป็นช่วงที่เราพยายามที่จะสะสมเพื่อความมั่นคงของชีวิตอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงาน การลงทุน ชีวิตครอบครัว และเป็นวัยที่เริ่มได้รับผลของการกระทำจากช่วงที่ 3 เช่น ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การสะสมทรัพย์สินเพื่อความมั่นคงต่างๆ บางคนก็อยู่ที่เดิม บางคนก็ก้าวหน้า</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ช่วงที่ 5 คือ อายุ 40-52 ปี</strong> เป็นช่วงตัดสินของชีวิตว่าจะไปต่อได้ดี ไปต่อแบบเรื่อยๆ หรือเริ่มร่วงโรย ช่วงนี้เป็นช่วงที่รับผลสะท้อนอย่างชัดเจนมากจากการทำตัวเองของช่วงที่ 3-4 ถ้าช่วงที่ 3-4 เราทำได้ดีพอช่วงที่ 5 เราก็จะพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วทั้งมั่นคงและมั่งคั่ง แต่ถ้าเราทำไม่ดีเอาไว้ในช่วงที่ 3 และช่วงที่ 4 ก็ไม่ปรับปรุงตัว ช่วงที่ 5 นี่แหละจะเป็นช่วงที่เราต้องใช้กรรมที่เราทำไว้อย่างแท้จริง</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ช่วงที่ 6 คือ อายุ 50-62 ปี</strong> เป็นช่วงปลายชีวิตการทำงานของคนส่วนใหญ่เพราะเข้าสู่วัยของการเกษียณอย่างเป็นทางการ วัยนี้เป็นวัยที่เราจะเก็บเกี่ยวผลที่เราสร้างเอาไว้จากช่วงต้นของชีวิต บางคนสร้างเอาไว้ดีก็มีผลให้เก็บเกี่ยวเยอะ บางคนสร้างไว้ปานกลางก็พอมีพอกิน บางคนสร้างเอาไว้ไม่ดีก็ไม่ค่อยมีจะกินจนถึงไม่มีกินเลยก็ว่าได้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ช่วงที่ 7 คือ อายุ 60 ปีขึ้นไปจนตาย</strong> ช่วงนี้คือ ช่วงที่ชดใช้กรรมอย่างแท้จริง ใครทำอไรไว้ก็จะได้แบบนั้น ทั้งที่ดีและไม่ดี มาถึงช่วงนี้ส่วนใหญ่จะเริ่มมองหาจุดยึดเกาะเพื่อให้บั่นปลายชีวิตของตัวเองมีความสุขที่สุด</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="จบ ป.ตรีมาวันแรก ทำอะไรต่อ? สมัครงานตำแหน่งอะไรดี | ต๋าถามป๋าตอบ EP.01 | Brickinfo Podcast From Home" width="740" height="416" src="https://www.youtube.com/embed/cltoiXR6pUs?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ทีนี้เรามาเข้าเรื่องว่า ชีวิตการทำงานเริ่มตรงไหนดี</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>“เราควรเริ่มต้นที่วิธีคิดและทัศนคติที่เป็นบวก”</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">คือ ถ้าเรามีแนวคิดที่ดีและทัศนคติที่ดีเราก็จะไปได้ดี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ถ้าเอาจริงๆ แล้วเราควรจะเริ่มจากตอนเรียนที่ผู้ใหญ่มักจะบอกให้ <em>“ตั้งใจเรียน”</em> คำนี้เราควรตีความว่า <em>“เรียนรู้”</em> ไม่ใช่เรียนเพื่อสอบได้เพราะการสอบได้ไม่ค่อยจะได้ผลที่ดีเท่าไรในชีวิตจริง แต่จากที่เล่ามาในช่วงชีวิตที่ 2 คือ การเป็นวัยรุ่นจะมีสักกี่คนกันที่จะมองเรื่องนี้ออกจึงขอข้ามขั้นนี้ไปเลย</p>



<p class="wp-block-paragraph">เรามาเริ่มกันที่ว่า บางคนเรียนจบมาในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ ไม่มีความรู้ในสิ่งที่เรียนมา และได้งานที่ไม่ตรงกับที่เรียนมา</p>



<p class="wp-block-paragraph">เราควรเริ่มถามตัวเองว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph"><em>ใช่งานที่เราอยากทำรึเปล่า</em></p>



<p class="wp-block-paragraph"><em>ถ้าทำงานนี้ไปอีก 10 ปีข้างหน้าเราจะเป็นอะไร</em></p>



<p class="wp-block-paragraph">ถ้าไม่ได้คำตอบ เราควรมองหางานใหม่ แต่ควรถามตัวเองให้ชัดๆ ว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph"><em>เราอยากทำอะไร</em></p>



<p class="wp-block-paragraph"><em>สิ่งที่เราอยากทำ เรามีความรู้พอที่จะทำมันไหม</em></p>



<p class="wp-block-paragraph">ถ้าตอบ 2 คำถามนี้ไม่ได้ ก็พยายามทำงานที่มีอยู่ให้ดีที่สุดแล้วหาคำตอบให้ได้ แล้วค่อยหางานใหม่ แต่ถ้ายังหาไม่เจอก็ให้มองว่า งานที่เราทำอยู่จะทำให้เราก้าวหน้าได้อย่างไรแล้วทำมันซะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เวลาที่เราทำงานส่วนใหญ่ที่เคยเจอจะเป็นการทำไปวันๆ เพื่อให้มันผ่านไปเสมอ ขอเรียกมันว่า “การทำงานเพื่อรอพระอาทิตย์ตก” ที่เรียกอย่างนี้เพราะมี 2 ความหมาย</p>



<p class="wp-block-paragraph"><em>ความหมายแรก คือ ทำงานเพื่อให้ถึงเวลาพระอาทิตย์ตกจะได้กลับบ้าน ส่วนใหญ่จะหาความเจริญไม่ได้ เพราะความรู้ในงานของตัวเองก็ไม่ดี ทักษะในการทำงานก็ไม่พัฒนา</em></p>



<p class="wp-block-paragraph"><em>ความหมายที่ 2 คือ ทำงานไปเรื่อยๆ เพื่อบั้นนปลายของชีวิตจะได้ลำบากและอับแสงเหมือนตอนพระอาทิตย์ตกดิน</em></p>



<p class="wp-block-paragraph">การทำงานไปวันๆ จะทำให้เกิด 2 แนวทาง คือ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><em>แบบแรก แนวคิดและทัศนคติของเราคับแคบลงและมองโลกในแง่ลบ เพราะเมื่อไรที่มีคนแซงหน้าเราขึ้นไปเราจะเกิดความรู้สึกไม่พอใจและเริ่มอิจฉา เราจะเริ่มมองโลกในแง่ลบ และทวงถามหาความยุติธรรมในแบบของเรา</em></p>



<p class="wp-block-paragraph"><em>แบบที่ 2 แนวคิดที่เฉื่อยชา คือ ไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับสิ่งรอบตัว ใครจะดีก็ดีไป ใครจะร้ายก็ร้ายไปไม่เกี่ยวกับฉัน ในที่สุดเราก็จะสร้าง Comfort Zone </em><em>ที่จะหลบภัย ไม่อยากเปลี่ยนแปลง ไม่อยากรับผิดชอบซึ่งจะส่งผลให้เราไม่ก้าวหน้าในการทำงาน</em></p>



<p class="wp-block-paragraph">การที่เป็นทั้งสองแบบนี้มักจะเกิดขึ้นเสมอในการทำงานและมีคนจำนวนไม่น้อยที่พาตัวเองเข้าสู่วังวนนี้ มันเกิดจากแนวคิดและทัศนคติที่ไม่ถูกฝึกในทางบวก</p>



<p class="wp-block-paragraph">มีคำถามง่ายๆ ว่า <strong><em>“หากเราเป็นเจ้าของกิจการเราจะจ้างคนแบบเราไหม?”</em></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">เรามาเริ่มจากที่เราจบใหม่แล้วหางานทำ จะทำอย่างไรกันดี</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>เขียน Resume</strong> โดยมองตัวเองว่า มีความรู้อะไรบ้างจากสิ่งที่เรียนมา เราจะมาถือกันว่าสิ่งที่เราเรียนมาคือ สิ่งที่เราจะใช้ประกอบอาชีพของเรา เราเรียนอะไรมา ความรู้ที่เราเรียนมาทำอะไรได้บ้างและเราควรสมัครงานอะไร แล้วเริ่มเขียน Resume หรือประวัติย่อๆ ของเราที่ระบุตัวตนและการศึกษารวมถึงความสามารถในด้านต่างๆ ของเราที่คิดว่า คนอ่านจะสนใจเราที่สุด ซึ่งจะไปเล่าให้ฟังในตอนต่อๆ ไปว่าจะต้องเขียนอย่างไร</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>เลือกตำแหน่งงานที่จะทำ</strong> โดยเอาความรู้ที่เราเรียนมาแล้วหาความรู้ว่า เราควรทำงานตำแหน่งอะไร ไม่ว่าจะเป็นการสอบถามกับคนที่ทำงานแล้วหลายๆ&nbsp; คนหรือจะหาอ่านจากที่ต่างๆ ว่าตำแหน่งต่างๆ ที่มีอยู่เขาทำอะไรกันบ้าง รับผิดชอบอะไร มีเนื้องานเป็นอย่างไร เพราะส่วนใหญ่ของผู้จบการศึกษาใหม่จะไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้ว่าเขาทำงานกันอย่างไร ไม่เข้าใจกลไกของการทำงานว่ามีองค์ประกอบอะไร ซึ่งบางสถาบันมีรุ่นพี่ที่ไม่เคยทำงานมาคอยมโนให้ฟังว่า เราต้องทำงานอะไร ได้เงินเดือนเท่าไร ถ้าไม่ได้ราคานี้ไม่ต้องทำ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ไม่ค่อยถูกต้องเสียเป็นส่วนใหญ่ อยากจะบอกว่า รุ่นพี่ปวช. ปวส. จนถึงปริญาตรีที่ยังไม่ได้ทำงานหรือเพิ่งจบใหม่ๆ หลายๆ คนไม่มีความรู้ในอาชีพที่ตัวเองทำเลย แต่เอามโนคติมาปลูกฝังลูกน้องในทางผิดๆ สังเกตได้จาก พวกที่มักเล่าถึงงานสบายๆ รายได้เยอะ ขอบอกว่าไม่มีอยู่จริง กับอีกพวกที่มักจะเล่าแต่เรื่องร้ายๆ ในการทำงาน พวกนี้ส่วนใหญ่มักจะอยู่ในโลกของความเป็นจริงไม่ได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ขอเสริมนอกเรื่องสักนิด คือ ตอนที่เราเรียนในปีท้ายๆ จะมีการฝึกงานกับบริษัทต่างๆ ตามระเบียบของการศึกษา ให้ถามอาจารย์ที่เป็นคนดูแลเราว่า เราไปฝึกงานอะไรและจะต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้ได้ความรู้ตามหลักสูตรที่เราเรียน และเมื่อไปถึงบริษัทให้คุยกับฝ่ายบุคคลและหัวหน้างานที่ดูแลเราว่า เราจะได้ทำอะไรบ้างและขอให้ตั้งใจใช้ความรู้ที่เราเรียนมากับการฝึกงานนั้น พร้อมทั้งดูว่าชีวิตการทำงานจริงๆ ในบริษัทเป็นอย่างไร ก็จะทำให้เราเข้าใจความเป็นจริงที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตเราในอนาคต</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>มองหาบริษัทที่อยากไปทำงาน</strong> เมื่อเรารู้ว่าเราจะสมัครงานในตำแหน่งอะไรแล้ว เราก็เริ่มมองหาบริษัทที่เราคิดว่าจะได้ใช้ความสามารถของเราในการทำงาน สิ่งที่ควรพิจารณาก็คือ เรามักจะมองหาบริษัทใหญ่ๆ ดังๆ ในความคิดของเราซึ่งเรามองว่ามันจะมั่นคง เช่น บริษัทโทรคมนาคมที่มีชื่อเสียง ธนาคารใหญ่หรือบริษัทใหญ่ๆ ระดับประเทศ ขอบอกว่า บริษัทเหล่านั้นมั่นคงแน่แต่เราสิจะมั่นคงหรือเปล่าไม่มั่นใจ เพราะบริษัทยิ่งใหญ่เหล่านั้นก็ต้องการคนที่มีความสามารถมากๆ ให้ถามตัวเองว่า เรามีรึเปล่า ถ้ามีและมั่นใจก็ลองดูได้ สรุปว่า ให้ทำความรู้จักกับบริษัทที่เราจะไปสมัครงานด้วยว่า เขาทำกิจการอะไร และเราจะเข้าไปทำอะไรได้บ้าง</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ไปสมัครงาน</strong> เมื่อเราเลือกได้แล้วว่า เราอยากทำงานที่ไหน เลือกหลายๆ ที่ก็ได้แล้วก็ส่งเอกสารสมัครงานจามที่บริษัทเขากำหนดโดยส่ง Resume ที่เราเขียนไปแล้วรอเขาเรียกไปสอบสัมภาษณ์ ถ้าเราเขียนได้ดีพอก็จะเป็นที่น่าสนใจและจะถูกเรียกตัว แต่หากผ่านไปหลายเดือนแล้วยังไม่มีคนเรียกเราไป ก็แปลว่า สิ่งที่เราเขียนยังไม่น่าสนใจพอ ให้ลองเขียนใหม่</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ไปสัมภาษณ์</strong> เมื่อถูกเรียกตัวเพื่อไปสอบสัมภาษณ์ เราจะเตรียมตัวอย่างไรดี รายละเอียดในการสัมภาษณ์เราค่อยมาว่ากันในตอนต่อๆ ไป แต่ตอนนี้คร่าวๆ ก็คือ เราเป็นใคร มาจากไหน เรียนอะไรมา มีความรู้ความสามารถอะไรบ้าง สำหรับพวกที่คะแนนตอนเรียนไม่ค่อยดีก็จะเหนื่อยในการตอบคำถามสักหน่อยซึ่งอันนี้ก็เป็นผลกรรมที่เราทำไว้นั่นแหละ แต่ถ้าเราฉลาดที่จะตอบก็จะรอดตัวไปได้ ให้จำไว้เสมอว่า “อย่าตอบคำถามที่เราไม่เข้าใจ!” เพราะมักจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี อย่าคิดว่าตัวเองจะโง่เลยพยายามตอบโง่ๆ ออกไป ความจริงแล้วเราแค่ไม่รู้หรือแค่ไม่เข้าใจเท่านั้นเอง อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรทำคือ “อวดฉลาด” ให้รู้ไว้ว่าเราเพิ่งจบใหม่ ไม่ได้รู้ทุกสิ่งบนโลกนี้ เรารู้เฉพาะสิ่งที่เราเรียนมา คนสัมภาษณ์จะเข้าใจ ดังนั้นถ้าไม่รู้ก็ให้ตอบว่า “ไม่รู้”</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>เมื่อได้งานทำ</strong> ให้ตั้งใจทำงานเพราะโดยส่วนใหญ่ที่เจอคือ “ตอนที่สมัครงานเราพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เขารับเราเข้าทำงาน แต่เมื่อได้งานทำแล้วเราก็พยายามทำทุกอย่างที่เขาจะไล่เราออกจากงานเสมอ” ให้เข้าใจตรงกันว่า ประเทศไทยมีเวลาทดลองงาน 4 เดือนเพื่อที่เขาจะเลือกว่าจะบรรจุเราเข้าเป็นพนักงานประจำ และในทางกลับกันเราเองก็มีเวลา 4 เดือนเหมือนกันที่จะเลือกว่าเราชอบที่จะทำงานที่นี่ไหม จงใช้เวลา 4 เดือนนี้ให้ดีที่สุดที่จะเป็นผู้เลือกไม่ใช่ผู้ถูกเลือก เพราะมันจะเป็นก้าวแรกที่เราจะกำหนดชีวิตของเราเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ตั้งเป้าหมายของการทำงาน</strong> หากเราย้อนกับไปตอนต้นที่เล่ามาให้เรากำหนดย้อนกลับจากช่วงชีวิตที่ 7 ไปหาช่วงที่ 3 แล้วตั้งเป้าว่า บั่นปลายของชีวิตเราจะเป็นอะไร ส่วนใหญ่พอเล่าถึงตอนนี้คนที่เพิ่งจบใหม่มักจะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว แค่จะเอาชีวิตตอนนี้ให้รอดยังเป็นเรื่องยากจะให้ไปคิดอะไรถึงตอนแก่ ถึงจะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกแต่ก็ไม่ผิด เรามาเจอกันตรงกลางก็ได้ งั้นให้นึกว่าอีก 5 ปีเราจะเป็นอย่างไรให้ตั้งเป้าระยะสั้นไว้ทุกๆ 5 ปีก็แล้วกัน สิ่งที่ควรจะคิดถึงก็คือ ตำแหน่งความก้าวหน้าในการทำงาน ความรู้ความสามารถที่จะต้องมีโดยหากจะเอาเงินเดือนหรือรายรับมาเป็นตัวกำหนดก็ให้หาให้เจอว่า คนเงินเดือนห้าหมื่น เงินเดือนเป็นแสนเขาทำอะไรและรับผิดชอบอะไร แล้วเราทำได้ไหม เวลามีปัญหาเกิดขึ้นให้ศึกษาวิธีที่เขาคิดแล้วลองคิดตามว่า ทำไมเขาถึงทำแบบนั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">คร่าวๆ ของการเริ่มต้นชีวิตการทำงานก็เอาไว้เท่านี้ก่อน ในตอนต่อๆ ไปจะค่อยๆ เล่าถึงชีวิตการทำงานว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/brickinfo-podcast/112158">เด็กจบใหม่ เริ่มต้นชีวิตการทำงาน อย่างไร ? | Brickinfo Podcast: ต๋าถามป๋าตอบ EP.01</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรื่องเล่าของ “ชีวิตการทำงาน” ตอน “สถิติและวิธีคิด”</title>
		<link>https://brickinfotv.com/article/60554</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 31 May 2020 10:41:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[คิดไปเขียนไป กับสุขเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิตการทำงาน โดย คิดไปเขียนไป กับสุขเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[สถิติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=60554</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทุกวันที่ทำงานผ่านไปเราได้เห็นการเก็บข้อมูลเยอะแยะมากมา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/60554">เรื่องเล่าของ “ชีวิตการทำงาน” ตอน “สถิติและวิธีคิด”</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ทุกวันที่ทำงานผ่านไปเราได้เห็นการเก็บข้อมูลเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด แต่ไม่ค่อยเห็นคนที่อ่านมันให้เข้าใจและพยายามเอาสิ่งที่เข้าใจไปทำให้เกิดประโยชน์ เราก็ตั้งหน้าตั้งตาเก็บสถิติและข้อมูลต่อไป และยิ่งเก็บมากขึ้นเป็นทวีคูณเมื่อเรามีคอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถจัดเก็บข้อมูลพวกนี้แทบจะไม่จำกัด</p>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph">สำหรับผมแล้วข้อมูลพวกนี้ต่อให้ดีแค่ไหน มีประโยชน์มากเท่าไร<br>ถ้าไม่มีคนอ่านแล้วนำมาใช้ประโยชน์มันก็เป็นแค่</p>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading">&#8220;ข้อมูลขยะที่รกโลก&#8221; เท่านั้นเอง</h2>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph">เราเก็บมันเพื่ออะไร เก็บไปทำไม ส่วนใหญ่ที่ได้คำตอบก็คือ <strong>&#8220;เผื่อเราอาจจะได้ใช้ประโยชน์&#8221;</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">หากสังเกตุให้ดีจะเห็นข้อแม้และความคาดหวังจากประโยคคำตอบนี้ มันไม่ได้แสดงให้เห็นเลยว่าจะเอามันไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้เลยถ้าไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น มันยิ่งเน้นให้เห็นว่า <strong>&#8220;ข้อมูลมันรกโลกสิ้นดี&#8221;</strong></p>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph">ที่นี้ลองมาดูว่าถ้าเราเอาสถิติไปใช้ทำอะไรได้บ้าง</p>



<p class="wp-block-paragraph">สถิติบอกว่า <strong>“มะเร็งเป็นโรคอันดับ 1”</strong> ที่ทำให้คนตายและมีคนตายจากโรคมะเร็งทุกชนิดปีละประมาณ 60,000 คนจากประชากรไทยกว่า 67 ล้านคน ดังนั้นอัตราส่วนของคนที่ไม่เป็นโรคนี้กับคนที่เป็นก็คือ 67,000,000 : 60,000 คน หรือประมาณ 1,116:1 คนที่จะเป็นมะเร็งในทุกปี</p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อมีสถิติแบบนี้นักออกแบบผลิตภัณฑ์ของประกันภัยก็เลยหยิบสิ่งนี้มาคิดเพื่อทำเงิน ตัวอย่างแบบง่ายๆ เช่น ถ้าเก็บเบี้ยปีละ 1,500 บาทต่อคนและให้ได้รับผลประโยชน์เมื่อตาย 150,000 บาท หากหาคนทำประกันได้ 100 คนก็จะมีเงินจ่ายให้ 1 คนที่ตายเสมอและหากหาได้ 1,000 คนก็จะมีกำไรไปจ่ายให้วงจรการขายประกันและบริษัทให้อยู่ได้ แล้วแต่ละบริษัทก็ไม่ได้มีแค่ผลิตภัณฑ์เดียวดังนั้นทุกผลิตภัณฑ์ถูกคิดโดยลดอัตราเสี่ยงที่จะขาดทุนให้ต่ำมากๆ และโฆษณาเพื่อให้ผู้ซื้อประกันรู้สึกว่าตัวเองคุ้มหรือมีเปรียบ นี่คือวิธีการนำสถิติมาใช้ประโยชน์ในทางธุรกิจ</p>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph">ขออีกสักตัวอย่างนะครับ</p>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph">1 ปีมี 365 วัน เราทำงานสัปดาห์ละ 5 วัน<br>นั้นหมายความว่าใน 1 ปี<br>เราหยุดเสาร์-อาทิตย์ 104 วัน<br>หยุดตามกฎหมายกำหนดอีก 13 วัน (อย่างน้อย)<br>พักร้อนได้อีก 6 วัน<br>ลากิจได้อีก 7 วัน<br>รวมแล้วเราทำงาน 235 วันและหยุดงาน 130 วัน (ไม่รวมป่วย)<br>หากเอาเวลามาเรียงต่อกันใหม่ ทุกๆ 6 ปีที่เราทำงาน เราทำงานจริงๆ 4 ปีและหยุดงาน 2 ปี<br>ลองเอาไปคิดต่อดูนะครับว่าจะทำอะไรกับมันได้บ้าง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในชีวิตทำงานจริงๆ เรามีข้อมูล สถิติ ตัวเลขที่เราเก็บเต็มไปหมดพอเอาเข้าจริงๆ เราอ่านข้อมูลไม่เป็นก็เลยมองไม่เห็นว่าจะต้องทำอะไรกับมัน เปรียบเทียบง่ายๆ คือ เราเดินเข้าไปในป่าแต่เราไม่รู้จักพืชเลย สิ่งที่เรามองเห็นก็คือ มีต้นไม้เต็มไปหมดจะเอามาใช้ประโยชน์ก็ใช้ไม่เป็นเพราะไม่รู้จะใช้ยังไง และที่สำคัญคือ เราก็อยู่กับต้นไม้โดยไม่คิดจะทำความรู้จักกับมันเลยพอถึงเวลาเราก็มักจะบอกว่า มันเยอะจนไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน มันเป็นข้อแก้ตัวที่น่าเศร้า แต่นับวันผมจะยิ่งเจอกับคนเหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผมอยากให้เหล่าคนทำงานลองหันมาเริ่มพยายามหัดอ่านข้อมูล ตัวเลข สถิติ แล้วทำความเข้าใจกับมัน จากนั้นค่อยมามองว่าจะใช้ประโยชน์กับมันได้อย่างไรบ้าง เพราะมันจะทำให้เราทำงานได้ง่ายและมีพัฒนาการในการทำงานที่ดีขึ้นนะครับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เรื่องโดย : <a rel="noreferrer noopener" href="https://brickinfotv.com/category/article/sukrex-k/" target="_blank"><strong><em>คิดไปเขียนไป กับสุขเล็ก</em></strong></a></p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/60554">เรื่องเล่าของ “ชีวิตการทำงาน” ตอน “สถิติและวิธีคิด”</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรื่องเล่าของ &#8220;ชีวิตการทำงาน&#8221; ตอน &#8220;ลูกหมาเกิดใหม่&#8221;</title>
		<link>https://brickinfotv.com/article/58194</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 May 2020 12:43:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[คิดไปเขียนไป กับสุขเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิตการทำงาน โดย คิดไปเขียนไป กับสุขเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงานออฟฟิศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=58194</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายครั้งที่ลูกน้องมักจะหงุดหงิดกับเจ้านายที่มักจะถามจู [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/58194">เรื่องเล่าของ &#8220;ชีวิตการทำงาน&#8221; ตอน &#8220;ลูกหมาเกิดใหม่&#8221;</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">หลายครั้งที่ลูกน้องมักจะหงุดหงิดกับเจ้านายที่มักจะถามจู้จี้ ไม่ว่าจะทำอะไรก็มักจะมีคำถามเสมอไม่เคยถูกใจสักที ทำให้ต้องกลับไปเริ่มทำใหม่อีกไม่รู้ตั้งกี่รอบกว่าจะเสร็จงาน ผมเลยอยากจะให้เข้าใจว่า ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นเสมอ ๆ</p>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph"><em>มันเป็นแบบนี้ครับ</em></p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อตอนเป็นเด็กบ้านผมมีหมาหลายตัว มีอยู่ครั้งหนึ่งที่หมาของผมออกลูกใหม่ๆ ผมดีใจมากไปนั่งดูมันอยู่ตั้งนานเพราะไม่เคยเห็นแล้วก็ตื่นเต้นด้วย ผมว่ามันน่ารักดีครับ พอผมกลับไปเล่าให้พี่ผมฟังว่าตอนนี้มีลูกมาเกิดใหม่ตั้งหลายตัว</p>



<hr class="wp-block-separator has-text-color has-background has-herald-acc-background-color has-herald-acc-color is-style-wide"/>



<p class="wp-block-paragraph">พี่ผมก็ถามว่า <strong>“มีกี่ตัวหละ ?”</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><em>ผมก็วิ่งกลับไปนับมันได้ 6 ตัว แล้วก็รีบวิ่งกลับไปบอกพี่ผม</em></p>



<p class="wp-block-paragraph">แกก็ถามใหม่ว่า <strong>“มีตัวผู้กี่ตัว ?”</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><em>ด้วยความที่เอาแต่จะนับเลยไม่ได้ดูเรื่องนี้เลยต้องวิ่งกลับไปดูใหม่ ก็รู้ว่าเป็นตัวผู้ 2 ตัวและตัวเมีย 4 ตัวก็รีบวิ่งกลับไปบอก</em></p>



<p class="wp-block-paragraph">ก็เจอถามมาว่า “มีสีอะไรบ้าง”</p>



<p class="wp-block-paragraph"><em>ผมวิ่งวนไปวนมาไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบเพื่อตอบคำถามของพี่ผม จนผมต้องบอกว่า</em></p>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph"><strong>“ทำไมไม่ถามทีเดียวให้หมดว่าอยากรู้อะไรจะได้ไม่ต้องวิ่งไปมาหลายรอบให้เหนื่อย”</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">จากที่ดีใจก็เลยกลายเป็นหงุดหงิดและก็รู้สึกโกรธว่า โดนพี่แกล้งเอา</p>



<hr class="wp-block-separator has-text-color has-background has-herald-acc-background-color has-herald-acc-color is-style-wide"/>



<h2 class="wp-block-heading">เหตุการณ์นี้คงพอจะเปรียบเทียบให้เห็นได้สัก 2-3 เรื่องนะครับ</h2>



<ol class="wp-block-list"><li><strong>เรื่องที่หนึ่ง ก็คือ</strong> ด้วยความเป็นเด็กผมใช้ความรู้สึกกับอารมณ์เป็นที่ตั้งเลยไม่ได้ใช้ความละเอียดรอบคอบในการพิจารณาเรื่อง ผมตื่นเต้นที่มีลูกหมาและรู้ว่ามันมีหลายตัวแต่ไม่พยายามที่จะนับว่ามันมีกี่ตัวกันแน่ เปรียบไปก็เหมือนกับการทำงานหากเราใช้อารมณ์ความรู้สึกมากกว่าการไตร่ตรองพินิจพิเคราะห์ให้ละเอียดถี่ถ้วน มันจะส่งผลให้เราต้องทำงานหนักกว่าที่ควรจะเป็น</li><li><strong>เรื่องที่สอง </strong>ผมไม่เรียนรู้จากบทเรียนที่ผ่านมาคือ ลูกหมาก็มีอยู่ 6 ตัวเท่าเดิมจะวิ่งไปกี่รอบมันก็ยังเป็นเหมือนเดิมเพียงแต่ผมไม่เรียนรู้ว่าจะมีคำถามใหม่ ๆ เกิดขึ้นมา ผมก็ยังไปเพื่อตอบคำถามทีละข้อ ถ้ากลับไปที่การทำงานเรื่องที่เรากำลังทำอยู่นั้นหลายเรื่องไม่มีอะไรเปลี่ยนเพียงแต่เราไม่เรียนรู้และศึกษาให้มากพอที่จะมองในแง่มุมใหม่ๆ บ้าง ก็เหมือนลูกหมากี่ตัว เป็นตัวผู้เท่ไร ตัวเมียเท่าไร มีสีอะไรบ้าง ผมว่าในหลายๆ ครั้งในการทำงานอาจจะง่ายกว่าด้วยซ้ำเพราะถ้าเราหัดเรียนรู้เจ้านายเสียบ้างก็จะรู้ว่ามักจะถามคำถามเดิมๆ เช่น เท่าไร เมื่อไร อย่างไร ทำแบบอื่นได้อีกไหม หากเราเรียนรู้ที่จะตอบคำถามเจ้านาย เราก็จะเตรียมหาคำตอบเหล่านั้นเอาไว้และมันก็จะทำให้เรารอบคอบและมีความละเอียดในการทำงานขึ้นอีกด้วย</li><li><strong>เรื่องที่สาม </strong>พอผมเหนื่อยผมก็เริ่มพาลจากอารมณ์ดีใจก็เลยกลายเป็นโกรธและก็กล่าวหาว่า พี่แกล้งผมไปเลย เปรียบกับการทำงานแล้วแทนที่เราจะไตร่ตรองดูให้ดีว่าตัวเราขาดตกบกพร่องอะไรถึงเกิดคำถามได้มากมาย และเราได้โอกาสในการที่จะเรียนรู้มากแค่ไหน กลับเอาอัตตาขึ้นมาเล่นแล้วก็กลายเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ หลายครั้งที่ผมเคยเห็นมักจบลงตรงที่เราเองมานั่งเสียใจว่าไม่ควรทำแบบนั้นเลย หลายคนโชคดีที่มีโอกาสได้แก้ตัวและอีกหลายคนเสียโอกาสที่จะได้ทำงานต่อ มันเป็นเรื่องน่าเศร้านะครับ</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">เวลาที่เราทำงานเป็นผู้น้อยเราก็มีความฝันที่อยากจะเจริญก้าวหน้าแบบผู้บังคับบัญชาของเรา แต่ทำไมเรากลับไม่เรียนรู้ว่า การเป็นหัวหน้าที่ดีต้องทำอะไรบ้าง เราบอกว่าเราทำงานหนักกว่าคนอื่นตั้งเยอะ คงต้องถามว่า&#8230;</p>



<blockquote class="wp-block-quote has-text-align-center is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p><em><strong>“เรารู้ได้อย่างไรว่าคนอื่นทำงานน้อยกว่าเรา!”</strong></em></p></blockquote>



<p class="wp-block-paragraph">ถ้าเรามีเวลาว่างขนาดไปนั่งดูคนอื่นเขาทำงานก็แสดงว่า <strong>“งานเรายังไม่หนักพอถึงมีเวลาขนาดนั้น”</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">หรือถ้าฟังเขาเล่ามาแล้วเชื่อก็ยิ่งแย่กว่าไปนั่งดูเขาทำงานอีก เรามักจะจดจำแต่ความแย่และไม่ดีของคนอื่น เรากลับไม่มองว่าเขาประสบความสำเร็จได้อย่างไรและทำอะไรบ้าง</p>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph">การทำแบบนั้นคุณคิดว่า<br><strong><em>“คุณจะทำสิ่งดีๆ ได้หรือ?”</em></strong><br>เพราะสิ่งที่คุณจดจำล้วนเป็นสิ่งไม่ดี</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผมบอกลูกน้องเสมอว่า&#8230;</p>



<blockquote class="wp-block-quote has-text-align-center is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>“ถ้าอยากมีเงินเดือนห้าหมื่นก็คงต้องไปเรียนรู้ว่าคนเงินเดือนห้าหมื่นเขาทำอะไรบ้างถึงได้แบบนั้น”</p></blockquote>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่ผมได้คำตอบกลับมาจากคนส่วนใหญ่มักจะได้คำตอบว่า &#8220;<strong>เขาสบายอย่างไร วันๆ ไม่เห็นทำอะไรมากเลย</strong>&#8220;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผมก็บอกว่า ถ้าเห็นแค่นั้นก็อยู่อย่างนี้แหละดีแล้ว อย่าไปทำอย่างเขาเลยจะตกงานเอาได้ ไม่สามารถบอกพวกเขาเพื่อที่จะให้มองสิ่งที่ดีได้ เพราะหูของคนเหล่านี้มักจะปิดและได้ยินในสิ่งที่ตัวเองอยากได้ยินเท่านั้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">น้อยคนนักที่จะกลับมาเล่าว่า ส่วนดีของคนห้าหมื่นทำอะไรบ้าง ผมก็จะสอนเขาเป็นฉาก ๆ ว่าส่วนนั้นคืออะไรและทำไมถึงเป็นแบบนั้น คนพวกนี้ตอนนี้ก็ได้เกินห้าหมื่นไปทุกคนแล้วครับ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ลองย้อนคิดดูให้ดีว่า&#8230;</strong></p>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph">ลูกหมาเกิดใหม่เกิดกับเรามากี่หนแล้ว ?<br>เรายังคงทำซ้ำเรื่องเดิมๆ อยู่หรือไม่ ?<br>เราเคยเรียนรู้อะไรจากมันบ้าง ?<br>รอบๆ ตัวเรามีลูกหมาเกิดใหม่ทุกๆ วันแต่เราก็ยังวิ่งวนกลับไปกลับมาเหมือนเดิมใช่ไหม ?</p>



<blockquote class="wp-block-quote has-text-align-center is-layout-flow wp-block-quote-is-layout-flow"><p>แล้วชีวิตเราจะดีขึ้นได้อย่างไร!</p></blockquote>



<p class="wp-block-paragraph">ผมหวังว่า “ลูกหมาเกิดใหม่” คงจะทำให้หลายคนได้ประโยชน์จากมันนะครับ</p>



<p class="wp-block-paragraph">เรื่องโดย :&nbsp;<a rel="noreferrer noopener" href="https://brickinfotv.com/category/article/sukrex-k/" target="_blank"><strong><em>คิดไปเขียนไป กับสุขเล็ก</em></strong></a></p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/58194">เรื่องเล่าของ &#8220;ชีวิตการทำงาน&#8221; ตอน &#8220;ลูกหมาเกิดใหม่&#8221;</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำหลายอย่างพร้อมกัน (Multitasking) งานเจ๋งหรือเจ๊งกันแน่ ?</title>
		<link>https://brickinfotv.com/article/42688</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Feb 2020 17:52:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ไลฟ์สไตล์]]></category>
		<category><![CDATA[Multitasking]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ทำหลายอย่างพร้อมกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ปณิดดา เกษมจันทโชติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=42688</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายคนคงเคยเกิดความสับสน และเกิดความผิดพลาด เมื่อต้องทำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/42688">ทำหลายอย่างพร้อมกัน (Multitasking) งานเจ๋งหรือเจ๊งกันแน่ ?</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">หลายคนคงเคยเกิดความสับสน และเกิดความผิดพลาด เมื่อต้องทำหน้าที่อะไรหลายๆ พร้อมกัน ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยประสบปัญหานี้ คุณไม่ได้ผิดแปลกอะไร แต่อาจถึงเวลาที่คุณต้องปรับรูปแบบการทำงานใหม่ได้แล้ว</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>โดย : </strong><a rel="noreferrer noopener" href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b8%9b%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%94%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%82%e0%b8%8a%e0%b8%95%e0%b8%b4/" target="_blank">ปณิดดา เกษมจันทโชติ</a> </p>



<p class="wp-block-paragraph">การทำอะไรหลายอย่าง ณ ที่นี้ไม่ได้หมายความถึงการทำหลายอาชีพเพื่อเพิ่มหลายได้ แต่หมายถึงการทำงานหลายๆ อย่าง ณ ห้วงเวลาเดียวกัน ในลักษณะสลับไปสลับมา หรือที่เรียกว่า Multitasking เช่น การทำงานไปด้วย เล่นเกมในโทรศัพท์ไปด้วย ประชุมไปด้วยพรางร่างจดหมายเพื่อส่งให้ลูกค้า </p>



<p class="wp-block-paragraph">สาเหตุที่หลายคนตัดสินใจทำหลายๆ อย่างพร้อมกัน ส่วนหนึ่งคือทุกอย่างเร่งรีบไปหมด แต่สิ่งที่สนับสนุนให้ทำจากภายใน คือความเชื่อว่าการทำงานแบบ multitasking ช่วยร่นระยะเวลา และรู้สึกว่าตัวเองมีประสิทธิภาพมากเพราะทำงานหลายอย่างพร้อมๆ กันได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่ในความเป็นจริงแล้ว งานวิจัยหลายฉบับกลับสะท้อนว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้น แถมการทำหลายๆ อย่างพร้อมกัน (multitasking) กลายเป็นตัวฆ่าประสิทธิภาพการทำงานได้ และอาจถึงขั้นทำลายสมองได้เลยทีเดียว</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>multitasking คือทักษะพิเศษจริงหรือ?</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">การวิจัย จากการศึกษาเมื่อปี 2018 ดำเนินการที่ Stanford University (มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด) พบว่าการทำงานหลายอย่างมีประสิทธิผลน้อยกว่าการทำสิ่งเดียวในแต่ละครั้ง นักวิจัยพบว่าคนที่ถูกโจมตีหรือถูกรบกวนด้วยกระแสข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หลายครั้ง เช่น การทำงานสลับกับการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ อยู่ตลอดเวลา จะทำให้ไม่จดจ่อ หรือเรียกคืนข้อมูลบางส่วนจากงานหนึ่งไปอีกงานหนึ่งได้ครบถ้วน ขณะที่การงานที่ละอย่างจะทำให้ไม่มีข้อมูลใดๆ หลุดหายไปและทำให้งานมีประสิทธิภาพที่ดีกว่านั่นเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้เปรียบเทียบกลุ่มคนตามแนวโน้มที่จะทำงานหลายอย่างพร้อมกัน เนื่องจากคนกลุ่มนี้มีความเชื่อว่า “การทำงานหลายอย่างเป็นคนมีทักษะพิเศษ หรือรู้สึกว่าเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้”</p>



<p class="wp-block-paragraph">แต่จริงๆ แล้วการทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกันกลับแย่กว่าผู้ที่ชอบทำสิ่งเดียวในแต่ละครั้ง สาเหตุที่ผู้ทำงานหลายอย่างพร้อมกันบ่อยครั้งมีประสิทธิภาพงานแย่ลง เพราะยิ่งทำบ่อยๆ ยิ่งมีปัญหาในการจัดระเบียบความคิด และกรองข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป เมื่อมีสิ่งที่ไม่จำเป็นเข้ามาในกระบวนการทำงานมากเข้า การทำงานก็ช้าลง เมื่อเปลี่ยนจากงานหนึ่งไปอีกภารกิจหนึ่ง ดังนั้นคนที่พยายามทำ 2 สิ่ง หรือมากกว่านั้นไปพร้อมกัน จะทำให้สมองขาดความสามารถในการทำงานทั้งสองอย่างสำเร็จอย่างสมบูรณ์ ในทางกลับกัน การทำงานอย่างเดียวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเพราะสมองจะสามารถจัดการตัวเองได้ดีกว่า</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1080" height="1080" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/02/070263-001-1.jpg" alt="" class="wp-image-42691" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/02/070263-001-1.jpg 1080w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/02/070263-001-1-300x300.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/02/070263-001-1-1024x1024.jpg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/02/070263-001-1-100x100.jpg 100w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/02/070263-001-1-768x768.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/02/070263-001-1-990x990.jpg 990w" sizes="(max-width: 1080px) 100vw, 1080px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทำงานหลายอย่างพร้อมกันมีส่วนให้ IQ ลดลง</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">การวิจัยยังแสดงให้เห็นว่า การทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกัน นอกเหนือจากการทำให้งานช้าลงแล้ว ยังมีผลในการลด IQ ด้วย การศึกษาที่มหาวิทยาลัยลอนดอนพบว่า ผู้เข้าร่วมที่ทำภารกิจหลายอย่างระหว่างการเรียนรู้ได้คะแนน IQ ลดลง ซึ่งคล้ายกับสิ่งที่พวกเขาคาดหวัง หากพวกเขาสูบกัญชาหรืออยู่ตลอดทั้งคืน IQ ลดลง 15 คะแนน สำหรับผู้ชายที่ทำงาน multitasking ลดคะแนนลงสู่ระดับเฉลี่ยของเด็กอายุ 8 ปีเลยทีเดียว</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นในครั้งต่อไป เราจึงไม่ควรเขียนอีเมลถึงหัวหน้าหรือส่งข้อมูลสำคัญๆ ระหว่างที่ประชุมไปด้วย เพราะ “ในเวลานั้น ความสามารถในการคิดของคุณจะลดน้อยลงจนคุณอาจปล่อยให้เด็กอายุ 8 ขวบในตัวคุณ เขียนออกไปก็เป็นได้”</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สมองพังเพราะทำงานหลายอย่างในเวลาเดียว</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นที่เชื่อกันมานานแล้วว่าความบกพร่องทางสติปัญญาจากการทำงานหลาย ๆ อย่างพร้อมกันนั้นเป็นการชั่วคราว นักวิจัยที่ University of Sussex ในสหราชอาณาจักร เปรียบเทียบระยะเวลาที่ผู้คนใช้อุปกรณ์หลายอย่าง (เช่นการส่งข้อความขณะดูทีวี) เพื่อสแกน MRI (Magnetic Resonance Imaging) จากสมองของพวกเขา พวกเขาพบว่ายิ่งมีการทำงานหลายอย่างยิ่งมีความหนาแน่นของสมองน้อยลงในเยื่อหุ้มสมองส่วนหน้า (cingulate cortex) ซึ่งเป็นส่วนที่มีความรับผิดชอบต่อการเอาใจใส่รวมถึงการควบคุมความรู้ความเข้าใจและอารมณ์</p>



<p class="wp-block-paragraph">มีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบว่าการทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกันนั้น สามารถสร้างความเสียหายต่อร่างกายหรือไม่ มีความชัดเจนว่า multitasking มีผลกระทบเชิงลบ โดยนักประสาทวิทยา Kep Kee Loh ผู้เขียนหลักของการศึกษาอธิบายความหมายของเรื่องนี้ว่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">“สิ่งสำคัญคือการสร้างความตระหนักรู้ถึงวิธีที่การโต้ตอบกับอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม เพราะการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ อาจเปลี่ยนแปลงวิธีคิดในระดับของโครงสร้างสมอง”</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้น หากรู้ตัวว่าเราเริ่มมีแนวโน้มที่จะทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกัน เราไม่ควรตามใจตัวเองเรื่องนี้ เพราะมันจะทำให้คุณช้าลง และลดคุณภาพงานลงด้วย แม้ว่าจะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสมอง แต่การอนุญาตให้ตัวเองทำงานหลายอย่างพร้อมเพรียงกันบ่อยๆ จะเพิ่มความยากลำบากในการจัดการกับสมาธิและการใส่ใจในรายละเอียด ซึ่งการทำงานหลายอย่างพร้อมกันอาจบ่งบอกถึงการรับรู้ตนเองและสังคมในระดับต่ำ รวมถึงทักษะความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ที่สำคัญต่อความสำเร็จในการทำงานในมิติอื่นๆ ด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การสร้างงานให้มีประสิทธิภาพ</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ท้ายที่สุด การพยายามทำงานทีละอย่าง ลด multitasking ได้ ด้วยวิธีแก้ปัญหาสุดเบสิกอย่าง “การจัดเวลา” เริ่มต้นจากการสร้างรายการสิ่งที่คุณต้องทำให้เสร็จเวลากำหนดเวลา เพื่อทำงานให้เสร็จ และอุทิศตนให้กับงานอย่างเต็มที่โดยไม่เปิดโอกาสสมาร์ทโฟนหรือแม้แต่อีเมลเข้ามารบกวน</p>



<p class="has-text-align-center wp-block-paragraph"><em>แม้วิธีนี้อาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่มันมีส่วนช่วยลดเวลาที่เสียไปในการพยายามคิดในเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันงาน</em></p>



<p class="wp-block-paragraph">อีกขั้นตอนสำคัญคือการกำจัดการรบกวนหลังจากลำดับความสำคัญและกำหนดเวลาการทำงานของคุณเป็นสิ่งสำคัญอย่างแน่นอน ซึ่งทำให้แน่ใจได้ว่าเราจดจ่อในงานที่กำลังทำอยู่จริง ๆ เช่น &#8220;หลีกเลี่ยงการทำสิ่งที่ไม่จำเป็น ปิดการแจ้งเตือน กำจัดสิ่งรบกวนภายนอก ไม่ปล่อยให้สมองทำหน้าสลับหน้าที่ไปมา&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับที่กำลังเผชิญปัญหา งานยุ่งจนจัดการไม่ได้ ลองประยุกต์ใช้คำแนะนำเหล่านี้ชีวิตประจำวัน ที่อาจมีส่วนให้ได้ผลลัพธ์งานที่เร็วกว่า มีประสิทธิภาพกว่า ที่สำคัญคือสมองทำงานหนักน้อยกว่า และอาจเหลือพลังในการทำงานอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและคนอื่นได้มากกว่าที่เคย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา: <a rel="noreferrer noopener" aria-label="forbes (opens in a new tab)" href="https://www.forbes.com/sites/deloitte/2019/05/29/scaling-the-heights-digital-platforms-and-the-marketplace-of-the-future/#733e83da2300" target="_blank">forbes</a> , <a rel="noreferrer noopener" aria-label="talentsmart (opens in a new tab)" href="https://www.talentsmart.com/articles/Multitasking-Damages-Your-Brain-and-Your-Career,-New-Studies-Suggest-2102500909-p-1.html" target="_blank">talentsmart</a> , <a rel="noreferrer noopener" aria-label="businessnewsdaily  (opens in a new tab)" href="https://www.businessnewsdaily.com/4019-multitasking-not-productive.html" target="_blank">businessnewsdaily</a></p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/42688">ทำหลายอย่างพร้อมกัน (Multitasking) งานเจ๋งหรือเจ๊งกันแน่ ?</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปชป. เปิดไลน์แอด หวังแก้ปัญหา &#8220;เด็กจบใหม่ ตกงงาน ล้นเมือง&#8221; ดึงคนดังแชร์ประสบการณ์</title>
		<link>https://brickinfotv.com/news/38490</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Jan 2020 07:02:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปินไอดอล]]></category>
		<category><![CDATA[BNK48]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พรรคประชาธิปัตย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=38490</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทีมเศรษฐกิจทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ เดินเกมรุกแก้ปัญหาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/38490">ปชป. เปิดไลน์แอด หวังแก้ปัญหา &#8220;เด็กจบใหม่ ตกงงาน ล้นเมือง&#8221; ดึงคนดังแชร์ประสบการณ์</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>ทีมเศรษฐกิจทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ เดินเกมรุกแก้ปัญหานักศึกษาจบใหม่และคนตกงานล้นเมือง ส่งแอปพลิเคชัน &#8220;Democrat เรียนจบ พบงาน&#8221; @DemTum ช่วยค้นหางานตอบโจทย์โลกยุคใหม่ ยกระดับเศรษฐกิจไทย สร้างรายได้ สร้างอาชีพ</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>(15 มกราคม 2562) พรรคประชาธิปัตย์</strong> จัดงานใหญ่เพื่อเปิดตัวโครงการ &#8220;เวียนจบ พบงาน&#8221; โดยมีแอพพลิเคชั่นเชื่อมโยงงานที่ฝึกงานและการยกระดับทักษะอาชีพให้สอดคล้องกับยุค Digital Transfoation ได้ง่าย ๆ ผ่าน @DemTum ขึ้นมาให้กับคนไทยทุกคนเพราะตระหนักถึงปัญหาในการขาดแรงงานฝีมือในเมืองไทย ซึ่งจะเป็นปัญหาใหญ่ต่อระบบเศรษฐกิจไทยในอนาคต</p>



<h2 class="wp-block-heading">ผลกระทบจาก Digital Transformation ทำคนว่างงานในไทยมากกว่า 4 แสนราย</h2>



<p class="wp-block-paragraph">จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ
ที่มีจำนวนผู้ว่างงานในไทยมากกว่า 4 แสนราย และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในแต่ละปีนั้น
เป็นผลสืบเนื่องมาจากปัญหาของตลาตงานยุคเก่าที่ประสบผลกระทบจากยุคของ Digtal Transfomation ที่ทำให้ผู้ประกอบการน้อยใหญ่ต่งมองหาแนวทางในการทำให้ธุรกิจเติบโตและขยายตัวอย่างมีประสิทธิภาพ
และเริ่มนำนวัตกรรมการเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ ส่งสร้างผลกระทบต่อแรงานเดิมที่ปรับตัวไม่ทัน
ต้องตกงานกันอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีแรงงานที่ประสบปัญหาว่างงานอยู่มาก
รวมถึงนักศึกษาใหมที่จะจบออกมาแล้วจะพบปัญหาเดียวกัน ซึ่งถือเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ควรหาทางแก้ไข
จากการเปลี่ยนแปลงของตลาดงานที่มีความต้องการคนคุณภาพที่พร้อมรับกับการพายุครั้งใหญ่จาก
Digital Transformation
&amp; Disruption</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดังนั้นเพื่อให้เรื่องนี้ไม่ลุกลามเป็นปัญหา ซึ่งจะกลายเป็นกำแพงหนาของการพัฒนาประเทศในระยะยาว จึงจำเป็นต้องผลักดันให้เกิดแนวคิดสร้างคนที่มีคุณภาพอย่างจริงจัง โดยทีมเศรษฐกิจ พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดตั้งโครงการ เวียนจบ พบงาน&#8217; เพื่อเสริมสร้างให้มีแรงงานคุณภาพเพียงพอต่อตลาดงานอย่างเร่งด่วน</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong> กล่าวว่า กิจกรรมหลักที่เป็นหัวใจสำคัญ ก็คือการเปิดตัวแอพพลิเคชั่น “Democrat เรียนจบ พบงาน” คือที่มาของการจัดกิจกรรมนี้ที่ต้องมีแอพพลิเคชั่นนี้เกิดขึ้นเพราะว่าทีมเศรษฐกิจทันสมัย ที่มีนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ เป็นหัวหน้าทีมหรือเป็นประธานคณะกรรมการเศรษฐกิจทันสมัยของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งพบความจริงว่า ปัจจุบันนี้เรายังมีคนที่ตกงานอยู่จำนวนหนึ่ง รวมทั้งประเทศมีตัวเลขประมาณ 400,000 คน ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น คือ เด็กที่เรียนจบจำนวนไม่น้อยในแต่ละปียังหางานทำไม่ได้จึงเป็นที่มาที่เรามานั่งคิดกันว่าจะทำอย่างไรที่จะหาช่องทางให้น้องๆที่เรียนจบได้มีโอกาสพบกับงานจึงเป็นที่มาของแอพพลิเคชั่นนี้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1920" height="1280" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626338.jpg" alt="" class="wp-image-38493" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626338.jpg 1920w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626338-300x200.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626338-1024x683.jpg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626338-768x512.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626338-1536x1024.jpg 1536w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626338-414x276.jpg 414w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626338-470x313.jpg 470w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626338-640x426.jpg 640w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626338-130x86.jpg 130w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626338-187x124.jpg 187w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626338-990x660.jpg 990w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626338-1320x880.jpg 1320w" sizes="(max-width: 1920px) 100vw, 1920px" /><figcaption><strong>นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong> </figcaption></figure>



<h3 class="wp-block-heading">ปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชธิปัตย์ และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ แม่ทัพใหญ่ของโครงการ ทุ่มเทและทุ่มทำอย่างตั้งใจ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ปัจจุบันประเทศไทยกำลังขาดแรงงานฝีมือ
และการสร้างทรัพยากรมนุษย์จึงไม่ใช่งานของคนใดคนหนึ่งแต่เป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนทั้ง
ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการเมือง ภาคประชาชนและ NGOs ทีจะต้องร่วมมือกันช่วยสร้างคนที่มีคุณภาพ
ซึ่งในที่นี้ไม่ใช่แค่แรงงานยุคเก่าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบรรดานักศึกษาจบใหม่ที่พบปัญหาเดียวกัน
จากระบบการศึกษาเดิมที่อาจจะขีดกรอบให้เด็กรุ่นใหม่ไม่ได้รับประสบการณ์ที่ควรจะเป็นในโลกของงานยุคนี้
เฉกเช่นเดียวกันกับในหลายบริษัทเองก็ขาดแรงงานฝีมือดีโครงการนี้จึงเป็นโครงการที่จะทำให้ระบบนิเวศน์ของตลาดงานไทยเดินหน้าไปสู่เส้นทางที่ถูกต้องยิ่งขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งนี้การที่นักศึกษา(คนรุ่นใหม่จะเรียนจบแล้วพบงานได้นั้น
ต้องผ่านการฝึกงานเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์และการยรู้นอกห้องเรียน ก่อนที่จะเรียนจบ
บริษัทผู้ประกอบการเองก็จะได้ประโยชน์จากการได้เด็กฝึกงานมาช่วยกิจการและได้ดูศักยภาพการทำงานในสนามจริงเรียนรู้นิสัยใจคอของเด็กระหว่างฝึกงานด้วย
เพื่อที่จะสามารถตัดสินใจการจ้างงานในอนาคตได้ แต่ปัจจุบันนี้
นักศึกษาหลายคนยังไม่สามารถหาที่ฝึกงานที่ดีได้
และผู้ประกอบการเองก็ไม่สามารถรู้จักความลามารถที่แท้จริงของคนสมัครงานใหม่ๆ
ดังนั้นการมาพบกัน (matching) ในช่วงเวลาก่อนนักศึกษาจะเรียนจบจึงเป็นจังหวะเวลาที่ดีที่จะเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
และนักศึกษาอาจมีรายได้เสริมระหว่างเรียนอยู่ได้อีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตามแม้ทุกวันนี้โลกจะถูกเขย่าด้วยเทคโนโลยี
แต่โลกยังต้องขับเคลื่อนด้วยมนุษย์ เพราะถึงแม้เทคโนโลยีจะเป็นตัวช่วยให้เกิดประสิทธิภาพและผลิตผลใหม่ๆ
ที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่หุ่นยนต์ยังไม่สามารถชนะคนได้ในเร็ววัน
เช่น วิชาชีพที่ต้องใช้ความเข้าใจ ความซับซ้อนทางความคิด การใช้หัวใจในการบริการ
เช่น อาชีพที่ปรึกษาการลงทุน อาชีพงานบริการต่าง ๆ และอีกหลากหลายอาชีพที่ต้องใช้ Human Touch หรือการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับบุคคล
ซึ่งต่อให้ในอนาคตหุ่นยนต์จะทำได้ แต่ก็ไม่มีเสน่ห์เท่ามนุษย์</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1920" height="1280" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626344.jpg" alt="" class="wp-image-38494" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626344.jpg 1920w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626344-300x200.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626344-1024x683.jpg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626344-768x512.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626344-1536x1024.jpg 1536w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626344-414x276.jpg 414w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626344-470x313.jpg 470w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626344-640x426.jpg 640w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626344-130x86.jpg 130w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626344-187x124.jpg 187w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626344-990x660.jpg 990w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626344-1320x880.jpg 1320w" sizes="(max-width: 1920px) 100vw, 1920px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading">&#8220;Democrat เรียนพบ พบงาน&#8221; @DemTum ใช้งานง่ายแค่ Add ไลน์เป็นเพื่อน ใช้ Ai คอยวิเคราะห์และประมวลผล</h2>



<p class="wp-block-paragraph">แอปพลิเคชัน @DemTum ที่ถูกพัฒนาโดยทีมเศรษฐกิจของพรคประชาธิปัตย์ ทำงานผ่านระบบของ LINE เพียงแค่พิมพ์ @DemTum จะค้นเจอชื่อ &#8220;เรียนจบ พบงาน&#8221; จากนั้น Add เป็นเพื่อน แล้วสามารถส่งประติ ส่ง CV หรือ Resume ไปได้เลย ซึ่งการใช้งานก็หมือนการแชพไลน์ทั่วไป แต่ทุก ๆ การแชท ทุก ๆ คำถามจะมีระบบปัญญาประดิษฐ์ (Ai) คอยวิเคราะห์และประมวลผลบทสนทนาของผู้ใช้และตอบสนองโซลูชั่นต่าง ๆ ได้อย่างตรงความต้องการ เช่น &#8220;อยากหางาน / อยากฝึกงาน&#8221; ระบบจะทำการเชื่อมโยงข้อมูลของผู้ใช้ไปหาสิ่งที่ต้องการได้ทันที ตั้งแต่การเทรนนิ่ง การจัดหางาน มีคอร์สเวิร์คช้อป แหล่งงาน (แบบเต็มเวลาและพาร์ทไทม์) แหล่งฝึกงาน และอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อช่วยอัพเดท Skill ของผู้ใช้งานความพิเศษของ @DemTum คือการได้รับความร่วมมือจาก &#8216;Career Visa Thailand&#8217; บริษัท วิสาหกิจชื่อดังระดับโลก (ด้านการแนะแนววิชาชีพระดับโลก) ที่มีศักยภาพในการยกระดับฝีมือแรงงาน ซึ่งได้มาตั้งสำนักงานที่ประเทศไทย รวมถึงบริษัทVoxy แอปฯ การเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ที่มีการนำระบบ AI เข้ามาช่วยเหลือผู้ใช้งานให้เลือกโหมดการใช้ภาษาได้ตามประเภทของความต้องการมาร่วมเป็นพันธมิตรกับโครงการ เรียนจบ พบงาน ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสให้กับตลาดงานของคนไทยในยุคนี้ได้มากยิ่งขึ้น</p>



<h2 class="wp-block-heading">เปิดตัวโครงการยิ่งใหญ่
ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน</h2>



<p class="wp-block-paragraph">โครงการ &#8216;เรียนจบ พบงาน&#8217;
ได้รับการตอบรับจากผู้คนในหลากหลายวงการที่พร้อมมาร่วมแซร์ ประสบการณ์และสรางแรงบันดาลใจในการปรับตัวเพื่ออยู่ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงมากมาย
อาทิ เฌอปราง แก้ว ตาหวาน BNK48/อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตร
ผู้กำกับหนังพันล้าน/ต่ ภพธร นักร้อง นักแสดง นักแต่งเพลง/โด่ง พีรพงศ์ ผู้ก่อตั้ง
Origin Property/ เมย์ ผู้ก่อตั้ง Afterบ
ร้านขนมชื่อดัง/กอง พณชิต นายกสมาคม Startup / เอ็ม
ผู้ก่อตั้ง CareerVisa Thailand แนะแนวอาชีพมือโปร หนึ่ง ปรมินทร์
อินโสม coding ตัวท็อป ผู้ก่อตั้ง Satang Pro พร้อมด้วยผู้บริหาร
/ เจ้าของกิจการ และ HR บริษัทชั้นนำในสายต่าง ๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ยังมีกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เข้าร่วมกับโครงการ
เรียนจบ พบงาน&#8217; และแอปพลิเคชัน @DemTum เพื่อสนับสนุนทั้งองค์ความรู้ในแง่ของตลาดงานยุคใหม่
รวมถึงการเปิดหาแรงงานที่หลากหลายอีกมากมาย เช่น กลุ่มเซ็นทรัล / กลุ่มสยามพิวรรธน์/
HUAWE / WHA / กลุ่มธนาคารใหญ่ของไทย / กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์
บีกริม/ สยามพารากอน/ ไอคอนสยาม / ปตท. ) แบล็คแคนยอน/ มิลเลนเนี่ยมออโต้กรุ๊ป ฯลฯ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1920" height="1280" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626340.jpg" alt="" class="wp-image-38497" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626340.jpg 1920w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626340-300x200.jpg 300w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626340-1024x683.jpg 1024w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626340-768x512.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626340-1536x1024.jpg 1536w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626340-414x276.jpg 414w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626340-470x313.jpg 470w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626340-640x426.jpg 640w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626340-130x86.jpg 130w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626340-187x124.jpg 187w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626340-990x660.jpg 990w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/S__22626340-1320x880.jpg 1320w" sizes="(max-width: 1920px) 100vw, 1920px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">โครงการ &#8220;เรียนจบ พบงาน&#8221;
โดยทีมเศรษฐกิจ พรคประชาธิปัตย์ เปิดกว้างแก่น้อง ๆ
นักศึกษาทั่วประเทศและรวมถึงอีกหลายทนที่กำลังประสบภาวะตงาน
หากต้องการเดินหนำต่อในยุค 40 สามารถเข้าใช้บริการ @DemTum ในแอพลิเคชั่น
LINE ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เรียนจบ
แล้วพบงาน ไม่ตกงาน!!</p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/news/38490">ปชป. เปิดไลน์แอด หวังแก้ปัญหา &#8220;เด็กจบใหม่ ตกงงาน ล้นเมือง&#8221; ดึงคนดังแชร์ประสบการณ์</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>10 ทางออกแก้สมองตื้อ คิดงานไม่ออก</title>
		<link>https://brickinfotv.com/article/36955</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Brickinfo]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 05 Jan 2020 13:00:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[คิดงานไม่ออก]]></category>
		<category><![CDATA[ปณิดดา เกษมจันทโชติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://brickinfotv.com/?p=36955</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังวันพักผ่อน หยุดยาว ถึงเวลาต้องกลับมาทำงานจริงๆ จังๆ ปัญหาที่หลายคนเจอคือขี้เกียจกว่าเดิม หรือถึงขั้นคิดงานไม่ออก สมองตื้อไปชั่วขณะ ไม่ใช่คุณคนเดียวที่ประสบปัญหานี้ </p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/36955">10 ทางออกแก้สมองตื้อ คิดงานไม่ออก</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>โดย :&nbsp;</strong><a rel="noreferrer noopener" href="https://brickinfotv.com/tag/%e0%b8%9b%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%94%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%82%e0%b8%8a%e0%b8%95%e0%b8%b4/" target="_blank">ปณิดดา เกษมจันทโชติ</a> </p>



<p class="wp-block-paragraph">การตกอยู่ในสภาวะ สมองตื้อ คิดงานไม่ออก ความคิดสร้างสรรค์หดหาย เป็นภาวะที่เกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการตอบสนองจากภายในร่างกาย จากการพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด ความเบื่อหน่ายบางสิ่งบางอย่าง หรือแม้แต่บรรยากาศที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการทำงาน ทำให้ไม่มีแรงบันดาลใจ หรือไม่มีสมาธิจดจ่ออยู่กับงาน ฯลฯ</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตาม ปัญหาเหล่านี้มีโอกาสหายไปหากมีวิธีการจัดการหรือการกระตุ้นที่เหมาะสม โดย 10 วิธีที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ น่าจะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ช่วยเรียกคือพลังความสร้างสรรค์ให้กลับมาได้อีกครั้ง</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>1. หยุดการต่อสู้</strong> : หลายคนหมดพลังในการทำงาน แต่กำลังต่อสู้กับมันด้วยการพยายามซ้ำ ๆ แต่นั่นอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีเท่ากับการยอมรับว่าคุณกำลังคิดไม่ออก เพราะบางทีสมองของคุณต้องการที่จะเติมพลัง ดังนั้น ลองให้โอกาสตัวเองได้หยุดเพื่อหาทางออกอื่นๆ ที่ดีกว่าการงพยายามต่อสู้แบบเดิมๆ ที่อาจเพิ่มความเครียดและความทุกข์มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>2. พูดคุย และเดินเล่น</strong> : ลองออกจากโต๊ะทำงาน ไปเดินเล่นข้างนอก พูดคุยเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับเนื้องาน หรือออกกำลังกายเล็กน้อย เพื่อให้ร่างกายได้สูบฉีดเลือด เพราะการเคลื่อนไหวร่างกายเหมือนกับการเพื่อล้างหัวที่มีความคิดอยู่แน่นไปหมด แม้ว่าการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้จะไม่ได้ฟื้นฟูการทำงานของสมองอย่างสมบูรณ์ แต่จะช่วยเผาผลาญแคลอรี่ และทำให้รู้สึกว่าร่างกายดีขึ้น มีผลให้สมองทำงานได้ดีขึ้นเช่นกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>3. ทำสิ่งที่ไม่สนใจ</strong> : หากคุณไม่สามารถนึกถึงบางสิ่งที่มีประสิทธิผลอย่างแท้จริงหรือทำการตัดสินใจที่สำคัญให้ลองใช้เวลาที่ความคิดตีบตัน เคลียร์โต๊ะ เคลียร์อีเมล หรือเลือกงานง่าย ๆ ตรงหน้าคุณที่ไม่ต้องตัดสินใจหนักหรือคิดหนักทำไปพราง ๆ เพราะ การทำสิ่งเหล่านี้จะทำให้รู้สึกว่า แม้เราคิดงานไม่ออก แต่ยังคงประสบความสำเร็จบางอย่าง สร้างประโยชน์จากเวลาที่ไร้ค่าได้ แม้ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่คุณคิดว่าควรจะทำ แต่อาจนำไปสู่ความคิดใหม่ ๆ ได้เช่นกัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>4. เรียนรู้ เพื่อหาไอเดียใหม่ ๆ&nbsp;</strong>: การพยายามคิดด้วยความเคร่งเครียด ไม่สามารถสร้างไอเดียได้ดีเท่ากับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพิ่มเติม สำหรับคนที่กำลังคิดอะไรไม่ออก ลองอ่านบล็อก อ่านหนังสือ หรือฟังวิดีโอหรือเสียงเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องการเรียนรู้หรือมีความเชี่ยวชาญ เพื่อเป็นช่องทางสำคัญที่จะนำไปสู่ไอเดียใหม่ ๆ ได้ อย่างไรก็ตาม การเรียนรู้ในช่วงที่สมองตื้อ ต้องไม่กดดันตัวเองให้เรียนรู้สิ่งที่ซับซ้อนหรือยากเกินไป แต่อาศัยการฟังและซึมซับในสิ่งที่สนใจ สบายใจ และไม่นำไปสู่ความเครียด</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>5. ยืมสมองคนอื่น&nbsp;</strong>: ในกรณีที่สมองตื้อจนมุม แต่ต้องทำงานเพื่อแข่งกับเวลา การพยายามปลอบประโลมตัวเอง เดินเล่น ท่องโซเชียลเพื่อหาไอเดียใหม่ ๆ อาจไม่ทันการ สิ่งหนึ่งที่สามารถจุดประกายความคิดได้ คือขอความคิดเห็น ขอคำแนะนำ หรือถามคนที่เชี่ยวชาญ หรือไว้วางใจได้ เพื่อช่วยเสนอแนวทางที่ชัดเจนขึ้นได้ในเวลาอันสั้น ซึ่งอาจะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้งานเดินไปได้ตามเวลาโดยไม่ต้องตัดสินใจอย่างโดดเดี่ยวได้เช่นกัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>6. นั่งสมาธิ</strong> : การนั่งเงียบ ๆ ประมาณ 10-15 นาที สูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ โฟกัสเฉพาะการหายใจอย่างต่อเนื่อง ปล่อยให้ความคิดลอยไปโดยไม่ตัดสิน จะทำให้รู้สึกสงบและช่วยล้างความคิดที่มุ่งเน้นไปที่การแข่งขัน ที่อาจขัดขวางความสามารถในการทำงานตลอดเวลาที่ผ่านมา</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>7. ทำสิ่งที่สร้างสรรค์</strong> : ให้เวลาตัวเองได้ทำสิ่งที่สร้างสรรค์สิ่งที่คุณอาจรู้สึกหลงใหลในห้วงเวลาสั้น ๆ สัก 1 ชั่วโมง เช่น วาดภาพ ทำอาหาร ทาสี เล่นเครื่องดนตรี เต้นรำ เขียนบทกวี หรืออะไรก็ตามที่ทำให้คุณมีความคิดสร้างสรรค์ โดยไม่ตัดสินกระบวนหรือผลลัพธ์ที่ออกมา การทำสิ่งที่เหล่านี้จะปลดปล่อยภาระหน้าที่หนักอึ้ง หรือความคิดมากมายที่แน่นทึบในสมอง ช่วยให้สนุกและผ่อนคลาย และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในคิดงานใหม่ ๆ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>8. ช่วยเหลือใครบางคน</strong> : หากคุณไม่รู้ว่าต้องทำอะไรเพื่อตัวเองจงทำบางสิ่งเพื่อคนอื่น เสนอตัวเพื่อช่วยเพื่อนร่วมงาน หรือเพื่อนบ้าน เขียนจดหมายถึงเพื่อนเก่าหรือโทรหาใครบางคนที่ประสบกับความยากลำบากเพื่อช่วยเหลือ วิธีนี้จะโน้มไปในลักษณะการสร้างคุณค่าในตัวเอง เหมาะกับคนที่กำลังรู้สึกเบื่อหน่ายกับงานที่กำลังทำอยู่ มากกว่าคนที่คิดงานไม่ออก</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>9. เขียนรายการ</strong> : เมื่อรู้สึกสับสนและคลุมเครือ การเขียนสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นลงบนกระดาษ เป็นตัวช่วยที่ดี ในการตัดสินใจเพื่อหาทางออก หรือสร้างสรรค์อะไรบางอย่าง เนื่องจากการเขียนลิสต์รายการออกมาจะช่วยให้สามารถ จัดระเบียบสมองได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญการจัดระเบียบทำให้มองเห็นสิ่งที่ต้องทำหรือควรทำในระยะยาว ซึ่งทำให้สามารถจัดการการทำงานก่อนหลังได้ตามความสะดวก&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>10. ไม่ทำอะไรเลย!</strong> : ปล่อยให้ตัวเองมีความสนุกสนานวันนี้โดยไม่รู้สึกผิดหรือเครียด สมองของคุณจะแสดงความขอบคุณเป็นไอเดียดี ๆ ในตอนเช้า</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1364" height="1704" src="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/050163-005-1.jpg" alt="" class="wp-image-36958" srcset="https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/050163-005-1.jpg 1364w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/050163-005-1-820x1024.jpg 820w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/050163-005-1-800x1000.jpg 800w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/050163-005-1-768x959.jpg 768w, https://brickinfotv.com/wp-content/uploads/2020/01/050163-005-1-1230x1536.jpg 1230w" sizes="(max-width: 1364px) 100vw, 1364px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ดี วิธีเหล่านี้เป็นเพียงการกระตุ้นในมิติด้านความคิดเท่านั้น ส่วนมิติด้านสุขภาพ อย่างการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องดูแลอยู่เสมอ เพราะท้ายที่สุดแล้วสุขภาพย่อมเพื่อเป็นรากฐานที่ดี ที่เอื้อต่อให้ความคิดโลดเล่น เป็นจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์ที่ดีในระยะยาว&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">อ้างอิง : <a href="https://liveboldandbloom.com/08/career/10-things-to-do-when-you-have-no-idea-what-to-do" target="_blank" rel="noreferrer noopener" aria-label="liveboldandbloom (opens in a new tab)">liveboldandbloom</a></p>
<p>The post <a href="https://brickinfotv.com/article/36955">10 ทางออกแก้สมองตื้อ คิดงานไม่ออก</a> appeared first on <a href="https://brickinfotv.com">Brickinfo News Agency</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
