ข่าว ภูมิภาค

ปปช. “ลุย” ลงดูพื้นที่หลังมีนายทุนรุก “ลำน้ำแม่ก๋อน” นานนับ 10 ปี เจ้าหน้าที่ เพิกเฉยไม่ดำเนินการต่อ หลังเข้ากวาดล้างจับกุมมาแล้ว ผู้ประกอบการหวั่นวิตกเป็นอย่างมาก

ผู้สื่อข่าว : ธีรพงษ์ ธงออน ผู้สื่อข่าวแพร่

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2565 ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่จังหวัดแพร่ ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (ปปช.) จากส่วนกลาง สำนักงานภาค 5 นายศรัณ อภิสิทธิเวช ปปช.จังหวัดแพร่ พร้อมหน่วยงานฯลงพื้นที่ ดูราชการปล่อยรุกลำน้ำแม่ก๋อน ที่ปล่อยให้กลุ่มทุนรุกลำน้ำนานนับ 10 ปี เจ้าหน้าที่ป่าไม้ อุทยานฯ เขตต้นน้ำ ท้องถิ่น เพิกเฉยไม่ดำเนินการ ช่วงยุค คสช.กวาดล้างจับกุมมาแล้วครั้งหนึ่งยังไม่มีการดำเนินการ ซึ่งนำโดยนายสุพจน์ ศรีงามเมือง ผช.เลขาธิการคณะกรรมการ ปปช.ภาค 5 และกลุ่มสตองจังหวัดแพร่ (อาสาสมัครตรวจสอบทุจริต) นำข้าราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายปรีชา โตมี ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่ นายธีระ ทรงพุทธ ผอ.ส่วนจัดการป่าไม้ที่ 3 (สจป.) แพร่ เจ้าหน้าที่ที่ดินจังหวัดแพร่ กรมเจ้าท่า แขวงการทางแพร่ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นนายวิทยา กันกา นายก อบต.ป่าแดง นายอดุลย์ ไหล่ทุ่ง นายกเทศมนตรีตำบลช่อแฮ อ.เมือง จ.แพร่ โดยมีนายนายวาฑิต ปัญญาคม ปลัดจังหวัดแพร่ เป็นประธาน

ก่อนลงพื้นที่มีการซักซ้อมความเข้าใจเนื่องจากเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว โดยมีการกำหนดเข้าดูพื้นที่บุกรุกจำนวน 5 จุด คือที่ จุดที่ 1 ไร่ธนะโชติ แบมบูแค็มคาร์เฟ 2. รีสอร์ทสร้างใหม่ 3.สวนไผ่สุขสำราญ 4.กนิษฐา รีสอร์ท ฮ่อมแม่ก๋อน 5.ร้านอาหารฮ่อมก๋อนแม่สาย ในพื้นรุกล้ำลำห้วยแม่ก๋อน ภาพรวมระยะทางยาวถึง 6 กม.

จากการลงพื้นที่พบว่า จุดเป้าหมายมีการบุกรุกลำน้ำแม่ก๋อน มีการทำทางข้ามคอนกรีต ทำตลิ่งคอนกรีตบุกรุกลำน้ำ โดยเฉพาะการถมพื้นที่ลุ่มน้ำเปลี่ยนทิศทางน้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยในพื้นที่เหล่านี้มีการกวาดล้างจับกุมการบุกรุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติมาแล้วครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. 2559 จนปัจจุบันยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข ยังปล่อยให้มีการบุกรุกลำน้ำอยู่อย่างต่อเนื่อง

สำนักงานจังหวัดแพร่ นำโดยนายสุพจน์ ศรีงามเมือง ผช.เลขาธิการคณะกรรมการ ปปช.ภาค 5 และกลุ่มสตรองจังหวัดแพร่ (อาสาสมัครตรวจสอบทุจริต) นำข้าราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายปรีชา โตมี ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่ นายจีระ ทรงพุฒิ ผอ.ส่วนจัดการป่าไม้ที่ 3 (สจป.) แพร่ เจ้าหน้าที่ที่ดินจังหวัดแพร่ กรมเจ้าท่า แขวงการทางแพร่ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น นายวิทยา กันกา นายก อบต.ป่าแดง นายอดุลย์ ไหล่ทุ่ง นายกเทศมนตรีตำบลช่อแฮ อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ โดยมี นายนายวาฑิต ปัญญาคม ปลัดจังหวัดแพร่ เป็นประธาน ปปช.นำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าซักซ้อมความเข้าใจร่วมกัน เพื่อซักซ้อมความเข้าใจการเข้าพื้นที่ตรวจสอบเนื่องจากเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว โดยมีการกำหนดเข้าดูพื้นที่บุกรุกจำนวน 5 จุด คือที่ จุดที่ 1 ไร่ธนะโชติ แบมบูแค็มคาร์เฟ 2. รีสอร์ทสร้างใหม่ 3.สวนไผ่สุขสำราญ 4.กนิษฐา รีสอร์ท ฮ่อมแม่ก๋อน 5.ร้านอาหารฮ่อมก๋อนแม่สาย ในพื้นรุกล้ำลำห้วยแม่ก๋อน ภาพรวมระยะทางยาวถึง 6 กม.

ผลการตรวจสอบ พบว่า จุดเป้าหมายมีการบุกรุกลำน้ำแม่ก๋อน มีการทำทางข้ามคอนกรีต ทำตลิ่งคอนกรีตบุกรุกลำน้ำ โดยเฉพาะการถมพื้นที่ลุ่มน้ำเปลี่ยนทิศทางน้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยในพื้นที่เหล่านี้มีการกวาดล้างจับกุมการบุกรุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติมาแล้วครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. 2559 จนปัจจุบันยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข ยังปล่อยให้มีการบุกรุกลำน้ำอยู่อย่างต่อเนื่อง

นายศรัณ อภิสิทธิเวช ปปช.จังหวัดแพร่ กล่าวว่า ภารกิจในวันนี้ดำเนินการตามนโยบายของ ปปช. มีนโยบายทำงานร่วมกับอาสาสมัครภาคประชาชนในพื้นที่ มีการนำเสนอจุดเสี่ยงการทุจริต นำเสนอไปยังกลุ่มภารกิจป้องกัน สำนักงาน ปปช. เพื่อปักหมุดความเสี่ยงทุจริตว่าเตรียมการเข้าพื้นที่ตรวจสอบ โดยเฉพาะในจังหวัดแพร่ ซึ่งการทำงานดังกล่าวไม่เพียงจังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน จังหวัดเชียงใหม่เท่านั้น ในภารกิจนี้จะมีการดำเนินการได้ครบทุกจังหวัดในปี 2566 พื้นที่แพร่มีการรุกล้ำลำน้ำ รุกล้ำป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานฯ ต้นน้ำถือเป็นการทุจริตด้านทรัพยากรธรรมชาติมีความซับซ้อน การลงพื้นที่มีการเก็บข้อมูลการรุกล้ำพื้นที่ เจ้าหน้าที่ของรัฐได้ดำเนินการและนำมาแก้ไขอย่างไร ถ้าพบว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐมีส่วนเกี่ยวข้อง ปล่อยปะละเลย การออกโฉนดโดยชอบหรือไม่ จะมีการนำเสนอไปยังส่วนกลางเพื่อพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายปราบปรามทุจริตกับผู้กระทำผิดและแก้ไขในส่วนที่ผิดต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปปช.คณะดังกล่าวได้ลงพื้นที่ในจังหวัดน่านเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมาด้วย สำหรับลำห้วยแม่ก๋อน จ.แพร่ วันที่ 4 สิงหาคม และจะมีการสรุปผลการทำงานในวันที่ 5 สิงหาคมที่ศาลากลางจังหวัดแพร่ ก่อนนำข้อมูลเสนอเข้าตามลำขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

แหล่งข่าวใน ปปช.เปิดเผยว่า การรุกล้ำลำน้ำและการบุกรุกที่ดินเขตอนุรักษ์ ต้องมีผู้รับผิดชอบโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่อุทยาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า กรมเจ้าท่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ถ้ามีการเพิกเฉยจะต้องถูกดำเนินคดีทุจริตด้วยเช่นกัน ล่าสุดพบว่าการถมที่ในเขตลุ่มน้ำทำรีสอร์ทแห่งใหม่มีการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวจนเจ้าหน้าที่ออกหมายเรียกมาแล้วหลายราย ซึ่งคาดว่า การลงพื้นที่ของ ปปช.ครั้งนี้คาดว่าจะมีการกวาดล้างครั้งใหญ่จากเจ้าหน้าที่ที่เสียผลประโยชน์หรือเข้าข่ายผิดกฎหมาย โดยผู้ประกอบการกำลังหวั่นวิตกกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก

เกี่ยวกับผู้เขียน

ข่าวบริคอินโฟ

บริคอินโฟ เว็บไซต์ข่าวคุณภาพที่จะทำให้คุณไม่ตกที่ข่าวที่เกิดขึ้นรอบวัน จากเครือข่ายผู้สื่อข่าวทั่วประเทศและมียอดผู้อ่านสูงสุดกว่า 1,600,000 ล้านเพจวิวในปี 2563

แสดงความคิดเห็น

กดที่นี่เพื่อแสดงความคิดเห็น

ข่าวอื่นๆ