Connect with us

ข่าว

เทคโนโลยี 6G คืออะไร ? ผู้เชี่ยวชาญจีน คาดพร้อมใช้เชิงพาณิชย์ภายในปี 2030

Published

on

กลุ่มผู้ร่วมอภิปรายประเด็นนวัตกรรมและการพัฒนา 6G ของการประชุมจงกวนชุน (Zhongguancun Forum) ปี 2024 ในกรุงปักกิ่งของจีน เมื่อวันเสาร์ (27 เม.ย.) มองว่าหลายพื้นที่ที่มีโครงสร้างพื้นฐาน 6G ครบถ้วน รวมถึงจีน จะได้ใช้งาน 6G เชิงพาณิชย์ภายในปี 2030

6G คือ เครือข่ายไร้สายรูปแบบหนึ่งที่ถูกพัฒนาขึ้น เพท่อใช้ในการติดต่อสื่อสารทั้งสำหรับโทรศัพท์จากคนสู่คนและใช้สั่งการเครื่องจักรแบบความหน่วงต่ำจนแทบจะเรียลไทม์ 6G จะมีความเร็วข้อมูลที่เพิ่มขึ้นเป็น 100 Gbps ถึง 1 Tbps ซึ่งเร็วกว่า 5G ที่มีความเร็วสูงสุดราว 20 Gbps หรือมากกว่าราว 5-50 เท่า , ระยะความหน่วงเวลาลดลงเหลือ 0.1 มิลลิวินาที (5G อยู่ที่ 1 มิลลิวินาที 6G น้อยลง 10 เท่า) และ เวลาการใช้งานแบตเตอรี่ของอุปกรณ์ 6G สูงสุดที่ 20 ปี ใช้พลังงานน้อยลง 10 เท่า

สำหรับ 6G โดยพื้นฐานแล้วมีการใช้เทคโนโลยีหลาย ๆ อย่างที่ต่อยอดมาจาก 5G เช่น เสาอากาศแบบเรียงแถว (Antenna Array) ระบบการนำเข้าและส่งออกข้อมูลแบบหลายช่องทาง (Multiple-Input-Multiple-Output: MIMO) การส่งผ่านข้อมูลผ่าน Micro Cells (Access Point) จำนวนมาก รวมถึงการประมวลผลบน Cloud ระยะไกล (Edge-Cloud Computing) แต่สิ่งหนึ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนนั่นคือความถี่ของคลื่นสัญญาณที่ใช้ ซึ่งอยู่ในย่านที่สูงกว่า 100 GHz ขึ้นไป เป็นย่านความถี่ที่ยังมี Traffic ต่ำ ในขณะที่สามารถขนส่งข้อมูลได้มากขึ้น

Advertisement

ไต้เสี่ยวฮุ่ย เลขานุการสมาคมมาตรฐานการสื่อสารแห่งประเทศจีน ระบุว่า 6G มีความเร็วสูงกว่า มีเวลาแฝงต่ำมาก และรองรับความหนาแน่นของการเชื่อมต่อมากกว่า พร้อมสามารถบรรลุการบูรณาการเชิงลึกของปัญญาประดิษฐ์ การรับรู้อัจฉริยะ และเทคโนโลยีอื่น ๆ

หวงหยู่หง ผู้จัดการทั่วไปของสถาบันวิจัยไชน่า โมบายล์ (China Mobile) เผยว่า 6G ไม่เพียงให้บริการด้านการสื่อสาร แต่ยังให้บริการอื่นๆ เช่น การรับรู้และการประมวลผล ซึ่งเป็นการขยายเครือข่ายการสื่อสารเคลื่อนที่สู่เครือข่ายสารสนเทศเคลื่อนที่

เกาถงชิ่ง รองผู้จัดการทั่วไปของไชน่า โมบายล์ คอมมูนิเคชันส์ กรุ๊ป (China Mobile Communications Group) กล่าวว่า 6G จะช่วยส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต วิธีการผลิต และนวัตกรรมในการกำกับดูแลทางสังคม

Advertisement

ซวีซินเชา รองเลขาธิการรัฐบาลเทศบาลกรุงปักกิ่ง เสริมว่ากรุงปักกิ่งเป็นผู้นำการสร้างแพลตฟอร์มทดสอบสาธารณะ และเริ่มต้นสร้างเครือข่ายทดสอบ 6G แบบเปิด

6G ไม่ได้มาแทน 5G แต่เป็นการเกื้อหนุนกัน และ 5G จะรองรับการเปลี่ยนผ่านระบบโครงสร้างสู่ 6G

นาย ปิยพัทธ์ พุกพันธุ์ ฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ระบุในเว็บไซต์ของหน่วยงานว่า เมื่อพูดถึงความเกี่ยวข้องของเทคโนโลยี 6G นี้กับ Smart City นั้น หนึ่งในสิ่งสำคัญที่จะขาดไปไม่ได้เลยก็คืออุปกรณ์ IoT ที่ใช้ทั้งภายในบ้านเรือน อาคารออฟฟิศ หรือติดตั้งภายนอกอาคารตามท้องถนน อุปกรณ์เหล่านี้ มีระยะการส่งสัญญาณ แหล่งพลังที่ยังจำกัดอยู่ภายใต้ระบบเครือข่ายแบบเดิม 6G จะช่วยทดแทนข้อจำกัดเหล่านี้ด้วยความเร็วการสื่อสารที่สูงขึ้น จำนวน Access Point รวมถึงการเปลี่ยนวัสดุการนำสัญญาณ ให้ระบบโดยรวมสามารถสื่อสารกันได้ในระดับเป้าหมาย KPI ของ 6G ที่วางไว้ อ้างอิงตามรูปที่ 3 แสดงถึงรูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่ายระหว่างอาคาร สถานีกระจายสัญญาณหลัก และ IoT Node ต่าง ๆ ภายในรูปแบบเมืองที่เป็น Smart City

ระบบการสื่อสารแบบ 6G นั้นมีแนวโน้มการใช้งานเชิงพาณิชย์ในปีค.ศ. 2030 หรือพ.ศ. 2573 เป็นต้นไปซึ่ง 6G จะใช้โครงข่ายของ 5G เป็นพื้นฐาน เพราะมีการใช้เทคโนโลยีพื้นฐานเหมือนกัน เช่น Edge computing, Micro-cell, Massive MIMO แต่ใช้ทรัพยากรมากกว่า เช่น จุดกระจายสัญญาณเพิ่มขึ้น การออกแบบเสาอากาศแบบใหม่ การคิดค้นวัสดุนำสัญญาณแบบใหม่ ระบบการจัดการที่ซับซ้อนขึ้น และการใช้ AI หรือ machine learning มาช่วยในการจัดการจราจรสัญญาณขนาดใหญ่ ทั้งนี้ในช่วงเริ่มต้นเรายังต้องระบบทั้งสอง ใช้งานคู่ขนานกันไป เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านนั้นต้องใช้เวลา และการเริ่มต้นจากศูนย์กลางที่มีทรัพยากรครบถ้วน ไปยังพื้นที่ห่างไกลทุกภาคส่วนตามลำดับ เป้าหมายของ 6G โดยหลักการคือ การเชื่อมต่อทุกคน การเชื่อมต่อทุกสิ่ง โดยอิงกับทรัพยากรโลกที่มีอยู่ 6G จะเชื่อมต่อสิ่งเหล่านี้โดยใช้ทั้งเครือข่ายที่เจาะลึก ปรับตัวเข้ากับชุมชนนั้น ๆ รวมถึงการวางโครงข่ายระดับกว้างเพื่อให้ความเท่าเทียมทางสังคม ย่นให้โลกอยู่ใกล้กัน แบ่งปันกันมากขึ้น

Advertisement